ยอมเป็นทาสหรือตาย
เมื่อเห็นว่าพวกฟางเฉินหลบหนีไปอย่างไม่คิดชีวิตพวกหยูฮ่าวก็ไม่ได้โง่ หยูฮ่าวหันไปด้านหลังและสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวกำลังพุ่งตรงมาพวกตนด้วยความเร็วสูง“บัดซบรีบพาข้าหนีไปเดี๋ยวนี้” หยูฮ่าวคำรามคนรับใช้ทั้งสามคนที่ติดตามหยูฮ่าวอยู่ก็ระเบิดพลังสูงสุดออกมาแลพอุ้มหยูฮ่าวหนีออกไปเช่นกัน“เหอ เหอ คิดจะหนีงั้นเหรอ อย่าได้ฝัน” ชายหน้ากากกระเรียนนำขลุยที่ทำจากกระดูกออกมาและเป่ามันทันที“โฮก!!!!!!!!!!!!” ในตอนนั้นเองอสูรในป่าก็คำรามออกมาพร้อมกันและเข้าปิดเส้นทางของหยูฮ่าวทันที“อย่ามาขวางข้า!!!!!!!!” หยูฮ่าวนำยันต์แผ่นหนึ่งออกมาและปาออกไปใส่ฝูงของอสูรที่เข้ามาขวางทาง“ระเบิดไปซะ!!!!!!!!!” หยูฮ่าวคำราม“ตูม!!!!!!!!” ยันต์ระเบิดออกมาทันทีแรงระเบิดของยัตน์แผ่นนั้นทำให้พวกอสูรตกตายไปจนหมด พวกหยูฮ่าวไม่สนใจผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกแม้แต่เสวี่ยหนิงก็ตาม“ไอ้อ้วนบัดซบนั่น” เสวี่ยหนิงนำเม็ดยาเข้าปากก่อนจะเริดพลังหลบหนีเช่นกัน ด้วยพลังของนางที่เหลือน้อยแต่เมื่อกินเม็ดยาเข้าไปพลังของนางก็ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน“ไม่ต้องตามพวกมันไปจัดการพวกที่เหลือก็พอ” ชายหน้ากากกระทิงกล่าว“ฆ่า!!!!!!!” ลัทธิเทพอสูรทั้ง 5 คนลังมือสังหารโหดทันที ผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ล้วนเป็นอัจฉริยะจากนิกายต่าง ๆที่ได้เข้ามาในเส้นทางวิญญาณเพื่อฝึกฝน แต่ในตอนนี้พวกเขากลับถูกกลุ่มของลัทธิเทพอสูรสังหารไปจนหมดเห็นได้ชัดว่าเรื่องในครั้งนี้พวกนิกายเหล่านี้จะต้องได้รับความเสียหายอย่างหนักแน่นอนหลังจากฟางเฉินหนีออกมาได้ห่างพอควรแล้วฟางเฉินก็ใช้ทักษะเนตรสวรรค์มองไปที่เสวี่ยหนิงที่กำลังหลบหนีไปอีกทางหนึ่งทันที“พวกเราไปทางนั้นกันเถอะ” ฟางเฉินกล่าว“หืม เจ้าคิดจะทำอะไร” เย่เซียนกล่าว“ข้ายังมีบัญชีที่ต้องคิดกับผู้หญิงคนนั้น” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา“แต่ทำไมเราต้องหนีด้วยละถ้าพวกเรารวมพลังกันกับคนเหล่านั้นไม่ใช่ว่าเราอาจจะชนะก็ได้มิใช่หรือ” ถังเจี่ยกล่าว“ไม่ ไม่มีทางชนะเลย ขนาดพวกมันแค่คนเดียวพวกเรายังต้องร่วมมือกันถึง 4 คน แต่นั่นมพวกมันมาถึง 5 คนและยังมีถึง 2 คนที่แข็งแกร่วกว่าเจ้าใช้โลงศพนั่นอีก” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง“ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ” ถังเจี่ยกล่าว“ถ้าพลังของพวกเราเทียบเท่ากับพวกมันก็อาจจะชนะ แต่ว่าพวกมันทั้งหมดอยู่ครึ่งเซียนระดับสูง และเป็นไปได้ยากมากที่พวกมันจะทะลวงระดับต่อเนื่องในเวลาอันสั้นแบบนี้ถ้าพวกมันไม่เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า” ฟางเฉินกล่าว“แบบนี้นี่เอง แสดงว่าพวกมันวางแผนมานานแล้วและเตรียมพร้อมคนที่จะถูกส่งเข้ามาและก่อนที่จะเข้ามาในเส้นทางวิญญาณพวกมันก็เตรียมทรัพยากรเอาไว้พร้อมแล้วอย่างแน่นอน และเมื่อเข้ามาในเส้นทางวิญญาณได้แล้วพวกมันก็เลือกที่จะบ่มเพาะทะลวงระดับก่อนเป็นอันดับแรกนั่นทำให้ระดับพลังของพวกมันนำหน้าพวกเราก้าวนึง” อู่เย่หลานกล่าว“อย่างที่พี่สาวเย่หลานกล่าวพวกมันวางแผนเอาไว้อย่างดีและครามนี้พวกเราก็ติดดับพวกมันเข้าเต็มเปาเลย” ฟางเฉินกล่าว“นั่นสินะ ข้าเองก็ไม่คิดว่าพวกมันจะส่งกลุ่มที่แข็งแกร่งขนาดนี้และยิ่งไม่ต้องพูดถึงกลุ่มระดับครึ่งเซียนเลย” ถังเจี่ยกล่าว“ข้าเองก็เริ่มรู้สึกห่วงพวกศิษย์พี่แล้วสิ” เย่เซียนกล่าวด้วยความกังวลเพราะในเส้นทางวิญญาณครั้งนี้มีศิษย์ของราชาเซียนเฉิงอู่เข้ามาหลายคน ซึ่งนอกจากอู่เย่หลานและเย่เซียนแล้วยังมีระดับครึ่งเซียนที่เข้ามาอีก 2 คนด้วยกันอีกด้านเสวี่ยหนิงที่ทิ้งคนของตัวเองมาก็เริ่มหอบหายใจอย่างหนักเพราเม็ดยานั้นหมดฤทธิ์แล้ว เสวี่ยหนิงนั่งหอบหายใจด้วยสีหน้าซีดขาว“ไอ้คนแซ่ฟางคอยดูเถอะเมื่อข้ากลับไปได้เมื่อไหร่ข้าจะพาผู้อาวุโสไปล้างบางพวกเจ้า” เสวี่ยหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง“เจ้าไม่มีโอกาสกลับไปหรอก” แต่ในตอนนั้นเสียงเย็นชาก็ปรากฏและร่างของฟางเฉินค่อยๆเดินเข้ามา“อะไรกัน เจ้ามาได้ยังไง” เสวี่ยหนิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ข้ามาได้ยังไงคนตายอย่างเจ้าจะรู้ไปทำไม” ฟางเฉินกล่าว“เดี๋ยวก่อน!!!! เจ้าไม่รู้งั้นหรือว่าข้าคือใคร ข้าคือหลานของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ยถ้าเกิดข้าเป็นอะไรไปละก็พวกเจ้าทั้งตระกูลจะถูกสังหาร” เสวี่ยหนิงกล่าวข่มขู่“โอ้นี่เจ้ากำลังข่มขู่ข้า แต่น่าเสียดายที่ข้าในตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลฟางอีกแล้วต่อให้เจ้าจะทำอะไรตระกูลฟางมันก็เรื่องของพวกเจ้า” ฟางเฉินกล่าว“ไม่จริง ถ้างั้น ข้าละตัวข้าละ ข้ายอมตกเป็นผู้หญิงของเจ้าเป็นยังไง ด้วยอำนาจของข้าเจ้าสามารถช่วยเหลือน้องสาวและมารดาของเจ้าได้อย่างแน่นอน” เสวี่ยหนิงกล่าว“ฮึ ยอดเยี่ยม ถ้างั้นถ้าเจ้ายอมกลายเป็นทาสของข้าละก็ข้าจะยอมไว้ชีวิตของเจ้าก็ได้” ฟางเฉินกล่าว“เด็กคนนี้โหดเหี้ยมกว่าที่คิดอีกนะ” ถังเจี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มชอบใจเพราะในเส้นทางของผู้บ่มเพาะการใจอ่อนถือเป็นสิ่งที่โง่เขลาที่สุดโดยเฉพาะการใจอ่อนกับศัตรูที่หมายจะเอาชีวิตตัวเองยิ่งแล้วใหญ่“เจ้า ข้าสามารถเป็นผู้หญิงของเจ้าได้ทำไมเจ้าถึงหข้าไปเป็นทาส” เสวี่ยหนิงกล่าวด้วยความหวาดกลัว“พอดีว่าข้ามีคนรักแล้ว และอีกอย่างเหอะด้วยหน้าตาของเจ้ายังไม่อาจเทียบผู้หญิงของข้าได้” ฟางเฉินกล่าว“เจ็บจี๊ดเลยคำนี้” ถังเจี่ยชูนิ้วให้ฟางเฉินทันที“นี่เจ้า!!!!!!” เสวี่ยหนิงกล่าวด้วยความโกรธ ในตระกูลเสวี่ยนางเองก็มีสถานะที่สูงส่งและหน้าตาของนางก็ยังจัดอยู่ในบรรดาหญิงงาม และไม่ต้องพูดถึงว่านางนั้นมีความงามที่เทียบได้กับเย่เซียนเลยทีเดียวแต่น่าเสียดายที่ฟางเฉินในตอนนี้ไม่ได้สนใจร่างกายหรือความงามของเสวี่ยหนิงเลยสิ่งที่เขาต้องการคือความแค้น“เจ้าไม่รู้งั้นเหรอว่าร่างกายของตระกูลเสวี่ยเรานั้นไม่ธรรมดา ปกติพวกเรานั้นจะถือครองพรหมจรรย์เอาไว้ตลอดและไม่มีทางที่จะที่จะให้ชายใดแตะต้อง แต่ว่าสำหรับชายใดที่ได้หญิงสาวของตระกูลเสวี่ยไปบ่มเพาะคู่ละก็พลังของชายคนนั้นจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว” เสวี่ยหนิงพยายามหว่านล้อมฟางเฉินเพราะการแกล้งเป็นคนรักของฟางเฉินนั้นทำได้ไม่ยากและขอแค่นางกลับออกไปได้นางก็สามารถแก้แค้นได้แต่ถ้าหากกลายเป็นทาสละก็นางจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดร้ายต่อฟางเฉิน“พูดมากน่ารำคาญสรุปจะยอมเป็นทาสหรือตาย” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา“อูย!!! น้องชายเจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ” ถังเจี่ยอดไม่ได้ที่จะนับถือฟางเฉินถ้าหากเปลี่ยนตัวเองกับฟางเฉินละก็ถังเจี่ยอาจจะยอมรับข้อเสนอของเสวี่ยหนิงไปแล้วก็ได้แต่ฟางเฉินกลับไม่สนใจใยดีเสวี่ยหนิงเลย