แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนเนินเขา อาเธอร์และเดวิดเดินเท้าตรงไปยังเมืองเล็กๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ฝุ่นทรายจากทะเลทรายยังเกาะติดชุดของอาเธอร์ ชุดทหารผสมนักวิทย์ที่เต็มไปด้วยกระเป๋าและรอยขาดจากการเดินทาง เขาดึงปกเสื้อขึ้นป้องกันลมเย็นที่พัดผ่าน ขณะที่เดวิดเดินเคียงข้าง ร่างกายภายนอกที่เหมือนมนุษย์ของหุ่นยนต์ AI ดูไร้ที่ติ ผิวสังเคราะห์เรียบเนียนราวกับมนุษย์จริง แต่น้ำหนักของก้าวเท้าและท่าทางที่แม่นยำเกินไปเผยให้เห็นถึงความเป็เครื่องจักร
เมื่อเข้าใกล้หมู่บ้านมากขึ้น อาเธอร์เริ่มเห็นรายละเอียด กำแพงหินหยาบๆ ที่ก่อขึ้นแบบง่ายๆ บ้านดินเผาที่มีหลังคามุงด้วยใบไม้แห้ง และแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันที่ส่องสว่างออกมาจากหน้าต่าง เขาหยุดชะงัก "เดวิด บอกฉันหน่อยสิ นายเห็นอะไรบ้าง?"
เดวิดหยุดเดิน ดวงตาสีเงินของเขาปรับโฟกัสราวกับกล้องกำลังซูมเข้า "โครงสร้างพื้นฐานทำจากหินและดินเผา ไม่มีร่องรอยของโลหะหลอมหรือเครื่องจักรกล สไตล์คล้ายอารยธรรมเมโสโปเตเมียตอนต้นผสมกรีกโบราณ" เขาหันไปมองกลุ่มคนที่เดินไปมาบนถนนดิน "ผู้คนสวมผ้าทอหยาบ มีอาวุธพื้นฐาน หอกและดาบสั้น คาดว่าไม่มีเทคโนโลยีไฟฟ้าหรือพลังงานขั้นสูง"
"ไม่มีไฟฟ้า?" อาเธอร์ขมวดคิ้ว ในฐานะวิศวกรของกองทัพสหพันธรัฐ เขาคุ้นเคยกับระบบพลังงานและเทคโนโลยีทันสมัย "แล้วแสงไฟนั่นมาจากไหน?"
"ตะเกียงน้ำมัน" เดวิดตอบ "ผมตรวจจับกลิ่นไอระเหยของน้ำมันดิบเจือปนในอากาศ ไม่มีสัญญาณของสายไฟหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า"
อาเธอร์พยักหน้า "ดูท่าจะย้อนยุคและล้าหลังกว่าที่คิดนะเนี่ย" เขาก้าวไปข้างหน้า "ไปดูใกล้ๆ กันเถอะ ฉันอยากรู้ว่าคนที่นี่เป็ยังไง"
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านที่กำลังขนฟืนและตักน้ำจากบ่อเริ่มหันมามอง ผู้หญิงคนหนึ่งวางตะกร้าลงพื้น ดวงตาเบิกกว้าง ขณะที่ชายถือหอกเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางระวังตัว เสียงพูดคุยเงียบลงทันที อาเธอร์ััได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่ชุดของเขา ชุดทหารสีเข้มที่เต็มไปด้วยกระเป๋าและเข็มขัดยุทธวิธี และร่างของเดวิดที่ดูแปลกตาเกินกว่าคนธรรมดา
"สวัสดี" อาเธอร์ยกมือขึ้นทักทาย พยายามยิ้มเพื่อลดความตึงเครียด "เราเป็แค่นักเดินทาง ไม่มีเจตนาร้าย" เขาหยุดชั่วครู่ "ที่นี่ชื่ออะไร? พวกคุณเป็ใคร?"
ชายถือหอกพูดอะไรบางอย่างกลับมา เสียงทุ้มและหนักแน่น แต่คำพูดนั้นไม่คุ้นหูเลยสักนิด มันไม่ใช่อังกฤษ ไม่ใช่ละติน หรือภาษาใดๆ ที่อาเธอร์เคยได้ยิน เขาหันไปมองเดวิด "นายจับอะไรได้ไหม?"
เดวิดเอียงศีรษะ "ภาษานี้ไม่มีในฐานข้อมูลของผม แต่โครงสร้างคำมีลักษณะคล้ายภาษาเซมิติกโบราณผสมกรีก ผมจะวิเคราะห์และถอดรหัส คงใช้เวลาสักพัก" เขาเริ่มบันทึกเสียงที่ชาวบ้านพูดต่อ ขณะที่อาเธอร์พยายามใช้ท่าทางสื่อสารแทน
อาเธอร์ชี้ไปที่ตัวเอง "อาเธอร์" แล้วชี้ไปที่เดวิด "เดวิด" จากนั้นชี้ไปที่หมู่บ้าน "ที่นี่?" เขาทำท่าถามด้วยการยกไหล่
ชายถือหอกขมวดคิ้ว แต่ดูเหมือนจะเข้าใจบ้าง เขาชี้ไปที่หมู่บ้านแล้วพูดว่า "คาริก" อาเธอร์พยักหน้า "คาริก? ชื่อหมู่บ้านเหรอ?"
หลังจากใช้ท่าทางและคำง่ายๆ สักพัก เดวิดก็เริ่มแปลได้บ้าง "คำว่า 'คาริก' น่าจะแปลว่า 'ที่พักของคนเดินทาง' ในภาษาของพวกเขา พวกเขาคิดว่าเราเป็นักเดินทางที่หลงทาง ไม่มีเจตนาเป็ศัตรู" เขาหยุด "แต่ผมตรวจจับความเคลื่อนไหวจากด้านหลังหมู่บ้าน มีใครบ้างคนกำลังเฝ้ามองเรา"
อาเธอร์พยักหน้า "อย่างน้อยก็ยังไม่ไล่ตีเรา" เขามองไปที่ชายถือหอก แล้วทำท่าขอที่พักโดยพนมมือแนบหน้าอก ชาวบ้านปรึกษากันสักพัก ก่อนที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพยักหน้าและชี้ไปที่บ้านดินหลังเล็ก ชายถือหอกพูดอะไรบางอย่าง แล้วเดินนำทั้งสองไป
เมื่อเข้าไปในบ้าน อาเธอร์นั่งลงบนพื้นดินที่ปูด้วยผ้าทอหยาบ เดวิดยืนอยู่ข้างๆ ชาวบ้านนำน้ำในเหยือกดินเผาและขนมปังแข็งๆ มาให้ อาเธอร์พยักหน้าขอบคุณ ดื่มน้ำอย่างระวัง "รสชาติดี แปลว่าน้ำที่นี่สะอาด" เขามองไปที่เดวิด "นายสรุปอะไรได้บ้าง?"
เดวิดนั่งลงข้างๆ "จากที่สังเกต หมู่บ้านคาริกน่าจะเป็ชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็ก ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง ไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูง อาวุธและเครื่องมือทำจากเหล็กดิบ ไม่มีร่องรอยของไฟฟ้าหรือพลังงานกล คาดว่าอยู่ในยุคก่อนอุตสาหกรรม อาจเทียบได้กับยุคสำริดหรือเหล็กตอนต้น"
อาเธอร์พยักหน้า "ถ้าไม่มีไฟฟ้า ระบบของที่นี่น่าจะพึ่งแรงงานคน" เขาครุ่นคิด "เราต้องหาคนที่รู้เื่มากกว่านี้ ต้องอาจมีเมืองใหญ่ หรือผู้นำที่เข้าใจโลกนี้ดีกว่าแน่"
"ผมเห็นด้วย" เดวิดตอบ "แต่เราควรระวัง ภาษายังเป็อุปสรรค และการที่พวกเขายอมรับเรา อาจแค่ชั่วคราว"
อาเธอร์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาของหมู่บ้านที่เงียบสงบภายใต้แสงจันทร์ ในฐานะวิศวกรของกองทัพ เขาคุ้นเคยกับการวางแผนและแก้ปัญหา "พรุ่งนี้เราจะสำรวจเพิ่ม ฉันอยากรู้เื่ของโลกนี้ให้มากๆ เข้าไว้ และถ้าเราจะอยู่รอด... เราต้องเริ่มจากทำความเข้าใจมัน" เขาหยุดชั่วครู่ "นายคิดว่าไง?"
เดวิดมองกลับมา "ผมจะช่วยคุณวิเคราะห์และปรับตัว จากนั้นจะทำยังไงต่อสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคุณ"
อาเธอร์ยิ้มเล็กๆ "ดี เพราะฉันไม่ยอมให้โลกนี้เป็แค่ที่หลงทางของเราแน่" เขานอนลงบนพื้นดิน คิดถึงขั้นตอนต่อไป ขณะที่เดวิดนั่งนิ่ง คอยเฝ้าดูเงามืดของหมู่บ้านคาริกที่ยังคงลึกลับเอาไว้