[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    100 จิตวิญญาณแห่งลม

    “เอาล่ะ เราน่าจะคุยกันได้แล้ว”


    แอนเดอร์สันหันมายิ้มให้กับคนของตระกูลโบฟอร์ต หลังจากเขาฆ่านักเวทย์ตายไปทั้งหมด เหล่านักเวทย์ 800 ปีที่มัวตระหนกพวกเขาก็ตายเพราะแอนเดอร์สันใช้นักเวทย์ 700 ปีเป็นเครื่องสังเวยให้กับคำสาป จนมันมีพลังมากพอจะฆ่านักเวทย์ 800 ปี


    “นายน้อยแอนเดอร์ คุณจะให้พวกเราช่วยอะไรบ้าง”


    “พวกคุณบอกว่าเป็นตระกูลหลักใช่ไหม อย่างแรกเลยที่ผมอยากให้ช่วยก็คือ หลังจากพวกคุณกลับไปยังตระกูลให้รีบติดต่อหาตระกูลเฟียร์ของสหพันธ์โคเวียอย่างลับๆแล้วคอยช่วยเหลือทางฝั่งนั้นในเรื่องธุรกิจ”


    “เราเข้าใจแล้ว”


    “ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะที่ผมอยากให้ช่วย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ผมจะแสดงกองกำลังด้วยสิ หากว่ามันไม่ใหญ่พี่ชายอาจจะมาโค่นได้เพราะงั้นให้ตระกูลโบฟอร์ตเก็บความลับที่ช่วยเหลือผมเอาไว้ก่อนจนกว่าผมจะบอกอีกที แต่ถ้าหากว่าเกิดเรื่องขึ้นจนไม่เหมือนที่ผมพูดเอาไว้เลยสักอย่าง ไว้ถึงวันที่สงครามสุดท้ายเกิดขึ้น พวกคุณค่อยมาวันนั้นก็ได้”


    แอนเดอร์สันจะมอบหน้าที่ติดต่อให้กับลุงนอธ หลังจากที่ตระกูลโบฟอร์ตติดต่อไปพวกเขาคงจะสามารถค้าขายต่างสหพันธ์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามหากว่าทุกอย่างไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างที่เขาหวัง พี่ชายของเขาล้วนตัดขาดทุกทิศทางจนสหพันธ์อื่นเข้าไปในสหพันธ์โคเวียไม่ได้ เขาจะให้ตระกูลโบฟอร์ตเจอเขาในวันสุดท้ายที่การแย่งชิงของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะจบลง


    “สรุปแล้ว สิ่งแรกที่เราต้องทำคือยื่นมือช่วยเหลือตระกูลเฟียร์ก่อนใช่ไหม ถ้าหากว่ายื่นมือเข้าไปไม่ได้ ให้เรารอจนกว่าสงครามสุดท้ายจะมาถึง”


    “ใช่แล้ว หวังว่าน้ำแห่งชีวิตจะมีค่าพอให้ตระกูลโบฟอร์ตส่งคนมาช่วยมากกว่าร้อยคนนะครับ”


    “ฮ่าๆๆ นายน้อยแอนเดอร์สันกล่าวตลกอะไรกัน ลุงแก่ๆอย่างฉันบอกเลยว่าน้ำแห่งชีวิตตอนนี้ ทำให้ตระกูลโบฟอร์ตทั้งตระกูลเคลื่อนไหวได้เลย”


    “งั้นเราออกไปกันเถอะ ว่าแต่ลุงแซมพอจะรู้จักสถานที่เกิดของจิตวิญญาณธาตุลมไหม ธาตุไฟก็ได้”


    “ต้องขอโทษที่ก่อนหน้าปฎิเสธเรื่องนี้ไป” แอนเดอร์สันนึกถึงตอนที่เขาถูกเตือนหน้าทางเข้าเกท ลุงแซนได้ปฎิเสธเรื่องจิตวิญญาณกับเขาว่าไม่เคยเจอมัน


    “ตอนนั้นเราไม่มีเวลาจริงๆ ถึงจะบอกไปมันก็อันตรายที่จะให้นายน้อยไปคนเดียว แต่ตอนนี้คุณช่วยพวกเรามากจริงๆ เราจะนำทางให้คุณเอง ทั้งไปหาจิตวิญญาณธาตุลมและธาตุไฟ”


    “แล้วไม่รีบให้คนไปส่งยาก่อนล่ะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังลุงแซนที่กำลังยื่นน้ำแห่งชีวิตให้กับลูกทีม เขากลัวว่ามันจะไปไม่ถึงตระกูลโบฟอร์ตเพราะลุงแซนกำลังจะมานำทาง หากในทีมขาดลุงแซนไปมันอาจจะถูกชิงก็ได้ แอนเดอร์สันจึงเปลี่ยนใจเพื่อให้เขามั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลโบฟอร์ต 


    “ลุง เอาแบบนี้ดีกว่า ลุงนำน้ำแห่งชีวิตกลับไปยังตระกูลด้วยตัวลุงเองเถอะ แล้วให้ใครก็ได้พาผมไปสถานที่ที่จิตวิญญาณธาตุลมและไฟเกิด ผมขอคนเดียว ไม่สิ ขอสองคนก็ได้ หลังจากผมปลุกจิตวิญญาณได้แล้วพวกเขาจะได้จับคู่เดินทางกลับอย่างปลอดภัย”


    “มันจะดีเหรอ”


    “สำหรับผมวิธีนี้ดีที่สุด พวกคุณก็มั่นใจได้อีกว่าน้ำแห่งชีวิตจะกลับถึงตระกูล”


    “ถ้าอย่างนั้น ลุงแก่ๆอย่างฉันขอขอบคุณจากใจจริง”


    แอนเดอร์สันเริ่มวิ่ง เขาจำเป็นต้องออกไปจากสถานที่แห่งนี้ หากอยู่นานไปเขากลัวจะมีอันตรายเกิดขึ้นอีก ตอนนี้กลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกคงกำลังตามหาตัวของเขา ทันทีที่แอนเดอร์สันและคนของตระกูลโบฟอร์ตมาถึงประตูเกท พวกเขาก็ได้กระโจนออกไปก่อนจะพบว่านักเวทย์มากมาย กำลังชี้อาวุธมายังพวกเขาที่พึ่งออกมา


    [แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 710 ]


    “นายน้อย พวกเราซ่อนยานรบเอาไว้ จะไปขึ้นยานแล้วหนีไปด้วยกันก่อนไหม”


    “ไม่ ผมจะล่อให้ ส่วนพวกคุณหนีไปได้เลย”


    แอนเดอร์สันคว้ามือไปจับแก้วน้ำในมือของลุงแซนแล้ววิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะออกมาจากเกทเขาได้ตกลงกับลุงแซนเอาไว้แล้ว ว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงเตรียมน้ำเอาไว้หลอกตาผู้คน ทำเหมือนกับว่าเขาขโมยมันแล้วหนีไป ภายใต้การวิ่งของแอนเดอร์สันนักเวทย์มากมายก็ได้พุ่งตามเขาไปด้วยความเร็วสูงสุด ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ให้ใครตามมาได้ง่ายๆ ด้วยการร่ายเวทย์คำสาประดับ 8 เขาได้กระจายมันไปด้านหลังทำให้นักเวทย์ที่วิ่งตามตกตายอย่างกับมดปลวก


    อ้าก!!!


    “ไปเร็วเข้า!”


    ลุงแซนบอกให้คนของเขารีบวิ่งออกจากสถานที่แห่งนี้ การหนีของพวกเขาไม่สามารถวิ่งรวมกลุ่มกันไปได้ มันจะน่าสงสัยเกินไป ดังนั้นทุกคนจึงกระจายตัวกันออกไปโดยจุดหมายยังคงเป็นที่ซ่อนยาน ทางฝั่งผู้ที่จะมานำทางให้กับแอนเดอร์สันพวกเขาก็ได้วิ่งไปรอยังตำแหน่งที่นัดกัน จนกว่าแอนเดอร์สันจะจัดการทุกๆอย่างเสร็จ


    “บ้าเอ๊ย ตระกูลโบฟอร์ตก็หายไปแล้ว พวกเราถูกหลอกแล้วมันร่วมมือกัน!”


    เสียงของนักเวทย์ร้องตะโกนลั่น แอนเดอร์สันกลับหยุดเท้าที่กำลังวิ่งพลางกวาดตามองออกไปรอบข้าง แอนเดอร์สันยังไม่สามารถปล่อยเรื่องตระกูลโบฟอร์ตหนุนหลังออกไปได้เพราะเก็บเอาไว้เป็นไพ่ลับ ดังนั้นเขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้นักเวทย์คนใดนำเรื่องนี้ออกไปรายงาน 


    วิ๊ง!


