หลังสงครามอันดุเดือดสงบลง บรรยากาศรอบสนามแข่งขันยังคงคลุ้งไปด้วยกลิ่นควันและเสียงคร่ำครวญของผู้บาดเจ็บ รองเจ้าอาณานิคมมองไปรอบๆ ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว เขายกมือขึ้นสูง ก่อนจะออกคำสั่งเสียงดัง
"ทุกคน! เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที ส่งคนออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เปิดช่องทางมิติส่งพวกเขากลับเข้าเมืองเดี๋ยวนี้!"
เสียงจากรองเจ้าอาณานิคมแผ่กระจายออกมา เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนไหวตามคำสั่ง
กลุ่มคนจากตระกูลเอโร้และผู้ใช้พลังสายมิติ รีบจัดการสร้างช่องทางมิติสีฟ้าประกายสดใส ที่ค่อยๆ ขยายตัวออกเป็นวงกลมอย่างรวดเร็ว
เมื่อช่องทางมิติเปิดออกเต็มที่ เหล่าประชาชนที่ยังตกตะลึงกับเหตุการณ์ต่างก็ถูกนำทางเข้าสู่มิติอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รีบอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินผ่านไปอย่างปลอดภัย
เหล่านักศึกษาและผู้ใช้พลังที่ยังยืนต่างแยกย้ายเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ บ้างประคอง บ้างช่วยใช้พลังสมานแผลอย่างเร่งด่วน เสียงของผู้บาดเจ็บที่เรียกหาความช่วยเหลือดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ทุกคนกลับทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"เร่งมือ! อย่าให้มีใครตกค้าง!"
กลุ่มเจ้าหน้าที่ตะโกนย้ำอีกครั้ง สายตาของพวกเขากวาดมองไปทั่วพื้นที่
ทุกคนต่างรู้ดีว่าความเสียหายจากสงครามครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เวลานี้สิ่งสำคัญคือการช่วยเหลือชีวิตผู้คนให้มากที่สุด
ช่องทางมิติที่ส่องประกายระยิบระยับนำพาผู้คนกลับสู่เมืองอย่างต่อเนื่อง คลี่คลายสถานการณ์ที่เคยตึงเครียด
เสียงพูดคุยจอแจของประชาชนดังก้องไปทั่ว ขณะผู้คนทยอยกันเคลื่อนย้ายเข้าสู่ประตูมิติที่เปิดรออยู่ เสียงหอบหายใจและเสียงฝีเท้ากระทบพื้นคละเคล้ากัน แต่ละคนต่างแสดงความรู้สึกแตกต่างกันออกไป
“พวกเรา…รอดแล้วใช่ไหม?”
หญิงชราคนหนึ่งพึมพำขณะจับมือหลานสาวไว้แน่น แววตาของเธอสั่นไหวเต็มไปด้วยความโล่งใจ
"ข้าไม่อยากเชื่อว่าเราจะผ่านมันมาได้..."
ชายวัยกลางคนที่หน้าตาเปื้อนฝุ่นพูดกับเพื่อนของเขาที่อยู่ข้างๆ ทั้งคู่ยังคงตัวสั่นจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น
“ท่านเห็นไหม? เห็นพลังของนักสู้พวกนั้นไหม?.....
นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดด้วยเสียงตื่นเต้น ขณะกวาดตามองไปรอบๆ
“ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว...กลับบ้านเถอะ”
หญิงสาวอีกคนเอ่ยออกมาอย่างอ่อนล้า ขณะที่เพื่อนของเธอประคองพาเธอเดินผ่านเข้าประตูมิติ
“เราปลอดภัยแล้ว...อาณานิคมคงจะจัดการเรื่องนี้ได้” ชายหนุ่มผู้หนึ่งพูดเบาๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง เขาหันไปมองประตูมิติที่อยู่ตรงหน้า สะท้อนประกายแสงสีฟ้าที่ดูลึกลับและน่าพึ่งพา
เสียงกระซิบและการสนทนารอบตัวเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวาดกลัว ความโล่งใจ และความหวังที่ค่อยๆ กลับมา บางคนยิ้มออกมาได้แล้วหลังจากที่รอดพ้นจากหายนะ ขณะที่บางคนยังคงตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น ทุกคนต่างรีบก้าวผ่านประตูมิติ เพื่อกลับสู่ความปลอดภัย
การแข่งขันความเร็วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณานิคมซึ่งเคยเป็นงานเฉลิมฉลองประจำเมืองฝั่งตะวันตก กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน สนามแข่งที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของผู้ชม บัดนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและความเงียบงันที่น่ากลัว
เส้นทางวิ่งที่เคยทอดยาวอย่างสง่างาม ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันและเศษซากหิน
เหล่าผู้เข้าชมหลายพันคนที่เคยยืนมองการแข่งขันด้วยความตื่นเต้น บัดนี้หลายคนได้ล้มลงไร้ลมหายใจ เหลือเพียงเงาร่างไร้วิญญาณซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักที่พังทลาย
ศพของผู้คนที่เคยมีชีวิตชีวา นอนนิ่งอยู่บนพื้น เสียงร้องคร่ำครวญของผู้รอดชีวิตดังก้องไปทั่ว ราวกับเสียงสะท้อนแห่งความสูญเสีย
ภาพของลูกที่กอดศพพ่อแม่ของตนไว้แน่น เสียงของหญิงชราที่ร้องเรียกหาคนรักซึ่งไม่มีวันตอบรับกลับมา และเสียงของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามค้นหาผู้รอดชีวิตในกองซากปรักหักพัง สร้างความรู้สึกเศร้าสลดที่ยากจะทานทน
ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นเวทีแห่งความยิ่งใหญ่ เป็นสถานที่ที่สร้างความสนุกบันเทิง แต่บัดนี้ มันกลายเป็นหลุมศพขนาดใหญ่ที่กลืนกินความสุขของอาณานิคมไปอย่างไร้ความปรานี
แสงอาทิตย์ส่องผ่านหมอกควันในยามเย็น เหลือเพียงแสงที่อ่อนล้าและไร้ซึ่งความอบอุ่น เจ้าหน้าที่ต่างหยุดบันทึกภาพฉากแห่งความตายนี้ไว้ ดวงตาของพวกเขาสั่นไหวด้วยความเศร้าหมอง เมื่อมองเห็นผู้คนนับพันที่เคยมีชีวิต กลับกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณในพริบตาเดียว
แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังดูหม่นหมอง ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมไว้อาลัยกับความสูญเสียครั้งนี้
ความเงียบที่ปกคลุมสนามแห่งนี้สะท้อนถึงโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครลืมเลือนได้ โลกมิติที่ถูกดึงมาเกี่ยวพันกับการแข่งขันครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำลายความฝันของผู้แข่งขัน แต่ยังทำลายอนาคตของหลายพันครอบครัวในพริบตาเดียว
รองเจ้าอาณานิคมยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบที่เหลือเพียงซากปรักหักพังและเสียงคร่ำครวญของผู้คน สายตาเขาจ้องมองออกไปยังขอบฟ้าที่มืดหม่น ความคิดค่อยๆ ไหลย้อนกลับไปยังการก่อการร้ายของพวกสมาคมใต้ดิน
ความวุ่นวายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นตรงหน้า เป็นเพียงบทเริ่มต้นของบางสิ่งที่ใหญ่กว่าและอันตรายกว่านี้มาก
"สมาคมใต้ดิน.......!"
เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ภาพความวินาศที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเหมือนเงาแห่งคำเตือน สิ่งที่เขากังวลมาตลอดเริ่มชัดเจนขึ้น พวกมันไม่ได้เพียงแค่ก่อความวุ่นวายเพื่อหว่านความกลัว แต่กำลังเตรียมตัวสำหรับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่านั้น