จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 111 อันดับสอง

            ผู้ที่มาถึงคืออันดับสองในรายนามระดับสามัญ!

            เมื่อได้ยินเสียงอุทานของยอดฝีมือวัยหนุ่มสาวของหยาจื้อสิบสามฝ่ายฉินอวี่ก็หันศีรษะไปทางชายหนุ่มคนนั้นพลางหรี่ตาลง

            เมื่อเทียบความสูงกับคนโดยทั่วไปของบรรดาคนหนุ่มสาวของหยาจื้อสิบสามฝ่ายอันดับสองผู้นี้ดูเตี้ยกว่าคนอื่น เขามีความสูงเพียงห้าฉื่อเท่านั้นและเมื่อยืนอยู่ข้างกายของเสี่ยหยวน ทำให้เขาดูเหมือนคนแคระไปในทันทีเขาแต่งกายสบายๆ และคล้ายกันกับเสี่ยหยวน มีหนังอสูรปกคลุมร่างกายแม้ว่าเขาจะตัวเตี้ย แต่ใบหน้าของเขาดูเป็นคนใจกว้างยิ่งนักให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ไม่โกรธคน

            สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ต้องตกใจคือพลังปราณของอันดับสองผู้นี้มีความแข็งแกร่งมากดูเหมือนว่าพลังของคนผู้นี้จะไม่ด้อยไปกว่าอันดับหนึ่งเลย!

            อันดับหนึ่งและอันดับสองของรายนามระดับสามัญมีความแข็งแกร่งถึงขนาดนี้เชียวหรือ? ดังนั้นสิ่งนี้ทำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของหยาจื้อสิบสามฝ่ายพละกำลังเช่นนี้หากออกไปจากแดนแตกสลายนี้ขึ้นมาจริงๆคงสามารถทำให้แดนซิงเฉินขึ้นสู่ระดับสูงสุดอย่างแน่นอน

            ขณะที่ฉินอวี่กำลังกวาดสายตามองอันดับสองอยู่นั้นก็พบว่าสีหน้าท่าทางของเสี่ยหยวนนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาจึงเหลือบมองไปยังเสี่ยหยวนด้วยความสงสัยแต่กลับพบว่าบนใบหน้าที่น่าเกลียดของเสี่ยหยวนนั้นดูมีความซับซ้อนเล็กน้อย

            อันดับสองหรี่ตาลงมองอันดับหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าจากนั้นก็เหลือบมองมาทางเสี่ยหยวน ท้ายที่สุดก็หยุดสายตามองฉินอวี่จากนั้นเขาก็พูดอย่างสงสัย “เจ้าเป็นคนฆ่าอันดับห้าหรือ?”

            ฉินอวี่ไม่ได้พูดอะไรในสถานการณ์ที่ยังไม่แน่ใจอะไรเช่นนี้ สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการเงียบเอาไว้

            ส่วนในใจของพวกฉือเซียวต่างตกใจจนแทบเป็นระลอกคลื่นกระทบจิตใจแล้วแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักการแบ่งชื่อแซ่ของหยาจื้อสิบสามฝ่าย แต่หากมองจากตัวอักษรที่พูดกันก็นับว่าเข้าใจได้และพวกเขาก็ได้ยินมาจากการสนทนาของพวกคนหนุ่มสาวจากหยาจื้อสิบสามฝ่ายว่าชายหนุ่มชุดคลุมสีแดงนั้นคืออันดับสิบเอ็ด และในตอนนี้เมื่อได้ยินว่าฉินอวี่ได้สังหารอันดับห้า จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้อย่างไร?

            ในตอนแรกการต่อสู้ระหว่างเจ้าสิบเอ็ดกับฉินอวี่ในความเห็นของพวกเขาต่างคิดว่าฉินอวี่สามารถเอาชนะได้เพราะความบังเอิญแต่ในตอนนี้...ฉินอวี่ได้สังหารอันดับห้าไปแล้วซึ่งอันดับห้าจัดอยู่ในระดับสูงกว่าเจ้าสิบเอ็ดที่อยู่ในอันดับสิบเอ็ดสิ่งนี้ทำให้พวกเขายากที่จะเชื่อ

            พละกำลังของฉินอวี่จะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

            คนทั้งเจ็ดต่างมีอารมณ์แตกต่างกันไปฉือเซียวทั้งตื่นเต้นทั้งประหลาดใจเขานึกไม่ถึงว่าศิษย์น้องของเขาจะสามารถเอาชนะอันดับห้าในบรรดาคนหนุ่มสาวแห่งยุคของเผ่าหยาจื้อได้

            ต้องบอกเลยว่าในการทดสอบครั้งนี้ ทำให้เขาได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าอย่างจริงจังอีกทั้งยังเป็นเหมือนแรงกระแทกใส่ฉือเซียวในฐานะที่เป็นอันดับหนึ่งของศิษย์อัจฉริยะของสำนักยุทธ์ว่านจ้งฉือเซียวไม่อาจพูดได้อย่างเต็มภาคภูมินัก สิ่งเหล่านั้นล้วนดูจอมปลอมทั้งสิ้น เมื่อพละกำลังที่ดูภาคภูมิใจนั้นต้องเผชิญกับเผ่าหยาจื้อกลับดูอ่อนแอไปโดยทันที!

            ด้านฉู่สยงนอกจากจะตกใจแล้วเขาก็ไม่กล้าที่จะสบตากับฉินอวี่ พูดตามตรงเมื่อเข้ามายังเขตต้องห้าม เขาไม่เคยสนใจในตัวของฉินอวี่เลยแม้ว่าจะตกใจที่ฉินอวี่มีร่างอสุนีลึกลับ แต่แล้วจะอย่างไร? คนอย่างเขาฉู่สยงมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสังหารฉินอวี่ได้ในระยะเวลาอันสั้น

            แต่ครั้งนี้...ความโอหังของฉู่สยงกลับถูกทำลายลงด้วยหมัดสามหมัดที่เจ้าสิบเอ็ดโจมตีเข้ามาแต่คนที่เขาไม่เคยให้ความสนใจมาก่อนเลย ไม่เพียงแต่จะเอาชนะเจ้าสิบเอ็ดได้เท่านั้นเขายังสังหารอันดับห้าได้อีกด้วย สิ่งนี้ทำให้ฉู่สยงเหมือนโดนตอกย้ำไปอีกหลายเท่าทำให้เขารู้สึกขำขันตนเองที่เป็นเพียงกบก้นบ่อ

            ส่วนทางหยางเทียนและหยางเต้าหัวใจของทั้งสองมีความซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเป็นเช่นเดียวกันกับฉู่สยง โดยเฉพาะหยางเต้าผู้เชี่ยวชาญการวางแผนเมื่อต้องอยู่ในเขตต้องห้ามหยางเต้าไม่เคยรู้สึกเลยว่าฉินอวี่จะสามารถคุกคามพวกเขาได้แต่การต่อสู้ระหว่างฉินอวี่กับเจ้าสิบเอ็ดกลับทำให้หยางเต้าต้องการจะลองตรวจสอบฉินอวี่ดูใหม่อีกครั้ง และในตอนนี้เมื่อได้ยินว่าฉินอวี่สังหารอันดับห้า หยางเต้าก็แทบจะไม่เชื่อเลย

            เขาคาดเดาพละกำลังของอันดับห้าได้จากพลังปราณของอันดับหนึ่งและคนทั้งสี่รอบตัวเขาถึงแม้เขาและพี่ชายจะร่วมมือกัน โอกาสชนะก็ยังมีน้อยนักแล้วฉินอวี่เอาชนะมาได้อย่างไร? หรือที่เส้นผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวจะมีสาเหตุมาจากการต่อสู้กับอันดับห้า?

            ทางด้านฉู่เยว่ฉานนับตั้งแต่เข้ามายังเขตต้องห้าม นางก็นิ่งเงียบมาโดยตลอดและไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สายตาที่ถังอีหมิงมองฉินอวี่นั้นกลับดูแตกต่างออกไป

            ในขณะที่ฉือเซียวและคนอื่นๆกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อันดับสองที่รออยู่ครู่ใหญ่แล้ว เมื่อเห็นฉินอวี่ไม่ตอบอะไรสีหน้าของเขาก็ดูไม่สบอารมณ์ เหลือบตามองเสี่ยหยวน และพูดออกไปอย่างใจลอย“สหายของเจ้าหรือ?”

            เสี่ยหยวนพยักหน้า

            อันดับสองเห็นดังนั้นก็หันมองฉินอวี่อย่างประหลาดใจใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ก็หายไป ครู่หนึ่ง เขาจึงมองไปทางพวกของอันดับหนึ่งและพูดอย่างไม่ใส่ใจ “อันดับหนึ่ง อันดับสาม อันดับสี่ อันดับหก อันดับเจ็ดผู้อยู่ในรายนามระดับสามัญมารวมตัวกันอยู่ที่นี่จนครบ ขอถามหน่อยเถอะ...พวกเจ้ากำลังคิดจะทำอะไร?”

            “อันดับสอง เรื่องในที่แห่งนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า” ชายหนุ่มที่มีเขาพูดขึ้นอย่างเย็นชา

            “ไม่ใช่เรื่องของข้าหรือ? แล้วมันเป็นเรื่องอะไรของฝ่ายกระทิงอย่างเจ้าหรือ”อันดับสองจ้องไปทางชายหนุ่มที่มีเขา และพูดอย่างเฉยเมย

            “เอาล่ะ อันดับสองพวกเรามาเตรียมตัวเข้าไปในหอคอยขัดเกลาชั้นที่เจ็ดกันดีกว่า หากเจ้ายินดีก็ตามเข้าไปพร้อมกับพวกข้าเถอะ” อันดับหนึ่งพูดอย่างเย็นชา

            “อย่างนี้นี่เอง พวกเจ้าอยากจะเข้าไปชั้นที่เจ็ดก็เข้าไปเถอะแต่เจ้ากลับเรียกพวกเขามากันหมด และไม่เรียกตัวข้าทำเช่นนี้เจ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือกำลังดูถูกข้า?”อันดับสองไม่เกรงกลัวอันดับหนึ่ง และพูดออกไปอย่างดุดัน

            อันดับหนึ่งขมวดคิ้วและพูดขึ้น “เจ้าไม่ได้เก็บตัวฝึกยุทธ์อยู่หรือ?” สำหรับอันดับสองแล้วเขาดูเป็นคนที่น่าปวดหัวจริงๆ

            “ข้าเก็บตัวอยู่ก็ส่วนเก็บตัว แต่เจ้าจะไม่เรียกข้าได้หรือ?” อันดับสองพูดเบาๆ

            ฉินอวี่มองไปยังอันดับสองด้วยความสนใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนอันดับสองจะเห็นไม่สอดคล้องกับคนอื่นๆแต่เขาเองก็ดูเหมือนจะไม่เห็นเสี่ยหยวนเป็นศัตรู กลับให้ความเคารพ เมื่อคิดถึงส่วนนี้ฉินอวี่ก็เหลือบมองไปทางเสี่ยหยวน

            เสี่ยหยวนแอบถอนหายใจและส่งสัญญาณเสียงไปหาฉินอวี่ “ข้าเคยช่วยชีวิตของเขาไว้เขาเป็นหลานของผู้นำเผ่าหยาจื้อ!”

            ฉินอวี่ตกใจเสี่ยหยวนเคยบอกว่า ผู้นำคนนี้คือผู้แข็งแกร่งสุดของเผ่าหยาจื้อ...

            มิน่าล่ะอันดับสองผู้นี้จึงดูไม่มีความเกรงกลัวอันดับหนึ่งเลยแม้แต่น้อยที่แท้ก็เป็นหลานของผู้นำเผ่าหยาจื้อ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเสี่ยหยวนมิน่าล่ะตอนอยู่ในหอคอยขัดเกลาเสี่ยหยวนจึงมีความรู้ถึงสถานการณ์ของเผ่าหยาจื้อเป็นอย่างมากเกรงว่า ทุกอย่างคงเป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากอันดับสอง

            เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ฉินอวี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของอันดับสองกลายเป็นความยินดีอย่างน่าประหลาด

            สีหน้าของอันดับหนึ่งกระตุกทันทีเขาไม่อยากจะให้ความสนใจกับอันดับสองผู้ดื้อรั้นอีกแล้วสายตาของเขามองไปทางฉินอวี่และพูดขึ้น “เจ้าทั้งสองสรุปว่ายินดีจะเข้าไปยังหอคอยขัดเกลากับพวกข้าหรือไม่?”

            “ได้ยินมานานแล้วว่าภายในชั้นที่เจ็ดของหอคอยขัดเกลานั้นมีความลับมากมายตัวข้ามีความยินดียิ่งนัก” ฉินอวี่กล่าว เสี่ยหยวนก็พยักหน้าเช่นกัน

            พวกฉู่สยงต่างจ้องมองมาทางฉินอวี่ตอนนี้พวกเขาเดาออกทันทีว่าชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉินอวี่หากฉินอวี่ปฏิเสธ ชีวิตพวกเขาก็จะไร้ค่า และถูกสังหารทันที

            “เสี่ยหยวน นี่เจ้ายังไม่รู้จักเจ้าคนชั้นต่ำอย่างเขาอีกหรือ? ติดตามเขาเข้าไปชั้นเจ็ดของหอคอยขัดเกลา จะตายอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้”เมื่ออันดับสองเห็นเสี่ยหยวนพยักหน้า เขาก็ตะโกนเสียงดัง พูดจบก็เหลือบตามองอันดับหนึ่ง

            ใบหน้าที่น่าเกลียดและบิดเบี้ยวของเสี่ยหยวนกระตุกเล็กน้อย“ข้าได้ตัดสินใจแล้ว”

            “เจ้า...” อันดับสองจ้องเขม็ง มองไปยังใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเสี่ยหยวนแต่อันดับสองก็ไม่ได้กล่าวอะไรที่รุนแรง ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้น “ช่างเถอะจะไปก็ไปเถอะ ข้าก็อยากจะรู้ว่าอันดับหนึ่งเขาจะทำอะไรเจ้าได้”

            เปลือกตาของอันดับหนึ่งกระตุกเล็กน้อยสายตาของเขาดูน่าเกรงขาม การปรากฏตัวของอันดับสองทำให้เขาไม่ทันตั้งตัวและยังเป็นการขัดขวางแผนการของเขา หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็พูดขึ้นอย่างเย็นชา“ไปกันเถอะ!”

            เป็นไปอย่างที่เสี่ยหยวนกล่าวไว้นับตั้งแต่ชั้นที่ห้าเป็นต้นไป แม้แต่เขาเองก็ยังได้แต่วนอยู่ในนั้นไม่กล้ามุ่งหน้าลึกเข้าไป แม้ตอนนี้จะมีคนจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าประมาท

            ตลอดเส้นทางคนของหยาจื้อสิบสามฝ่ายก็ดูเหมือนจะตั้งใจล้อมพวกฉือเซียวทั้งเจ็ดคนเอาไว้ฉินอวี่ไม่พูดอะไร ได้แต่ส่งสัญญาณเสียงไปให้ฉือเซียว “ศิษย์พี่ฉือท่านรู้หรือไม่ว่าวิชาสร้างเรือนไม้ของอาจารย์สร้างได้อย่างไร?” เมื่อเรื่องมาถึงเช่นนี้แล้วฉินอวี่ก็ทำได้แค่แกล้งเป็นศิษย์ของเลี่ยเอ๋าต่อไป

            ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาส่วนลึกของฉือเซียวก่อนหน้านี้เขาก็ได้แต่คาดเดา แต่ตอนนี้เมื่อฉินอวี่เอ่ยปากเรียกอาจารย์ด้วยตนเองจึงเป็นการยอมรับไปโดยปริยาย

            แต่เมื่อนึกถึงวิชาการสร้างเรือนไม้ของอาจารย์เลี่ยเอ๋าฉือเซียวก็รู้สึกเศร้าใจ เพราะเขาไม่ได้ศึกษาเรื่องของเรือนไม้ที่ว่านี้มากเท่าไรเขาจึงพูดผ่านการส่งสัญญาณเสียงกลับไปทันที “ข้า... ข้ายังไม่ได้เรียนรู้มัน”

            ฉินอวี่ขมวดคิ้วในความคิดของเขา แม้ว่าฉือเซียวจะไม่เคยสัมผัสกับข้อบังคับฟ้าดินแต่เขาก็น่าจะพอรู้จักวิชายุทธ์ในการสร้างเรือนไม้แต่กลับนึกไม่ถึงว่าฉือเซียวไม่เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อนการที่ฉือเซียวไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาก่อนทำให้แผนการอันดับต่อไปของฉินอวี่ไม่อาจเป็นจริงได้ หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งฉินอวี่จึงพูดออกไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ท่านจดจำตำแหน่งของไม้ได้ทุกชิ้นหรือไม่? สามารถสร้างมันออกมาตามรูปแบบได้หรือไม่?”

            ฉือเซียวรู้ดีว่าฉินอวี่จะต้องมีเหตุผลในการถามเช่นนี้เขาจึงนึกทบทวนกลับไป ก่อนจะพูดว่า “แทบจะไม่ได้!”

            แทบจะไม่ได้เลยหรือ? ฉินอวี่ถึงกับพูดไม่ออก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขายังจะมาบอกว่าทำไม่ได้อีก ฉินอวี่พูดต่อไป “หากท่านทำได้ก็มีชีวิตรอด หากทำไม่ได้ท่านก็ต้องตาย!”

            ร่างกายของฉือเซียวสั่นสะท้านใบหน้าที่หยาบกร้านของเขาดูเป็นกังวล นี่เป็นสิ่งที่เขารู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่งเขาไม่เคยนึกเลยว่าวันหนึ่งเรือนไม้ของอาจารย์จะมาเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของเขาเมื่อนึกย้อนกลับไป อาจารย์พยายามบังคับให้เขาศึกษาเรื่องนี้ตนเองไม่ต้องการแม้แต่จะคิดสนใจเลยด้วยซ้ำ ฉือเซียวแทบจะอยากตบหูตนเองแรงๆ

            ฉินอวี่ถอนหายใจพวกของฉือเซียวคือคนที่อันดับหนึ่งพามาเพื่อบีบบังคับตนเอง และเมื่อเข้าถึงชั้นที่เจ็ดของหอคอยขัดเกลาพวกฉือเซียวทั้งเจ็ดคนก็จะถูกควบคุม เมื่อถึงเวลานั้น...หากฉือเซียวสามารถสร้างเรือนไม้ได้ ก็จะสามารถคลี่คลายอันตรายต่างๆ ไปได้หากว่าทำไม่ได้... ไม่เพียงแต่เขาจะเสียชีวิตเท่านั้นแต่ยังจะมาเป็นตัวถ่วงให้ฉินอวี่อีกด้วย

            “รอดูไปก่อนก็แล้วกัน ข้าจะหาวิธีบอกตำแหน่งของไม้ให้ท่านรู้ท่านต้องจดจำเอาไว้ ห้ามให้ผิดแม้แต่นิดเดียว หากสามารถสร้างออกมาได้ก็พาศิษย์พี่ฉู่เยว่ฉานไปด้วยแล้วกัน”ฉินอวี่ส่งเสียงไปแล้ว ก็เริ่มคิดหาวิธีบอกตำแหน่งแผ่นไม้ให้กับฉือเซียว

            “เจ้าฆ่าอันดับห้าจริงๆ หรือ?” ขณะฉินอวี่กำลังครุ่นคิดนั้นอันดับสองก็ก้าวออกมา และถามอย่างสงสัย

            ฉินอวี่เหลือบมองอันดับสองและพยักหน้า

            “เสี่ยหยวนเจ้าคิดว่าผู้นำฝ่ายวานรยุทธ์จะยอมปล่อยตัวคนที่ฆ่าหลานชายของเขาให้ออกไปจากเผ่าหยาจื้อหรือ?”หลังจากได้รับคำตอบจากฉินอวี่ อันดับสองก็หันไปมองเสี่ยหยวนและส่งเสียงไปยังเสี่ยหยวนและฉินอวี่ไปพร้อมกัน

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912