หลังจากที่ซูเฉินสังหารจ้าวเฟ่ยไปแล้วเขาได้นำศิษย์ครับไปยังูเาของตนเองในทันทีปล่อยให้หน้าที่ที่เหลือให้กับเ้าสำนักต่อไป
“ศิษย์ข้านับั้แ่นี้ไปูเาหลินเทียนแห่งนี้จะเป็บ้านของเ้า เ้าสามารถบ่มเพาะพลังลมปราณและแข็งแกร่งขึ้นภายในูเานี้ไปเลือกบ้านของเ้าให้เรียบร้อยแล้วกลับมาหาข้าในภายหลัง”
“ศิษย์รับทราบท่านอาจารย์”
หลังจากที่ฟางหลิงหยุนจากไปซูเฉินรีบวิ่งเข้าไปในบ้านของตนเองเพื่อตรวจสอบรางวัลที่ได้รับมาจากระบบในทันทีเพราะไม่มีเวลาในการตรวจสอบเลยหลังจากที่รับรางวัลมาแล้ว
“อืมนับเวลาระบบมีความจริงใจ ของรางวัลที่ให้มานับว่าดีมาก”
ผ่านไปไม่นานฟางหลิงหยุนก็ได้กลับมาหาซูเฉินตามที่ซูเฉินได้บอกไว้
“ศิษย์เข้ามาแล้วขอรับท่านอาจารย์”
“อืมข้ามีวิชาบ่มเพาะจะให้กับเ้า เ้าสามารถเลือกมันด้วยตัวเองได้เลย”
ซูเฉินชี้ไปยังกองหนังสือกองโตด้านหลังของเขาเพื่อบอกให้ฟางหลิงหยุนไปเลือกวิชาบ่มเพาะได้เลย
“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์”
ฟางหลิงหยุนที่ไม่้าวิชาบ่มเพาะที่ซูเฉินจะให้ในตอนแรกแต่หลังจากที่ฟังคำสั่งจากท่านหวังเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับมาเท่านั้น
“เ้าหนูในเมื่ออาจารย์ของเ้าให้เ้าก็ต้องรับไว้ไม่อย่างนั้นเ้าอาจจะถูกสงสัยได้เข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านหวังพวกเราไปเลือกวิชาบ่มเพาะกันเถอะ”
ฟางหลิงหยุนเดินไปที่กองหนังสือกองโต อย่างไม่ได้สนใจเขาเพียง้าเลือกวิชาบ่มเพาะอะไรก็ได้สักอย่างเพื่อให้ซูเฉินรับรู้ว่าเขายอมรับของขวัญจากอาจารย์แล้วเท่านั้น
แต่แล้วหลังจากที่ฟางหลิงหยุดหยิบวิชาบ่มเพาะขึ้นมาหนึ่งเล่มเสียงจากท่านหวังได้ทำให้ฟางหลิงหยุดเกือบสติหลุดไป
“เ้าหนูวิชาบ่มเพาะที่เ้าถืออยู่นั้นเป็วิชาระดับมหาเทพในตำนานของทวีปแห่งนี้เ้าเลือกมันเลย”
“ท่านหวังไหนท่านบอกข้าว่าวิชาบ่มมเพาะของท่านนั้นแข็งแกร่งที่สุดแล้วไม่ใช่รึ”
“นั้นมันก่อนที่ข้าจะเห็นวิชาบ่มเพาะเล่มนี้ต่างหากละเ้าไม่เข้าใจหรอกเ้าหยิบมาเถอะแล้วข้าจะอธิบายให้เ้าฟังในภายหลัง”
“ขอรับท่านหวัง”
ฟางหลิงหยุนตกลงเลือกวิชาบ่มเพาะตามที่ท่านหวังบอกและตรงกลับไปหาซูเฉินในทันที
“เ้าได้เลือกวิชาบ่มเพาะแล้วต่อไปเ้ารองเดินไปด้านหลังบ้านของอาจารย์รองเลือกหาอาวุธที่เหมาะสมกับเ้าสิ”
“ขอรับท่านอาจารย์”
ฟางหลิงหยุนเดินไปที่ด้านหลังบ้านของซูเฉินในทันทีเพียงไม่นานหนึ่งคนหนึ่งดวงิญญาถึงกับตกตลึงกับอาวุธที่ซูเฉินทิ้งเอาไว้เหมือนกับเศษเหล็กอยู่ด้านหลังบ้าน
“ทั้งทั้งหมดเป็อาวุธระดับจักรพรรดิขั้นสูงทั้งหมดไม่เป็ไปไม่ได้เหตุใดอาวุธที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นบนทวิปนี้ถึงมาอยู่หลังบ้านของผู้าุโมากมายขนาดนี้”
ท่านหวังได้เปลี่ยนคำเรียกของซูเฉินในทันทีหลังจากรับรู้ถึงสิ่งที่ไม่น่าจะมีอยู่ในโลกนี้กลับมาก่อนในบ้านของซูเฉินที่เป็อาจารย์ของฟางหลิงหยุนในตอนนี้
“ข้าเลือกดาบเล่มนั้นมันดูแข็งแกร่งดี ท่านหวังมีความเห็นเช่นไร”
ฟางหลิงหยุนเดินเข้าไปหยิบดาบัเพลิงนรกขึ้นมาในทันที
“อืมเ้าจะเลือกอาวุธอะไรของเ้าข้าไม่สามารถบอกได้เพราะข้าไม่เคยมีอาวุธระดับนี้มาก่อน”
“อะไรนะแม้แต่ท่านหวังที่เป็ดั่งตำนานของทวีปแห่งนี้ท่านเองก็ยังไม่เคยมีอาวุธระดับนี้มาก่อนรึ”
“ใช่แล้วเ้าหนูต่อไปเ้าต้องเคารพอาจารย์ของเ้าให้มากกว่านี้ก่อนหน้านี่พวกเราตัดสินอาจารย์ของเ้าพลาดไปมากข้าไม่สามารถคาดเดาอะไรของอาจารย์เ้าได้เลย”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านหวัง”
ฟางหลิงหยุดเลือกดาบัเพลิงนรกและหยิบติดตัวออกมาหาซูเฉินในทันที
“ศิษย์ขอบคุณท่านอาจารย์ที่มอบวิชาบ่มเพาะระดับมหาเทพและอาวุธระดับจักพรรดิให้ศิษย์ขอรับ”
“อืมต่อไปข้าจะสอนบทสวดเพื่อเพิ่มความเร็วการบ่มเพาะของเ้าต่อไปหากเ้าใช้บทสวดบทนี้เ้าจะมีความเร็วในการบ่มเพาะมากกว่าเดิมหลายพันเท่าเข้ามาสิ”
ฟางหลิงหยุนเดินเข้าไปหาซูเฉินเพียงไม่นานบทสวดที่ซูเฉินมอบให้ฟางหลิงหยุนก็เ้ามันได้ทั้งหมดและพร้อมที่จะไปทดสองใช้ในทันที
“ข้าได้มอบทุกอย่างที่ข้าสามารถมอบให้กับเ้าหมดแล้วต่อไปเป็ความสามารถของเ้าแล้วศิษย์ข้า”
“ท่านอาจารย์ของไม่สามารถบ่มเพาะได้เนื่องจากเส้นลมปราณของข้าขาดสบั้นไปแล้วขอรับ”
“อืมข้าลืมเื่นี้ไปได้ยังไงเนี่ยมาสิข้าจะซ้อมแซมเส้นลมปราณให้เ้าต่อไปเ้าสามารถบ่มเพาะพลังลมปราณได้อย่างไร้ขีดจำกัด”
ซูเฉินใช้พลังของระบบซ้อมแซมเส้นลมปราณของฟางหลิงหยุนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะให้ฟางหลิงหยุดออกไปบ่มเพาะต่อไป
เช้าวันต่อมา
“อะไรเนี่ยความแข็งแกร่งของข้าข้ามเขตแดนไปแล้วรึ ข้าไม่ได้บ่มเพาะเพิ่มเติมอะไรเหตุใดมันถึงเลือนขอบเขตได้ละ”
[ โฮสต์: ซูเฉิน]
[ เขตเขต: ราชันย์เทวะขั้นต้น]
[ ศิษย์:ฟางหลิงหยุน ขอบเขต ก่อนลมปราณขั้นต้นสามารถเปิดความเร็วในการบ่มเพาะได้หนึ่งพันเท่า ]
[กระตุ้นระบบศิษย์ผู้อ่อนแอ ]
[ร่างกายา: ไม่มี ]
[ทักษะวิชา:รัศมีแห่งเทพ ดัชนีพิฆาต ]
หลังจากที่ซูเฉินเช็คสถานะของตัวเองและพบกับสิ่งที่หน้าเหลือเชื่อยิ่งขึ้นก็คือศิษย์ของเขาฟางหลิงหยุนใช้เวลาบ่มเพาะเพียงหนึ่งคืนสามารถทะลวงขอบเขตไปถึงก่อลมปราณได้สำเร็จภายในคืนเดียวหากมีคนภายนอกรับรู้จะต้อง ใกับความเร็วในการทะลวงระดับของฟางหลิงหยุนแน่นอน
