ตอน 15 สุดหล้าฟ้าเขียวข้าขอทวงคืน
"เ้ามันโง่เขลาที่เลือกห่างกายข้า เพื่อได้จากไปแม้ตายเอาดาบหน้าเ้ายังไม่เป็กังวล อยู่กับข้ามันระทมใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ" เจ้อิยังคงยืนอยู่ริมท่าน้ำนั่นไม่จากไป ทนมองนางห่างไกลออกไปจนสุดสายตา
"จ้าวติงอวี่ เ้ากล้าดีพาคนของข้าไปคิดหรือว่าออกจากเขตเปียนจิง(ชื่อเมืองหลวง)ไปแล้วข้าจะตามไปสังหารคนอย่างเ้าไม่ได้ เหอะ!! ไอ้คนอ่อนหัด มีวันนี้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยข้าได้รู้ธาตุแท้ว่าผู้ใดเป็งูพิษแฝงตัวในวัง"
"ต้องให้ข้าได้เหนื่อยออกแรง !!ต่อให้นางหนีไปที่ใดข้าก็จะทวงนางคืน คนของข้าก็คือคนของข้าเท่านั้นจะเป็ของผู้ใดไปไม่ได้" ความคุ่นเคืองนี้ไม่อาจลบล้างจากใจได้เจ้อิรู้สึกเหมือนถูกพรากความรักและความอบอุ่นไปอีกครั้ง หลังจากที่เขาทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาอย่างยาวนานั้แ่ที่หวงกุ้ยเฟยสิ้น(แม่พระเอก)
"เสี่ยวหลงตู เ้ามาช้าตลอดเลยนะ!!"สองคนนั่นหนีไปจนสุดสายตา เสี่ยวหลงตูเพิ่งจะโผล่หัวมา
"องค์ชายขอรับ ขออภัยที่หลงตูมาช้าเกินไปตอนนี้ที่ตำหนักหย่งเล่อของท่านเกิดเื่แล้ว หลงตูจึงได้ออกมาช้ากว่าที่คิด"หลงตูทำท่าร้อนรน ดูแล้วท่าทีจะเกิดเื่ใหญ่จริงๆเกินกว่าที่คนอย่างเขาจะควบคุมได้ เพราะหลงตูเป็ถึงราชองครักษ์คนโปรด ยศสูงอำนาจในวังข่มเหงคนได้มากพอสมควร
"เกิดเื่อะไรขึ้น"
"ฮองเฮากับองค์ชายรองอวิ่นปินเฉิงทรงเสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านที่ตำหนักหย่งเล่อแม้หลงตูจะขัดขวาง ถ่วงเวลาไว้อย่างไร ทั้งสอง ก็ยังคงดึงดันจะเข้าพบท่านให้จงได้ราวกับว่าตั้งใจมาเพื่อจับตาดูบางอย่าง โดยมีเป้าหมายอื่นแอบแฝง"
"หึๆแน่นอนว่าสองแม่ลูกนั่นไม่เคยมีเจตนาดีกับข้าเท่าที่ควร เอาเถอะ งั้นต้องไปจัดการเื่ใหญ่ของเราก่อนส่วนเื่ของนาง ข้าไม่ละเลยแน่ ข้าจะทวงคืนให้สาสมกับที่มันพรากนางไปจากอกข้า!!!จ้าวติงอวี่!!! ชื่อนี้ข้าจะจำขึ้นใจ" ไฉเจ้อิหันหลังกลับจำใจเบือนหน้าหนี ละสายตาจากนาง... มุ่งตรงกลับตำหนักหย่งเล่อให้เร็วที่สุด
*********************
ณ ตำหนักหย่งเล่อ (ตำหนักขององค์ชายใหญ่ ไฉเจ้อิ)
"ทำไมกัน พวกเ้าอยากหัวขาดกันหรือไง กล้าดีนักกล้าถ่วงเวลาข้า หรือว่า ความจริงแล้วองค์ชายใหญ่ไฉเจ้อิของพวกเ้ากำลังวางแผนร้ายจะทำอะไรอยู่กันแน่"องค์ชายรองอวิ่นปินเฉิงจอมเกเรรังแกบ่าวเล็กๆและทหารยศน้อยข่มขู่ให้หวาดกลัวมกาที่สุด เพื่อจะบีบเค้นให้พวกเขาเผลอหลุดปากบอกเล่าเื่ราวประหลาดที่ผิดแปลกของตำหนักหย่งเล่อ
แค่กๆ แอ่กๆ เสียงไฉเจ้อิไออย่างรุนแรงติดต่อกันดังมาจากด้านในตำหนัก ก่อนที่เจ้อิการละครจะเริ่มขึ้น
ไม่นานนักหลังจากที่ส่งเสียงไอยกใหญ่ให้พวกเขาได้ยินหลงตูก็ประคองแขนเจ้อิออกมาด้านนอก...ให้พวกเขาประจักสายตาชัดเจนว่าเขายังคงเป็ไอ้ขี้แพ้ไร้ประโยชน์ นั่งนอนรอวันตายในตำหนักท้ายวัง
"องครักษ์เสี่ยวหลงตู เกิดอะไรขึ้นกันแน่เหตุใดต้องสวมผ้าคลุมหน้าแ่าขนาดนั้น" ฮองเฮาเอ่ยถามเพราะความสงสัย
"ทูลฮองเฮาหลงตูขออภัยที่ไม่อาจเปิดเผยใบหน้าคุยกับท่านได้โดยตรงเนื่องจาก่นี้อากาศหนาวเย็นนักอีกทั้งองค์ชายใหญ่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร ป่วยได้ง่ายคราวนี้องค์ชายก็ทรงป่วยเป็โรคประหลาด ระบาดติดต่อคนไปทั่ว ยากต่อการรักษาหลงตูจึงต้องยอมจำใจดูแลองค์ชายอย่างใกล้ชิด่เช่นนี้" เสี่ยวหลงตูการละครแกล้งทำเป็ไอจามตลอดเวลา พูดไปไอไป
"เสด็จแม่ ขอบพระทัยที่ยังทรงห่วงใยไฉเอ่อร์มาโดยตลอดไฉเอ่อร์ซาบซึ้งนัก ไฉเอ่อร์คนนี้จะไม่ทำเื่ใดให้เสด็จแม่กับน้องรองลำบากใจแม้แต่เื่เดียว" ไฉเจ้อิพ่อคนจอมแผนการแกล้งทำเป็วาดมือไปทั่ว งมๆซาวๆจะเข้ากอดฮองเฮาเพื่อแสดงความรักให้จนได้...
"อ่ะ เอ่ออออ... ไฉเอ่อร์ เ้าจงรักษาตัวให้ดีเถิดวันนี้ข้ากับน้องรองผ่านมาแถวนี้ จึงอยากแวะพูดคุยกับเ้าเสียหน่อยในเมื่อไฉเอ่อร์ของข้าสุขภาพไม่สู้ดีนัก ข้าก็ต้องขอตัวกลับก่อนไม่อยู่รบกวนเ้าแล้ว"ฮองเฮาการละคร แม่เลี้ยงผู้แสนดี เล่นละครฉากใหญ่ทั้งที่ในใจสะอิดสะเอียดรังเกียจเจ้อิแทบบ้า
"เหอะ พลาดท่าพลาดท่า....เสียเที่ยวจริงๆ ข้ากะไว้ว่าจะไปคอยจับผิดนางสนมคนใหม่เสียหน่อยดันมาเจอเื่บ้าๆนี่เสียได้ ทำข้าเสียแผนหมด สาวใช้ที่ข้าให้เฝ้าจับตามองรายงานข้าซะดิบดี ว่านางถูกรังแกเจียนตาย แค่นิดเดียวนิดเดียวเท่านั้นที่ข้าจะเห็นกับตา และรายงานท่าทีป่าเถื่อนของเขาต่อฝ่าาได้
"เพียงเท่านี้ฝ่าาก็จะมองเขาว่าเป็คนที่ร้ายกาจเกินเยียวยา หึหึ "
"คอยดูซิว่าคนอย่างเ้าไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้ฝ่าาจะมองข้าม อวิ่นปินเฉิง ของข้าไปได้อย่างไร"
"ยังไงซะตำแหน่งองค์รัชทายาทก็ต้องเป็ของลูกข้าเท่านั้น" ฮองเฮากลับถึงตำหนักเสียแล้วจึงค่อยนึกขึ้นมาได้ เพียงเพราะมัวแต่ใกลัวติดโรคประหลาด คนรักตัวกลัวตายอย่างนางมีหรือจะอยู่ใกล้ไฉเจ้อิได้นาน
ณ ตำหนักหย่งเล่อ
"กระจายข่าวออกไป ว่าข้าป่วยหนักเป็โรคประหลาดที่ไม่ว่าผู้ใดก็รักษาไม่ได้ทั้งนั้น ทำได้เพียงนอนรอวันตาย"
"ข้าจะต้องทำวิธีนี้เพราะข้าจะปล่อยให้นางอยู่ในอ้อมกอดของคนเ้าเล่ห์อย่างติงอวี่ไม่ได้" ไฉเจ้อิโกรธจนตัวสั่นเขาเดินไปมาไม่อาจนิ่งนอนใจ นั่งไม่ติดโต๊ะ
"ขอรับองค์ชาย"
"หลายวันนี้ ข้าจะไม่ได้อยู่ที่ตำหนักหย่งเล่อต้องลำบากเ้าเฝ้ารั้งอยู่ที่นี่แล้ว "
"ส่วนข้าจะต้องขอแรงเหล่าพี่น้องค่ายชุมพลช่วยติดตามหานางอีกแรง "
"หลงตูอย่าได้กังวลไป กี่ความตายข้าก็ไม่หวาดกลัวทั้งนั้นหลายปีมานี้วรยุทธที่ข้าเฝ้าฝึกฝนมันไม่ได้ใช้ แทบจะหลุดทู้หมดแล้วให้ข้าได้แสดงฝีมือ เผชิญความเป็ความตายด้วยตัวข้าเองเถิด"เจ้อิกลัวหลงตูจะคิดมากเกินไปเพราะที่ผ่านมาเป็หลงตูที่คอยอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่เขาตลอด แต่ครั้งนี้เขากลับอยากออกตามหานางฉายเดี่ยวซะยังงั้น
ระหว่างที่ยังไม่ได้ออกเดินทางเพื่อแจ้งข่าวคราวต่อเหล่าพี่น้องค่ายชุมพล...เจ้อิตั้งใจขีดเขียนตัวอักษรบอกกล่าวเล่าความเป็มาลงบนกระดาษแผ่นนั้นผูกติดไปกับนกพิราบตัวน้อยที่เขาใช้ส่งสานส์
เมื่อเจ้อิจัดการทุกอย่างจนวางใจ....เขาไม่รอช้ารีบออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังสถานที่ลับที่ไม่มีใครเข้าถึงดั่งค่ายชุมพลนอกเขตเมือง
ณ ค่ายชุมพล
"นายท่านพวกข้าได้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว"ผู้นำกลุ่มค่ายชุมพลอำนวยความสะดวกทุกอย่างไว้รอเจ้อิเป็อย่างดี
"สถานการณ์เป็อย่างไร..."เจ้อิไม่แม้แต่จะนั่งพักเอาแรง ในใจของเขาร้อนรุ่มเป็ไฟดั่งกองเพลิงที่ลุกโชน
"เรือลำนั้นมุ่งหน้าเข้าเขตเมืองซานเป่ย"ผู้นำค่ายชุมพลกล่าวรายงานตามที่ได้สืบสาวราวเื่มา
**เมืองซานเป่ยอยู่ในเขตแดนแคว้นเหนือที่กษัตริย์ผู้เป็บิดาขององค์หญิงปี่ชาลั่ว(นางร้าย)ว่าที่ชายาของไฉเจ้อิที่มีสัญญาผูกมัดทั้งสองไว้ั้แ่เกิด**
"เหอะที่แท้จ้าวติงอวี่ก็เป็หนอนบ่อนไส้ที่ซานเป่ยส่งมาสืบเสาะเร้นแฝงกายหวังทะลวงหลังเปียนจิง(ชื่อเมืองหลวง)ของข้า!! ฝันไปเถอะ!!!"