“ใครมันกล้ามาทะเลาะวิวาทในเมืองหลวงกลางวันแสกๆ เช่นนี้!?”
หวังหยาน กล่าวพลางวางจอกเหล้าลง มันขมวดคิ้วแน่น บัดนี้ใบหน้าของเขาดุดันจนสามารถข่มขู่ผู้คนโดยรอบได้อย่างชะงัก
สำหรับแม่ทัพผู้กำชัยเหนือสนามรบแล้วนั้น ย่อมไม่มียอมให้เกิดความบาดหมางต่อหน้าของตนอย่างแน่นอน ทุกอย่างสำหรับเขาเป็เพียงแค่สีขาว หรือสีดำเท่านั้น สิ่งที่เขาเกลียดชังมากที่สุดก็คือคนที่ประพฤติขัดต่อกฎบัญญัติของบ้านเมือง
สำหรับคนที่กล้าสร้างปัญหาภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ในเมืองหลวงซึ่งเป็ที่พำนักโอรส์แล้วนั้น บุคคลผู้นั้นจะต้องเป็คนที่ไม่เกรงกลัวต่อบัญญัติแผ่นดินแน่นอน
หวังหยาน ตบฝ่ามือลงบนโต๊ะพร้อมกับยืนขึ้นเพื่อจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น ความตื่นตระหนกก็เผยให้เห็นในดวงตาของ เหยา กวงยี่ มันรีบเปิดปากกล่าวออกมา
“นี่น้องหวัง เ้าเป็ถึงแม่ทัพแห่งราชสำนัก ไม่จำเป็ที่จะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้หรอก พวกเรามาดื่มให้เมากันเถอะวันนี้!!”
ระหว่างที่ เหยา กวงยี่ กล่าวออกมาอยู่นั้น มันก็ยกจอกเหล้าส่งไปทาง หวังหยาน ด้วยเช่นกัน ทั้งหมดก็เพื่อให้ หวังหยาน เลิกสนใจสิ่งที่เกิดขึ้น คงเป็เื่ตลกร้ายสำหรับมันอย่างมากถ้าแผนการล่มกลางคันเช่นนี้ เพราะอย่างไรแล้วมันต้องใช้ความพยายามอย่างมากเกี่ยวกับแผนการครั้งนี้ ซึ่งครั้งแรกย่อมประสบผลสำเร็จในการป้ายสีมากกว่าครั้งต่อๆ ไปอย่างทาบไม่ติด
หากว่า หวังหยาน ก้าวออกไปด้านนอกแล้วนั้น มันก็เท่ากับว่าความพยายามทั้งหมดของมันจะต้องสูญเปล่า
“นี่........เอาเถอะ!!”
แม้ว่า หวังหยาน จะไม่ยินดีนักก็ตาม แต่เมื่อเขาเห็นว่า เหยา กวงยี่ ส่งจอกเหล้าขึ้นมาเช่นนั้นเขาก็ทำได้เพียงแค่นั่งลงกลับไปบนเก้าอี้เท่านั้น
เมื่อเห็นว่า หวังหยาน ยอมแพ้ที่จะออกไปด้านนอกแล้วนั้น ความกังวลภายในหัวใจของ เหยา กวงยี่ ก็ลดลงอย่างมาก มันหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเพื่อรินเหล้าลงไปในจอกของ หวังหยาน อีกครั้ง แต่ในเวลาเดียวกันนั้น มันก็ทำให้ตัวมันเองสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าใครกล้ามาสร้างปัญหาขึ้นที่นี่ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยคนของมันเกือบทั้งหมด
เช่นนั้นแล้วการทะเลาะวิวาทจะเกิดขึ้นได้เช่นไร!? เป็ไปได้ไหมว่าบางคนกำลังพยายามที่จะเข้ามา!?
สำหรับแผนการในวันนี้มันได้พยายามทุกอย่างอย่างเต็มที่ ด้วยการคุ้มกันรอบโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลในเวลานี้ แม้แต่ยุงก็ยังยากที่จะสามารถเข้ามาได้ เช่นนั้นแล้วจะมีใครที่มีความสามารถมากพอก่อปัญหาภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลได้
“หากข้ารู้ว่านี่เป็ฝีมือใครที่กล้ามาสร้างปัญหาภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลในเวลานี้ ข้าจะต้องให้มันชดใช้ด้วยชีวิต แม้ว่าจะตายไปแล้วข้าก็สับมันเป็หมื่นๆ ชิ้น!!”
เหยา กวงยี่ ลอบกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ ดวงตาของมันเปล่งประกายกร้าวออกมาเล็กน้อย แผนการนี้มีความสำคัญต่อการต่อสู้ระหว่างอ๋องฉี และอ๋องซ่ง อย่างชัดเจน รวมถึงยังมีความเกี่ยวพันของการต่อสู้ทางการเมืองภายในราชสำนักอีกด้วยเช่นกัน
ตระกูล เหยา ขึ้นตรงต่ออ๋องฉี อย่างแแ่ แน่นอนว่าไม่มีเส้นทางให้ถอยห่างออกมาสำหรับพวกมันอีกต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดจะทำลายแผนการครั้งนี้ นั่นเท่ากับว่าเป็ศัตรูของตระกูล เหยา ไปโดยสมบูรณ์
หลังจากที่ตระกูล เหยา ได้รับการสนับสนุนจากอ๋องฉี แล้วนั้น ก็ทำให้อำนาจของพวกมันภายในราชสำนักสูงส่งอย่างมาก จึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับพวกมันที่จะใช้กำลังบดขยี้ตระกูลทั่วๆ ไป
“น้องหวัง!!”
เหยา กวงยี่ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจกล่าวไปยัง หวังหยาน สหายคนนี้ของมันเป็บุคคลที่มีความตรงไปตรงมาสูง ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใครง่าย หากว่ามันไม่สามารถเอาใจได้อย่างถูกต้องแล้วนั้น มันก็เป็ได้ที่ หวังหยาน จะเลือกออกไปดูสถานการณ์อย่างแน่นอน
“เมืองหลวงเต็มไปด้วยเหล่ารุ่นเยาว์จากตระกูลที่มีชื่อเสียง มันจึงไม่แปลกที่จะมีเองกระทบกระทั่งกันบ้าง ตราบใดที่มันยังไม่ได้ทำให้ชีวิตของใครต้องดับสูญ เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลก็น่าจะสามารถจัดการ.........!!”
***** โครมมม *****
ก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกมาจนจบนั้น ร่างของคนอีกผู้หนึ่งก็ทะลุออกจากกำแพงกระเด็นสู่หน้าโรงเตี๊ยม ต่อจากนั้นก็มีคนที่สาม , คนที่สี่ .......
เหยา กวงยี่ ชะงักเสียงของเขาลงด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
...........
“น้องสาว ละมั่งเขาเดียว!!”
“น้องสาว วิหคสลัดขน!!”
“…….วานรชิงท้อ!!”
………………..
บนชั้นสามของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล บุตรสาวคนเล็กจากตระกูล หวัง เข้าจู่โจมเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูล เหยา กระเด็นออกไปไม่ต่างจากลูกบอลยางก็ว่าได้
แต่เดิมแล้วบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง นั้นเป็คนที่ี้เีอย่างมาก นางจะใช้เวลาในการฝึกฝนการต่อสู้ และความแข็งแกร่งเพียงสามวัน อีกสองวันต่อมานางก็จะเที่ยวเล่นพักผ่อนด้วยความเฉื่อยชา แต่ก็ยังนับว่าโชคดีอย่างมากที่นางยังคงเชื่อฟังพี่ชายของนาง
เมื่อพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวของนาง ผสานเข้ากับประสบการณ์ที่สั่งสมเอาไว้ในชีวิตที่แล้วของ หวังชง นั้น มันก็ทำให้สถานการณ์พลิกผันไปอย่างชัดเจน
ภายในห้องโถงนี้นอกจาก เหยาเฟิง ที่ทนต่อการโจมตีที่ดุร้ายของนางได้แล้วนั้น เหล่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ต่างก็ถูกอัดจนกระเด็นออกไปแทบทั้งหมด เพียงไม่นานทั่วทั้งห้องก็อื้ออึงไปด้วยเสียงครวญครางจากความเ็ป
รูโหว่ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วผนังของห้อง บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง ไม่เพียงแต่จะสามารถเล่นงานพวกเขาได้อย่างหนักหน่วงเท่านั้น แต่ยังสามารถอัดจนพวกเขาทะลุผนังห้องตกลงไปกระแทกกับพื้นถนนเบื้องล่างได้อีกด้วย
“นังบ้าเอ๊ย!!”
ยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ เหยาเฟิง ยิ่งตื่นตระหนก และโกรธมากขึ้นเท่านั้น ในเวลานี้ดวงตาของมันได้เปลี่ยนเป็สีแดงก่ำอย่างชัดเจน
พี่น้องตระกูลหวังมีอยู่สองคนเท่านั้น คนหนึ่งอายุสิบห้าปี และอีกคนอายุเพียงสิบปี เหยาเฟิง ไม่เคยคาดคิดมาก่อนแม้แต่นิดเดียวว่าการชุมนุมของมันจะถูกทำลายด้วยพี่น้องสองคนนี้ อีกทั้งมันยังถูกเด็กสาวตัวเล็กเล่นงานจนได้รับาเ็อีกด้วย
“เลี่ยงออกจากเด็กผู้หญิงซะ จับตัว หวังชง เอาไว้!!”
เหยาเฟิง คำรามลั่นออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว เห็นได้ชัดว่าหากไม่มี หวังชง ค่อยสั่งการอยู่นั้น เด็กสาวคนนี้ก็ไม่ใช่คู่มือของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์แม้แต่นิดเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น จากท่าทีของนางในตอนนี้ หากว่ามันสามารถจับ หวังชง ได้แล้วนั้น นางก็ย่อมไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
***** ฟุ่บ *****
เมื่อได้ยินเช่นนั้นองครักษ์ของตระกูล เหยา สามถึงสี่คนก็รีบวิ่งผ่าน หวังเสี่ยวเหยา ตรงไปหา หวังชง อย่างรวดเร็ว
***** วูบบบบบ *****
ขณะเดียวกันนั้น ใต้ฝ่าเท้าของ หวังชง ก็มีเงาร่างคล้ายกับปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในสายธารปรากฏขึ้น มันทำให้ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวผ่านเหล่าองครักษ์เ่าั้ไปได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าในตอนนี้ หวังชง จะไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับใครแม้แต่คนเดียวภายในห้องนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานใน่ชีวิตที่แล้วของเขานั้น มันก็มากพอที่จะทำให้เขาหลบหนีจากการจับกุมตัวได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“น้องสาว ฟังข้าให้ดี!! ทุกอย่างจะจบลงในเร็วๆ นี้!! ระฆังทองผกผัน!!”
***** ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก *****
เสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งขึ้นมาตามบันไดจากชั้นล่าง พวกเขาเ่าั้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูล เหยา
ผนังกำแพงของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลถูกบุเอาไว้ด้วยโลหะแข็ง อีกทั้งทั่วทั้งโรงเตี๊ยมยังเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์จากตระกูล เหยา แต่แรกแล้วที่เกิดเสียงอึกทึกขึ้นนั้น พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด แต่เมื่อเสียงที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่จบลง และยังดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ มันก็ทำให้พวกเขารีบวิ่งขึ้นมาตรวจสอบดูในทันที
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาสองพี่น้องจำเป็ต้องจัดการทุกอย่างให้จบให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะไม่มีทางออกสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
“ได้เลย!!”
บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง กล่าวรับด้วยเสียงสดใส ยิ่งนางต่อสู้มากเท่าไหร่มันยิ่งทำให้นางตื่นเต้นมากขึ้นเท่า ร่างกายของนางสั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความยินดี แม้ว่านางจะเคยต่อสู้มาก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีครั้งใดที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นได้เช่นนี้มาก่อน
นางรู้สึกราวกับว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งของตระกูล เหยา วิ่งเข้ามาหาหมัดของนางด้วยตัวเอง เพียงแค่หมัดเดียวนางก็สามารถล้มพวกเขาได้ทั้งหมด สำหรับนางแล้วในตอนนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากการละเล่นเท่านั้น เพียงแค่ชั่วลมหายใจเดียว นางก็สามารถจัดการคนในห้องไปได้กว่าครึ่ง
“น้องสาว ตอนนี้แหละ!! ิญญาอสรพิษสะบัดหาง!!”
เมื่อเห็นจังหวะที่เหมาะสมในการคว้าชัย หวังชง ก็รีบะโไปที่น้องสาวของเขาทันที
หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของ หวังชง ดังขึ้นมาเช่นนั้น เหยาเฟิง ก็จับจ้องไปที่ หวังเสี่ยวเหยา ด้วยความระมัดระวังทันที แต่ทว่ากระบวนท่า ิญญาอสรพิษสะบัดหาง ที่ หวังชง ะโออกมานั้นเป็เพียงคำลวงเท่านั้น
***** ตึง *****
เหยาเฟิง กระแทกฝ่าเท้าลงกับพื้นเพื่อสร้างแรงดีดตัวออกไปด้านหน้า แต่ทันทีที่มันโจมตีไปยัง หวังเสี่ยวเหยา นั้นมันกลับเหลือเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
“แย่แล้ว!!”
ในเวลานั้น หัวใจของ เหยาเฟิง ััได้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน กระบวนท่า ิญญาอสรพิษสะบัดหางของ หวังเสี่ยวเหยา ไม่ได้เป็กระบวนท่าดั้งเดิมแต่อย่างใด
โดยปกติแล้วผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถใช้กระบวนท่านี้ออกมาได้ ก็ต่อเมื่อพวกเขามีความชำนาญในการใช้เพียงพอเท่านั้น หลังจากที่มันสังเกตท่าทีของ หวังเสี่ยวเหยา มาสักระยะ มันก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่หมั่นฝึกฝนเท่าไหร่นัก จึงทำให้มันประเมินนางต่ำเกินไปอย่างมาก
ความประมาทของมันได้กลายเป็ความผิดพลาดร้ายแรงไปอย่างกะทันหัน
เมื่อความคิดนั้นปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด เหยาเฟิง ก็้าจะดีดตัวถอยทันที แต่ทว่ามันก็สายเกินไปสำหรับเสียแล้ว เมื่อฝ่าเท้าขนาดเล็กกำลังวาดเป็เส้นโค้งลงมาที่ศีรษะของมันอย่างรวดเร็ว
***** พลั่ก *****
ราวกับว่าถูกฟาดด้วยค้อนขนาดใหญ่ ร่างของ เหยาเฟิง กระแทกลงกับพื้นห้องจนพื้นโดยรอบแตกกระจายออกเป็วงกว้าง
***** กร๊อบบบบ *****
ความน่ากลัวยังไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่นั้น หวังเสี่ยวเหยา กระโจนไปที่แผ่นหลังของ เหยาเฟิง พร้อมกับบิดแขนทั้งสองข้างของมันมาไว้ด้านหลัง นั่นทำให้เสียงกระดูกของมันกรีดร้องออกดังออกมาภายนอกอย่างรุนแรง
“นายน้อย!!”
“คุณชาย เหยา!!”
………………..
เสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งขึ้นมาจากบันไดหยุดลงอย่างกะทันหัน เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูล เหยา ต่างหยุดนิ่งมองตรงไปยัง หวังเสี่ยวเหยา ที่อยู่บนแผ่นหลังของ เหยาเฟิง ด้วยความตกตะลึง
เหยาเฟิง ไม่ใช่คนที่อ่อนแอแม้แต่นิดเดียว ความจริงแล้วแม้แต่ เหยา กวงยี่ ก็ยังชื่นชมในตัวบุตรชายของมันอย่างมาก ไม่มีใครคาดคิดแม้แต่นิดเดียวว่า เหยาเฟิง ที่มีความแข็งแกร่งผู้นี้จะพลาดท่าให้กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นนี้ได้
“ใครกล้าทำร้ายนายน้อยของข้า!!”
หลังจากความตกตะลึงผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูล เหยา ก็ะโลั่นขึ้น
“จับผู้ชายคนนั้นไว้ มันเป็นายน้อยของตระกูล หวัง ใช้มันแลกเปลี่ยนกับคุณชาย เหยา!!”
ขณะนั้น บุตรชายแห่งตระกูล โจว ก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดันขณะที่จ้องมองไปยัง หวังชง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเสี่ยวเหยา ก็พลุ่งพล่านไปด้วยความโกรธอย่างรุนแรงในทันที
“หากใครกล้าทำร้ายพี่ชายของข้า ข้าจะสังหารนายน้อยของพวกเ้าทิ้งซะ!!”
บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง นั้นกำเนิดมาพร้อมกับพลังมหาศาลภายในร่างกาย เมื่อนางเคลื่อนไหวด้วยความโกรธเช่นนี้ มันก็แทบที่จะทำให้กระดูกแขนทั้งหมดของ เหยาเฟิง แตกละเอียดไปเลยด้วยซ้ำ
แม้ว่า เหยาเฟิง จะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นอยู่ไม่น้อยก็ตาม แต่บัดนี้มันก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป ใบหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็สีขาวซีด เหงื่อที่เย็นเยียบไหลลงมาจากหน้าผากของมันด้วยความเ็ปทรมาน บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง นั้นไม่เพียงแต่จะเชื่อฟังพี่ชายของนางเท่านั้น แต่นางยังเป็ห่วงพี่ชายของนางอย่างมากอีกด้วย
หากว่าเด็กสาวคนนี้บิดแขนของมันไปมากกว่านี้ อนาคตของมันจะต้องพังทลายลงแน่นอน
“หยุด!! พวกเ้าทั้งหมดหยุด!!”
เหยาเฟิง ทั้งกังวล และโกรธแค้นอย่างมาก ด้วยความเย่อหยิ่ง และพร์ที่น่าทึ่งของเขามัน จึงไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใดมาก่อน แต่เมื่อมันต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นนี้ ก็ทำให้ศักดิ์ศรีทั้งหมดของมันพังครืนลงมาจนหมดสิ้น
“หวังชง ไม่ว่าเ้าจะ้าอะไรก็ตาม แต่ข้าเชื่อว่าตระกูล หวัง ไม่มีทางทำเช่นนี้กับข้าแน่ ข้าจะบอกเ้าเอาไว้เลยว่าข้าจะต้องให้ตระกูล หวัง ชดใช้สำหรับเื่นี้ และข้าก็อยากรู้นักว่า หวังหยาน พ่อของเ้าจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับเื่นี้!!”
โลหิตสีแดงสดไหลออกมาจากศีรษะซีกหนึ่งของมันยามที่กระแทกเข้ากับพื้น มันทั้งรู้สึกอับอาย และโกรธแค้น หากพิจารณาถึงขอบเขตการบ่มเพาะพลังของมันในตอนนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเอาชนะมันได้ แต่ทว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้กลับเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่ทำให้มันต้องอับอาย และไร้ทางสู้เช่นนี้
ความเป็มาไม่สำคัญเท่ากับผลที่ประจักษ์ชัด บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง นั้นแข็งแกร่งกว่ามันมาก จึงทำให้มันไม่มีทางเลือกนอกจากยอมจำนนเท่านั้น แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับความอัปยศที่เกิดขึ้นเช่นนี้ มันย่อมไม่มีทางปล่อยทั้งสองคนนี้ออกไปอย่างแน่นอน
มันอาจจะไม่สามารถเอาชนะเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ได้ แต่การจัดการกับ หวังชง และ หวังเสี่ยวเหยา ด้วยอำนาจของตระกูล เหยา ก็ยังคงเป็ไปได้อยู่
“เ้าไม่รู้จริงหรือ!?”
หวังชง หรี่ตาลงเล็กน้อยขณะที่เขากล่าวออกมาเช่นนั้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของ เหยาเฟิง ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาไม่ได้รู้เกี่ยวกับแผนการครั้งนี้
เหยา กวงยี่ ้าจัดการกับ หวังหยาน บิดาของเขา เพื่อให้ทุกอย่างรัดกุมมากที่สุดนั้น เกรงว่า เหยา กวงยี่ คงได้บอกเื่นี้กับคนสนิทเพียงไม่กี่คนของมันเท่านั้น และเมื่อพบว่าแม้แต่ เหยาเฟิง ที่เป็บุตรชายของมันก็ยังไม่รับรู้ถึงเื่นี้ เช่นนั้นก็หมายความว่า เหยา กวงยี่ ตั้งใจจะทำให้แผนการครั้งนี้สำเร็จลงโดยสมบูรณ์อย่างถึงที่สุด
หวังชง ค่อนข้างประทับใจในความรอบคอบของจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้อยู่ไม่น้อย
แม้ว่า เหยาเฟิง จะไม่รับรู้ถึงเื่นี้ก็ตาม แต่ก็มิอาจปล่อยวางได้แต่อย่างใด บุตรของจิ้งจอกเฒ่าย่อมไม่มีวันกลายเป็ลูกนกอย่างแน่นอน
เขาสามารถมองเห็นเจตนาร้ายของมันได้อย่างชัดเจนผ่านการกระทำของ หม่าโจว
“น้องสาว!!”
ดวงตาของ หวังชง เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขาก้าวเข้าไปหานาง ขณะเดียวกันนั้นเมื่อไม่รู้ว่า หวังชง ้าอะไรจากตน เหยาเฟิง จึงไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก
“........ไม่จำเป็ต้องเก็บกระดูกแขนของมันเอาไว้อีก!!”
“เ้ากล้ารึ!!”
ทุกคนในห้องต่างโพล่งออกมาด้วยความตกตะลึง โดยเฉพาะ เหยาเฟิง
“ย่อมได้!!”
ภายใต้เสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของเหล่าผู้คนภายในห้องขณะนั้น เสียงที่สดใสของ หวังเสี่ยวเหยา ก็ดังขึ้นโดยไม่มีความแคลงใจ หรือความสงสัยอยู่ในน้ำเสียงของนางแม้แต่นิดเดียว
หลังจากที่พี่ชายของนางขอให้นางจัดการกับ เหยาเฟิง มันก็ย่อมมีเหตุผลอยู่แล้วแน่นอน
***** ตูมมมม *****
ภายใต้สายตาของเหล่าผู้คนภายในห้อง เด็กผู้หญิงร่างเล็กได้ใช้หมัดชกไปอย่างรุนแรงที่แขนของ เหยาเฟิง อย่างไม่น่าเชื่อ
“อ๊ากกกกกก.......!!”
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ป และความโศกเศร้าดังกังวานขึ้นมาภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล จนแม้แต่พื้นของโรงเตี๊ยมยังสั่นสะท้านขึ้นมาจากคลื่นเสียง
....................
“เฟิงเอ๋อ!!”
ในชั้นล่างของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล เหยา กวงยี่ ไม่ได้ให้ความสนใจต่อคนที่ถูกโยนลงกระแทกกับพื้นถนนแต่อย่างใด สิ่งเดียวที่มันกำลังให้ความสำคัญอยู่ก็คือการปิดปาก หวังหยาน ด้วยคำว่า “ไม่เป็ไร ไม่ต้องกังวล!!”
เมื่อเสียงกรีดร้องของ เหยาเฟิง ดังสะท้อนขึ้นมาภายในโรงเตี๊ยมเช่นนั้น เหยา กวงยี่ ก็อดไม่ได้ที่จะยืนขึ้นด้วยความตกตะลึง
เหยา กวงยี่ สังเกตถึงเหตุการณ์ที่มีคนถูกโยนลงมาบนถนนตั้งแรก แต่มันไม่ได้คาดคิดว่าบุตรชายของตน เหยาเฟิง จะพ่ายแพ้ในการต่อสู้
มันรู้ดีว่าลูกชายของเขานั้นมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด ในบรรดาสหายของบุตรชายของมันนั้น มีเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถทัดเทียมกับมัน อีกทั้งมันยังได้สั่งให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากเฝ้าระวังโดยรอบโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลเอาไว้อีกด้วย เมื่อพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านแล้วนั้น คนที่สามารถทำให้ เหยาเฟิง กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปเช่นนี้ภายใต้วงล้อมของเหล่าผู้ฝึกฝนได้ ย่อมไม่ใช่คนทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน
ตระกูล เหยา นั้นมีบุตรชายเพียงคนเดียวก็คือ เหยาเฟิง มันได้ทุ่มเททุกอย่างให้กับลูกชายของตน เพื่อสืบทอดตระกูล เหยา ต่อจากมัน หากว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เหยาเฟิง แล้วนั้น มันไม่ได้หมายความว่าตระกูล เหยา จะต้องมาสิ้นสุดลงที่ตนเองหรอกหรือ!? แล้วเช่นนั้นมันจะมีหน้าไปพบกับบรรพชนได้เช่นไร!?
ณ จุดนี้ เหยา กวงยี่ ไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
“น้องหวัง อภัยให้ข้าด้วย!!”
หลังจากกล่าวจบ เสื้อคลุมของ เหยา กวงยี่ พลันปลิวไสว แสงสว่างสีทองเปล่งประกายออกมาใต้ฝ่าเท้าของมัน เพียงพริบตานั้นมันก็ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายทะลวงผ่านเพดานของชั้นล่างขึ้นสู่ขั้นที่สามของโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว
..........................