“โถวว ลูกสาวที่แสนดีของแม่ เ้าช่างจิตใจดีเหลือเกิน”สะใภ้ใหญ่ปลอบบุตรสาวของนาง “ในเมื่อพวกนางมองไม่เห็นความดีของเ้า ก็ช่างพวกนางเถอะ! ไปเราเข้าไปหาท่านยายในเรือนกัน” หึก็แค่แม่ม่ายลูกติดนางก็ไม่ได้มีดีอะไรให้ต้องใส่ใจอีก เสียเวลาจะมายุ่งวุ่นวายกับพวกนาง
“เ้าค่ะ…ท่านแม่”หลินหยูหยูลุกยืนช้าๆ และเดินจากไปกับท่านแม่ของนาง แต่ก็ยังไม่วายชำเรืองมองชุนเซียนเออร์ทางหางตา และยิ้มเยาะด้วยความดูถูก
เมื่อชุนเซียนเออร์เห็นแบบนั้นถึงกับคิ้วกระตุกกันเลยทีเดียว อายุแค่ 8 ขวบแต่หัดเป็เด็กร้ายกาจั้แ่ตัวน้อยๆ นางคงต้องระวังแม่ดอกบัวขาวคนนี้เสียแล้ว
“ท่านแม่ ท่านนั่งพักก่อนเถอะ เดี๋ยวจะกระทบกับลูกในท้องเอานะเ้าค่ะ เหลือของข้างในไม่กี่อย่างแล้วเดี๋ยวข้าทำเองเ้าค่ะ”นางบอกท่านแม่ของนาง พูดพลางประคองท่านแม่ของนางให้นั่งลงตรงโขดหินใหญ่ที่อยู่บริเวณหน้าห้องของพวกนาง
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว เ้าก็อย่าห่วงมากจนเกินไป”ชุนเหมยลีมองบุตรสาวตัวน้อยของนางด้วยความรัก
“ถ้างั้นข้าไปขนของต่อนะเ้าคะ”จากนั้นนางจึงตั้งหน้าตั้งตาย้ายข้าวของที่อยู่ในเรือนออกมาจนหมด ถึงจะแอบใช้พลังลมปราณในการช่วยก็เถอะ แต่ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก นางคงต้องหาเวลาหมั่นออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อบ้างแล้วละ ไม่อย่างนั้นถึงคราวคับขันนางคงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ชุนเชียนจ้องมองห้องที่มีขนาดเล็ก และถอนหายใจออกมา อยู่กับท่านแม่สองคนก็คงได้อยู่ แต่ถ้าท่านแม่คลอดน้องออกมาห้องนี้จะเล็กลงไปถนัดตาเลยทีเดียว
จากนั้นชุนเชียนก็ทำการปัดกวาดเช็ดถู จนเรือนที่เต็มไปด้วยฝุ่นในตอนแรกสะอาดขึ้นมาเป็กอง
“ท่านแม่ เราย้ายของเข้าไปด้านในกันเถอะ”หลังจากทำความสะอาดได้ 2 ชั่วยาม ก็เป็เวลายามเซินแล้ว (เริ่มนับั้แ่เวลา 15:00 - 17:00 น.)
ไม่นานนักพวกนางสองแม่ลูกก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนของพวกนาง “ชุนเซียนเออร์ แม่จะไปขอผ้านวมมาจากท่านยายของเ้าสักหน่อย”ชุนเหมยลีบอกบุตรสาวของนาง และลุกออกจากห้องไปทันที มีที่นอนแล้ว แต่ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม แล้วคืนนี้นางกับบุตรสาวจะนอนได้อย่างไรกัน
“เ้าค่ะ ท่านแม่…”ชุนเซียนจ้องมองท่านแม่ที่รีบลุกออกจากห้องไป นางยกห่อผ้าออกมา แล้วจึงเปิดห่อผ้าออกหยิบกรรไกรตัดผ้าออกมา แล้วตัดเศษผ้าที่เหลือจากการทำชุดของนาง นางเอาติดมาด้วยคิดว่าคงต้องได้ใช้ นางจะทำกระเป๋าใบน้อยและผูกเอาไว้บริเวณต้นขาใต้กระโปรงของนาง เวลาไปไหนมาไหนจะได้พกมันติดตัวไปตลอด
ไม่นานนักชุนเหมยลีก็กลับมาพร้อมกับผ้านวมสองผืนและเสื่อรองนอนอีก 2 ผืน แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ
“ท่านแม่ ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ"
“จะเป็อะไรไปอีก ท่านยายของเ้าไม่ให้มาฟรีๆ กลับเก็บเงินจากข้าไป 5 อีแปะนะซิ”ชุนเหมยลีบอกกับบุตรสาวของนาง เก็บเงินจากนาง 5 อีแปะนางก็ไม่ว่าหรอกแต่กลับ เอาผ้านวมผืนเก่ามาให้นางแล้วแบบนี้ตกกลางคืนจะกันหนาวได้อย่างไร
“เหอะ”ชุนเซียนไม่รู้จะพูดอย่างไรดี นี่ถ้าบอกว่าท่านแม่ไม่ใช่ลูกของยายเฒ่าหลินนางก็คงจะเชื่อแน่ๆ “ช่างเถอะท่านแม่ พรุ่งนี้มีเวลาเราก็เข้าไปในเมืองหาซื้อผ้านวมกัน ตอนนี้ก็ใช้ไปก่อนเถอะเ้าค่ะ"ชุนเหมยลีพยักหน้าให้กับบุตรสาว
“เดี๋ยวแม่จะไปช่วยอาสะใภ้ใหญ่เ้าทำกับข้าวสักหน่อยนะ เดี๋ยวอีกไม่นาน ท่านอาของเ้าก็คงกลับมาจากในอำเภอแล้ว"
“เ้าค่ะ ท่านแม่”ชุนเซียนรับผ้านวมในมือของนางมา แล้วจัดแจงปูที่นอนของท่านแม่ของนางและตัวนางเองจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับไปทำกระเป๋าใบน้อยต่อ
ไม่นานนักหลังจากที่เย็บจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็ชมผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ นางถกกระโปรงขึ้นมาจนเลยเข่า แล้วคาดกระเป๋าไว้ที่ต้นขาจากนั้นจึงผูกเชือกจนแน่น แล้วนำเงิน 20 ตำลึงที่อยู่ในอกเสื้อออกมาใส่ไว้ในกระเป๋า แล้วลุกขึ้นะโไปมาสองสามครั้ง
“ชุนเซียน เ้าทำอะไรนะ”ชุนเหมยลีจ้องมองบุตรสาวด้วยความงุนงง นางกะจะมาเรียกบุตรสาวของนางไปทานข้าว กลับเห็นลูกสาวกำลังะโโลดเต้นไปมา
“อ่อ ไม่มีอะไรหรอกเ้าค่ะ"
“ไป ไปทานข้าวกันท่านอาของเ้ากลับมาแล้ว”ชุนเหมยลีพูดพลางจูงมือลูกสาวของนางออกไป
ไม่นานนักก็เดินมาถึงในครัว ตาเฒ่าหลินนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ตามมาด้วยยายเฒ่าหลิน ครอบครัวเ้าใหญ่ ครอบครัวเ้ารอง และท่านแม่ของนาง ชุนเชียนนั่งลงข้างท่านแม่ของนาง
บนโต๊ะมีกับข้าว 2 อย่างกับน้ำแกง 1 อย่าง ซึ่งเป็ผัดผักหัวไชโป๊กับไข่ไก่ และผัดพริกอ่อนกับเนื้อหมูนิดหน่อย ส่วนน้ำแกงเป็น้ำแกงปลา
“ชักช้าอยู่ได้ ต้องให้ผู้าุโนั่งรอ”ยายเฒ่าหลินบ่น
“ขอโทษเ้าค่ะท่านแม่ หลังจากตั้งโต๊ะเสร็จข้าก็รีบไปตามชุนเซียนมาเลยนะเ้าคะ”
“ยังจะเถียง!”
“ยายเฒ่า เ้าก็อย่าอะไรมากนักเลย นั่งเถอะข้าหิวแล้ว”
“เ้าค่ะท่านพ่อ”ชุนเหมยลีตอบ
“ท่านยาย ข้าหิวแล้ว”
“ข้าก็หิวเหมือนกันขอรับ”หลินผิงและหลินฝูพูดกับยายเฒ่า
“ท่านแม่ก็อย่าโมโหไปเลย ดูซิเด็กๆหิวกันแล้ว”สะใภ้ใหญ่พูดกับยายเฒ่า
“ใช่ ข้าทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วก็หิวมากนะท่านแม่”เ้าใหญ่บอกกับยายเฒ่า “น้องสามเ้าก็ตามสบายนะ มีอะไรค่อยว่ากันทีหลัง”
“นั่นซิ น้องสาม”
“เ้าค่ะพี่ใหญ่ พี่รอง”
หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชุนเหมยลีก็ช่วยสะใภ้รองเก็บจานไปไว้ในครัว “ท่านแม่ ข้าช่วยเ้าค่ะ”ชุนเซียนบอกกับท่านแม่ของนาง
“ไม่ต้องหรอกเ้าไปเล่นกับหลินอวี่และหลินหยูหยูก่อนก็ได้”ชุนเหมยลีบอกกับบุตรสาว
เมื่อท่านแม่บอกแบบนั้นนางก็หันไปมองหลินอวี่ลูกของอาสะใภ้รองที่มีอายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งน้อยกว่านางไป 1 ปี และหันไปมองหลินหยูหยูที่ยื่นอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก
ให้เล่นกับหลินอวี่นางก็พอทำได้แต่กับหลินหยูหยูนี่ให้ตายนางก็ไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย ให้นางฝึกยุทธ์ทั้งวันยังดีเสียกว่า
“เ้าค่ะ ท่านแม่”ชุนเชียนตอบรับด้วยความไม่เต็มใจ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาหลินอวี่ แล้วพูดกับนาง “หลินอวี่เ้าไปเดินย่อยอาหารกับพี่ในสวนไหม”นางพูดกับเด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับระบายยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าของนาง
“ไปเ้าค่ะ”หลินอวี่ตอบรับพี่สาวนางฟ้าที่อยู่ตรงหน้าของนาง พร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ นางชอบพี่สาวที่อยู่ตรงหน้าของนางมาก หลินอวี่เดินไปจับมือของชุนเซียนก่อนจะดึงนางออกไป
“เ้าจะไปด้วยกันไหม”ชุนเซียนหันไปถามหลินหยูหยูตามมารยาท
“ข้าจะไปเป็เพื่อนหลินอวี่”เมื่อหลินหยูหยูพูดเสร็จนางก็เดินตรงไปที่สวนด้านข้างจวนทันที
ชุนเซียนเดินตามแรงจูงของเด็กสาวตรงหน้า ไปยังสวนที่อยู่ข้างจวน ไม่นานนักพวกนางก็มาถึง “พี่ชุนเซียนพี่จะมาอยู่กับเรานานไหมเ้าคะ”เด็กน้อยถามนางด้วยแววตาเป็ประกาย
“ก็คงจะอยู่ที่นี่สักพัก”นางตอบเด็กสาวตรงหน้า แล้วนึกเอ็นดูนาง นี่ซิที่เรียกว่าไร้เดียงสา เหมือนกับผ้าขาวที่บริสุทธิ์
“เหอะ ข้ากลัวจะเข้ามาอยู่ตลอดไปนะซิไม่ว่า”หลินหยูหยูเบะปากของนางและมองชุนเซียนเออร์ ด้วยความรังเกียจ
ซุนเซียนหันไปมองนางอย่างเฉยเมย แล้วก็หันมาพูดกับหลินอวี่ว่า “น้องสาวพาพี่สาวชมสวนหน่อยได้ไหม พี่เห็นดอกกล้วยไม้ตรงนั้นสวยมาก”
หลินอวี่มองพี่นางฟ้าตรงหน้าด้วยแววตาสดใส ก่อนจะจูงมือพี่สาวตรงหน้าไปและพูดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วว่า “ได้ซิข้าจะพาพี่สาวไปดู”เ้าตัวเล็กพูดพร้อมกับลากนางไปยังดงกล้วยไม้ป่าข้างหน้า
หลินหยูหยูกำมือของนางด้วยความโมโห ที่ชุนเซียนเออร์ทำเหมือนกับว่านางเป็เพียงแค่อากาศเท่านั้น “หลินอวี่ รอพี่ด้วยซิ”นางระงับความโกรธอยู่สักพักก่อนที่จะะโเรียกน้องสาวแล้วเดินตามนางไป
"อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ"