Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ตอนที่ 8 เจอจนได้

    ตอนที่ 8

    เจอจนได้

     

                    หลังออกจากฐานลับของเรดเฟรมจงลั่วก็ตัดสินใจ ยกเลิกภารกิจตามหาเจ้าทานุกิสามหางเพราะตอนนี้ในตัวของจงลั่วไม่ต่างจากคลังสมบัติเคลื่อนที่ ทำให้เป้าหมายใหม่ของเขาคือการเอาสมบัติชิ้นที่ไม่น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวเองไปเปลี่ยนเป็นเงินเหรียญหรือไม่ก็หินเวทให้หมดเพื่อความสะดวกและปลอดภัย

    .

    .

                    เมื่อเป้าหมายเปลี่ยนไปจุดมุ่งหมายใหม่จึงถูกกำหนดขึ้น เมืองที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้คือ...เมืองบาร์นเมืองแห่งอิสระชนเมื่อครั้งที่จงลั่วยังใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนเวทมนต์และการทหารอวาเรสเขาเคยได้ยินนักเรียนหลาย ๆ คนพูดถึงบาร์นไว้อย่างมีสีสันโดยเมืองบาร์นเป็นเมืองที่ไร้ผู้ปกครองเบ็ดเสร็จแต่ที่เมืองนี้มีการปกครองกันเองแบ่งย่อย ๆ เป็นกลุ่มอำนาจต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองคนของตนเองพร้อมปกป้องอาณาเขตหากินของพวกมัน แต่รายละเอียดที่มากกว่านี้ คงต้องรอให้จงลั่วเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง

     

                    ค้างคาวยักษ์สลายปีกอีกครั้งอย่างไม่เต็มใจนักแต่หากสังเกตดูจะรู้ว่าเซบาสเตียนนั้นมีอาการต่อต้านน้อยลงไปจากครั้งก่อน ๆอย่างมาก อาจเป็นเพราะมันเริ่มจะคุ้นชินกับการเป็นค้างคาวยักษ์โดยสาร หรือมันเองอาจจะเริ่มยอมรับในตัวจงลั่วมากขึ้นกว่าเก่าโดยไม่รู้ตัว

     

                    หยุดดดดดด!!!!

                    จงลั่วตะโกนดังเมื่อเซบาสเตียนกำลังบินอย่างสบายอารมณ์ตรงกลับเข้าใกล้เขตป่าเรดวู้ด

                    "เซบี้แกเห็นนั่นไหม" ข้อความทางจิตถูกส่งออกไป

     

                    "ไม่เห็นมีอะไรเลยขอรับนายท่านข้าเห็นแค่ต้นไม้แห้งยืนตายเท่านั้น"

                    "ใช่ๆ ไอ้ต้นไม้นั่นละ" จงลั่วตบไปที่สันคอของเซบาสเตียนเบา ๆพร้อมชี้นิ้วสั่งให้มันบินร่อนลงไปยังต้นไม้ยืนตายต้นนั้น

     

                    ไม่กี่วินาทีต่อมาทั้งคู่ก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าต้นไม้แห้งยืนตายต้นนั้น

                    "เซบี้...แกเห็นเหมือนที่ข้าเห็นไหม"เซบาสเตียนส่ายหน้าไปมา "แกนี่เป็นประเภทมีแต่พลังอย่างเดียวจริงๆ"จงลั่วยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก "ดูนั่น"นิ้วชี้ของเด็กหนุ่มมุ่งไปยังกองของเหลวสีกระดำกระด้าง ที่แห้งกรังอยู่บนพื้นห่างออกไปจากโคนต้นไม้ราวสามเมตร

     

                    "รอยนั่น"จงลั่วพยักหน้ารับ"อ้วกขน..."ครานี้เป็นเซบาสเตียนที่ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากบ้าง

     

                    "พอ...พอเลยแกอย่าพูดต่อนะ"จงลั่วรีบเบนประเด็นไปในทันที"เจ้าต้นไม้นี่ทำไมมันถึงไม่อยู่ร่วมกับอ้วกของข้า"จงลั่วยกมือขึ้นทาบที่ลำต้นของต้นไม้ที่แห้งกรัง

     

                    แกมีตีนหรือไงวะ!!!...

                    จงลั่วตวาดลั่นพร้อมส่งหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังสีแดงสดพร้อมไอสีเขียวอ่อนจางที่แผ่ออกมาจากตัว...เรดฟลูสวิงผสมกับเกราะละอองพิษ

     

                    เปรี้ยง!!!

                    เสียงดังสนั่น...ต้นไม้ไม่ได้หักโค่นลงแต่มันกลับกระเด็นถอยหลังทั้งต้นทั้งรากแต่ไม่ทันที่มันจะหงายล้มลงต้นไม้แห้งก็แปรสภาพหดสั้นลงที่กลางอากาศส่วนรากแปรเปลี่ยนเป็นสองเท้าขนปุย ลำต้นกลายเป็นส่วนลำตัวและแขนขา ตามมาด้วยส่วนอื่นๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปจนกลายเป็นเจ้าทานุกิขนาดสูงเกือบสองเมตรหางฟูของมันทั้งสามข้างชี้ตั้งขึ้นฟ้าด้วยความโกรธ กรงเล็บยาวคมกริบราวกับใบมีดชั้นดีโผล่ยื่นออกมาจากอุ้งมือของมันก่อนที่จะปักลงกับพื้นเพื่อหยุดยั้งสภาวะที่ถูกจู่โจม

