บทที่ 102 ชาวบ้านหวาดวิตก
ในทางด้านของ ชิว เหวินเจี้ยน หลังจากที่จบเรื่องในห้างขนาดใหญ่ของเมืองหลวงที่1 เขาก็ได้ถูกเชิญชวนให้ไปงานเลี้ยงในดวงดาวของ จอมมารลำดับที่6 แต่ทว่า ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวปฏิเสธออกไป เนื่องจากในตอนนี้ ผู้มีพระคุณคนหนึ่งกำลังรอให้เขากลับบ้านอยู่อย่างแน่นอน คนผู้นั้นก็คือ หญิงสาว อายุ17ปี รูปร่างงดงามดั่งนางฟ้า และนางก็พึ่งจะกลับมาถึงแล้วพอดี “ยินดีต้อนรับกลับ ซูเหยียน ข้าได้ข่าวว่าเจ้าเองก็ถูกเรียกเชิญให้เข้าไปประชุมใหญ่ของ 12ราชัน อย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเหยียนก็แปลกใจเล็กน้อยที่ ชิว เหวินเจี้ยน รู้ได้อย่างไรว่ามีการเรียกประชุมของผู้ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น “ข้าได้เข้าไปในห้องประชุมก็จริง แต่ทว่า ข้าก็ไม่ได้เป็นแขกผู้มีเกียรติอะไรหรอก...” ซูเหยียน กล่าวความจริงออกไปครึ่งหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากนางเข้าไปในฐานะแพทย์เท่านั้น แถมนางยังได้รับสั่งให้ไปเข้าเฝ้าราชาลำดับที่1อีกด้วย
ชิว เหวินเจี้ยน เริ่มทำท่าทางสงสัยขึ้นมา เนื่องจากการประชุมครั้งนี้ก็บอกอยู่แล้วว่าเฉพาะจอมมาร? และซูเหยียนจะสามารถเข้าไปได้อย่างไร แต่ชิว เหวินเจี้ยน ก็ไม่ได้ถามต่อไปอีก “อื้ม...แต่ตอนนี้ข้าเริ่มชักจะหิวซะแล้วสิ เจ้าช่วยทำอาหารให้ข้าทานหน่อย~ แม่ซูเหยียน~~” ชิว เหวินเจี้ยน ทำท่าทางอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อยเวลาขออาหาร แต่ทว่า ในความจริงแล้ว ชิว เหวินเจี้ยน กำลังตรวจสอบฝีมือทางการแพทย์ของนางอยู่เสมอ
“ถ้าเจ้าอยากจะชิมฝีมือของพี่สาวหละก็ เจ้าจะต้องพูดให้เพราะๆกว่านี้เสียก่อน...ฮี่ ฮี่ ฮี่ อุ๊บ” ซูเหยียน กล่าวหยอกล้อกับ ชิว เหวินเจี้ยน ด้วยรอยยิ้มที่ทรงเสน่ชวนให้ผู้อื่นหลงใหล ไม่ว่าใครที่ได้มาเห็นนางในสภาพเช่นนี้ รับรองเลยว่า มันผู้นั้นจะต้องอิจฉา ชิว เหวินเจี้ยน ไปจนตาย
“ชิ ข้าไม่ยุ่งด้วยแล้ว...” ชิว เหวินเจี้ยน แสดงท่าทางแง่งอนเล็กน้อย เพราะว่าถึงยังไง มีหรือที่ซูเหยียนจะปล่อยให้เขาอดตายต่อหน้าต่อตา
“แฮร่ๆ ข้าเพียงแค่ล้อเจ้าเล่นเอง เจ้าอย่าทำโมโหไปหน่อยเลย ส่วนกับข้าวในวันนี้ ข้าจะทำสูตรสมุนไพรระดับที่เรียกได้ว่าตำนานให้เจ้าชมเป็นขวัญตา!” ซูเหยียน ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ เพราะอาหารในวันนี้ มันเป็นอาหารชั้นเลิศที่ทำขึ้นมาจากสมุนไพรนาๆชนิด และแต่ละชนิดมันไม่ใช่ธรรมดาๆอย่างแน่นอน เนื่องจากนางเป็นคนเลี้ยงพวกมันมากับมือของตนเอง ตลอดระยะเวลา5ปีเต็มๆ!!!
