สวี่มั่วเลื่อนอ่านคอมเมนต์อยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจทันทีที่แท้เป็นเพราะมีคนจำได้ว่าสุนัขฮัสกี้ในคลิปก็คือเจ้าตัวที่เมื่อวานเพิ่งกลายเป็นฮีโร่ช่วยเด็กตกน้ำจึงทำให้คลิปถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
เพราะตอนนั้นมีหลายคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ สั้นยาวไม่เท่ากันเลยทำให้มีหลายเวอร์ชันเผยแพร่ออกมาในเน็ต
ช่วงแรกจะเป็นคลิปที่มีแต่ภาพฮัสกี้อยู่ในน้ำ แต่เพราะระยะไกลภาพจึงไม่ชัด ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าแท้จริงแล้วใช่ฮัสกี้ที่ช่วยเด็กเมื่อวานหรือไม่
แต่ต่อมากลับมีเวอร์ชันอื่นที่ถ่ายติดภาพจ้าวลี่อิ่งขณะฮัสกี้ขึ้นฝั่งมาทำให้บรรดาชาวเน็ตที่รู้จักเธอต่างก็มั่นใจทันที
พอรวมเข้ากับโพสต์ใน Weibo ที่จ้าวลี่อิ่งเคยโพสต์ไว้ตอนอยู่โรงพยาบาลสัตว์หลักฐานทุกอย่างก็ชัดเจนราวกับเป็นโซ่เชื่อมโยง จนกลายเป็นข้อสรุปแน่ชัด
เมื่อวานยังเป็นฮัสกี้ฮีโร่ที่ช่วยเด็กวันนี้กลับไปแหย่รังผึ้งจนโดนผึ้งไล่ต่อยจนหัวบวมเหมือนหมูความแตกต่างสุดขั้วนี้ทำให้ชาวเน็ตขำกลิ้งกันใหญ่ต่างพากันบอกว่านี่สิถึงจะเป็นภาพลักษณ์ที่แท้จริง
สวี่มั่วอ่านข้อความพวกนั้นแล้วได้แต่เม้มปากอย่างหงุดหงิดสรุปได้เพียงว่า...ชาวเน็ตในโลกนี้ก็ว่างไม่ต่างจากโลกก่อนที่เขาจากมา
...เรื่องแค่นี้ก็เอามาโหมกันซะใหญ่โต
ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ที่จ้าวลี่อิ่งวางอยู่บนโต๊ะน้ำชาก็ดังขึ้นมา
เธอหยิบขึ้นมาดู พอเห็นชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็แปลกใจ ก่อนจะกดรับสาย“ฮัลโหล? พี่โจวเหรอ ทำไมโทรหาฉันเวลานี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
“อะไรนะ พูดถึงเรื่องเมื่อวานเหรอคะอืม…สุนัขที่ช่วยเด็กคนนั้นก็เป็นสุนัขของฉันจริงๆ…สัมภาษณ์? ไม่จำเป็นหรอกค่ะ…จริงๆ นะแบบนั้นมันดูเหมือนสร้างภาพไปหน่อย…ถึงจะเป็นการจัดการของทางบริษัทก็เถอะ…ไม่ใช่นะคะฉันไม่ได้อยากทำให้พี่โจวลำบากใจ…ไลฟ์ร่วมงั้นเหรอ…เอ่อ…ก็ได้ค่ะ…”
ตอนแรกสวี่มั่วไม่ได้ใส่ใจนักแต่พอได้ยินจ้าวลี่อิ่งพูดถึงตัวเขาเลยเงยหน้าขึ้นมามอง ด้วยประสาทหูอันฉับไวเขาได้ยินชัดเจนว่าฝั่งนั้นคือผู้จัดการของจ้าวลี่อิ่งโทรมาเพราะเรื่องที่ช่วยเด็กตกน้ำเมื่อวาน บอกว่าพ่อแม่เด็กอยากขอบคุณ‘ผู้มีพระคุณ’ เลยอยากให้เธอออกไปพบพร้อมทั้งจัดสัมภาษณ์
ถึงจ้าวลี่อิ่งจะเป็นสตรีมเมอร์อิสระ แต่ก็เซ็นสัญญากับบริษัทอยู่ในวงการสตรีมมิ่งเรียกกันติดปากว่า ‘สมาคม’หรือก็คือเอเจนซีบริษัทบันเทิงที่ไปทำสัญญากับแพลตฟอร์มให้เหล่าสตรีมเมอร์ในสังกัดได้ออกอากาศถือว่าเป็นการร่วมมือกัน
แน่นอนว่าแพลตฟอร์มก็สามารถเซ็นตรงกับสตรีมเมอร์ได้เหมือนกันซึ่งเนื้อแท้ก็ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวสตรีมเมอร์ว่าจะเลือกแบบไหน
ส่วนจ้าวลี่อิ่งเธอเซ็นกับบริษัทนี้ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการก็เลยอยู่ยาวมาตลอด
เหตุการณ์ช่วยเด็กเมื่อวานกลายเป็นข่าวดังชั่วข้ามคืนบริษัทของเธอย่อมไม่พลาดโอกาสทองในการปั่นกระแส จึงเกิดเป็นสายนี้ที่โทร.เข้ามา
ทางบริษัทต้องการให้จ้าวลี่อิ่งออกไปพบครอบครัวของเด็กที่ถูกช่วย
เธอไม่อยากให้มันดูโอ้อวดจนเกินไป แต่จะปฏิเสธก็ไม่สะดวกสุดท้ายเลยได้ข้อสรุปประนีประนอมว่า จะใช้การไลฟ์ร่วมแทน โดยจะจัดขึ้นในไลฟ์คืนนี้ให้ทั้งนักข่าวและครอบครัวเด็กที่ถูกช่วยมาร่วมพูดคุย
อีกทั้งทางบริษัทยังเน้นย้ำว่าต้องให้ฮัสกี้ฮีโร่คน (หมา)นั้นปรากฏตัวด้วย
มองดูจ้าวลี่อิ่งที่วางสายไปแล้วทำหน้าลำบากใจสวี่มั่วก็ได้แต่ส่ายหัวในใจ
ยัยนี่ซื่อเกินไปหน่อยหรือเปล่าโอกาสทองสำหรับปั่นกระแสแบบนี้กลับไม่อยากใช้ ถ้าเป็นคนอื่นคงโหมกันไปนานแล้ว
จ้าวลี่อิ่งวางโทรศัพท์ลงแล้วหันมาเห็นฮัสกี้กำลังมองอยู่เลยยกมือขึ้นลูบหัวมันพลางยิ้ม “มั่วมั่วเด็กที่แกช่วยกับครอบครัวของเธออยากขอบคุณแกน่ะ ไลฟ์ตอนเย็นเดี๋ยวแกก็จะได้เห็นพวกเขาแล้ว”
สวี่มั่วเบ้ปากไม่สนใจ พร้อมสะบัดหัวแรงๆ สะบัดมือของจ้าวลี่อิ่งออกไป
...อย่ามาลูบหัวฉัน!
“ทำไมเหรอ ฉันไปโดนตรงที่เจ็บเข้าหรือเปล่า”จ้าวลี่อิ่งเข้าใจผิด คิดว่าไปโดนแผลบวมของมันจึงรีบชักมือกลับด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะเหลือบดูเวลาแล้วลุกขึ้นยืน
“เที่ยงแล้ว ฉันไปทำกับข้าวก่อนนะ!จะทำของอร่อยให้แกกิน! รออยู่ตรงนี้นะ อย่าซนล่ะ”
เห็นจ้าวลี่อิ่งเดินเข้าไปในครัวเริ่มลงมือ สวี่มั่วก็เพียงส่ายหัวจากนั้นก็เอนตัวนอนต่อ หลับตาพักสายตา
เขาเปิดจอระบบขึ้นมาในหัว เลื่อนดูหน้าเว็บไปเรื่อยๆ อย่างเบื่อหน่าย
อยู่ๆ ก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพึมพำกับตัวเองว่า “น่าเบื่อชะมัด…ลองหานิยายอ่านดีกว่า ไม่รู้ว่าในโลกนี้จะมีนิยายเจ๋งๆบ้างหรือเปล่า…”