     

                    แม้จะเป็นการโจมตีสุดแรงของจงลั่วแต่ด้วยระดับพลังของอสูรชั้นกลางกับนักรบอสูรนั้นยังห่างกันอยู่มากทำให้เจ้าทานุกิสามหางไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

     

                    "แกกล้าดียังไงมาโจมตีข้า"

                    ทานุกิสามหางเอ่ยตอบโต้พฃางใช้กรงเล็บมีดเสียดสีกันจนเกิดเปลวเพลิงสีแดงฉาน

     

                    "ขะขขขะ...ฆะ...ฆ่ามันสิวะไอ้เซบี้"จงลั่วตะโกนสั่งพร้อมวิ่งหลบฉากการโจมตีที่พุ่งตรงเข้ามาของทานุกิสามหางด้วยความโกรธหรือเพราะประมาทก็ไม่อาจรู้ เจ้าทานุกิสามหางแสนโชคร้ายดันโจมตีจงลั่วทั้งที่มีอสูรมายายืนคุมเชิงอยู่ที่ด้านหลังของชายหนุ่ม

     

                    เฮ้ย!!!

                    เจ้าทานุกิอุทานดังแต่ท่าโจมตีพุ่งควงสว่านเพลิงของมันเมื่อใช้ออกแล้วก็ไม่อาจยับยั้งสภาวะที่ทะยานเข้าใส่ศัตรูได้เมื่อจงลั่วที่เป็นเป้าหมายถอยหลบไป ก็กลายเป็นว่ามันต้องเผชิญหน้ากับเซบาสเตียนที่ยืนอยู่ด้านหลังแทน

     

                    "กรงเล็บสว่านยังงั้นรึ"เซบาสเตียนหาได้ตระหนกกับการที่ต้องรับมือนักรบอสูรอย่างกะทันหัน"ดี...งั้นลองกรงเล็บของข้าบ้าง...กรงเล็บอเวจี"สิ้นคำกล่าวสองฝ่ามือของเซบาสเตียนก็ปรากฏเงาดำยืดยาวออกราวสองเมตรเงาดำบอบบางราวกับริบบิ้นของนักกายกรรมและเมื่อเซบาสเตียนตวัดมือสองข้างให้ไขว่เข้าหากันเงาดำที่ยืดยาวก็ประสานเข้าหากันจนเกิดเป็นรูปร่างของตาข่ายสีดำที่เบื้องหน้าของแวมไพร์กระหายเลือด

     

                    ฉัวะฉัวะ ฉัวะ...!!!

                    เสียงเนื้อที่พุ่งผ่านตาข่ายสีดำดังราวกับว่ามันถูกสับหั่นด้วยวัตถุที่คมกล้าอย่างยิ่งแต่ที่แปลกยิ่งกว่าคือทุกรอยตัดกลับไม่มีเลือดสดไหลออกมาเลือดเนื้อที่ลอดผ่านตาข่ายอันเกิดจากการไขว่กันของกรงเล็บอเวจี...ล้วนสุกไหม้เกรียมบริเวณผิวโดยรอบ

     

                    เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาก็ปรากฏก้อนเนื้อราวสิบก้อนก็หล่นกองอยู่แทบเท้าของเซบาสเตียนการโจมตีของเจ้าทานุกิสามหาง กลับกลายเป็นท่าจู่โจมที่ส่งตัวของมันเองลงสู่นรกอย่างคาดไม่ถึง

     

                    "ว้าวไอ้กรงเล็บสีดำของแกนี่ร้ายกาจจริง ๆ" ปากจงลั่วเอ่ยชมแต่สองมือสองเท้าก็ไม่รอช้าเดินตรงไปก้มเก็บสิ่งของที่ตกลงมาจากซากของเจ้าทานุกิสามหางในทันที"ผลึกอสูร"จงลั่วมองดูผลึกใสสีน้ำตาลอ่อนในมือด้วยความยินดี"นี่ต้องเรียกว่าหาแทบตายไม่เจอ พอบทจะเจอก็เจอเอาง่าย ๆ"จงลั่วเอามือสัมผัสเข้ากับเนื้อชิ้นแรกกองเนื้อก็กลายสภาพเป็นการ์ดแต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเซบาสเตียน จงลั่วก็เปลี่ยนใจโยนการ์ดใบนั้นลงพื้นไป"ข้าขอแค่ผลึกที่เหลือก็ตามสบายเลย"จงลั่วรู้ว่าเซบาสเตียนนั้นอาศัยเลือดในการเติมเต็มความหิวเมื่อตัวเขาได้ผลึกของเจ้าทานุกิสามหางมาแล้ว เนื้อของมันก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

     

                    เซบาสเตียนไม่ตอบคำมันเพียงพยักหน้าเบา ๆ แต่ในใจกลับยินดียิ่ง เพราะเนื้อลูกเต๋าที่ถูกเผาไหม้ปิดแผลเปิดเอาไว้จากกรงเล็บอเวจีนั้น ด้านในจะยังคงชุ่มช่ำไปด้วยเลือดสด ๆซึ่งเซบาสเตียนก็ไม่รีรออีกมันใช้เล็บที่ยืดยาวจิ้มก้อนเนื้อขึ้นมาดูดเลือดที่อยู่ด้านใน...ทีละก้อน...ทีละก้อนจนเนื้อทุกก้อนแห้งสนิททั้งสองจึงได้เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู้เมืองบาร์นต่อไป

    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน