แค่เพื่อนจะอ้อนได้ไง

    แค่เพื่อนจะอ้อนได้ไง|12

    ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 09/05/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————

     

    บทที่ 12

     

    แสงจากหน้าจอมือถือเป็๞เพียงแหล่งกำเนิดแสงเดียวในห้องพักเล็ก ๆ ของฉันตอนนี้ มันสะท้อนอยู่บนผนังสีขาวซีด เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองชัดเจน

    ✉ : โนวาไม่สบาย จะไม่มาพรีเซนต์พรุ่งนี้

    ฉันอ่านข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกลุ่มแชตของโปรเจกต์ทีม ไม่ใช่เพราะยังไม่เข้าใจ แต่เพราะ...ยังไม่อยากเข้าใจต่างหาก

    ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีอิโมจิประกอบ ไม่มีสักคำที่บอกว่าขอโทษ หรือบอกว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร

    ไม่มีแม้แต่ชื่อเขา...เพราะข้อความนั้นพิมพ์มาโดยออม

    ฉันนั่งพิงพนักเตียง ขาเหยียดตรง มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ไว้แน่น ขณะที่อีกข้างกำผ้าห่มไว้เหมือนจะดึงให้ความจริงมันเบาลง

    ไม่ได้อยากเป็๞คนใจแคบหรือคิดมากเกินไป

    แต่หลังจากวันนั้น...หลังจากที่ฉันเดินออกมาจากห้องประชุมก่อนใคร ทั้งที่ยังไม่ได้พูดกับเขาเลยสักคำ

    เขาก็ไม่เคยมองกลับมา

    ไม่แม้แต่จะพิมพ์อะไรสักประโยคในกลุ่ม ไม่แม้แต่จะส่งมาหาฉัน

    ใจฉันมันไม่ใช่เหล็ก

    ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์

    ฉันรู้สึกได้...ถึงระยะห่างที่เพิ่มขึ้นในทุกวินาที

    ฉันย้อนเลื่อนแชตขึ้นไปดูภาพสุดท้ายที่เราถ่ายด้วยกันในทริป ไม่รู้ทำไมถึงยังไม่กล้ากดลบมัน เหมือนกลัวว่าแค่แตะปุ่ม ความทรงจำทั้งหมดจะหายวับไปพร้อมกัน

    เราหัวเราะกันในภาพนั้น

    เขายังยีผมฉัน แล้วพูดจาแซว ๆ แบบเดิม

    ฉันยังแกล้งตีแขนเขาเบา ๆ แล้วขำออกมา

    แล้ว...มันหายไปไหนหมด

    ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมองจอนานแค่ไหน กี่นาที กี่ชั่วโมง

    รู้ตัวอีกที ตอนที่จู่ ๆ นิ้วของฉันก็ค่อย ๆ พิมพ์ประโยคสั้น ๆ ลงไปในช่องข้อความส่วนตัวของเขา

    [ไบร์ท Send...]

    ✉ : จะไม่กลับมาอ้อนอีกจริง ๆ ใช่ไหม?

    ปลายนิ้วชะงักค้างบนจอ ก่อนที่ฉันจะถอนหายใจแล้วกดส่งไป

    ไม่มีจุด ไม่มีอีโมจิ ไม่มีอะไรทั้งนั้น...

    แค่คำถามตรง ๆ ที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าหวังคำตอบ หรือแค่๻้๪๫๷า๹ให้เขารู้ว่าฉันยังอยู่ตรงนี้

    ข้อความส่งสำเร็จ

    แต่ไม่มีเครื่องหมายว่าเขาอ่านข้อความ

    ไม่มีจุดสามจุดที่บอกว่าเขากำลังพิมพ์

    ไม่มีแม้แต่เสียงเตือนจากอีกฝั่งกลับมา

    ฉันวางโทรศัพท์ลงบนอกตัวเองอย่างแ๶่๥เบา

    หัวใจมันเต้นช้าลงจนเหมือนจะหยุด

    แล้ว...น้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่ฉันไม่รู้ตัว

    มันไม่ใช่แค่ความเสียใจ

    แต่มันคือความกลัว กลัวว่าอ้อมกอดที่เคยรู้สึกว่าอบอุ่นนั้น อาจไม่มีอีกแล้วจริง ๆ

    ฉันไม่ได้ร้องไห้เสียงดัง

    แต่มันคือความเงียบที่เจ็บลึกจนเกินจะกลั้น

    และในความเงียบนั้นเอง...ฉันก็เริ่มยอมรับกับตัวเองว่า

    สิ่งที่ฉันกลัวไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง

    แต่คือการไม่มีเขาอยู่ในชีวิตอีกเลยต่างหาก

    เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนหัวเตียงดังเบา ๆ เพื่อเตือนว่าขณะนี้เข้าสู่วันใหม่แล้ว

    ฉันยังคงนอนนิ่งอยู่ท่าเดิม ร่างกายอ่อนล้าราวกับ๭ิญญา๟หลุดลอย๻ั้๫แ๻่เมื่อคืน

    โทรศัพท์ยังวางอยู่บนอก ไม่ได้ขยับ

    หน้าจอมืดสนิท แต่ใจฉันกลับสว่างโล่จากความคิดมากมายที่ยังวนเวียนไม่หยุด

    ข้อความที่ฉันส่งไปยังคง ‘ไร้การตอบกลับ’

    ไม่ว่าจะลองกดเข้าไปดูอีกกี่ครั้ง มันก็ยังเป็๞เพียงแค่ข้อความที่ ‘ส่งแล้ว’

    ฉันลุกขึ้นจากเตียงในที่สุด ปล่อยให้ผ้าห่มไหลตกลงจากไหล่

    ความเย็นของพื้นกระเบื้องกระทบฝ่าเท้า ทำให้สติกลับคืนมานิดหน่อย

    บนโต๊ะเรียนมีกองกระดาษแผนพรีเซนต์ที่ฉันปริ๊นต์ไว้๻ั้๹แ๻่เมื่อคืน

    รายชื่อกลุ่มของเรายังคงเหมือนเดิม แต่ไม่มีชื่อของเขาในแผนลำดับพูดอีกต่อไป

    ✉ : โนวาไม่สบาย...

    ประโยคนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว...แต่ไม่รู้ทำไม มันฟังดูไม่เหมือนข้อเท็จจริงเลยสักนิด

    ไม่รู้ว่าเพราะเขา ‘ไม่บอกเอง’ หรือเพราะฉันไม่อยาก ‘ยอมรับ’ กันแน่

    ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง หน้าจอสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

    ไม่ใช่เพราะเขาตอบ

    แต่เพราะ...ฉันยังคงหวังว่าเขาจะตอบอยู่

    ปลายนิ้วแตะที่ชื่อเขาในช่องแชตส่วนตัวอีกครั้ง

    ภาพโปรไฟล์ของเขายังคงเหมือนเดิม ภาพที่เขายิ้มมุมปากและใส่หมวกเบสบอลกลับด้าน

    ‘โนวา...นายจะหายไปแบบนี้จริง ๆ เหรอ’

    ฉันไม่กล้าพิมพ์คำถามนี้ออกไปอีก

    เพราะแค่คำถามเดียวที่ส่งไปเมื่อคืน...มันก็ไม่มีเสียงตอบรับใดกลับมาเลย

    มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น ส่วนอีกข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่เผลอไหลอีกครั้ง

    เหมือนกับว่ามันยังมีอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีวันหมด เหมือนความรู้สึกที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะหยุดเมื่อไร

    ฉันนั่งเงียบ ๆ บนขอบเตียง ปล่อยเวลาไหลผ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเสียงพูด ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ไม่มีอะไรเลย

    และในตอนนั้นเอง

    ฉันก็เพิ่งเข้าใจว่า บางครั้ง ความเงียบ...มันก็เจ็บกว่าคำพูดใด ๆ

    เพราะมันไม่ใช่การทะเลาะ

    ไม่ใช่การต่อว่า

    แต่คือการ ‘ไม่เหลือพื้นที่’ ให้เราได้พูดด้วยอีกต่อไป

    ฉันยังคงนั่งรอแบบนั้น รออะไรสักอย่างที่ไม่รู้จะมาไหม

    บางทีอาจรอแค่เพียงการแจ้งเตือนเล็ก ๆ

    บางทีอาจรอแค่...ความกล้าที่จะยอมรับความจริง