    มานามหาศาลกระจายออกมาจากแกนพลังเวทย์ ก่อนที่มันจะถูกนำไปใช้ก่อตัวเป็นวงเวทย์หลักสำหรับใช้ในการสังเวย ทันทีที่แอนเดอร์สันกวาดมือไปรอบๆแปะเวทย์คำสาปไปยังร่างของนักเวทย์ 700 ปี พวกมันแต่ละคนที่โดนคำสาปไปนี้ล้วนดวงตาเหม่อลอยแล้ววิ่งออกจากตำแหน่งไปตามจุดที่เขาสั่งให้ไป ด้วยการวิ่งของนักเวทย์ 700 ปีและนักเวทย์ต่ำกว่าจำนวนมากที่กำลังวิ่งออกไป ส่งผลให้นักเวทย์ทั้งหมดที่ยังไม่เข้าใกล้แอนเดอร์สันวิ่งเข้าไปจับกลุ่มรวมกันเพราะไม่รู้ว่าแอนเดอร์สันกำลังจะทำอะไรบ้าง  ทันใดนั้นพวกมันถึงกับเบิกตากว้างหลังจากร่างของนักเวทย์ที่ถูกคำสาปและวิ่งไปยังทิศต่างๆมีลำแสงพุ่งออกจากตัวหลังจากถูกใช้ให้เป็นเครื่องสังเวย


    “ลุงแซน นี่เขายังเป็นนักเวทย์ 300 ปีอยู่เหรอ”


    คนที่อยู่บนยานรบมองจ้องลงไปยังเบื้องล่าง ด้วยการปรากฎตัวของวงเวทย์ขนาดใหญ่กว้างกว่า 1 กิโลเมตรนั้นนักเวทย์ 300 ปีเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อเห็นมือมากมายโผล่ภายในม่านพลังที่ปรากฎขึ้นมา ทุกคนล้วนถอนหายใจเพราะสิ่งนี้พวกเขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งและตอนนี้มันยังคงแสดงความน่ากลัวให้พวกเขาตะลึงเช่นเดิม ด้วยการฉีกกระชากร่างของนักเวทย์แต่ละคนที่อยู่ภายในม่านพลังให้ตกตาย

    “ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องของเรา ช่วยเขากันเถอะ”


    ลุงแซนบอกกับคนที่ขับยานให้บินตามไล่ล่านักเวทย์ที่รอดออกไปจากค่ายกลเวทย์คำสาป แอนเดอร์สันที่เห็นยานรบบินไล่ตามฆ่านักเวทย์ที่หลบหนีไปนั้นเขาก็พุ่งไปอีกทางเพื่อจัดการกลุ่มคนที่เหลือจนกระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมงตัวของเขาก็ได้ไปยังจุดนัดพบกับคนของตระกูลโบฟอร์ตที่ต้องการนำทางให้เขา


    “นายน้อย คุณจะเดินทางเลยไหม”


    “เดินทางเลย ผมยังไม่เหนื่อย ว่าแต่ทำไมคนของตระกูลโบฟอร์ตรู้ตำแหน่งของจิตวิญญาณทั้ง 2 ล่ะ”


    “พอดีเราเดินทางมายังเขต 7 2 กลุ่ม กลุ่มแรกแยกตัวพาเด็กในตระกูลไปปลุกจิตวิญญาณธาตุไฟและธาตุลม”


    แอนเดอร์สันย่นคิ้วสงสัย ตระกูลหลักจะมีธาตุเพียงแค่ 1 และพวกเขาจะได้พรเหมือนกัน


    “นายน้อยกำลังสงสัยสินะ ตระกูลโบฟอร์ตพวกเราใช้เวทย์พิเศษกว่าตระกูลอื่นเพราะใช้เวทย์เสริมลงไปในกล้ามเนื้อทำให้แข็งแกร่ง  ส่วนธาตุเรามีให้ใช้หลากหลายตามแต่ความต้องการ ดังนั้นจึงทำให้ทุกคนมีพรไม่เหมือนกัน เราจึงพาคนในตระกูลที่ต้องการปลุกจิตวิญญาณธาตุไฟและธาตุลมมาที่นี่”


    “เข้าใจแล้ว”

    แอนเดอร์สันเข้าใจความพิเศษของตระกูลโบฟอร์ต สำหรับตระกูลหลักของสหพันธ์โคเวียนแต่ละตระกูลจะวิจัยเวทย์ประจำตระกูลขึ้นมาให้โดดเด่นหรือไม่ก็หาเวทย์ที่แข็งแกร่งจากในมิสเทอรี่มาเป็นเวทย์พื้นฐานที่จะช่วยเสริมให้ตระกูลตัวเองแข็งแกร่งขึ้นไปอีก


    แต่ตระกูลโบฟอร์ตกลับให้ความสำคัญกับเวทย์เสริมพลังกล้ามเนื้อจนพวกเขากลายเป็นนักรบบ้าคลั่ง มีความสามารถต่อสู้ระยะประชิดที่สูงที่สุด ส่วนพร พวกเขาจะรับจากภายนอกเพื่อหนุนเสริมให้การต่อสู้ดีขึ้น มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะใช้งานหลักเพราะเวทย์เสริมกล้ามเนื้อของพวกเขาแข็งแกร่งอยู่แล้ว


    “นายน้อยตรงนั้นคือจิตวิญญาณธาตุลม”


    แอนเดอร์สันที่วิ่งมาเป็นระยะเวลา 2 วันเขาก็ได้มองจ้องไปยังถ้ำตั้งอยู่บนลาวา จากนั้นเขาจึงให้นักเวทย์ทั้ง 2 หาที่หลบเพราะต้องการไปยังจิตวิญญาณธาตุไฟเช่นเดียวกัน นักเวทย์ทั้ง 2 เมื่อรู้ว่าแอนเดอร์สันมีพรมากกว่า 1 ถึงขั้นตกใจแต่ก็ตกใจไม่มากเพราะแอนเดอร์สันเป็นนายน้อยของตระกูลหลักสหพันธ์โคเวีย


    “ปกติแล้วเขาใช้เวลากี่วันแล้วมีการทดสอบอะไรรออยู่ข้างในอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ไม่เกิน 1 วัน ด้านในไม่มีอะไรมากเพียงแค่เดินผ่านสวนดอกไม้ที่มีสายลมพัดผ่าน หากสามารถรับรู้ถึงสายลมที่พัดมาได้ทั้งหมดก็จะเจอเข้ากับจิตวิญญาณ จากนั้นก็จะถูกส่งตัวออกมา”


    “ระดับของพรมีผลไหมครับ”


    “มีครับ ยิ่งพรระดับสูงสายลมก็จะมากเป็นพิเศษ”


    แอนเดอร์สันเข้าใจได้ในทันที เขาจึงบอกให้นักเวทย์ทั้ง 2 รอหน่อยเพราะอาจต้องใช้เวลาเกิน 1 วัน สำหรับตัวของเขานั้นไม่ได้มีเพียงแค่ฉายาผู้ใช้สายลมเพียง 1 ฉายาเท่านั้น เขาได้ซื้อฉายาสายลมสังหารและฉายาการช่วยเหลือจากสายลม ส่งผลให้เขามีฉายาจากทางระบบเกี่ยวกับธาตุลมถึง 3 ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะเข้าไปนานกว่าคนอื่นๆ


    พรึ่บ!


    สองเท้าก้าวเข้าไปในถ้ำตั้งอยู่บนลาวา ก่อนที่แอนเดอร์สันจะได้พบกลับกลิ่นหอมของดอกไม้พุ่งออกมาจากถ้ำ ทันใดนั้นเขาก็ได้ปรากฎตัวอยู่กลางทุ่งดอกไม้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บนท้องฟ้ามีเมฆสีขาวลอยเต็มไปหมด ภายใต้การกวาดตามองไปรอบๆเขาก็ค่อยๆสัมผัสได้ถึงสายลมที่กำลังเริ่มก่อตัวพุ่งมายังทิศทางที่เขายืน


    “มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ”


    สำหรับแอนเดอร์สันไม่สามารถเรียกสิ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาหาว่าสายลมได้ ต้องเรียกว่าพายุมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายหรือขวาล้วนมีพายุขนาดใหญ่ถาโถมเข้ามากระทบตัวจนเขาลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า


    “บ้าจริง ยากขึ้นไปอีก”


    ร่างภายในชุดสีดำลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่สามารถทรงตัวได้ เวทมนตร์มากมายล้วนสลายหายไปจากความรู้สึก ทางเดียวที่แอนเดอร์สันจะรอดไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ได้คือทำความเข้าใจกับสายลม แต่มันยากกว่าทำความเข้าใจกับคำสาป ตรงที่สายลมที่พัดผ่านมาไม่มีวงเวทย์ พวกมันเป็นเพียงกระแสลมที่เกิดขึ้นจากมานาเท่านั้น


    ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงก่อนจะปล่อยให้ร่างกายสัมผัสกับลมและรับรู้ถึงกระแสมานาที่อยู่รอบๆ ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้ทดลองควบคุมพวกมันก่อนจะพบว่าลมที่พัดผ่านค่อยๆตอบสนองต่อสัมผัสของเขา แต่กลุ่มก้อนลมที่เขาพยายามควบคุมกลับหายไปอย่างรวดเร็วแล้วถูกแทนที่ด้วยลมกลุ่มใหม่ แอนเดอร์สันจึงเข้าใจว่าสิ่งที่เขาจะต้องเข้าใจคือการควบคุมลมทั้งหมดนี้ให้ได้ ไม่ใช่แค่กลุ่มก้อนเดียว