=======================
ทางด้านของซูหยาง ที่เริ่มออกเดินทางไปยัง ดวงดาวลำดับที่6แล้ว โดยคำกล่าวของ ชิว เหวินเจี้ยน โดยที่นางจะต้องไปขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้นของคนในตระกูลจอมมาร ให้ยกโทษให้แก่นาง
แต่จู่ๆในขณะนั้นก็ได้มีเสียงของทหารผู้หนึ่งดังขึ้นมา “เรือดำน้ำเคลื่อนย้ายมิติ ติดตั้งตำแหน่งเรียบร้อยแล้วขอรับ...”
“ดีมาก พวกเราไปกันได้เลย...”
คลื่น~~~ วูบ~
ส่วนชาวบ้านธรรมดาๆในดวงดาวลำดับที่6 เมื่อเห็นว่าประตูมิติถูกเปิดขึ้นต่อหน้าต่อตา พวกเขาก็เริ่มเอะอะโวยวายกันยกใหญ่
“นี่มันหรือว่า…!!!”
“พวกกำลังโดนบุกรุก!!!”
“ต้องรีบหนีกันแล้ว!”
เมื่อ ซูหยาง ที่อยู่ในเรือดำน้ำขนาดยักษ์ได้ยินเสียงพวกนั้น นางก็ถึงกับปวดกระบานในทันที นางจึงรีบตะโกนออกมาให้ทุกคนได้ยินก่อนที่จะมีใครเดือดร้อนไปมากกว่านี้ เพราะว่า เรือเหาะของนางนั้น ไม่ได้ถูกส่งตรงให้เข้าไปภายในเมืองหลวงเลยแต่อย่างใด แต่ทว่ากลับมาโผล่ในสถานที่แห่งใดก็ไม่รู้ ซึ่งระยะห่างของดวงดาวทำให้การคำนวณผิดพลาดไปบ้าง “นี่พวกเจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องหนีไปไหนทั้งนั้น...”
แต่ในขณะที่ทุกคนได้ยินเสียงอันทรงพลังนั้น เหล่าชาวบ้านธรรมดาก็เริ่มคุกเข่าลงกับพื้นในทันที “พวกเราต้องขออภัยด้วยถ้าเกิดทำให้ท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่พอใจ ข้าไม่ทราบจริงๆว่าท่านเป็นผู้ใด แต่ได้โปรด ปล่อยพวกเราไปเถิด พวกเรายังไม่เคยทำให้ผู้อื่นเดือนร้อนเลยแม้เพียงครั้งเดียว”
“ข้าก็ขอร้องด้วยอีกคน ถ้าเกิดจะสังหารผู้คนในหมู่บ้านแล้วหละก็ ได้โปรด ช่วยสังหารข้าเพียงแค่คนเดียวได้หรือไม่...”
เมื่อเหล่าทหารยามด้านหลังของซูหยางได้ยินเช่นนั้น พวกมันก็ได้ตะโกนออกมาในทันที “นี่พวกเจ้า!...อยากตายกันนักใช่หรือไม่!!!” ที่พวกทหารพูดเช่นนั้นก็เพราะว่า เผ่ามารระดับต่ำอย่างพวกมัน ไม่สมควรที่จะได้พูดคุยกับท่าน ซูหยางเลยด้วยซ้ำ
ซูหยางได้ยกมือขึ้นหนึ่งข้าง เพื่อเป็นสัญญาณบอกให้รอก่อน “เอาหละ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ข้ามีเกมมาให้พวกเจ้าเล่นสนใจหรือไม่? และถ้าเกิดพวกเจ้าแพ้ ก็ตาย แต่ถ้าเกิดชนะ อ...เอ่อ เอาเป็นข้าจะยกสมบัติระดับคำสาป สักสิบชิ้น ให้กับพวกเจ้าเป็นรางวัลตอบแทนก็แล้วกัน...ฮึ ฮึ ฮึ สนใจหรือไม่” ซูหยางในตอนนี้นางได้ทำหน้าตาหน้ากลัวเป็นอย่างมากราวกับปีศาจจอมมารก็ไม่ปาน เพื่อข่มขู่ชาวบ้านธรรมดาให้เกิดความหวาดกลัว
แต่ทว่าผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เพราะเหล่าชาวบ้านที่คิดว่าถึงยังไงตนเองก็ต้องตายอยู่แล้ว สู้เอาชีวิตไปเสี่ยงต่ออีกหน่อยไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยก็ยังมีโอกาส ถึงจะเพียงแค่เล็กน้อยก็ตามที “พวกเราพร้อมรับคำท้า เชิญท่านบอก กฎกติกา มาได้เลย...”