โรงน้ำชานกกระจิบมีผู้คนยืนออนั่งรอลำดับที่จะได้เข้าไปข้างในเพราะที่นี่นับได้ว่าเป็สถานที่รวมตัวของบัณฑิตหัวกะทิของสถาบันเค่อเฉิงมากมายที่มักจะจิบน้ำชารสเลิศและชิมขนมแสนอร่อยขณะถกปัญหาและวิพากษ์ข้อความรู้ทางวิชาการมากมายบัณฑิตที่มาจากต่างถิ่นล้วนรู้ว่าที่นี่เป็แหล่งรวมข่าวภายในแวดวงขุนนางที่ถูกคัดกรองจนเื่ซุบซิบทั้งหลายที่ถูกตรวจสอบแล้วว่ามีมูลกลายไปเป็ข่าวที่ปรากฏบนจดหมายข่าวของสำนักนกกระจิบที่ลือลั่น
บุรุษรูปร่างโปร่งในชุดผ้าไหมปักลวดลายงดงามกำลังยืนโบกพัดอยู่หน้าระเบียงสำนักข่าวนกกระจิบที่อยู่ติดกับโรงน้ำชายืนมองผู้คนที่แออัดกันอยู่ข้างหน้ากิจการของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ
“เ้าดูสิบัณฑิตทั้งหลายล้วนเห็นว่าโรงน้ำชาของข้ากลายเป็ที่ชุมนุมผู้มีความรู้จากทั่วหล้าไปแล้ว”
“หากท่านมิได้ก่อตั้งสำนักข่าวขึ้นเหล่าบัณฑิตคงไม่แห่กันมาที่นี่หรอก”
“เป็เช่นนั้น ไป๋ซิงซวี่เ้าอย่าลืมที่เคยรับปากกับข้าเอาไว้ก็แล้วกันต่อไปเ้าต้องมาช่วยข้าดูแลสำนักข่าวแทนข้า”
“ท่านคิดจะไปที่ใด?”
“ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกว่าอีกไม่นานจะได้เดินทางไกล”
“ไปหาจวิ้นอ๋องหรือขอรับ?”ไป๋ซิงซวี่รู้ว่าจินวั่งซูผูกพันกับญาติผู้น้องผู้เป็เชื้อพระวงศ์ยิ่งนักบัดนี้จวิ้นอ๋องไปอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่งแห่งแคว้นจินเขาคงจะคิดถึงจึงอยากจะเดินทางไปเยี่ยมเยียน
“ข้าไม่คิดว่าจะเป็แคว้นจิน วันก่อนข้าฝันประหลาดนักข้าฝันว่าตนเองได้ไปช่วยรถม้าที่กำลังถูกโจรถ่อยกลุ่มหนึ่งรุมล้อมเอาไว้ดูเหมือนคนพวกนั้นคิดจะฆ่าคนทั้งหมดในรถม้าครั้นข้ากระโจนขึ้นรถม้าไปเพื่อคิดจะป้องกันคนข้างใน แต่ม้ากลับใพารถวิ่งเตลิดหนีโจรทั้งหมดไปได้ครั้นรถหยุดข้าจึงเข้าไปดูข้างในพบสตรีผู้หนึ่งนอนสลบไสลอยู่ข้าตรวจดูร่างกายนางแล้ว นางมิได้ถูกทำร้ายแต่กลับสิ้นสติไปเพราะถูกวางยาพิษ”
“ท่านฝันเป็ตุเป็ตะอย่างนั้นเชียว”
“ใช่! ฝันเมื่อคืนช่างเหมือนสมจริงจนข้านึกกลัวซ้ำตอนตื่นขึ้นมามือของข้ายังกำกระบี่อยู่ ทั้งๆที่ก่อนนอนข้าจำได้ว่าเช็ดและเก็บไปวางบนแท่นแล้ว”
ไป๋ซิงซวี่ผู้เป็สายลับของสำนักมือปราบมองหน้าคุณชายคหบดีนิ่ง
“ท่านมิได้แอบไปที่อื่นมาใช่หรือไม่?”
“ไม่! ข้าสอบถามบ่าวรับใช้ที่เฝ้าหน้าห้องรอบเรือน รวมถึงองครักษ์ในคฤหาสน์แล้ว พวกเขาต่างยืนยันว่าข้ามิได้ออกไปข้างนอกข้าคิดว่านี่อาจจะเป็ความลางสังหรณ์ ตื่นมาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงได้ให้คนไปเรียกเ้ามานี่ล่ะ”
“ช่างเป็ฝันที่ประหลาดจริงอย่างท่านว่า”
“รู้สึกว่าอีกไม่นานจะต้องมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นกับข้าแน่และอาจจะเกี่ยวกับฝันครั้งนี้”
จินวั่งซูไม่ได้เล่าให้มือปราบไป๋ฟังว่าในความฝันนั้นเมื่อเขาเห็นนางสิ้นสติไป ตัวเขากอดสตรีผู้นั้นพร่ำเรียกราวกับกำลังจะใจสลายดูเหมือนตัวเขาที่อยู่ในความฝันจะมีใจรักใคร่ในตัวนางอย่างสุดซึ้งแม้เมื่อตื่นมายังมีคราบน้ำตาเลอะอยู่บนใบหน้า
“ท่านจึงได้คิดเตรียมงานมอบหมายงานให้ข้ารับผิดชอบ”
“ถึงข้าจะยังไม่ได้เดินทางแต่งานของข้ากับพระชายายามนี้ก็ล้นมืออีกอย่างพระชายาทรงพระครรภ์แล้ว อีกไม่นานท่านอ๋องก็คงจะทรงเสด็จมาขอร้องข้าให้พระชายาทรงหยุดงานแน่”
“อืม...เช่นนั้นก็สมควรแล้วงานของท่านกับพระชายามากเพียงนี้ข้าคนเดียวคงรับมือไม่ไหว”
“ข้าคิดอยากจะหาอีกคนมาช่วยเ้าเหมือนกันแต่ยังไม่รู้ว่าจะชวนใครดี?”
“ให้ข้าหาดีหรือไม่?”
“เ้ามีคนไว้ใจได้จะแนะนำหรือ?”
“น้องชายของข้าเป็มือปราบอยู่ที่เมืองฉู่จิ้งให้ข้าเรียกเขามาทำงานช่วยก็แล้วกันนะขอรับ”
“หากเ้ารับประกันว่าเขามีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ข้าก็จะเชื่อเ้า ให้เขามาทำงานที่นี่ได้”
“ข้ารับประกันและพร้อมจะรับผิดชอบไป๋สวินอย่างเต็มที่ระหว่างนี้ข้าก็จะได้ทำเื่ลาออกจากสำนักมือปราบด้วย”
“ดีเหมือนกัน เ้าจะได้เริ่มมารับมอบงานจากข้าไปเร็วๆ”
ไป๋ซิงซวี่แอบรับงานสืบข่าวช่วยสำนักนกกระจิบมานานนับปีแต่มิเคยเปิดเผยตัวมาก่อนเดิมทีเขาอยากจะลาออกจากสำนักมือปราบเพื่อไปเดินทางท่องเที่ยวทั่วทั้งห้าแคว้น แต่พอคุณชายจินเสนอตำแหน่งรองหัวหน้าสำนักข่าวนกกระจิบด้วยค่าจ้างที่สูงกว่าเบี้ยหวัดมือปราบถึงสามเท่าเขาจึงสนใจ
จินวั่งซูเป็ทายาทคหบดีตระกูลจินหนึ่งในคหบดีอันดับต้นๆของเมืองหลวง หากสืบสาวแล้วก็ยังเกี่ยวพันเป็ญาติห่างๆกับตระกูลของฮ่องเต้แคว้น จินอีกด้วย
คุณชายจินเข้านอกออกในวังหลวงแคว้นิในฐานะพระญาติของจวิ้นอ๋องหรือองค์ชายสิบสองอีกทั้งยังเป็สหายสนิทของเสนาบดีผู้ปราดเปรื่องฟ่านหลี่เจี๋ยที่ิฮ่องเต้ทรงให้ความไว้วางพระทัยเขาจึงนับเป็คนชนชั้นสูงผู้หนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้กล้าล่วงเกิน
“เดินไปนั่งฟังพวกเขากันสักหน่อยดีหรือไม่?ข้าอยากรู้ว่ายามนี้เหล่าบัณฑิตพวกนั้นกำลังสนใจเื่อะไรอยู่?”
จินวั่งซูเดินนำหน้าไป๋ซิงซวี่ไปในสำนักข่าวนกกระจิบเปิดประตูเข้าไปในห้อง ที่มีผนังติดกับโรงน้ำชาเขาใช้มือเลื่อนผนังออกก็เห็นว่าด้านหลังเหลือเป็ฉากบางๆ ที่มีลวดลายพู่กันวาดรูปทิวทัศน์ป่าเขาและน้ำตกขนาดใหญ่
“มีเพียงเราที่ได้ยินเสียงและมองเห็นพวกเขา”
“อ๋า! พวกเขาไม่ได้ยินเสียงเราคุยกันหรือขอรับ”
“ถูกต้อง ไม่ได้ยินเสียงและมองไม่เห็นพวกเราด้วยนี่เป็ผ้าที่ถูกทำขึ้นด้วยกระบวนการพิเศษ หากท่านมองจากโรงน้ำชานี่คือภาพวาดขนาดใหญ่ที่ถูกขึงเอาไว้ที่ผนัง”
ไป๋ซิงซวี่เข้าไปนั่งจิบน้ำชาอยู่บ่อยๆ เขาจำภาพนี้ได้แม้จะมองกลับกันจากอีกฝั่งก็ตาม แต่ไม่คิดว่าภาพนี้จะซ่อนความลับที่น่าพิศวงเอาไว้
“มือปราบไป๋ นั่งลงจิบน้ำชา ฟังพวกเขาคุยกันดีกว่า”จินวั่งซู่ติดเตาต้มน้ำชาบนโต๊ะ
เสียงพูดคุยจากโรงน้ำชาดังก้องเข้ามาในห้องเล็กที่คนทั้งสองนั่งอยู่ “เ้าดูเครื่องรางของข้านักพรตผู้หนึ่งนั่งทำพิธีอยู่ใกล้ประตูทางเข้า วัดหยก์เขาบอกข้าว่าหากอธิษฐานแล้วรู้สึกเย็นเหมือนน้ำแข็ง คำอธิษฐานจะกลายเป็จริง”
“ไร้สาระ! เ้าเป็ถึงบัณฑิตเหตุใดจึงเชื่อนักต้มตุ๋นได้?”
**************************
