[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 5 ผู้พิทักษ์ความมืด (2.2) (รีไรต์)

            หนูกระชอนลากขาของฮันมยองโอกลับลงไปในโพรงดินที่พวกมันขุดขึ้นมายูซังอาที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดเหวี่ยงหอกทันทีแต่ฮันมยองโอที่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวกลับคว้าตัวยูซังอาเอาไว้สถานการณ์เลยยิ่งเลวร้ายไปกว่าเดิม

            “จับไว้ครับ!”

            อีฮยอนซองยื่นหอกออกไปแต่หอกของเขาก็กระแทกเข้ากับพื้น ไม่ได้โดนเป้าหมายแต่อย่างใดหนูกระชอนกับสองคนนั่นหายลงไปใต้พื้นเรียบร้อยแล้ว

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ไม่พอใจในเรื่องน่าอึดอัด]

            จองฮีวอนโมโหเดือด

            “โอ๊ย! ฉันนึกแล้วเชียวว่าต้องเกิดเรื่องเพราะตาลุงนั่น จริง ๆ เลย!”

            “...ขอโทษครับ เป็นเพราะผมช้าเกินไป”

            อีฮยอนซองเอ่ยเสียงเศร้าผมตบไหล่เขาแทนความหมายว่าไม่เป็นไร

            “ไม่ว่าใครก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ”

            “ไล่ตามไปดีมั้ยครับ”

            ผมสำรวจโพรงที่เจ้านั่นหายตัวไปมันไม่ใช่โพรงธรรมดา ผมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในอากาศ ความรู้สึกราวกับมีแต่ความมืดมน

            ผมแสร้งทำเป็นครุ่นคิดพลางก้าวถอยหลังขณะเดียวกันก็แอบเปิดสมาร์ตโฟน แบตเตอรี่เหลืออยู่ห้าเปอร์เซ็นต์เมื่อช่วงเช้ามืดผมใช้อาหารแลกกับแบตเตอรี่ชาร์จจากคนกลุ่มปลายแถว

            [ความเร็วในการอ่านเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลของคุณลักษณะ!]

            ผ่านไปไม่นานผมก็หาส่วนที่ต้องการเจอ

            「 ...‘ชายขอบแห่งความมืด’ ที่พวกหนูกระชอนอาศัยอยู่คือมิติลับรูปแบบหนึ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากต้นไม้ของโลกปีศาจอย่าง[รากแห่งความมืด]พวกหนูหายใจด้วยธาตุมืดแทนที่จะเป็นออกซิเจนดังนั้นพวกมันจะไม่อาจมีชีวิตรอดได้ถ้าไม่อยู่บริเวณ [ชายขอบแห่งความมืด] 」

            มันเป็นเรื่องที่ผมพอจะรู้คร่าวๆ อยู่แล้วก็จริง แต่ถึงอย่างไรก็มีความหมายมากที่ได้อ่านทวนอีกรอบ

            อย่างนี้นี่เองสถานที่แห่งนี้คือปากทางเข้าสู่[ชายขอบแห่งความมืด]หลังจากอ่านเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าตัวนั้นเสร็จผมก็ยัดสมาร์ตโฟนเก็บลงกระเป๋า

            “คุณดกจา?”

            อีฮยอนซองกำลังมองผมด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจผมพยักหน้า

            “เข้าไปกันเถอะครับ”

            “อ๊ะ ถ้าอย่างนั้น...”

            “แต่มันอันตรายเกินกว่าที่เราจะเข้าไปกันหลายคนคุณอีฮยอนซองกับคุณจองฮีวอนช่วยเฝ้ายามอยู่รอบ ๆ นี่ทีนะครับถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะส่งสัญญาณเรียก”

            จองฮีวอนสะดุ้งตกใจรีบเอ่ยถาม

            “หรือว่า...จะเข้าไปกับกิลยองแค่สองคนเหรอคะ”

            “ความสามารถของอีกิลยองจะเป็นประโยชน์ต่อการไล่ตามเจ้านั่นครับ”

            ตอนที่หญิงสาวพยายามจะคัดค้านผมก็กวักมือเรียกอีฮยอนซอง

            “และคุณอีฮยอนซอง คุณจองฮีวอนดูจะอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ช่วยดูแลเธอหน่อยนะครับ”

            คำพูดของผมทำให้อีฮยอนซองเองก็ดูเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่าง

            “ทราบแล้วครับ”

            “เดี๋ยวก่อน ฉันสบายดีนะคะ!”

            “คุณจองฮีวอน มั่นใจในตัวเองมันก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่ควรฝืนตัวเองครับ”

            “...”

            สภาพของจองฮีวอนที่ขนาดหายใจยังหอบแปลว่ายังฟื้นฟูร่างกายตัวเองจากหมอกพิษมรณะได้ไม่สมบูรณ์

            ผมทิ้งทั้งสองคนไว้ด้านหลังแล้วพาอีกิลยองเดินลงไปในโพรงมันเป็นหลุมที่ถูกขุดลงไปเป็นแนวดิ่งจนแทบจะตั้งฉากกับพื้นดินอย่างเห็นได้ชัดแต่วินาทีที่ลงไปในโพรงนั่นพวกเรากลับเดินเท้าติดผนังได้เป็นปกติดีราวกับมีแรงโน้มถ่วงรองรับ

            นี่เป็นเพราะพลังเวทที่[ชายขอบแห่งความมืด] ปลดปล่อยออกมา

            “ทางนี้ครับ”

            หลุมมืดมากเสียจนแยกแยะอะไรไม่ออกผมจึงได้แต่เดินตรงไปโดยอาศัยปลายนิ้วของอีกิลยองตามธรรมชาติธาตุมืดจะดูดกลืนแสงสว่าง ดังนั้นไฟฉายจึงไร้ความหมายถ้าหากไม่มีความสามารถ [สายใยการสื่อสารอันหลากหลาย]ของอีกิลยองละก็ผมอาจจะต้องใช้เหรียญอีกก็ได้

            “พี่ครับ”

            อีกิลยองเรียกผม

            “เมื่อกี้นี้จงใจใช่มั้ยครับ”

            “...เรื่องอะไร”

            “ตอนที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นจับลุงกับพี่สาวไปพี่จงใจปล่อยมันไปไม่ใช่เหรอครับ”

            ผมผงะไปครู่หนึ่งปลายนิ้วของอีกิลยองที่สัมผัสกันในความมืดให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยอีกิลยองอธิบายต่อก่อนที่ผมจะทันถามว่ารู้ได้ยังไง

            “ตอนนั้นผมเห็นหน้าพี่น่ะครับ”

            ในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นเขายังสังเกตเห็นสีหน้าผมด้วยงั้นหรือ เป็นเด็กน้อยที่น่ากลัวจริง ๆหากพยายามปิดบังเด็กที่หูตาว่องไวคนนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่

            “ใช่ ถูกต้องแล้ว”

            ข้อความระเบิดขึ้นในหัวสมองทันทีที่ผมตอบไปแบบนั้นอืม สำหรับพวกกลุ่มดาวเองเรื่องนี้ก็น่ารับชมเหมือนกัน

            [กลุ่มดาวฝ่ายดีขมวดคิ้วให้กับความโหดร้ายของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ เร่งรัดคุณด้วยนัยน์ตาเปล่งประกาย]

            “ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะครับ”

            “เพราะนิสัยโดยธรรมชาติของหนูกระชอน”

            ผมตัดสินใจตอบออกไปตามตรง

            “พวกหนูกระชอนมีนิสัยชอบเก็บสิ่งที่ล่ามาได้ไปรวมกันไว้ที่หนึ่งไม่ใช่แค่เหยื่อเท่านั้นพวกมันเก็บรวบรวมกระทั่งของที่ดูแล้วหายากหรือมีราคาด้วยอย่างเช่นไอเท็มเป็นต้นแต่เส้นทางไปยังรังของพวกมันซับซ้อนมากถ้าไม่เดินตามทางที่พวกมันขุดทะลุไปก็จะไม่มีวันหาเจอได้เลย”

            อีกิลยองไม่ได้พูดอะไรผมอธิบายต่อ

            “เรื่องที่พวกมันลากตัวฮันมยองโอไป ฉันคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วแต่ที่คุณยูซังอาโดนลากไปด้วยนั่นผิดคาดเหมือนกัน”

            “ถ้าอย่างนั้นเป้าหมายของพี่ก็ไม่ใช่การช่วยเหลือพี่สาวกับลุงแต่เป็นไอเท็มใช่มั้ยครับ”

            “ใช่ ผิดหวังหรือเปล่า”

            “ไม่ครับ”

            รู้สึกได้ว่ามือเล็กของอีกิลยองจับปลายนิ้วของผมแน่น

            “พี่โกหกไม่เก่งเลยนะครับ”

            “...”

            “ถ้าพี่เป็นคนแบบนั้นจริง ๆ ตอนอยู่บนรถไฟก็คงไม่ช่วยผมไว้หรอกครับผมเชื่อในตัวพี่ครับ”

            อีกิลยองเป็นเด็กที่ทำตัวไม่เหมือนเด็กแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นแค่เด็กอยู่ดีเขาไม่รู้หรอกว่าการเป็นผู้ใหญ่กับการทำตัวเหมือนเป็นผู้ใหญ่มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            [กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งน้ำตาคลอด้วยความประทับใจ]

            [คุณได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 200 เหรียญ]

            และโลกใบนี้ก็มีพวกผู้ใหญ่เจ้าเล่ห์ที่ฉกฉวยใช้ความ‘เป็นผู้ใหญ่’ ให้เป็นประโยชน์อยู่มากมาย

            โพรงนี้ยาวกว่าที่คิดพวกเราต้องเดินลงไปข้างล่างอยู่พักใหญ่

            “คือว่า พี่ครับ”

            “หืม”

            “พี่เป็นพระเจ้าเหรอครับ”

            “...อะไรนะ”

            “หรือว่าเป็น ‘ตัวเอก’?”

            บางครั้งพวกเด็กๆ ก็มักจะเอ่ยคำถามที่เฉียบแหลมเป็นเพราะใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ความเป็นจริงกับจินตนาการไม่ได้แยกออกจากกันอย่างชัดเจนหรือเปล่านะอีกิลยองไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคำถามของเจ้าตัวหมายความว่ายังไง

            “ฉันไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่ตัวเอกด้วย แถมยังอิจฉาตัวเอกอยู่บ่อย ๆ”

            “แต่พี่ก็รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับโลกใบนี้ใช่มั้ยครับ”

            ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ

            “นั่นก็ใช่”

            “งั้นผมขอถามอะไรสักเรื่องได้มั้ยครับ”

            “ถ้าตอบได้นะ”

            “ถ้าเคลียร์ซีนาริโอทั้งหมดได้...ผมจะขอพรให้เป็นจริงได้หรือเปล่าครับ”

            “ขอพร?”

            ผมตื่นตระหนกเล็กน้อย

            “ปกติแล้วตอนจบของเรื่องแบบนี้มักจะมีรางวัลแบบนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอครับเรื่องนี้ก็ด้วยถ้ามันจบลงจะมีอะไรแบบนั้นอยู่ใช่มั้ยครับ”

            ลมหายใจของอีกิลยองสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความมืดจู่ ๆ ผมก็นึกถึงสีหน้าของอีกิลยองตอนที่มองแม่ตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาขึ้นมา

            ผู้คนที่ปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่นี่แต่ละคนต่างก็ต้องทนอยู่กับมันด้วยวิธีของตัวเองบางคนปล่อยให้ตัวเองเป็นบ้า บางคนคลั่งจนสติหลุดบางคนใช้ความมองโลกในแง่ดีจนผิดปกติมาบรรเทา

            “อืม มีสิ”

            ขอบคุณที่ที่แห่งนี้ปกคลุมไปด้วยความมืดมิดเพราะมันช่วยให้อีกิลยองไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของผมในตอนนี้ได้

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน