ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 23 : มีพบต้องมีจาก

    มีพบต้องมีจาก
    สิ่งที่ชายหนุ่มร่างโปร่งใสคล้ายวิญญาณพูด ทำให้ร่างกายของถังม่านหยาสั่นสะท้าน น้ำตาไม่รู้ทำไมว่าถึงไหลออกมา พร้อมกับหัวใจที่เจ็บปวด “คะ...คุณตายไปแล้วเหรอ?”
    เย่กู่เฉินพยักหน้า แสดงสีหน้าหดหู่ออกมา “อย่าได้หวาดกลัว แม้ข้าเป็นเพียงวิญญาณ แต่ข้าไม่มีความคิดร้ายต่อเจ้า ถ้าหากเจ้าอยากให้ข้าจากไป ข้าจะจากไปในตอนนี้”
    ถังม่านหยารีบส่ายหน้าไปมา เธอไม่กลัวเขาเลย กลับรู้สึกขอบคุณที่เขารักเธอมากขนาดนี้ ตามหาเธอมาจากชาติก่อน แม้ว่าจะไร้ร่างกาย เป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้นก็ตาม “อย่าไป จากนี้คุณจะอยู่กับฉันได้ไหม?”
    เย่กู่เฉินส่ายหน้า พลางถอนหายใจ “ม่านหยา ข้าอยากจะอยู่กับเจ้า แต่สวรรค์ไม่ยอม หลังจากที่ข้าพบเจ้า กายวิญญาณของข้าจะสลายหายไปในไม่ช้า”
    “ทำไมเป็นแบบนี้?” ถังม่านหยารีบลุกขึ้นจากเตียง เดินเข้ามาใกล้เขา ยื่นมือไปที่สัมผัสใบหน้าของเขา แต่ฝ่ามือของเธอกลับจับต้องอะไรไม่ได้เลย มือของเธอได้ผ่านร่างเขาไป
    เรื่องนี้ทำให้เธอเศร้า ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นวิญญาณจริงๆ แม้ว่าเธอจะไม่มีความทรงจำ แต่เธอกลับรู้สึกผูกพันธ์
    ดังนั้น เธอจึงเชื่อโดยสนิทใจว่าคนตรงหน้า เป็นคนรักในชาติก่อนของเธอจริงๆ
    “ลิขิตสวรรค์ คนธรรมดา ไม่อาจฝืน” เย่กู่เฉินยิ้มบอก “เลิกพูดคุยเรื่องนี้เถอะ ข้ามีบางสิ่งอยากจะบอกเจ้า”
    ถังม่านหยาพลันตั้งใจรับฟังด้วยสีหน้าจริงจัง
    “ต่อไป อย่าได้นึกถึงข้า ไม่อย่างนั้นหัวใจของเจ้าจะมีพันธะ เจ้าต้องลืมข้า หากอนาคตข้างหน้า เจ้าพบชายที่พึงใจ อย่าได้ลังเลที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่”
    “ทำไม?” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
    “พวกเราไม่อาจครองรักกันได้อีกแล้ว วาสนาของข้ากับเจ้าสิ้นสุดแล้ว แม้ข้าจะเจ็บปวดใจ แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้...” เย่กู่เฉินถอนหายใจ
    ได้ฟังแบบนี้ ถังม่านหยาก็นิ่งเงียบไป น้ำตายิ่งมายิ่งไหล “ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ เหรอ?”
    เย่กู่เฉินส่ายหน้า ถอนหายใจยาวๆ ออกมา “ไม่ได้ อย่าสนใจเรื่องนี้เลย ก่อนที่วิญญาณของข้าจะสลาย ข้ามีคำขอต่อเจ้าเพียงเรื่องเดียว ไม่รู้ว่าเจ้าจะยอมทำตามคำขอให้ข้าได้หรือไม่?”
    ถังม่านหยาพยักหน้าอย่างจริงจัง พลางเช็ดน้ำตา คนตรงหน้าของเธอคือคนรักในชาติก่อนของเธอ แม้เขาจะเหลือเพียงวิญญาณ เขาก็ยังตามหาเธอมานาน เพื่อมาพบเธออีกครั้ง พร้อมทั้งมอบแสงสว่างให้เธออีกครั้ง
    เธอจะไม่ยอมทำตามคำขอสุดท้ายของเขาได้ยังไง?
    “คำขอของคุณคืออะไร?” เธอถามออกมา
    เย่กู่เฉินรู้สึกกระอักกระอวนเล็กน้อย แต่เขาไม่ลังเลที่จะบอกออกมา “ข้าอยากจูบกับเจ้าแบบดูดดื่มอีกสักครั้ง...”
    “......” ถังม่านหยา
    กับคำขอของเขา ถังม่านหยาถึงกับพูดไม่ออก เธอได้แต่กระพริบตาปริบๆ ทวนคำออกมา “จูบแบบดูดดื่ม?”
    เย่กู่เฉินรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ยางอาย แต่ในตอนนี้ เขาขัดขืนไอ้ระบบสุนัขไม่ได้ ต้องพยักหน้าอย่างหดหู่ “ใช่ นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าปรารถนา”
    อยู่ๆ ใบหน้าของถังม่านหยาก็แดงขึ้นมา เธอพูดออกมาเสียงเบาราวกับยุง “จะจูบแบบดูดดื่มยังไง ในเมื่อฉันสัมผัสตัวคุณยังไม่ได้เลย”
    เย่กู่เฉินไม่ลังเลที่จะทำให้เธอสัมผัสร่างกายของเขาได้ “ลองสัมผัสดู”
    ถังม่านหยาค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสเขา ต้องประหลาดใจ เมื่อเธอสามารถสัมผัสเขาได้แล้ว แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง “ทำไมก่อนหน้านี้สัมผัสไม่ได้”
    “นั่นเป็นเพราะข้ายังไม่ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายออกมา” เย่กู่เฉินโกหกหน้านิ่ง ในขณะที่หัวใจเต้นแรง เขาไม่รู้ว่าเธอจะยอมมอบจูบอันดูดดื่มให้เขาหรือไม่
    ถังม่านหยาใบหน้าแดงมากยิ่งขึ้น ดวงตาเธอกลอกไปมา เธอไม่รู้ว่าสมควรตกลงดีหรือไม่ เพราะนี่เป็นจูบแรกของเธอ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นคนรักเก่าของเธอในชาติที่แล้วก็เถอะ
    เย่กู่เฉินร้อนใจ กลัวว่าเธอจะไม่ยอมเหลือเกิน ต้องรีบพูดออกมา “หากว่าเจ้าไม่อยากก็ไม่เป็นไร ลาก่อน...”
    “ตกลง!” เห็นเขาพูดออกมาแบบนี้ ถังม่านหยาก็ตัดสินใจด้วยความเด็ดเดี่ยว ใบหน้าของเธอแดงไปหมด จนลามไปถึงใบหู จากนั้นเธอก็หลับตาลง เผยอริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย
    “คะ...คุณเริ่มได้เลย!” เย่กู่เฉินหัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เขาจะเคยจูบใครเขาที่ไหน แต่ไม่เคย เขาก็เคยเห็นผ่านทีวีมาอยู่ไม่น้อย ต้องค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของถังม่านหยา
    วินาทีต่อมาเขาก็จูบเธอ ขณะเดียวกันก็สอดลิ้นเข้าไปในปากเล็กๆ ของเธอ ลิ้นของเขารับรู้รสชาติได้ถึงความหอมหวาน สัมผัสลิ้นเล็กๆ ของเธอที่ตื่นกลัว จากนั้นก็เริ่มพัวพันกันอย่างดูดดื่ม
    เป็นการจูบแบบดูดดื่ม ทั้งยังเร้าร้อนอย่างแท้จริง!
    เวลาผ่านไปถึงห้านาที เย่กู่เฉินหยุดด้วยความไม่เต็มใจ เพราะถังม่านหยาหายใจไม่ทัน เธอในตอนนี้หอบหายใจออกมาอย่างหนัก
    ‘นี่ก็คือความรู้สึกของการจูบแบบดูดดื่ม วิเศษยิ่ง!’ เย่กู่เฉินอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องในใจ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย มันรู้สึกดีเกินไป!
    แต่เขาก็รีบระงับความรู้สึกของตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว ภารกิจของเขาในตอนนี้สำเร็จแล้ว แม้ว่าจะเป็นการสำเร็จแค่คนแรกก็ตาม
    “ม่านหยา ขอบคุณเจ้าที่ทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของข้าให้เป็นจริง ข้าต้องไปแล้ว จำไว้ว่าข้าจะรักและคอยปกป้องดูแลเจ้าเสมอ!”
    เย่กู่เฉินพลันพูด พร้อมกับทำให้ร่างกายของตัวเองค่อยๆ ระเหิดหายกลายเป็นละอองแสง ราวกับวิญญาณจะไปสู่สุคติอยิางไรอย่างนั้น
    ถังม่านหยาที่เดิมทีหอบหายใจอยู่ มองเขาด้วยความตกใจ เธอรีบโพล่งออกมา “ไม่ไปไม่ได้เหรอ?”
    “มีพบต้องมีจาก มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ อย่าได้ยึดติดกับข้าเลย จงมีชีวิตที่ดี...” เย่กู่เฉินพูดทิ้งท้ายเอาไว้เช่นนี้ด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
    ถังม่านหยาร้องไห้ออกมา พุ่งเข้าไปหวังจะกอดเขา แต่อนิจจา เธอช้าไป ร่างกายของเขาได้ระเหิดหายกลายเป็นละอองแสงไปจนหมด
    และพริบตาต่อมา ละอองแสงก็ควบรวมกันเป็นจี้หยกรูปหัวใจสีฟ้า
    เย่กู่เฉินที่ได้รับจูบจากเธอ เขาไม่อาจเอาเปรียบเธอได้ จึงสร้างจี้หยกด้วยพลังปราณ ไม่ว่าเธอพบเจอกับอันตรายอะไร จี้หยกจะปกป้องเธอเสมอ
    ถังม่านหยามองเห็นจี้หยกค่อยๆ ตกลงมา เธอก็ยื่นมือออกไปรับมากุมไว้ที่หน้าอก เธอทรุดลงพื้น ร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น
    เธอเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างแท้จริง ไม่พูดไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่งมงายอย่างแท้จริง ไม่อย่างนั้น เธอจะไม่เสียใจมากขนาดนี้
    “ม่านหยา เกิดอะไรขึ้น?” ในเวลานี้เองที่ประตูห้องนอนของเธอถูกเปิดออก ถังหนี่ที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกสาว รีบเข้ามาในห้องด้วยความร้อนใจ
    “แม่...เขามาพบหนูและจากไปแล้ว!” ถังม่านหยาเงยหน้ามองแม่ของเธอทั้งน้ำตา
    ถังหนี่ตกใจ เธอย่อมเข้าใจว่าเขาคือใคร เธอรีบมองไปที่ดวงตาของลูกสาว เธอก็ต้องตกตะลึง เมื่อมันไม่ได้ขุ่นมัวไร้ประกายอีก แต่เต็มไปด้วยประกายแวววา ดูน่าดึงดูดมาก
    เธออ้าปากราวกับจะพูดอะไรบ้างอย่างออกมา แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา บอกตามตรงว่าในเวลานี้ เธอทั้งตกตะลึง ทั้งเหลือเชื่อ
    คิดไม่ถึงว่าหมอดูคนนั้นจะแม่นมาก และเธอที่เคยคิดว่าลูกสาวของเธองมงายนั้น เป็นเธอเองที่คิดผิด
    ลูกสาวของเธอไม่ได้งมงายเลย ลูกสาวของเธอได้พบกับเขาจริงๆ คนรักในชาติก่อน เขามา ทั้งยังนำแสงสว่างกลับมาให้เธอ!
    จบบทที่ 23

    นิยายแนะนำ