“ดูเหมือนค่าบัพเพิ่มความเร็วการบ่มเพาะหนึ่งพันเท่าจะเป็ผลดีกว่าที่คิดอีกไม่นานศิษย์ของข้าก็จะทะลวงระดับแน่นอน ด้วยความเร็วหนึ่งพันเท่านั้น”
ซูเฉินตรวจสอบค่าสถานะของฟางหลิงหยุนในทันที
[ ศิษย์:ฟางหลิงหยุน ]
[ขอบเขต:ก่อลมปราณขั้นต้น ]
[ร่างกาย :ร่างราชันย์ดาบ ]
[หมายเหตุ:มีดวงิญญาระดับปราณเทวะอาศัยอยู่ในแหวน ]
ข้อมูลเบื้องต้นของฟางหลิงหยุนปรากฏขึ้นมาในทันทีทำให้ซูเฉินที่เห็นหมายเหตุถึงกับพยักหน้าเห็นด้วยเพราะซูเฉินเคยอ่านนิยายที่มีดวงิญญาที่แข็งแกร่งคอยช่วยเหลือมาก่อนจึงเข้าใจทันที
“ดูเหมือนศิษย์ของข้าจะเป็บุตรแห่งโชคชะตาจริงๆ สินะ”
“ศิษย์ข้ามาพบอาจารย์หน่อยสิ”
ซูเฉินเรียกฟางหลิงหยุนผ่านพลังลมปราณให้มาพบตนเอง
“ท่านอาจารย์ท่านมีเื่อันใดหรือขอรับ”
“อืมเพียงคืนเดียวเ้าสามารถทะลวงขอบเขตได้ขนาดนี้ต่อไปเ้าต้องหมั่นฝึกฝนให้มากกว่านี้อีกเข้าใจหรือไม่”
“ศิษย์ใจแล้วขอรับ”
“ดีนำโอสถเหล่านี้ไปพวกมันอาจจะช่วยเหลือเ้าในการบ่มเพาะและนี่โอสถิญญาข้ามอบให้เ้าด้วย ไปได้ข้าจะนอนพักผ่อน”
“ขอบคุณท่านอาจารย์ศิษย์ขอลา”
หลังจากออกมาไม่นานเหงื่อก็ออกเต็มไปทั้งตัวของฟางหลิงหยุดเนื่องจากกลัวว่าซูเฉินจะพบความลับของตนเอง
“ท่านหวังท่านอาจารย์คงจะทราบเื่ของท่านแล้วแน่นอนไม่อย่างงั้นท่านอาจารย์คงไม่นำโอสถิญญามาให้กับข้า ท่านคิดว่าข้าคิดถูกหรือไม่”
“ตามที่เ้าคิดนั้นละเ้าหนูผู้าุโคงจะทราบถึงการมีอยู่ของข้ามานานแล้วและคง้าช่วยเหลือเ้าและข้าไปพร้อมๆ กันครั้งต่อไปที่พบกันข้าคงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาเพื่อขอบคุณผู้าุโแล้วละ”
“ท่านรับโอสถิญญาไปส่วนข้าจะบ่มเพาะต่อข้าจะต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้ในครั้งต่อไปท่านอาจารย์จะต้องชื่นชมในความเร็วของข้า”
“อืม”
ตัดกลับมาทีู่เาหลิงหยุนเ้าสำนักและเหล่าประมุขูเาอีก 8 คนกำลังประชุมกันอยู่
“เ้าสำนักท่านไม่เชิญประมุขูเาหลินเทียนเข้าประชุมด้วยหรือ?”
“อืมข้าเองก็อยากจะไปเชิญเ้านั้นมาด้วยตัวเองเพียงแต่ในเวลานี้จะไม่เหมาะสมเท่าไรเข้าเื่ประชุมกันเถอะ ูเากระบี่ขาดประมุขไปแล้วพวกเ้าคนใดอยากจะเสนอชื่อประมุขคนใหม่ของูเากระบี่หรือไม่”
ทุกคนต่างก้มหน้าลงเนื่องจากไม่อยากเกี่ยวข้องกับูเากระบี่ที่มีปัญหากับูเาหลินเทียนและยิ่งเ้าูเากระบี่นั้นโดนเ้าูเาหลินเทียนสังหารต่อหน้าต่อตาแล้วยิ่งไปใหญ่ ไม่มีประมุขคนไหนกล้าที่จะเสนอชื่ออกมาเลยแม้แต่คนเดียว