เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 123 แฝงตัว

    สิ่งปลูกสร้างเบื้องหน้ามีขนาดใหญ่โตกว่าหอพักต้นหลิวมรกตหลายเท่าตัว  แม้จะถูกเรียกว่าวังปีศาจโลหิต แต่กลับงดงามตระการตาอย่างยิ่ง  มีอาคารมากมายและเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวไปทุกที่  ราวกับเป็นที่พักอาศัยของตระกูลสูงศักดิ์หรือปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่


    หลงเฉินสังเกตการณ์ตรงทางเข้าเป็นเวลานาน  ด้วยความสามารถทางประสาทสัมผัสของหลิงซี  เขาก็พบทางเข้าไปในวังปีศาจโลหิตในที่สุด  มันเป็นเรื่องง่ายมาก สิ่งที่เขาต้องทำก็คือแสดงจารึกสีชาดและแจ้งชื่อผู้คุมกฎที่ตนเองสังกัด


    “หวงเทียน  สังกัดผู้คุมกฎโจวไท่”


    ยามรักษาการณ์ที่ประตูทั้งสี่คนบรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้า แม้ว่าหลงเฉินจะทรงพลังกว่าพวกเขาหลายเท่า ทว่าเขาก็ไม่กล้าประมาท


    เขาพยักหน้าและรับจารึกสีชาดมาจากยามคนหนึ่งและเข้าไปในวังปีศาจโลหิต


    ‘คงจะมีการผลัดเปลี่ยนเวรยามหน้าประตู  พวกเขาก็เลยไม่รู้จักหวงเทียน  แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีใครสักคนรู้จักเขาอยู่ดี  เช่นนั้นข้าจะต้องระวังตัวให้มาก’


    เมื่อคิดได้เช่นนี้  หลงเฉินจึงเข้าไปในวังอันใหญ่โตของลัทธิเซียนโลหิต  และแน่นอนว่าเขาพยายามอย่างดีที่สุดที่จะรักษาบทบาทของสาวกลัทธิเซียนโลหิตเอาไว้


    ในเมื่อลัทธิเซียนโลหิตกำลังเตรียมพิธีสังเวยโลหิต  เหล่าสาวกจึงกลับมารวมตัวกันที่วังปีศาจโลหิตเพื่อเป็นสักขีพยานในพิธีกรรมสำคัญ  ดังนั้นบรรยากาศภายในปราสาทจึงคึกคักอย่างมาก


    เห็นได้ชัดว่าผู้ที่เข้ามาเป็นสาวกลัทธิเซียนโลหิตล้วนมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิตและเก็บเนื้อเก็บตัว  ขณะที่บรรยากาศเป็นไปด้วยความรื่นเริง  ไม่มีใครเดินจับมือถือแขนหรือกอดคอโอบไหล่กันแต่อย่างใด  ซึ่งทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับหลงเฉิน


    หลงเฉินเดินไปรอบ ๆ วังด้วยท่าทีใจเย็น  ด้วยหวังว่าจะได้ความเกี่ยวกับเมืองใต้ดินแต่หาเป็นเช่นนั้นไม่


    ‘ดูเหมือนว่าข้าคงจะต้องมีความบ้าบิ่นมากกว่านี้สินะ’


    ในเมื่อวังปีศาจโลหิตนั้นใหญ่โตมาก  หลงเฉินจึงเดินไปทั่วบริเวณภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักที่ห้องโถงในวัง  เวลานี้ ชายร่างใหญ่กำลังเดินมาข้าง ๆ และจ้องมองเขาด้วยความสงสัย


    “เจ้าหนู  เจ้าดูไม่คุ้นหน้าเลยนะ เป็นสาวกใหม่รึ?”


    หลงเฉินเตรียมตัวมาสำหรับสถานการณ์เช่นนี้  หวงเทียนเพิ่งจะเข้าลัทธิได้ไม่นาน  ดังนั้นหลงเฉินจึงไม่ลังเลใจ


    “ข้าเข้าลัทธิมาประมาณเดือนนึงเห็นจะได้”


    ชายผู้นั้นหัวเราะ


    “ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่เคยได้อาบเลือดเลยใช่ไหม? ความรู้สึกเมื่อได้ฝึกฝนในสระโลหิตนั้นช่างเป็นความทรงจำที่น่าหลงใหลสำหรับข้าจริง ๆ   จะว่าไปแล้ว... เจ้าหนู เจ้านี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้อาบเลือดทั้ง ๆ ที่เพิ่งเข้าลัทธิ!”


    เขาตบหลังหลงเฉินหนัก ๆ สองสามทีและเมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งของหลงเฉิน  ชายร่างใหญ่หัวเราะอย่างร่าเริงและจากไป


    อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาจากไปแล้ว  ท่าทีหดหู่ของหลงเฉินก็จางหายไปด้วย


    “ไม่มีประโยชน์ที่ข้าจะเตร็ดเตร่อยู่ที่นี่  ยิ่งดึกก็ยิ่งมีคนน้อยลง  ข้าน่าจะรอให้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยสืบหาซึ่งน่าจะได้ผลมากกว่า  หากข้ามัวแต่เอ้อระเหยอยู่แถวนี้  พวกนั้นอาจจะเจอตัวเข้าก็เป็นได้”


    ภายในวังปีศาจโลหิต  ทุกคนมีที่พักอยู่ที่นี่  อย่างไรก็ตาม  หลงเฉินไม่สามารถไปยังที่พักของหวงเทียนได้  ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง และเขาก็พบมุมเงียบมุมหนึ่งที่จะใช้ซ่อนตัว  เมื่อรัตติกาลกำลังคืบคลานเข้ามา ผู้คนก็ยิ่งบางตาลงทุกที


    “จ้าวลัทธิพำนักอยู่ในตำหนักโลหิต ข้าคิดว่าข้าคงต้องเข้าไปในตำหนักโลหิตเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองใต้ดินเพิ่ม  และหากข้าคิดไม่ผิด ทางเข้าเมืองใต้ดินก็น่าจะอยู่ในตำหนักแห่งนั้นด้วย!”


    เมื่อตัดสินใจแล้ว  หลงเฉินจึงไปที่ตำหนักโลหิตทันที


    ตำหนักโลหิตตั้งอยู่ ณ ใจกลางวังปีศาจโลหิตและปกคลุมไปด้วยสนามหญ้า  ปกติแล้วจะมีแต่บุคคลสำคัญในลัทธิเซียนโลหิตที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป  ดังนั้นยิ่งเข้าไปใกล้ตำหนักมากเพียงใด  หลงเฉินก็พบว่ามีคนเดินผ่านมาผ่านไปน้อยลงเรื่อย ๆ


    ไม่นานนัก หลงเฉินก็เห็นอาคารที่เป็นสีแดงจากระยะไกล  คลื่นพลังอำมหิตแผ่ออกมาจากตำหนักโลหิตแห่งนั้น


    ‘จ้าวลัทธิบรรลุระดับแก่นปฐพี  หากรีบร้อนโจมตีไปละก็  ไม่เพียงแต่จะหลบหนีได้ยาก ข้าอาจจะทำร้ายหลิงชิงก็โดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นข้าต้องวางแผนให้ดี’


    หลงเฉินขมวดคิ้วและจ้องมองไปที่อาคารสีแดงจากมุมที่เขาซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ


    “มียอดฝีมือระดับแก่นปฐพีอยู่ที่นั่น  และยังมียอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์อีกห้าคน”


    หลิงซีเตือนเขาด้วยความวิตกกังวล  


    สถานการณ์เช่นนี้เป็นปัญหาใหญ่  เมื่อมียอดฝีมือระดับแก่นปฐพีและระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์อีกห้าคน  หลงเฉินบรรลุเพียงระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นและยังมีหน้าที่สำคัญที่ต้องช่วยหลิงชิงให้ได้


    “บ้าฉิบ! หากพวกเขามาทางนี้ละก็ ข้าจะเล่นงานพวกนั้นให้หมอบเลยคอยดู!”


    สีหน้าของหลงเฉินเคร่งขรึมขึ้นพลางกัดฟันกรอด


    “มีคนมา...”


    เมื่อมีหลิงซีกระซิบเตือน  หลงเฉินจึงรีบซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว  ไม่นานนัก เงาร่างสามเงาก็พุ่งตัวไปทางตำหนักโลหิต  เมื่อดูจากรูปร่างแล้ว  ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายอีกสองคน


    “หลงเฉิน พวกเขาต้องแอบเข้ามาเหมือนกันแน่ ๆ”


    หลงเฉินรู้เรื่องนี้ดีต่อให้หลิงซีไม่พูดออกมา  นั่นก็เป็นเพราะลัทธิเซียนโลหิตทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายหลังจากการลักพาตัวเด็กสาวจำนวนมาก  คงมีผู้คนมากมายที่เกลียดชังคนเหล่านี้


    ในบรรดาสามคนนั้น  ชายสองคนบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น  ในขณะที่หญิงผู้นั้นบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์  พวกเขาหยุดอยู่ไม่ไกลจากหลงเฉินมากนักและแอบมองไปที่ตำหนักโลหิต ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้น


    “ทางเข้าไปเมืองใต้ดินอยู่ที่ตำหนักโลหิตนั่น  แต่เจ้าปีศาจชั่วจ้าวลัทธิก็อยู่ข้างใน  ข้าสู้เขาไม่ได้ เจ้ามีแผนเช่นไร?”


    ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น


    “หากพวกเราสองพี่น้องเข้าไปดึงความสนใจของจ้าวลัทธิไว้ ระหว่างนี้พี่หลีก็เข้าไปที่เมืองใต้ดินและช่วยน้องสาวของท่านดีหรือไม่?”


    พี่หลีส่ายศีรษะ


    “ไม่ได้  หากเป็นเช่นนั้นพวกเจ้าไม่รอดแน่  นอกจากนี้ยังมีผู้คุมกฎอีกห้าคนอยู่ในนั้น  และยังมีคนอีกหกคนที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา  เจ้าคิดว่าจะหล่อกล่อพวกมันได้มากเพียงใดกัน?”


    เมื่อเป็นเช่นนี้  คิ้วของพวกเขาขมวดแน่น


    “พี่หลี  ข้าไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ข้าได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าลัทธิเซียนโลหิตทำร้ายผู้คนไปมากมายเพียงใด  พวกมันถึงกับยื่นกรงเล็บมาทำร้ายน้องสาวของท่าน  แม้ว่าข้าจะต้องตาย ข้าจะทำให้พวกมันต้องร้องขอชีวิตเลยทีเดียว!”


    “หุบปากนะ!  พวกเรายังแข็งแกร่งไม่พอ  ดังนั้นพวกเราต้องทำตามแผนการ  ห้ามทำอะไรตามอำเภอใจเด็ดขาด มิเช่นนั้นมันจะนำภัยร้ายมาสู่พวกเราทุกคน!”


    ชายทั้งสองเงียบเสียงไปหลังจากถูกตำหนิ


    “ดูเหมือนว่าสามคนนี้พอจะมีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง หากข้าลองเข้าหาพวกเขาอาจจะเกิดประโยชน์ก็ได้”


    ในขณะที่ทั้งสามกำลังอับจนหนทาง หลงเฉินก็ปรากฏตัวขึ้น  และเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด  เขาจึงรีบแนะนำตัวทันที


    “ข้าไม่ใช่สาวกลัทธิเซียนโลหิตและมีจุดประสงค์เดียวกับพวกท่าน ขอเวลาพวกท่านสักนิดได้หรือไม่?”


    ในตอนแรกทั้งสามคนผงะไปเมื่อหลงเฉินปรากฏตัวและเตรียมจะต่อสู้  อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลงเฉินแนะนำตัว  พวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า  และรู้สึกตะลึงกับอายุของหลงเฉินเล็กน้อย


    ‘เด็กคนอายุน้อยเหลือเกินแต่กลับกล้าที่จะบุกเข้ามาในลัทธิเซียนโลหิตตามลำพัง  แต่พวกเราก็คิดอะไรไม่ออกนอกจากได้แต่ยืนอยู่ตรงนี้  พวกเราควรหาสถานที่เหมาะ ๆ และหารือกันเสียที!’


    เมื่อคิดได้เช่นนี้ ผู้หญิงที่ชื่อถูกเรียกว่าพี่หลีก็พยักหน้า


    “เช่นนั้นก็มาหารือกัน”


    หลงเฉินตามหญิงผู้นั้นไป  และเดินไปอ้อมวังปีศาจโลหิตหลายรอบจนในที่สุดก็มาถึงยังห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง  พวกเขาทั้งสามสามารถหาห้องให้ตนเองได้โดยไม่ถูกสงสัย  ซึ่งทำให้หลงเฉินรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก


    “ไม่ต้องประหลาดใจไปหรอก  พวกเราทั้งสามคนต้องการที่จะกำจัดจ้าวลัทธิมาหลายปีแล้ว  พวกเราจะลงมือได้อย่างไรหากไม่เข้าถ้ำเสือ? เมื่อเดือนก่อน  พวกเราเข้าลัทธิเซียนโลหิตและย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัย”


    เมื่อเป็นเช่นนี้  จึงไม่แปลกใจเลยที่ทั้งสามคนถึงได้คุ้นเคยกับสถานที่นี้นัก


    พวกเขาทั้งสี่นั่งลงที่โต๊ะสี่เหลี่ยมอย่างกระตือรือร้น  หลงเฉินมองไปที่ผู้หญิงรูปร่างสูงและดูเก่งกล้ากับชายวัยกลางคนอีกสองคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกัน  จากนั้นเขาก็แนะนำตัว


    “ข้าชื่อหลงเฉิน  ให้ข้าเรียกพวกท่านว่าอย่างไรดี?”


    หญิงผู้นั้นพูดเข้าประเด็นทันที  


    “ข้าชื่อหลีจิ้ง สองคนนี้คือหลี่เผิงและหลี่เฉิง  แล้วเจ้าแอบแฝงตัวเข้ามาในลัทธิเซียนโลหิตด้วยเหตุใดกัน?”


    “เหตุผลเดียวกับพวกท่านนั่นแหละ  น้องสาวของข้าถูกลัทธินี้จับตัวมา เป้าหมายของข้าก็คือช่วยนางให้ได้”


    ทั้งสามมองหน้ากัน  จากนั้นหลีจิ้งก็เอ่ยขึ้น


    “น้องสาวของข้าถูกจับเพราะแผนการชั่วร้ายของพวกมัน  น้องชาย เจ้าช่างกล้าหาญอย่างน่าเหลือเชื่อทั้ง ๆ ที่อายุเพียงเท่านี้  ข้าชื่นชมเจ้ามากจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ที่นี่อันตรายมาก และการเดิมพันก็สูงยิ่งนัก... ”


    “พวกท่านมีข้อมูลเกี่ยวกับเมืองใต้ดินหรือไม่?”


    หลงเฉินไม่ได้คร่ำครวญไปกับหลีจิ้ง  เขาพูดเข้าประเด็นในทันที


    หลีจิ้งผงะไปจากนั้นก็เอ่ยตอบ


    “มีเส้นทางทั้งหมดสิบเส้นทางในการลงไปยังเมืองใต้ดิน  พวกมันกระจายตัวอยู่ทั่วตำหนักโลหิต  แต่ถึงกระนั้นมันก็เข้าไปได้ยากมาก  และยิ่งยากกว่าในการกลับออกมา  จ้าวลัทธิและบรรดาผู้อาวุโสต่างอยู่ในตำหนักโลหิต  ต่อให้พวกเราเข้าไปยังเมืองใต้ดินได้ ก็ใช่ว่าจะสามารถออกมาได้ง่าย ๆ”


    “เช่นนั้นรึ?”   หลงเฉินขมวดคิ้วแน่น


    หลี่เผิงและหลี่เฉิงถอนหายใจ พวกเขาโอดครวญพลางมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของหลงเฉิน


    “เจ้ายังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่กลับเห็นแก่ครอบครัวถึงเพียงนี้  ถึงกระนั้นก็เถอะ  ความแข็งแกร่งของลัทธิเซียนโลหิตนั้นมากมายเกินที่เจ้าจะจินตนาการได้”


    “ใช่แล้ว  ข้าคิดว่าเจ้าควรจะกลับไปเสีย  เมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นก็ค่อยกลับมาแก้แค้น  เจ้าไม่ควรจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่  พวกเราสองพี่น้องและพี่หลีต่างเตรียมใจยอมรับความตายและหวังว่าพวกปีศาจชั่วช้าจะได้ชดใช้แม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถช่วยน้องสาวของพี่หลีได้ก็ตาม”


    การที่ได้เห็นหลงเฉินที่ยังอ่อนเยาว์และมีโอกาสเติบโตอีกมาก  พวกเขาจึงพยายามโน้มน้าวเขาด้วยเจตนาที่ดี


    หลงเฉินเข้าใจดีถึงจุดประสงค์ของพวกเขา  แต่ทว่าหลงเฉินก็ไม่ยอมถูกเกลี้ยกล่อมง่าย ๆ 


    “น้องสาวของข้ามีความสำคัญกับข้ามากจริง ๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ข้าจะต้องช่วยนางให้ได้ต่อให้ข้าต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็เถอะ!”


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินช่างดื้อรั้น  ทั้งสามจึงได้แต่มองหน้ากันและถอนหายใจ  เมื่อกำลังจะอ้าปากพูด  ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ด้านนอก


    “มีคนร้าย!”


    ***********************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน