Legendary Combination การผสมผสานของตำนาน

    ตอนที่ 36 สัตว์ร้ายอีกตัว

            ตอนที่36 สัตว์ร้ายอีกตัว

             

             

            [ท่านได้เป็น‘ผู้ร่วมก่อตั้งกิล Admiration’ เรียบร้อยแล้ว]

             

            เมื่อกลุ่มของทีชได้ยินเสียงจากระบบทุกคนทราบทันทีว่าการตั้งกิลเสร็จสิ้นแล้วทันใดนั้นเองทุกคนพร้อมใจกันเปิดหน้าต่างกิลขึ้นเพื่อดูรายละเอียด ไม่เว้นแม้แต่ทีช

             

            แต่ในขณะที่ทีชกำลังดูรายละเอียดในระบบอยู่นั้นกุยแก เดินเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่า “นายท่านกระผมอยากให้นายท่านซื้อที่ดิน”

             

            “ห๊ะ...ซื้อที่ดินตอนนี้?” ทีชถามอย่างไม่เข้าใจ

             

            “ใช่ขอรับ”

             

            “ไว้ก่อนได้หรือไม่ข้าว่าจะพาเจ้ากับคนอื่นไปฉลองกันสักหน่อย” ทีช ปฏิเสธ

             

            “การฉลองไว้ค่อยทำก็ได้ขอรับนายท่านแต่ตอนนี้ข้าต้องการให้นายท่านซื้อที่ดินเดี๋ยวนี้ขอรับ” กุยแกพูดพร้อมกับแววตาแน่วแน่

             

            “เอ่อ...โอเคๆตามใจเจ้าละกัน” ทีช เดินนำกุยแกไปหาพนักงาน

             

            เมื่อกุยแกกับทีชเดินไปหาพนักงานที่ดูแลเรื่องงานที่ดินคนอื่นต่างมองกันอย่างแปลกใจว่าทั้งสองไปหาพนักงานที่ดินทำไม

             

            “สวัสดีครับไม่ทราบว่าต้องการติดต่อเรื่องอะไรหรือครับ” พนักงานเอ่ยถาม

             

            ทีชมองไปที่พนักงานที่หน้าตาคล้ายกับคนจีนอาจจะเป็นเพราะเมืองอู๋โจวอยู่ฝั่งทวีปตะวันออกบางทีบริษัทเกมคงพยายามหาพนักงานที่เป็นคนเอเชียมาประจำการ

             

            พนักงานทุกคนในศูนย์เซอร์วิสเซนเตอร์มักจะแต่งกายให้เข้ากับบรรยกาศในเมืองที่ตัวเองอยู่เสมอซึ่งเมืองอู๋โจวแห่งนี้อยู่ทวีปตะวันออกเป็นเมืองจีนโบราณพนักงานทุกคนจึงต้องสวมชุดข้าราชการของจีนในยุคโบราณแต่ทว่าเมื่อทีชมองไปที่ลายปักบนชุดกลับไม่ได้พบลายปักที่ปกติข้าราชการในสมัยจีนโบราณนั้นจะมีลายปักบนชุดเสมอโดยที่ลายปักนั้นจะบ่งบอกว่าข้าราชการคนนั้นอยู่ในลำดับขั้นที่เท่าไหร่โดยเรียงจากขั้นที่ 9 จนถึงขั้นที่ 1 แต่พนักงานที่อยู่ในอาคารแห่งนี้นั้นสวมชุดแบบเดียวกับสมัยโบราณก็จริงแต่บนชุดที่สวมกลับปักลายเป็นตัวอักษรที่เขียนว่า ‘Legendary Combination’ หรือก็คือชื่อเกมนั่นเอง แถมตรงหน้าอกยังปักชื่อของตัวเองเอาไว้ด้วยซึ่งพนักงานตรงหน้าทีชนั้นปักคำว่า‘เฉิน’

             

            ‘น่าจะเป็นชื่อปลอมเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นทราบตัวตนจริงบางทีหน้าตาของพนักงานน่าจะปรับเปลี่ยนได้มากกว่าผู้เล่น’

             

            ทีชที่พิจารณาพนักงานอยู่ในใจแต่ปากกลับตอบไปว่า

             

            “สวัสดีครับคุณเฉินพอดีผมต้องการซื้อที่ดินครับ”

             

            “ยินดีให้บริการครับท่านต้องการซื้อที่ดินในนามของกิลหรือที่ดินส่วนตัวครับ”

             

            “ในนามของกิล” กุยแกกระซิบ

             

            “ในนามของกิลครับ” ทีชตอบตามที่กุยแกแนะนำ

             

            ความจริงแม้จะดูเหมือนทีชตอบอย่างสบายใจแต่ในใจของทีชนั้นกำลังนึกสงสัยอย่างหนักว่าเหตุใดกุยแกถึงอยากซื้อที่ดินและต้องการซื้อในนามของกิลอีกด้วย

             

            ทีชที่รู้สึกมานานแล้วว่ากุยแกนั้นกำลังวางแผนอะไรบางอย่างเพราะกุยแกมักชอบหายตัวไปเสมอโดยที่บอกว่ามีธุระที่ต้องจัดการซึ่งทีชเองก็ไม่เคยเอ่ยถามเพราะในเวลานี้ทีชเชื่อใจกุยแกมากที่สุด

             

            กลุ่มของทีชที่เดินตามมาเมื่อได้ยินว่ากุยแกต้องการซื้อที่ดินก็เกิดสนใจขึ้นมาโดยเฉพาะดาร์คที่สงสัยในตัวกุยแกมานานแล้วเวลานี้เขาคิดจนคิ้วเริ่มขมวดทำให้ใบหน้าที่ปกติดูนิ่งเฉยกลับดูเคร่งขรึมมากขึ้นแต่ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น อลาโน่ที่เห็นดาร์คยืนนิ่งพร้อมกับทำหน้าเคร่งเครียดก็เอ่ยขึ้น

             

            “ดาร์คถ้าเจ้าปวดขี้...ห้องน้ำอยู่ทางนั้นไงทำไมไม่ไป...อู้...อื้อ...อื้อ..!”

             

            ดาร์คที่เห็นเพื่อนของตนเริ่มพูดมากยื่นมือมาปิดปากพร้อมกับส่งสายตาให้หยุดพูด

             

            คนอื่นตกใจที่จู่ๆดาร์คกับอลาโน่ก็ทำเหมือนกำลังมีลับลมคมใน สมิทที่ปากอ้าปากกำลังจะถามแต่กลับเมื่อเห็นดาร์คส่ายหน้าให้ก่อนก็เข้าใจว่าไม่มีอะไรเลยหันกลับไปสนใจทีชกับกุยแกต่อว่าคนทั้งสองกำลังจะซื้อที่ดินไปทำอะไรกันแน่

             

            “ซื้อในนามกิล...พวกคุณคงต้องการสร้างบ้านกิลใช่มั้ยครับต้องการดูโปรชัวร์ที่ดินที่กำลังลดราคามั้ยครับไม่ทราบว่าสนใจเมืองไหนเป็นพิเศษมั้ยครับ….” พนักงานเริ่มกลายร่างเป็นที่ปรึกษาการขายมืออาชีพพูดไม่ยอมหยุดเพื่อเสนอขายที่ดินให้กับทีช จนทีชหมดความอดทนจึงส่งสัญญาณให้กุยแกมาคุยแทน เพราะยังไงซะนี่ก็เป็นความคิดของกุยแกตั้งแต่ต้น

             

            “นายท่านของข้าไม่ต้องการซื้อที่ดินในเมืองแต่ต้องการซื้อที่ดินที่อยู่ระหว่างหมู่บ้านหยู่เปิง และหมู่บ้านฮูซา”

             

            เมื่อทุกคนรวมทั้งพนักงานได้ยินที่กุยแกพูดก็ตกตะลึงเพราะคำว่าหมู่บ้านนั้นบ่งบอกว่า ทรัพยกร จำนวนประชากร และสัตว์อสูรในอาณาเขตมีน้อยมาก ยังไม่ถึงครึ่งของเมืองขนาดเล็กด้วยซ้ำการจะซื้อที่ดินเพื่อทำบ้านกิล หรือซื้อเพื่อเปิดกิจการของกิลส่วนมากผู้เล่นมักจะเลือกทำเลดีๆใกล้เมืองใหญ่ หรือไม่ก็อยู่ในเมืองเพราะถ้าที่ดินอยู่ในเมืองหมายความว่าความปลอดภัยจะสูงกว่าอย่างน้อยก็ไม่มีสัตว์อสูรบุกเพราะมีกำแพงเมืองและทหารป้องกันเมืองคอยปกป้องและถ้าฟังไม่ผิดกุยแกบอกว่า ‘ระหว่าง’ นั่นหมายความว่าไม่ได้ต้องการซื้อที่ดินในหมู่บ้านอีกต่างหาก

             

            ในเวลานี้ทุกคนไม่มีใครเข้าใจความคิดของกุยแกเลยโดยเฉพาะพนักงานที่มักพบเจอคนมาขอซื้อที่ดินอยู่บ่อยๆแต่ไม่เคยเจอใครมาขอซื้อที่ดินที่รกร้างและห่างไกลความเจริญถึงขนาดนี้แถมยังติดกับหมู่บ้านเริ่มต้นอีก

             

            *เผื่อใครลืมหมู่บ้านหยู่เปิงคือหมู่บ้านที่ทีชเริ่มเกมในตอนแรก ส่วนหมู่บ้านฮูซาคือ หมู่บ้านที่ NPC ช่างตีเหล็กเจียงเฉียงอาศัยอยู่*

             

            แต่ทว่ามีอยู่คนหนึ่งที่กำลังหลับตาคิดคนผู้นี้มิได้มีอาการตกใจเหมือนกับคนอื่น ‘โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ’ขุนพลที่เปรียบเสมือนเป็นที่ปรึกษาและเพื่อนที่รู้ใจของโอดะโนบุนากะเป็นขุนพลที่เก่งทางด้านวางแผนมากกว่าต่อสู้

             

            ฮิเดโยชิยืนทำหน้าครุ่นคิดพลางเอามือลูบหนวดที่คาง ปากพึมพำชื่อหมู่บ้านทั้งสองวนไปมาทันใดนั้นเองมือที่ลูบหนวดพลันหยุดชะงักสายตาเบิกกว้างเล็กน้อย เขาหันไปมองไปกุยแกที่กำลังคุยกับพนักงานเฉินพร้อมกับแอบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจนยากที่ใครจะสังเกตเห็น

             

            ‘ถึงตัวท่านจะบอกว่าตัวเองมิอาจเปรียบกับมังกรและจิ้งจอกแต่ข้ากลับมิคิดว่าท่านจะด้อยกว่าสองคนนั้นแม้เพียงสักนิดบางทีท่านหญิงอาจตัดสินใจถูก เพราะคนเหล่านี้หาธรรมดาไม่’ ฮิเดโยชิ คิดพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

             

            แต่ทว่าทุกการกระทำและท่าทางของฮิเดโยชิล้วนอยู่ในสายตาของอิจิโนเสะเธอนั้นไม่เคยคิดจะคาดเดาความคิดของกุยแกเลย เพราะเธอรู้ว่าคิดไปก็เสียเวลาเปล่าเธอเป็นคนที่อยู่กับ NPC ประวัติศาสตร์ที่เชี่ยวชาญการทำสงครามมากที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่เริ่มเกมจนเวลาผ่านมาแล้วถึง12 ปีเธอย่อมรู้ดีว่าการไปคาดเดาความคิดของบุคคลเหล่านี้นั้นยากเพียงใด

             

            แต่สิ่งที่อิจิโนเสะสนใจคือขุนพลของเธอนั้นจะตามความคิดของกุยแกได้ทันหรือเปล่ามากกว่าเธอนั้นอยากรู้อยากยิ่งว่ากุนซือที่ปรึกษาของ ‘โจโฉ’ผู้รวบรวมแผ่นดินตอนเหนือของประเทศจีน กับที่ปรึกษาของ ‘โอดะโนบุนากะ’ 1 ในผู้ที่รวบรวมญี่ปุ่นในยุคเซ็งโงกุ ระหว่างทั้ง 2 จะรู้เท่าทันกันมากน้อยแค่ไหนเธอในฐานะคนญี่ปุ่นย่อมเข้าข้างฮิเดโยชิแน่นอนแต่ทว่าเธอที่ศึกษาเรื่องของสามก๊กมาบ้างก็ชื่นชมกุนซือที่โด่งดังหลายคนเช่นกัน

             

            “เอ่อ...พวกคุณต้องการซื้อที่ดินแถวบริเวณหมู่บ้านหยู่เปิงและหมู่บ้านฮูซางั้นเหรอครับ”พนักงานมองไปที่ทีชคล้ายกับต้องการยืนยันกับทีชให้แน่ใจ

             

            “ช...ใช่” ทีช ตอบ

             

            “โอเคครับแล้วคุณต้องการพื้นที่แบบไหน ต้องการติดแม่น้ำ หรือภูเขา หรือติดกับหมู่บ้านเลยเพราะถ้าเป็นพื้นที่ระหว่างหมู่บ้านสองหมู่บ้านนี้พวกคุณสามารถเลือกซื้อได้ทุกจุดครับเพราะพื้นที่แถบนี้ค่อนข้างไกลจากเมืองหลวงมากเอ่อเรียกได้ว่าติดขอบแผนที่เลยจะดีกว่าแถมยังทุรกันดารด้วยเนื่องจากเป็นพื้นที่ของเมืองเริ่มต้นทำให้ทรัพยากรมีน้อยมากถ้าเทียบกับพื้นที่อื่นๆ” พนักงานเฉินมองแผนที่โฮโลแกรมตรงหน้า พลางอธิบายเขาคิดในใจว่าค่าคอมมิชชั่นคงน้อยแน่แล้วเพราะพื้นที่แถวนี้มีแต่พื้นที่ราคาถูก

             

            “ข้าต้องการซื้อทั้งหมดไล่ตั้งแต่ประตูทิศตะวันตกของหมู่บ้านหยู่เปิงไปจนถึงทางประตูทิศตะวันออกของหมู่บ้านฮูซา” กุยแก ตอบในสิ่งที่ทุกคนต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง

             

            “ทั้งหมด!”คราวนี้พนักงานเฉินไม่อาจทนนั่งเฉยได้อีก เขาที่คิดถึงค่าคอมมิชชั่นเมื่อสักครู่ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

             

            “ใช่!ข้าต้องการทั้งหมดตามที่บอก โปรดคิดราคาที่ดิน” กุยแกเน้นอีกครั้ง

             

            “ด...ได้...ร...รอสักครู่”พนักงานเฉิน รีบเอามือจิ้มๆ ไปในภายโฮโลแกรม

             

            เมื่อผ่านไปราว 10 นาที

             

            “ที่ดินตามที่ท่านต้องการมีอาณาเขตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 110 ตร.กม.โดยทางเราคิดราคาของที่ดินที่ท่านต้องการ ตร.กม.ละ 250 เหรียญทองรวมเป็น 27,500 เหรียญทอง!” พนักงานเฉินพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

             

            “หืม...ราคาทำไมถึงถูกนักถ้าเทียบกับที่ดินในโลกภายนอก”แม่ค้าอย่างปรางจี คำนวณอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

             

            “อ๋อ...จริงๆแล้วมีผู้เล่นที่เข้าใจผิดเหมือนกับคุณผู้หญิงท่านนี้หลายคนเลยละครับก่อนอื่นคงต้องเริ่มจากการอธิบายเกี่ยวกับระบบพื้นที่ในเกม LC ก่อน........” พนักงานเฉิน เริ่มอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด

             

            ระบบพื้นที่ภายในเกมนั้นจะแบ่งดังนี้

            -พื้นที่ของหมู่บ้าน(หมู่บ้านสามารถก่อตั้งได้ง่ายขอแค่ผู้เล่นบุกยึดที่ดินหรือซื้อที่ดินจากระบบ แล้วทำการก่อสร้างบ้านให้ชาวบ้านที่อพยพเข้ามาอยู่เพียงเท่านี้ระบบก็จะจัดให้เป็นพื้นที่ของหมู่บ้านทันที)

             

            -พื้นที่ของเมือง(เมืองจะแบ่งเป็นเมืองขนาดเล็ก,ขนาดกลาง,ขนาดใหญ่ เมืองสามารถขยายหรืออัพเกรดโดยคิดจากค่าเฉลี่ยของกองกำลังทหาร,ระบบเศรษฐกิจ,จำนวนประชากรและความปลอดภัย)

             

            -พื้นที่ของอาณาจักร(รวบรวมเมืองในครอบครองได้ 3 เมืองขึ้นไปจะสามารถขอยื่นเรื่องเพื่อก่อตั้งเป็นอาณาจักรได้ เพียงแต่ 1 ในนั้นต้องมีเมืองขนาดใหญ่เป็นอย่างน้อย 1 เมืองในครอบครอง)

             

            -พื้นที่ของจักรวรรดิ(ต้องมีอาณาจักร 3 อาณาจักรขึ้นไปในครอบครองแต่ผู้เล่นหรือกิลไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทั้งหมดอาจจะเป็นพันธมิตรที่รวมตัวกันก็ได้แต่คนที่ยื่นเรื่องก่อตั้งจักรวรรดิจะต้องมีเมืองที่อัพเกรดเป็นเมืองหลวงแล้วเท่านั้น)

             

            ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีจำนวนประชากรเดินทางเข้ามาขออาศัยในหมู่บ้านหรือเมืองตลอดแต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านหรือเมืองนั้นอีกที

             

            ส่วนเมืองหลวงนั้นจะต้องสถาปณาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ก่อนถึงจะยื่นเรื่องขอเปลี่ยนจากเมืองขนาดใหญ่เป็นเมืองหลวงได้ซึ่งในปัจจุบันเมืองหลวงทั้งหมดเป็นเมืองที่ระบบตั้งขึ้นมาแต่แรกเท่านั้นเมืองหลวงของระบบมีอยู่ในทวีปตะวันตกและทวีปตะวันออกเพียงอย่างละ 2 แห่งเท่านั้น ซึ่งมี NPC คอยดูแลอยู่

             

            ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมที่ดินที่กุยแกต้องการถึงราคาถูกนั่นเพราะโดยปกติเมืองที่มีชื่อขึ้นต้นว่าเริ่มต้นเหมือนกับเหมือนเริ่มต้นเจิ้งโจวจะอยู่ห่างจากเมืองหลวงมากที่สุดถ้าเทียบกับเมืองทั่วไปอย่างเมืองอู๋โจว

             

            เมืองเริ่มต้นเหล่านี้มักอยู่ตามขอบของแผนที่จึงไร้ความเจริญประชากรในหมู่บ้านก็น้อยถ้าเทียบกับหมู่บ้านที่อยู่รอบๆเมืองขนาดใหญ่หรือเมืองหลวง

             

            แล้วการที่ไปเทียบกับที่ดินภายนอกนั่นยิ่งไม่ถูกต้องก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่าที่ดินที่กุยแกซื้อนั้นเป็นที่ดินว่างเปล่าที่ห่างไกลจากเมืองและในเกมก็มีสัตว์อสูรซึ่งยิ่งผู้เล่นมีที่ดินในครอบครองมากก็หมายความว่าต้องรับมือกับสัตว์อสูรที่มากขึ้นแล้วเทคโนโลยีในยุคโบราณก็ไม่ได้ดีเท่ากับโลกภายนอกเพราะฉะนั้นการก่อสร้างบ้านเรือนและอาคารยิ่งทำได้ลำบากยิ่งกว่าถ้าหมู่บ้านไร้ซึ่งความปลอดภัยและพื้นที่ทำกินชาวบ้านที่เป็น NPCทั่วไปก็จะไม่อพยพเข้ามาอยู่ ทำให้การพัฒนาที่ดินจากที่รกร้างว่างเปล่าขึ้นเป็นหมู่บ้านยิ่งยากโดยที่ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะกลายเป็นเมืองขนาดเล็ก

             

            นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายกิลมักจ้างทหารรับจ้างแล้วไปบุกยึดหมู่บ้านเพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นเมืองขนาดเล็กแต่ก็มีบางกิลที่มีสมาชิกเป็นยอดฝีมือจำนวนมาก กิลเหล่านี้มักจะพุ่งเป้าไปที่เมืองขนาดเล็กตั้งแต่เริ่มต้นซึ่งในปัจจุบันกิลใหญ่หลายกิลในช่วงเริ่มต้นก็ใช้วิธีบุกยุดเมืองขนาดเล็กแล้วค่อยๆพัฒนาเมืองและกองกำลังจนสุดท้ายก็มีพลังอำนาจไปบุกเมืองอื่นๆ ได้อีกหลายเมืองทำให้ในปัจจุบันนั้นถ้าไม่นับเมืองหลวงทุกเมืองในเกม LC นั้นมีผู้ครอบครองหมดแล้ว

             

            แต่ทว่ากุยแกกลับเลือกซื้อที่ดินซึ่งเหตุผลคงไม่ใช่เพราะเขาราคาถูกอย่างแน่นอนเพราะถ้าต้องการประหยัดเงินก็บอกทีชให้ไปยึดหมู่บ้านก็ได้ ในเวลานี้ทีชกับพวกมี NPCในประวัติศาสตร์ถึง 3 คนย่อมมีพลังมากพอที่จะยึดหมู่บ้านเล็กๆ ได้

             

            แต่ทว่ากุยแกกลับเลือกซื้อที่ดินที่ต้องพัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำแพงเมือง ก่อสร้างที่พักอาศัย สร้างค่ายทหาร และอื่นๆอีกมากมาย

             

            กลุ่มของทีชพยายามคาดเดาความคิดของกุยแกโดยการคิดหาข้อดีของการซื้อที่ดินซึ่งข้อดีที่กลุ่มของทีชพอจะนึกออกคือพื้นที่ในบริเวณนั้นจะเป็นกรรมสิทธิ์ของกิลทันทีที่ซื้อสำเร็จโดยสามารถซื้อที่ไหนก็ได้ขอแค่อยู่ภายในทวีปตะวันออกและพื้นที่เหล่านั้นยังไม่มีเจ้าของเมื่อมองดูข้อดีที่พอจะนึกออกทุกคนก็ยิ่งไม่เข้าใจจึงทำได้แค่ยอมรับการตัดสินใจของกุยแกและหวังว่าแผนที่กุยแกวางเอาไว้จะยอดเยี่ยมสมกับที่เป็นกุนซือผู้วางแผนรวมแผ่นดินตอนเหนือของประเทศจีน

             

            “นายท่านโปรดชำระเงินขอรับ”กุยแกหันมาหาทีช

             

            “หา! ข้าไม่มีเงิน!”ทีช กล่าวอย่างตกใจ

             

            “นายท่านลืมรายได้จากหมู่บ้านหยู่เปิงและโรงเตี้ยมที่ข้าซื้อเอาไว้แล้วงั้นหรือ”กุยแก เอ่ยเตือนทีช

             

            ตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านหยู่เปิงก็ผ่านมาแล้ว7 เดือน นับแค่เวลาที่ทีชฝึกวิชาก็6 เดือนเข้าไปแล้ว แล้วทีชเองตั้งแต่เล่นมาแทบไม่เคยใช้เงินเลยเพราะเวลาที่ทีชไปพักที่ไหนกุยแกมักจะแอบไปกล่อมเจ้าของโรงเตี้ยมที่เป็นNPC แล้วทำการซื้อโรงเตี้ยมไว้ทุกครั้ง ตั้งแต่หมู่บ้านหยู่เปิงหมู่บ้านฮูซา เมืองเริ้มต้นเจิ้งโจวรวมถึงเมืองอู๋โจวที่พวกทีชอยู่ในเวลานี้กุยแกได้ซื้อเอาไว้ทั้งหมดแล้วแอบนำรายได้เก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อทำทุนเสมอ ส่วนที่เหลือจะให้พนักงานที่กุยแกแต่งตั้งให้ดูแลโรงเตี้ยมโอนเข้าบัญชีของทีชซึ่งทีชเองไม่เคยรู้ตัวเลยจนถึงตอนนี้

             

            ทีชเอ่ยถามพนักงานเฉิน “ผมสามารถเช็คเงินในธนาคารที่นี่ได้มั้ยครับ”

             

            “ได้ครับลูกค้าโปรดวางมือบนหน้าจอโฮโลแกรมด้านหน้านี้ครับ”พนักงานเฉินเปลี่ยนคำเรียกของทีชเป็นลูกค้าไปแล้ว!

             

            ทีชไม่สนใจ เขารีบยื่นมือไปแทบทันทีสักพักหน้าจอโฮโลแกรมก็เปลี่ยนไปทีชมองไปที่ตัวเลขก็พบว่าตัวเองมีเหรียญทองอยู่ถึง 8 หมื่นเหรียญทอง ซึ่งได้มาจากกิจการหลายอย่างในหมู่บ้านหยู่เปิงและกิจการโรงเตี้ยมที่กุยแกซื้อเอาไว้ และยังมีอีกเล็กน้อยที่ได้จากการเก็บเลเวลล่าสัตว์อสูรแล้วนำชิ้นส่วนของสัตว์อสูรเหล่านั้นไปขาย

             

            “8 หมื่นเหรียญทอง!”ทีช ตกใจจนตะโกนเสียงดัง

             

            “จะตกใจทำไมคะเนี่ย แค่8 หมื่นเหรียญเอง” เว่ยเถียน เอ่ยปากถาม

             

            “น...นี่เธอ! นี่คือเงินจำนวน80 ล้านบาทเลยนะ ขนาดพี่เคยถูกรางวัลที่ 1 ด้วยลอตเตอรี่ 2 ใบยังได้แค่ 30 ล้านเองนะ!” ทีชโวยวาย

             

            “เอาเถอะๆรีบจ่ายตังเถอะค่ะ” เว่ยเถียนกล่าวอย่างเหนื่อยใจ

             

            ในความเป็นจริงโลกในปัจจุบันนั้นค่าครองชีพต่อวันของประเทศไทยจะอยู่ที่500 บาทต่อวันก็ไม่แปลกที่ทีชพนักงานบริษัททั่วไปจะตกใจกับเงิน 80 ล้านบาทแต่ถ้าเป็นโอมที่เป็นลูกเจ้าของบริษัทใหญ่ของประเทศละก็เงินจำนวนเท่านี้คงใช้จ่ายอย่างสบายโดยไม่คิดมาก

             

            ......

             

             

            เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยกุยแกได้ขอให้ทุกคนไปพบกันตรงที่ดินของกิลในอีก3 วันข้างหน้าทุกคนที่ได้ยินต่างรับปากทั้งๆที่ในใจของทุกคนนั้นได้แต่สงสัยว่ากุยแกคิดจะทำสิ่งใดกันแน่

            ......

             

            ในสมัยโบราณนั้นกุยแกต้องจบชีวิตด้วยโรคร้ายที่รักษาไม่ได้ตอนอายุ38 ปี แต่ทีชที่ให้ต๋องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ NPCที่ป่วยเป็นโรคร้ายใส่สมุดสีดำที่ทีชได้รับตอนอยู่ในคุก ทีชจึงทราบว่าเกม LC ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดกำหนดให้ NPCต้องตายโดยไร้หนทางแก้ไข NPC ในประวัติศาสตร์หลายคนที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคร้ายนั้นเมื่อมาอยู่ในเกมกลับมีหนทางแก้ไขที่แตกต่างกันไป เพียงแต่ NPC ที่ป่วยเป็นโรคร้ายเหล่านี้นั้นระบบได้ตั้งให้ NPC ไม่สามารถเข้าใจโรคร้ายที่ตัวเองเป็นอยู่จึงทำให้หาหนทางรักษาด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ทว่า NPC สามารถไหว้วานให้ผู้เล่นเป็นคนหาวิธีรักษาได้โดยการให้เควสกับผู้เล่น ถ้าผู้เล่นทำสำเร็จก็จะได้รางวัลตอบแทนจาก NPC ตัวนั้น

             

            ต๋องได้สรุปเอาไว้หลายอย่างว่าในระหว่างที่เกิมเปิดบริการผู้เล่นหลายคนได้พบกับชาวบ้านหลายคนและ NPC ในประวัติศาสตร์ที่ป่วยด้วยโรคร้าย NPCกลุ่มนี้ต่างก็มอบหมายเควสออกมาเพราะต้องการมีชีวิตรอด ซึ่งมีผู้เล่นหลายคนที่ทำเควสสำเร็จจนได้รางวัล

             

            ทีชใช้ข้อมูลที่ได้จากต๋องเมื่อคำนวณดูทีช ก็เดาว่าอาการของกุยแกน่าจะจัดอยู่ในโรคร้ายที่คล้ายกับมะเร็งซึ่งในความเป็นจริงยุคปัจจุบันมะเร็งนั้นสามารถรักษาได้ เพียงแต่ในเกม LC ยังเป็นยุคโบราณไม่มีเทคโนโลยีที่เพียงพอจะรักษา ถึงแม้ว่าจะมีดอกเตอร์และหมอที่เข้าเล่นเกมหลายคนปรึกษาหารือพยายามหาวิธีสร้างยาให้เหมือนโลกภายนอก แต่กลับไม่อาจหาวิธีไหนมาทดแทนเทคโนโลยีที่ขาดไปได้ จนสุดท้ายผู้เล่นที่ต้องการช่วย NPC ที่มีอาการเหล่านั้นต้องหาวิธีรักษาที่เกม LC ซ่อนเอาไว้ด้วยตัวเองซึ่งตัวเกมนั้นไม่ได้ใจร้ายจริงๆเพราะตัวเกมได้จัดหมวดหมู่ให้กับโรคร้ายต่างๆที่ในยุคนั้นไม่อาจรักษาได้ โดยโรคมะเร็งนั้นอยู่ในหมวดหมู่ของ 'อาการติดพิษ!' ไม่ใช่อาการป่วย

             

            เมื่อทีชเข้าใจว่าอาการของกุยแกคืออะไรเขาก็มุ่งมั่นที่จะหายาแก้พิษเพียงแต่เกม LC ไม่เหมือนเกมอื่นที่มียาแก้พิษได้สารพัดพิษขายอยู่ในร้านขายยาสำหรับเกม LC ยาแก้พิษนั้นมีแต่จะต้องแก้ไปตามอาการของพิษเท่านั้นต่อให้ดอกเตอร์และหมอที่เก่งกาจในโลกภายนอกสามารถทำยาต่างๆด้วยสมุนไพรที่หาได้ในเกมก็จริงแต่สำหรับพิษที่รุนแรงหรือพิษที่เหล่านักฆ่าชั้นยอดใช้ซึ่งมีการแสดงอาการของพิษออกมามากมายนับไม่ถ้วนมีแม้กระทั่งพิษที่แฝงพลังลมปราณ ถ้าเป็นอาการเหล่านี้บุคคลเหล่านั้นไม่มีทางทำยาออกมารักษาได้เลยมีแต่ต้องไปตามหาคัมภีร์ที่ระบุวิธีแก้พิษซึ่งคนที่จะใช้คัมภีร์เหล่านั้นได้มีเพียงอาชีพนักฆ่าและอาชีพช่างทำยาที่เป็นอาชีพรองเท่านั้น

             

            วิธีการรักษามะเร็งในเกมนั้นคือการ'กินยาพิษ' ยาพิษที่มีฤทธิ์กรัดกร่อนสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้แต่ข้อเสียคือ NPC จะเจ็บปวดมากจนอาจถึงแก่ความตายถ้ากินเยอะเกินไปเพราะฉะนั้นต้องกินทีละนิดเท่านั้นโดยต้องสลับกินยาแก้พิษด้วยถึงจะยืดอายุออกไปได้ จนในที่สุดถ้าเซลล์มะเร็งหายไปหมดแล้ว NPC ก็จะหายจากมะเร็งอย่างเด็ดขาด

             

            และในขณะนี้ทีชกำลังยื่นขวดยา 2ขวดให้กับกุยแกเป็นขวดยาพิษและยาแก้พิษที่ทีชพึ่งประมูลซื้อมาจากระบบเมื่อสักครู่ตอนที่อยู่ในศูนย์เซอร์วิสเซนเตอร์ กุยแกยื่นมือมารับขวดยาด้วยสีหน้างุนงง เขาเข้าใจว่าอาการป่วยของเขานั้นทำให้เขาอยู่ได้อีกไม่นานแต่ทว่าทีชกลับบอกกับกุยแกว่าขวดในมือ 2 ขวดนี้สามารักษาอาการป่วยได้กุยแกฟังทีชอธิบายการใช้ยาอย่างตั้งใจ

             

            เมื่อฟังจบกุยแกกล่าวขอบคุณทีชด้วยความซาบซึ้งเขาคิดจะหันหน้าหนีแต่ทว่าทีชกลับกล่าวบางอย่างออกมาซะก่อน 

             

            "เจ้าคือกุนซือของกิลAdmiration และยังเป็นที่ปรึกษาเพียงหนึ่งเดียวของข้าไยเจ้าจึงคิดจะจากไปเร็วนัก เจ้าไม่ต้องการเดินเคียงข้างข้าและกิล Admirationหรือเจ้าไม่ต้องการขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของโลกร่วมกับพวกเราหรอกหรือปณิธานของกุนซือผู้คิดแผนการรวมแผ่นดินประเทศจีนนั้นหายไปไหนแล้ว"

             

            เมื่อกุยแกได้ยินก็คุกเข่าลงก้มหน้าน้ำตาค่อยๆไหลออกมาอาบแก้มในความจริงนั้นกุยแกคิดถึงทีชเสมอ ถึงขนาดทีชหายไป 12 ปี กุยแกก็ยังคงเตรียมแผนการต่างๆเอาไว้ให้ กุยแกนั้นทุ่มเททุกอย่างเพื่อเจ้านายของตนมาโดยตลอดโดยไม่เคยสนใจว่าตัวเองจะเป็นยังไงถึงแม้เขากำลังจะตายก็ยังสาบานว่าจะส่งเจ้านายของตนไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ในทุกๆวันที่ผ่านมาเขาไม่เคยพร่ำบอกกับใครว่าตัวเองกำลังจะตายและเหลือเวลาอีกไม่มากเขาทำเพียงลงมือกระทำสิ่งต่างๆให้มากที่สุดเท่านั้น

             

            แต่ทว่าเจ้านายของเขาชายที่ชื่อ'ทีช' คนนี้ที่ดูเหมือนไม่ได้ห่วงใยในอาการป่วยของเขากลับถามเขาในวันนี้ว่า ทำไมเจ้าถึงคิดจะตายเร็วนักในเมื่อยังมีเป้าหมายทำไมถึงถอดใจเสียแล้ว แล้วเจ้านายของเขาก็หยิบยื่นโอกาสให้กับเขาอีกครั้งโอกาสที่จะมีชีวิตและทำตามปณิธานของตนอีกครั้ง

             

            กุยแกซาบซึ้งจนไม่อาจกลั้นน้ำตาเขาที่ผู้คนกล่าวขานว่าฉลาดที่สุด กลับไม่เคยเข้าใจเจ้านายของตัวเองจริงๆเลยว่าจริงๆแล้วเจ้านายของตัวเองก็เป็นห่วงเขาเช่นกันมิเช่นนั้นเจ้านายจะหาวิธีรักษาโรคร้ายที่กำลังจะฆ่าชีวิตของเขาได้อย่างไรเมื่อกุยแกคิดได้เขาก็ลุกขึ้นกลั้นน้ำตาพร้อมกับกล่าว่า

             

            "นายท่านข้ากุยแกขอสาบานต่อสวรรค์นรก ผืนฟ้าและผืนดิน ข้าจะมีเจ้านายเพียงคนเดียวคือนายท่านตลอดไป!"

             

            คนอื่นที่เห็นต่างยืนยิ้มกันอย่างปลื้มปีติแต่ทว่าเหิ่นซ่วยกับอลาโน่กำลังยืนกอดกันกลมพลางร้องห่มร้องไห้ออกมาเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้แต่ทำหน้างง

             

            ฮิเดโยชิที่เห็นเหตการณ์ทั้งหมดยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับมองไปบนฟากฟ้าพลางคิด ‘โลกกำลังจะเปลี่ยนไปมังกรและจิ้งจอกจะไม่ใช่คู่ปรับเพียงสองอีกเพราะเวลานี้สัตว์ร้ายอีกตัวปรากฏขึ้นแล้ว’

             

            ……

             

            ‘หากกุยแกไม่ตายไปซะก่อนโลกก็จะไม่มียุคที่เรียกว่าสามก๊ก’

             

            นี่คือคำพูดที่มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นคำพูดที่สร้างข้อถกเถียงกันมานานหลายปีแต่ทว่าในเวลานี้คำพูดประโยคนี้อาจมีบทสรุปในเร็วๆ นี้ซะแล้วสิ’ นี่คือความคิดของทุกคนในกลุ่มยกเว้นก็แต่ เหิ่นซ่วย และ อลาโน่

    คล้ายกับเรื่องLegendary Combination การผสมผสานของตำนาน ที่คุณอ่าน