"พวกเราสองคนช่วยกันหาเต็มที่แล้ว แต่ผักป่าที่หาได้ก็ได้มาเพียงเท่านี้" หลิวลี่ปี้แสร้งทำหน้าเศร้าก่อนจะก้มหน้าตอบออกไปเสียงเบา
"เสียงดังอะไรกัน? หาผักป่าไม่ได้ก็เป็เื่ธรรมดาไม่ใช่หรือ? ่นี้ชาวบ้านต่างก็ขึ้นเขาไปหาเก็บผักทุกวันจะให้มีผักมากมายให้เก็บกลับมาได้หรือ? สะใภ้ใหญ่…เ้าเองก็พูดให้น้อยๆหน่อย" นางหวังซื่อที่มีแผนการเต็มท้องรู้สึกไม่พอใจสะใภ้ใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก
"เ้าค่ะท่านแม่" นางหวงซื่อเห็นสายตาของแม่สามีแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตนและแม่สามีกำลังวางแผนขายนังเด็กนี่อยู่ ไม่ได้แล้ว! หากว่าข้าทำนังเด็กนี้ไม่พอใจแล้วนางไม่ยอมแต่งออกไปจะทำอย่างไรเล่า?
นางจินซื่อแสร้งแสดงเป็คนดีเดินมาหาหลิวลี่ปี้พร้อมกับพูดขึ้นอย่างใจดี "ไม่เป็ไรนะลี่เออร์ เ้าเอาผักพวกนี้ไปเก็บในครัวเถิด"
หลิวลี่ปี้รู้สึกมึนงงสับสนอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าท่านย่าเอ่ยปากเข้าข้างนางเป็ครั้งแรก ั้แ่เกิดมาท่านย่าผู้นี้ไม่เคยเห็นพวกนางพี่น้องเป็หลานมาก่อน วันนี้มีเื่อะไรที่นางยังไม่รู้ใช่หรือไม่?
หลิวลี่ปี้ไม่พูดอะไร นางถือตระกร้าเดินหายเข้าไปในครัวพร้อมกับความกังวลในใจ นางกลัวว่าที่ท่านย่าทำดีกับนางเช่นนี้อาจเพราะมีแผนไม่ดีใช่หรือไม่?
หลิวเหมยลี่หรี่ตาลงอย่างจับผิด นางรู้สึกว่าวันนี้จะต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับครอบครัวนางแน่ๆ 'ไม่ได้การแล้ว! ไม่ว่าจะเื่อะไรข้าจะต้องเตรียมการรับมือให้ดี หรือต่อไปนี้ข้าจะสวมบทนางร้ายปกป้องครอบครัวเองดีหรือไม่นะ!!'
หลิวเหมยลี่รีบขนฟืนออกจากตระกร้าแล้วรีบไปช่วยพี่สาวทำอาหาร ทั้งสองคนช่วยกันทำอาหารไม่นานก็เสร็จ จากนั้นก็รีบนำอาหารในส่วนของครอบครัวนางที่ท่านย่าแบ่งให้กลับเรือนของตัวเองไปด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของคนบ้านใหญ่และบ้านรองที่จ้องมองตามหลังพวกนางตาเป็มัน!
"ข้ารู้สึกว่าท่านย่ากำลังมีแผนการไม่ดีอยู่แน่ๆเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่กระซิบกับหลิวลี่ปี้พร้อมทั้งกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
"พี่ก็กำลังคิดเหมือนกับเ้าเลย ท่านย่าคิดจะทำอะไรนะ?" หลิวลี่ปี้ก็พูดขึ้นด้วยความสงสัยและระแวงไม่ต่างกัน
สองคนพี่น้องพูดคุยกันไม่นานก็เห็นท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านแล้ว ทั้งสองคนจึงหยุดพูดแล้วหันไปยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะพากันมานั่งรวมตัวกันเพื่อทานมื้อเย็น ซึ่งวันนี้หลิวลี่ปี้ก็ได้เผามันเทศที่เหลือทั้งหมดกลับมาด้วย เมื่อทุกคนมาครบแล้วหลิวเหมยลี่จึงนำมันเทศออกมา
หลิวเหมยลี่เรียกระบบขึ้นมาก่อนจะกวาดสายตาไปมองร้านค้าเพื่อหาดูว่ามีอาหารขายบ้างหรือไม่? นางเห็นว่าตระกร้าในร้านค้ามีซาลาเปาอยู่มากถึงสามสิบลูกวางขายอยู่ และข้างๆกันยังมีแตงโมลูกใหญ่อยู่สองลูก ซาลาเปาใส้หมูลูกล่่ะสองเหรียญทอง ส่วนแตงโมลูกล่ะสิบสองเหรียญทอง นางตัดสินใจซื้อทั้งหมดอย่างไม่ลังเลทันที
"ซาลาเปากำลังร้อนๆ ทุกคนรีบๆกินก่อนเถิดเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นพร้อมกับหยิบซาลาเปาใส่มือของทุกคนอย่างรวดเร็ว
แม้จะใที่นางนำอาหารออกมาจากอากาศต่อหน้าเช่นนี้ แต่ทุกคนก็ไม่มีใครเอ่ยพูดอะไรออกไปในตอนนี้ ด้วยความกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นจึงรีบพากันกินอย่างเอร็ดอร่อย ซาลาเปาสามสิบลูกที่นางซื้อมาตอนนี้เหลือเพียงสิบสองลูกเท่านั้น!
'แม่เ้า!! ข้าดูถูกพลังการกินของคนในครอบครัวเกินไปแล้ว ซาลาเปาลูกใหญ่กว่ากำปั้นท่านพ่อถึงสองเท่าเลยนะ พวกท่านกินโหดมากเ้าค่ะ'
เมื่อกินซาลาเปาที่แสนอร่อยจนอิ่มหนำกันแล้ว สายตาของทุกคนก็พากันก้มมองจานผัดผักกับแผ่นแป้งแข็งๆตรงหน้าแล้วถึงกับทำหน้าเหม็นเบื่อกันเลยเชียว นี่คืออาหารที่พวกเขากินมาหลายปี และวันนี้เป็วันแรกที่พวกเขารู้สึกอยากจะโยนอาหารตรงหน้าทิ้งไปเสีย!!
หลิวเจียนเจี๋ยรับหน้าที่เอาแผ่นแป้งทั้งหมดไปซ่อนเอาไว้ก่อน ส่วนผัดผักที่จืดชืดนั้นเขาเอาไปเททิ้งที่ป่าหญ้าหลังเรือนอย่างไม่ใยดี เมื่อกลับเข้ามาในเรือนก็เห็นท่านพ่อกับพี่ชายกำลังเตรียมตัวจะไปอาบน้ำเตรียมตัวพักผ่อนกันแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบเข้าไปหยิบชุดของตัวเองแล้วเดินตามหลังทั้งสองคนไปเช่นกัน
นางสวีซื่อและบุตรสาวทั้งสองคนก็พากันไปอาบที่ห้องน้ำหลังเรือนซึ่งเป็หลิวห่าวอู๋เป็คนสร้างเอาไว้ให้ภรรยาและลูกสาวได้ใช้งาน
นางจินซื่อที่รับหน้าที่มาคอยจับตามองบ้านสามก็ทำหน้าที่ได้เป็อย่างดี เมื่อเห็นว่าหลิวห่าวอู๋และบุตรชายทั้งสองกลับมาจากอาบน้ำที่ลำธารแล้วนางก็รีบวิ่งแจ้นไปรายงานแม่สามีทันที
บ้านสามที่กำลังนั่งร่วมวงพูดคุยกันก่อนนอนต้องพากันมารวมตัวที่บ้านใหญ่ด้วยความงุนงง นางหวังซื่อเห็นว่าทุกคนมากันพร้อมแล้วก็แสร้งเป็มารดาที่ดีรักใคร่บุตรหลานอย่างเต็มที นางมองไปที่หลิวห่าวอู๋ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีเมตตาอย่างสุดซึ้ง
"เ้าสาม ปีนี้ลี่เออร์บ้านสามก็อายุสิบสี่ปีแล้ว สมควรพูดคุยเื่แต่งงานได้แล้วใช่หรือไม่? พอดีเลย…วันนี้แม่ได้ข่าวมาว่ามีเศรษฐีในเมืองกำลังหาเ้าสาวแต่งเข้าจวนอยู่ ไม่สู้ให้ลี่เออร์แต่งออกไปอยู่จวนเศรษฐีเป็อย่างไร?" นางหวังซื่อพูดจบก็หันไปมองหลิวลี่ปี้พร้อมกับยิ้มให้นางอย่างจอมปลอมที่สุด
ได้ยินคำพูดของนางหวังซื่อ หลิวห่าวอู๋กับนางสวีซื่อถึงกับใ ลี่เออร์ของพวกเขายังเด็กนัก ทั้งสองคนยังไม่้าให้บุตรสาวได้แต่งออกไปเร็วเพียงนี้!
"ท่านแม่ ลี่เออร์ของข้ายังไม่ปักปิ่นเลยนะขอรับ เื่แต่งหรือหมั้นหมายก็รอไปก่อนสักสองสามปีเถิดขอรับ อีกอย่างลู่หลิ่งที่เป็พี่ใหญ่ของนางยังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ จะให้น้องสาวแต่งก่อนพี่ชายได้อย่างไร?" หลิวห่าวอู๋ไม่ยินยอมในเื่นี้อย่างแน่นอน ที่สำคัญเขาไม่มีใจจะยินยอมมารดาผู้ลำเอียงอีกแล้ว!
"เหลวไหล!!! นางอายุสิบสี่สมควรจะแต่งออกไปได้แล้ว ข้าจะให้นางแต่งออกไปเ้ากล้าขัดคำพูดของข้าหรือ?" นางหวังซื่อะโใส่บ้านสามอย่างโมโหทันที นางที่กำลังคิดถึงเงินยี่สิบตำลึงอยู่ทั้งวันจะยินยอมให้พวกเขาปฏิเสธได้หรือ? ไม่มีทาง!!
"เ้าสาม เ้าก็เชื่อฟังท่านแม่เถิด ที่ท่านแม่ทำเพราะหวังดีกับลี่เออร์ทั้งนั้น เ้าคิดดูสิ หากลี่เออร์แต่งเข้าจวนเศรษฐีแล้วชีวิตต่อจากนี้ของนางจะไม่ต้องลำบากแล้ว ต่อไปนางก็จะมีชีวิตที่สุขสบายนะ" นางหวงซื่อจีบปากจีบคอพูดอย่างหวังดีเสียเต็มประดา
"พี่สะใภ้ หากว่าดีเช่นนั้นเหตุใดท่านไม่ให้เยี่ยนฟางของบ้านใหญ่แต่งไปเสียเลยเล่า? ปีนี้อายุของเยี่ยนฟางบ้านใหญ่ก็เข้าสิบหกปีแล้ว เหมาะสมที่จะออกเรือนมากกว่าลี่เออร์ของข้าเสียอีก" นางสวีซื่อพูดขึ้นอย่างไม่ยินยอมเช่นกัน ตราบใดที่เป็เื่ของลูกๆของนางแล้ว ต่อให้ต้องแตกหักนางก็จะไม่ยอมให้ลูกของนางต้องแต่งให้กับคนที่พวกเขาไม่พึงใจแน่นอน
"ข้าไม่แต่ง!! ข้าต้องแต่งให้กับขุนนางเท่านั้น เหตุใดข้าจะต้องแต่งให้กับพ่อหม้ายอายุมากผู้นั้นด้วย คนไร้ประโยชน์อย่างนังลี่ปี้นั่นสมควรแต่งออกไปมากที่สุดแล้ว!" หลิวเยี่ยนฟางที่ได้ยินคำพูดของอาสะใภ้ก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจทันที สายตาก็ถลึงมองนางสวีซื่ออย่างเอาเื่เช่นกัน
"อะไรนะ! พ่อหม้ายอายุมากอย่างนั้นหรือ? ท่านแม่…ท่านหมายความว่าจะให้ลี่เออร์แต่งให้กับพ่อหม้ายอายุมากอย่างนั้นหรือ?" หลิวห่าวอู๋พูดขึ้นด้วยความใอีกครั้ง ในใจของเขาตอนนี้เย็นเยียบขึ้นมาทันที เขาไม่คิดว่ามารดาของเขาจะรังแกครอบครัวเขาถึงเพียงนี้จริงๆ
ไม่ใช่แค่หลิวห่าวอู๋หรอกที่ใ นางสวีซื่อและลูกๆทุกคนก็ตกตะลึงเช่นกัน หลิวเหมยลี่ยิ้มเยาะท่านย่าไร้ค่าผู้นี้ของนางอยู่ในใจ 'เฮ๊อะ!! ท่านย่าผู้นี้ของข้าช่างเปิดหูเปิดตาให้ข้ามากจริงๆ ดูท่าข้าคงจะปล่อยให้ท่านย่ากับบุตรหลานของนางอยู่ว่างกันเกินไปสินะ! มาดูกันว่าหลังจากนี้ข้าจะทำอย่างไรกับพวกเ้ากัน?'
"จะพูดให้มากความไปทำไม่กัน!! ข้าบอกให้นางแต่งนางก็ต้องแต่ง ข้าเรียกพวกเ้ามาบอกเท่านั้นไม่ได้อยากจะฟังความเห็นของพวกเ้า" นางหวังซื่อพูดขึ้นเสียงดังด้วยความไม่พอใจ แต่ไหนแต่ไรมาบุตรชายคนนี้ของนางก้มหน้าทำตามคำสั่งมาตลอด เหตุใดวันนี้ถึงได้คิดมาขัดคำสั่งของนางกัน!
"เ้าสาม เ้าก็เชื่อฟังท่านแม่เถอะ ท่านแม่หวังดีกับลี่เออร์ของเ้าจริงๆ" หลิวซีห่าวก็พยายามเกลี้ยกล่อมน้องชายเช่นกัน เื่นี้ภรรยาของเขาได้มาเล่าให้ฟังแล้ว สินสอดตั้งยี่สิบตำลึงเงินไม่ใช่น้อยๆเลยนะ อย่างไรก็ต้องส่งนังเด็กลี่ปี้ผู้นี้แต่งออกไปให้ได้
"พี่ใหญ่ หากท่านคิดว่าการแต่งงานนี้เป็เื่ที่ดีก็ให้เยี่ยนฟางของพวกท่านแต่งไปเถิด ลี่เออร์บ้านข้าคงไม่อาจรับวาสนานี้ได้จริงๆ ท่านแม่…ความหวังดีครั้งนี้ข้ารับไว้ไม่ไหวจริงๆ" หลิวห่าวอู๋พูดจบก็หันไปพูดกับสวีซื่อและลูกๆของเขา "พวกเรากลับกันเถอะ"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! เ้าคิดจะอกตัญญูอย่างนั้นหรือ? หากเ้ากล้าก้าวขาออกจากบ้านข้าไปก็ไสหัวออกไปจากรั้วบ้านข้าให้หมด ข้าจะตัดขาดจากเ้าซะ!!" นางหวังซื่อโมโหจนตัวสั่นเทา นางเขวี้ยงแก้วน้ำใส่แผ่นหลังของหลิวห่าวอู๋อย่างจังพร้อมทั้งะโขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
"หากนี่เป็ความ้าของท่านแม่ เช่นนั้นนับจากนี้ก็คิดเสียว่าท่านไม่เคยมีลูกคนนี้เถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปตามผู้นำหมู่บ้านมาทำสัญญาแยกบ้านก็แล้วกัน" หลิวห่าวอู๋หันกลับมาพูดอย่างเ็า หัวใจของเขาตอนนี้เ็ปมากเกินไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่คาดหวังกับมารดาที่เห็นแก่ตัวผู้นี้อีกแล้ว
"อะไรนะ!!" นางหวังซื่อถึงกับอึ้งตะลึงเพราะไม่คิดว่าบุตรชายผู้นี้จะถึงขั้นยอมตัดขากจากนางเช่นนี้จริงๆ
"ไม่ได้!! ข้ายังไม่ตายเ้าจะแยกบ้านได้อย่างไร? เ้าฝันไปเถิด"