สวรรค์นิรันดร์กาล

    แบ่งสมบัติ

            โครงกระดูกเซียนตนนี้เคยเป็นคนของเผ่าใต้พิภพมาก่อนแต่ภายหลังทรยศ

    และได้ถูกเปลี่ยนเป็นโครงกระดูกที่กึ่งเป็นกึ่งตายและด้วยร่างกายที่ไม่มีเนื้อหนังหรือมีอวัยวะใดๆทำให้อายุขัยนั้นไร้ที่สิ้นสุดแต่แลกมาด้วยอารมร์ปรารถนาของตนเองได้หายไปเหลือเพียงวิญญาณและความนึกคิดเท่านั้น

                “อ๊ากกก มันเป็นใครกล้าลอบโจมตีข้า” โครงกระดูกเซียนร้องโหยหวนพร้อมกับมองไปรอบๆ

            ในตอนนี้จะเห็นว่าบนหัวของโครงกระดูกปรากฎหลุมขนาดใหญ่บนศีรษะซึ่งเกิดจากรอยแตกหลังจากถูกระเบิดเพลิงสังหารโจมตี

            “ฮ่าฮ่า เป็นอย่างไรบ้าง ใหนเจ้าบอกว่าร่างกายของเจ้านั้นเป็นอมตะไงตอนนี้ข้าดูแล้วก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย” เสียงเย้ยหยันดังออกมาจากหุ่นเชิด

            แม้พลังของหุ่นเชิดใกล้จะหมดลงวิญญาณที่อยู่ด้านในเองก็อ่อนแรงลงไปแล้วแต่ก็ยังคิดอยากจะเย้ยหยันคนทรยศอยู่

            “บัดซบพวกเจ้ากล้าทำให้ร่างกายอันสมบูรณ์แบบของข้านั้นเสียหาย วันนี้ข้าจะทำให้พวกเจ้ากลายเป็นทาสกระดูกของข้า”โครงกระดูกคำราม

            “ตูม!!!!!!!!”

            พริบตาโครงกระดูกจำนวนมากก็โผล่ออกมาจากพื้นดินและเข้าโจมตีพวกฉางเฟิงทันที

            “เหอะทำเป็นพูดดีสุดท้ายก็หนีไปแล้ว” เสี่ยวจินเย้ยหยัน

            หลังจากที่อัญเชิญโครงกระดูกเสร็จร่างของกระดูกเซียนก็หนีไปทันทีเพราะตอนนี้ร่างกายของกระดูกเซียนได้รับความเสียหายมากและจำเป็นต้องฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

            "เห้อ ไปได้สักที” พวกซงเทียนพากันถอนหายใจ

            “การต่อกรกับครึ่งเซียนหรือเซียนตัวจริงพวกเราตอนนี้ยังไม่มีกำลังพอ”จักรพรรดิสุรากล่าว

            “หืมพวกโจวฟ่านตายไปแล้วแต่โจวเทียนกลับยังไม่ปรากฏตัว แถมผู้นำนิกายทั้งสี่เองก็หายตัวไปเช่นกัน”ฉางเฟิงหรี่ตาลง

            “พวกมันคงวางแผนบางอย่างเอาไว้แน่หลังจากนี้ต้องระวังตัวหน่อย” ซงเทียนขมวดคิ้ว

            อีกด้านหนึ่งพวกโจวเทียนเองก็ได้รับแผนที่ลับมาจากคนผู้หนึ่งซึ่งแผนที่นี้นำพวกโจวเทียนไปยังสถานที่ซ่อนสมบัติของตัวตนระดับสูงของเผ่าใต้พิภพซึ่งก่อนตายตัวตนนี้ได้ซ่อนสมบัติเอาไว้อย่างดี

            แม้พวกโจวเทียนจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำไมไม่เข้ามาเองและได้ทำข้อตกลงกับตนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนอีกฝ่ายขอแค่ให้พวกโจวเทียนนำลุกแก้วสีเขียวๆกลับไปให้เขาเท่านั้น

            “เจอแล้วนี่แหละห้องเก็บสมบัติของตัวตนระดับเซียนขั้นสูงสุดคนนั้น” โจวเทียนเผยสีหน้าตื่นเต้น

            “ด้วยตัวตนขั้นเซียนคนนนั้นจะต้องมีสมบัติที่ช่วยให้พวกเรากลายเป็นเซียนได้แน่”ผู้นำนิกายดาบตื่นเต้น

            “คราวนี้แหละไม่ว่าจะนิกายซากศพหรืออาณาจักรสวรรค์ก็ต้องพินาศด้วยน้ำมือของพวกเรา”ผู้นำนิกายมารเผยสีหน้าโหดเหี้ยม

            “ไปกันเถอะ”ผู้นำนิกายอีกสองคนพากันเข้าไป

            หลังจากเข้าไปแล้วพวกโจวเทียนก็ไม่ผิดหวังที่แห่งนี้ไม่เพียงมีสมบัติมากมายแต่ยังมีเม็ดยาเซียนอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งเม็ดยาเซียนนี้อยู่ระดับ7 คุณภาพปานกลาง

            “มีจริงๆด้วยเม็ดยานี้ขอแค่พวกเรากินมันเข้าไปพวกเราก็จะกลายเป็นเซียนทันที” ผู้นำนิกายสตรีหยกเผยสีหน้าปรารถนา

            “แม้กฎเกณฑ์ของที่นี่ขั้นเซียนจะเข้ามาไม่ได้แต่ว่าเมื่อเข้ามาข้างในกลับรู้สึกว่าไม่มีกฎเกณฑ์นั้นอยู่นั่นหมายความว่าพวกเราสามารถทะลวงขั้นเซียนได้ที่นี่”ผู้นำนิกายกู่กล่าว

            “ดีถ้างั้นพวกเรามาทะลวงระดับกันก่อนแล้วค่อยแบ่งสมบัติกันจากนั้นพวกเราจะได้กลับไปหาเด็กเพื่อช่วยพวกเขายกระดับพลัง”โจวเทียนกล่าว

            ทางด้านฉางเฟิงหลังจากที่โครงกระดูกเซียนหนีไปหุ่นเชิดที่เหลือพลังเพียงน้อยนิดก็ถอนหายใจเพราะโอกาสในการสังหารโครงกระดูกเซียนได้หมดลงแล้ว

            “ตามสัญญาข้าจะมอบวาสนาให้กับพวกเจ้า” หุ่นเชิดมองไปยังพวกฉางเฟิง

            “รวมพวกเราด้วยใช่หรือไม่”จูหมิงกล่าว

            “แล้วแต่ท่านจะตัดสินใจว่าจะมอบให้กับใครบ้าง”หุ่นเชิดมองไปยังฉางเฟิง

            “น้องชายฉางเฟิงถึงอย่างไรตระกูลของเราสองคนก็นับว่ารู้จักกันดีเพราะงั้น....”เจี้ยงอี้รีบเข้าไปประจบฉางเฟิงทันที

            “เอาเถอะถึงอย่างไรพวกเจ้าก็ถือว่าร่วมสู้คลังสมบัติส่วนนอกพวกเจ้าสามารถแบ่งเอาไปได้” ฉางเฟิงกล่าว

            “ส่วนนอก???”เซิ่งมู่แสดงสีหน้าไม่เข้าใจ

            “สมบัติของเผ่าแบ่งออกเป็นสามส่วนส่วนนอกคือสมบัติระดับจักรพรรดิถึงเซียน ส่วนกลางคือสมบัติของระดับเซียนถึงจักรพรรดิเซียนและสมบัติส่วนลึกที่สุดคือสมบัติที่จะมอบให้กับผู้นำเผ่าเท่านั้นแต่ตอนนี้เผ่าใต้พิภพไม่หลงเหลืออีกแล้วดังนั้นสมบัติของเผ่าขอมอบมันให้กับท่านก็แล้วกันและข้าหวังว่าท่านจะช่วยทำลายคนทรยศนั่นให้กับข้า” หุ่นเชิดกล่าวและก้มคารวะให้กับฉางเฟิงทันที

            “ไม่มีปัญหาเสี่ยวจินถ้าข้าทำไม่ใหวก็ฝากเจ้าด้วยแล้วกัน” ฉางเฟิงกล่าว

            “ไม่มีปัญหาถึงอย่างไรนายน้อยก็เป็นเพียงแค่ราชันจะให้ไปต่อสู้กับเซียนมันออกจะเกินกำลังไปหน่อยดังนั้นข้าจะลงมือถ้ามันกล้าปรากฏตัวอีกครั้ง”เสี่ยวจินกล่าว

            “นายน้อยงั้นเหรอจากที่ข้าเห็นเจ้าหนูตัวนั้นมันเป็นอสูรขั้นเซียนไม่ใช่เหรอ” หู่หวางกล่าว

            “เพราะงั้นข้าถึงได้บอกว่าพวกเจ้ามันโง่ยังไงละจะหาเรื่องใครหัดดูให้ดีก่อนไม่ได้หรือยังไง” เจี้ยนอี้กล่าว

            “เป็นไปไม่ได้ตระกูลฉางไม่น่าจะมีอสูรขั้นเซียนที่แข็งแกร่งขนาดนี้นี่นา” จูหมิงกัดฟัน

            “อย่าทำตัวโง่ไปหน่อยเลยตระกูลฉางเคยเป็นตระกูลที่มีเทพถือกำเนิดขึ้นมาเบื้องหลังซ่อนพลังเอาไว้เท่าไหร่ใครจะรู้แม้จะอยู่ในช่วงตกต่ำแต่นั่นเป็นเพราะวังสวรรค์ตระกูลฉางจึงไม่ตอบโต้แต่ถ้าเป็นตระกูลเซียนใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรบ้าง” เจี้ยนอี้กล่าว

            “เอาละไปกันเถอะ”ฉางเฟิงกล่าว

            ฉางเฟิงได้แบ่งคนที่ยังไม่ถึงระดับจักรพรรดิให้ไปแบ่งสมบัติในส่วนนอกพร้อมกับพวกเจี้ยนอี้แน่นอนว่าเจี้ยนอี้ไม่กล้าเสียมารยาทอีกแล้วเพราะถึงอย่างไรฉางเฟิงก็เผยความแข็งแกร่งและเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาออกมา

            ส่วนพวกซงเทียนและพวกโหลวหลานซวนหยวนเสวี่ยได้เข้าไปส่วนกลางส่วนฉางเฟิงนั้นได้เข้าไปในส่วนลึกที่สุดซึ่งไม่มีใครกล้าขัดเพราะถึงอย่างไรสมบัติเหล่านี้หุ่นเชิดก็ได้มอบมันให้กับฉางเฟิงเพียงคนเดียวส่วนฉางเฟิงจะแบ่งพวกเขาหรือไม่นั้นมันก็อีกเรื่อง

            “ว้าวนี่แค่ส่วนนอกนะเนี่ย” ถูคงแววตาตื่นตกใจ

            แม้ด้านประสบการณ์ต่อสู้พวกถูคงจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนักเพราะพลังที่ต่ำเกินไปแต่ว่าเมื่อเห็นสมบัติตรงหน้าพวกถูคงก็คิดว่ามันคุ้มค่าที่ได้มา

            “แม้จะน้อยแต่ก็ยังมีสมบัติเซียน”เจี้ยนอี้รีบเข้าไปเลือกสมบัติเซียนทันที

            สมบัติเซียนในชั้นนอกนั้นมีเพียงแค่5 ชิ้นเท่านั้นนอกนั้นจะเป็นสมบัติระดับจักรพรรดิเท่านั้น ถูคงไม่เสียเวลาไปแย่งสมบัติเซียนและกวาดสมบัติระดับจักรพรรดิมาจำนวนมากส่วนพวกเทพธิดาสี่ฤดูเองก็รู้ตัวว่าต่อให้ได้สมบัติเซียนไปก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะพลังต่ำเกินดังนั้นนางจึงเลือกทรัพยากรที่ช่วยเพิ่มพลังของตัวเอง

     

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน