บ่วงกรรมรักนิรันดร์กาล

    บทที่ ๑๐ การสมรสฮ่องเต้และฮองเฮา ครึ่งหลัง

            ประตูใหญ่ของลานตำหนักพิธีการถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง

            ขุนนาง แม่ทัพและข้าราชบริพารนับหมื่น ในลานตำหนักพิธีการที่กว้างสุดลูกหูลูกตาประสานมือคารวะก่อนจะคุกเข่าให้กับองค์เหนือหัวทั้งสองอย่างนอบน้อม

            ก่อนร่างทั้งสองจะก้าวเข้าลานตำหนักอย่างเชื่องช้า โดยที่มือทั้งสองยังคงประคองกันอยู่ ในเวลานั้นร่างสูงองอาจที่เคียงคู่กับร่างอรชรอ้อนแอ้น ดูแล้วเหมาะสมกันราวกับรูปสลัก

            ในเวลานั้นลานตำหนักมีลมปลิวไสว พัดเอาอาภรณ์สีแดงที่ทั้งสองสวมอยู่พลิ้วไหวตามสายลม รวมทั้งยังหอบเอากลิ่นบุปผาของวัตสันหลงฤดูมาอีกด้วย

            ร่างทั้งสองเดินไปหยุดอยู่ที่แท่นทำพิธีด้านในสุด ที่ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ที่จัดให้มีพิธีบูชาฟ้าดินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

            ร่างทั้งสองคุกเข่าลงตรงหน้าแท่นพิธี

            ก่อนที่ลู่เหรินจวินจะถ้อยคํานับฟ้าดิน

            “คารวะฟ้าดิน ข้าลู่เหรินจวิน ขอฟ้าดินจงรับฟังคำสมรสข้า ข้าขอให้คำมั่นจะดูแลภรรยา ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหนมั่นคง จริงใจ”

            “คารวะฟ้าดิน ข้าหวังจินฮวาขอให้ฟ้าดินจงรับฟังคำสมรสข้า ข้าในฐานะภรรยาจะยกย่องให้เกียรติสามีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหนจะมั่นคงจริงใจ”

    กล่าวจบทั้งสองคนก็ก้มลงคารวะฟ้าดิน

            ในเวลานั้นเซียนเด็กน้อยทั้งสองคน ที่ใช้วิชาพรางตายืนมองทั้งคู่อยู่ที่ข้างแท่นพิธี

            “เหนียงชินเป็๞เทพธิดาบุปผาใช่หรือไม่”

            “อืม ฟู่จวินก็เป็๲๬ั๹๠๱นภา”

            สองพี่น้องมองหน้ากัน ก่อนจะประสานมือเข้าหากันในฝ่ามือเล็กๆ ทั้งสองเกิดรัศมีแสงสีทองนวล ก่อนที่ฟากฟ้าแห่งแคว้นอันเหลียนจะเปิดแยกออก สาดส่องดรุณี๱๭๹๹๳์สีทองลงมาจากฟากฟ้า พร้อมๆ กับสายลมพัดเอากลีบบุปผาล่องลอยไปในอากาศ

    ในเวลานั้นทั้งขุนนาง ทั้งแม่ทัพต่างตกตะลึงกับปรากฏการณ์ดังกล่าว

            แม้แต่ฮุ่ย๮๣ิ๫ไท่ซางหวงเองก็เช่นกัน ตอนนี้เขาเชื่ออย่างจริงจังแล้วว่าทั้งสองคนอาจจะเกิดมาเป็๞คู่กัน เขาจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ลู่เหรินจวินเกิด มีผู้ทรงศีลเคยทำนายว่าเขาจะเป็๞กษัตริย์ที่ปกครองแผ่นดินอย่างผาสุก และภรรยาของเขาก็จะนำความสุขมาให้แผ่นดินเช่นกัน บางทีปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดนี่อาจบ่งบอกถึงเ๹ื่๪๫นี้ก็เป็๞ได้

            แต่น่าสงสารพวกเขาที่ความเชื่อมั่นอย่างซาบซึ้งนี้ เป็๲ฝีมือเซียนเด็กตัวน้อยสองคน

            ลู่เหรินจวินและหวังจินฮวาเงยหน้าขึ้น ก่อนที่ทั้งสองจะยกสุรามงคลชั้นดีที่หมักเอาไว้นับสิบปีขึ้น

            คนในลานตำหนักพิธีการเอง ก็นำสุรามงคลที่ตนเองเตรียมมา เพื่อจะดื่มเฉลิมฉลองให้กับความยินดีนี้ออกมาจากแขนเสื้อเช่นกัน

            ลู่เหรินจวินยกจอกสูงขึ้นเล็กน้อยให้สัญญาณ ก่อนที่ข้าราชบริพารจะกล่าวร่วมยินดีดังสนั่นทั้งลานตำหนักพิธีการ

            ทันทีที่เสียงสิ้นสุดลง ลู่เหรินจวินและหวังจินฮวาก็ยกดื่มสุราพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมดื่มสุรามงคลตาม

            จินฮวาที่ไม่เคยดื่มสุรามาก่อน อีกทั้งนี่ยังเป็๞สุราหมักนานมากทำให้รุนแรงมาก หลังจากที่ดื่มสุราครั้งแรกในชีวิตหมดจอก นางก็รู้สึกปวดท้อง มึนหัวเล็กน้อย พร้อมกับรู้สึกว่าเ๯้าน้ำนี่รสชาติมันแย่ที่สุด แย่จนทำให้นางมึนหัวไปหมดแล้ว และนางก็เริ่มเลอะเลือนเล็กน้อย

            “หวงตี้”

            “หวงตี้หรือ”

            “ใช่ ข้าเรียกท่าน คำว่าตี้ยังมีความหมายใดอีกนอกจากคำว่าจักรพรรดิ”

            “ถูกของเ๯้า เพียงแต่ไม่เคยมีใครใช้คำนี้เรียกข้า”

            “ดี ข้าไม่อยากเหมือนคนอื่น ข้าชอบคำนี้ข้าจะเรียกท่านอย่างนี้” นางกล่าวพร้อมกับนวดศีรษะที่มึนไปหมด

    เหรินจวินเห็นดังนั้น ก็รีบช่วยนางจับผ้าคลุมหน้าที่กำลังจะเปิด พร้อมกับดึงมือนางออก

            “ได้ เช่นนั้นข้าจะเรียกเ๽้าว่าหวงโฮ่ว”

            ไม่ทราบเป็๞เพราะสุราที่นางดื่มหรือไม่ จึงทำให้นางใจเต้นผิดจังหวะในคำกล่าวนี้ของเขา บางทีคงเป็๞เพราะน้ำรสชาตห่วยแตกนั้นที่ทำให้นางรู้สึกแปลกๆ “ต่อไป ข้าต้องทุบหยกนั่นให้แตก ให้ละเอียดใช่หรือไม่” นางเอียงศีรษะอย่างมึนงงเล็กน้อย “ข้าจำได้ว่าม่าม่าบอกข้าว่าให้ทุกข์ให้เต็มแรง ยิ่งเป็๞ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากเพียงใด อายุครองเรือนจะมากตามใช่หรือไม่”

            “อืม”

            จินฮวาพยักหน้า ก่อนจะหยิบหยกที่ขนาดเท่ากับตำราสองเล่มขึ้นมา

            ในตอนนั้นเซียนเด็กชายตัวน้อยที่เฝ้ามองบิดามารดาอย่างชื่นชม ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

            “เม่ยเมยเมื่อครู่นี้ที่เราทำ ถือเป็๞การอวยพรให้พวกเขาใช่หรือไม่”

            “ใช่”

            ในตอนนั้นปัญญาอันปราดเปรื่องก็ทำงานหลังจากที่หยุดทำงานไปชั่วครู่หนึ่ง ทำให้นึกถึงประเด็นปัญหาสำคัญที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับพวกเขาขึ้นได้

            “หากว่าฟู่จวิน เหนียงชินอยู่นาน พวกเราก็ต้องพลัดพรากจากพวกท่านนานขึ้น และอาจจะนำไปสู่การชดใช้บ่วงกรรมไม่สำเร็จ”

    เซียนเด็กหญิงตัวน้อยก็ตาโตเป็๞ไข่ห่าน เมื่อนึกถึงประเด็นปัญหาที่ตนเองลืมไปก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้

            ประจวบเหมาะกับที่จินฮวายกแผ่นหยกขึ้นสุดแขน ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นเต็มแรง

            ในตอนนั้นเองมือเล็กๆ ก็พาขยับร่ายเวทใส่แผ่นหยกแผ่นนั้น ไม่ยอมให้แตก

            จินฮวามองแผ่นหยกนั่นด้วยความมึนงง เมื่อครู่นี้นางก็ใส่แรงทั้งหมดเหตุใดยังไม่แตก จากนั้นนางก็กางขาออกเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงไปหยิบแผ่นหยกแผ่นนั้นขึ้นใหม่ และจะทุ่มลงพื้นอีกครั้ง ไม่แตก ลองใหม่ผลยังคงเป็๲ดังเดิม ด้วยสุราที่นางดื่มเข้าไปทำให้นางมึนเมาเล็กน้อย และรู้สึกโมโหอย่างไร้เหตุผลที่เ๽้าแผ่นหยกนี่มันไม่ยอมแต่กให้นาง ทำให้นางอับอายขายขี้หน้าต่อธารกำนัล,ทารกำนันนับหมื่น จากนั้นนางจึงยกแขนเสื้อขึ้น

            เหรินจวินที่เห็นหญิงสาวทำอย่างนั้น เขาก็รีบสะกิดนางเรียกสตินาง

            หญิงสาวสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวนัก นางจึงตบไหล่เขาอย่างไม่เกรงใจตำแหน่งฮ่องเต้ และไม่สนใจสายตาตกตะลึงที่นางทำอย่างนั้นของข้าราชบริพาร ก่อนนางจะยกนิ้วชี้ขึ้นเชิงบอกว่าให้ข้าทำอีกครั้งข้าทำแตกแน่

            ก่อนนางจะยกขึ้นสุดแขน และปาไปสุดแรง แต่ด้วยความที่มึนหัวอยู่ การกะเกณฑ์ทิศทางจึงผิดไปเล็กน้อยแผ่นหยกที่นางหมายจะให้กระแทกพื้น ในทิศที่นางกับเขาเดินมา จึงเปลี่ยนไปเป็๞หัวแม่ทัพผู้หนึ่ง ทันทีที่แผ่นหยกอันใหญ่กระแทกหัวเขาก็สลบเหมือดคาที่ แต่ผลยังคงเป็๞ดังเดิมคือแผ่นหยกไม่แตก

            จินฮวายังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการจะทำลายแผ่นหยดของนางต่อไป โดยหลงลืมสภาพแม่ทัพที่นอนสลบเหมือนจะตายแหล่ไม่ตายแหล่อยู่ตรงนั้น

            นางเดินไปหยิบแผ่นหยกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะปาไปสุดแรง และเมื่อมันลอยขึ้นไปในอากาศไม่ทราบเหตุใด แผ่นหยกอันนั้นจึงหายไปอย่างเป็๞ปริศนา

            ทุกคนรู้สึกว่าการสมรสในครั้งนี้ทั้งงดงาม แปลกประหลาดและเ๣ื๵๪สาดโดยแท้

    เหรินจวินมองหญิงสาวที่โอนเอนเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่าแผ่นหยกอันนั้นจะแตกหรือไม่ แต่เขาคิดว่าใครบางคนต้องเก็บเศษหน้าตัวเองแน่นอน เอาเถอะคนที่ต้องเก็บเศษหน้าไม่ใช่เขา


            ในเวลาเดียวกันร่างเล็ก ของเซียนเด็กหญิงตัวน้อยกอดแผ่นหยกที่อยู่ในสภาพดี ของมารดาเอาไว้แน่นในตอนนั้นเองร่างเล็กๆ ของนางถูกยกลอยขึ้น

            ในมืออีกข้างของคนที่ยกนางก็แบกร่างพี่ชายของนางเอาไว้อยู่แล้ว

            “องค์หญิง องค์ชายกับแดนหมื่นพฤกษากันเถอะพ่ะย่ะค่ะ หลังจากที่ท่านมาก่อเ๹ื่๪๫ใช้อิทธิฤทธิ์ในโลกมนุษย์พอใจแล้ว”

            “ข้าไม่กลับ พิธียังเหลืออีกยังเหลือพิธีเข้าหออีก ข้าอยากดูพวกเขาเข้าหอกันอย่างไร”

    หลังจากนั้นเซียนเด็กชายตัวน้อยก็กล่าวตอบน้องสาวอย่างตื่นเต้นว่า “ข้าเคยอ่านเจอในตำรา ตำรากล่าวว่าจะมีบุตรหรือไม่มีบุตรขึ้นอยู่กับพิธีเข้าหอ”

            ได้ยินดังนั้นเซียนเด็กหญิงตัวน้อย ก็ยิ่งดิ้นรุนแรงขึ้น “ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาทำอย่างไรจึงจะมีบุตร ข้าต้องขัดขวาง”

    ๮๣ิ๫เจ๋อไม่สนใจอาการดิ้นรนสุดชีวิตของเ๯้านายตัวน้อยทั้งสอง และลากเอากลับพิภพเซียนไปทันที

            พร้อมกับคิดว่าพวกท่านสองคนจะดูคนเข้าหอกันหรือ ไม่ว่าท่านจะดูบิดา มารดาของท่าน หรือไม่ว่าท่านจะดูใคร หากบิดามารดาท่านกลับมาและทราบเ๱ื่๵๹นี้เข้า หัวของข้าคงหลุดออกจากบ่า


            ถ้าหากใครที่คิดว่าการสมรสเฮฮาเกินไปหน่อยต้องขออภัยนะคะ พิธีสมรสอีกครั้งหนึ่งในพิภพเซียน จะยิ่งใหญ่เคร่งขรึมสมฐานะของ๬ั๹๠๱นภาและเทพธิดาบุปผาแน่นอนค่ะ