ตอนที่ 22 หัวขโมยในห้องครัว
แมวน้อยไม่ได้อยู่บอกลาไทเลอร์เพราะการเผยตัวออกไปจะกระทบกับแผนการ แถมไทเลอร์ก็มีชีวิตที่ดีแล้วแมวน้อยไม่้าไปทำลายมัน
หลังจากออกมา แมวน้อยกำลังมองหาท่อระบายอากาศเพื่อกลับขึ้นไป แต่ตอนนั้นเองก็มีเ้าหน้าที่และทหารอีกสองนายเดินมาพร้อมกับกำลังมองหาบางอย่างอยู่
“อยู่นั่น จับแมวตัวนั้นที่หลงมาเร็ว”เ้าหน้าที่รีบบอกทหารสองคนด้านหลัง
ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะรีบวิ่งไปจับแมวน้อยทันที
“เวรแล้วไงเหมี้ยว เผ่นก่อนล่ะ”แมวน้อยหันหลังวิ่งหนีสับเท้าน้อย ๆ ไม่หยุด
“พื้นลื่นชะมัดเลยภารโรงทำงานดีเกินไปแล้ว ตัดเงินเดือน!”แมวน้อยวิ่งเท้าฟรี พอพ้นหัวมุมก็ใช้ทักษะเร่งความเร็วระยะสั้นในทันที
“เหมี้ยว ๆ ม้าวววๆ”แมวน้อยร้องให้คนที่ขวางทางอยู่หลบไป สร้างความปั่นป่วนไม่น้อยก่อนจะหายไปในท่อระบายอากาศอีกครั้ง
“แฮ่ก ๆ”ทั้งสามคนวิ่งตามจนหอบก็ตามจับไม่ทัน
“บ้าจริงลูกแมวตัวนั้นเร็วมาก”
“เอายังไงดีแจ้งศูนย์ให้เปิดกล้องค้นหาไหม”
“อยากเขียนรายงานเื่มีลูกแมวหลุดมาไหมล่ะ”
พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะส่ายหน้าทันทีใครจะอยากไปนั่งทำงานเอกสารที่น่าเบื่อกันทั้งวันเพื่อเขียนว่ามีลูกแมวหลงมาตัวหนึ่ง
สุดท้ายพวกเขาก็ได้แต่ปล่อยไป
...
แมวน้อยแอบมองคนพวกนั้นจากบนช่องระบายอากาศที่เพดานก่อนจะเดินจากไปอย่างสบายใจทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่ไม่มีใครเห็น
“แวะไปดูเธอสักหน่อย”
“ว่าแต่คาร่าอยู่ที่ไหนกัน”
แมวน้อยตามหาจนทั่วแต่ก็ไม่เจอตอนนั้นเองพอแอบมองไปที่ทางเดินของชั้นแรกก็พบว่ามีพวกทหารอายุน้อยหลายคนกำลังวิ่งกันอย่างเป็ระเบียบออกไปด้านนอกอาคาร
“โอ๊ะ พวกนั้นแต่งตัวเหมือนกับอเล็กซานดร้าเลยหรือว่าจะเป็ทหารใหม่” พอคิดดูแมวน้อยก็ตัดสินใจตามเบาะแสเล็กน้อยนี้ไป
ออกนอกอาคารไปยังทางด้านหลัง อาศัยรถที่จอดเรียงเป็แถวยาวเป็เกราะกำบังกายจนไปถึงอาคารอีกแห่งหนึ่งที่มีแค่สามชั้นเท่านั้นซึ่งต่ำกว่าอาคารหลักมาก
แต่ที่นี่กลับมีทหารอยู่จำนวนมาก มีทั้งพวกที่เตรียมตัวพร้อมออกไปทำภารกิจวิ่งไปขึ้นรถหุ่มเกราะมีพวกที่กำลังฝึกซ้อนบางส่วนก็กำลังวิ่งกันอยู่
“นี่สิสมกับเป็ค่ายทหาร เจอแล้ว”แมวน้อยััได้ชัดเจนมากขึ้นถึงที่อยู่ของคาร่า เขารีบวิ่งไปดูก็เห็นคาร่าที่กำลังซ้อมต่อสู้กับนักสู้อีก4 คนพร้อมกัน
[ประเมิน : นักสู้ระดับกลาง x 4 ฝีมือแข็งแกร่งมากพอจะจัดการกับโฮสต์แค่ไม่กี่กระบวนท่าโฮสต์อ่อนแอเกินไปแล้ว]
“คาร่าเป็นักสู้ระดับสูงก็จริง แต่จะเอาชนะสี่คนนั้นได้ไหม”แมวน้อยจ้องมองการต่อสู้นี้อย่างใจจดใจจ่อ
หนึ่งในสี่นักสู้ระดับกลางขยับตัว คาร่าก็เคลื่อนไหวโจมตีไปที่ต้นขาก่อนจะถีบหน้าอกอีกคนและเตะเข้าชายโครงข้างซ้ายของอีกคนจากนั้นเธอก็ก้มหัวหลบการโจมตี
พวกที่โดนโจมตีไปก่อนหน้านั้นพากันมีสีหน้าเ็ปแต่ก็ไม่ละทิ้งการต่อสู้ ตราบใดที่ยังลุกไหวก็ต้องสู้ต่อไป
“เอาอย่างนั้นแหละ”
“แทงเข่า ๆ”
“เตะมันเลย เอาอีก ฮ่า ๆ สุดยอดมาก”
“ระวังนะ! เกือบไป ดีที่หลบได้”
“เยี่ยมต่อยเข้าเต็มหน้าเลย”
แมวน้อยเชียร์อย่างเมามันจนแทบจะลืมไปว่าตัวเองกำลังแอบมองอยู่แต่ยังดีที่เสียงร้องของแมวน้อยถูกกลบโดยเสียงเชียร์ของทหารใหม่ที่กำลังชมการต่อสู้และส่งเสียงเชียร์ไม่แตกต่างกับแมวน้อยมากนัก
หลังจากปะทะกันไปได้อีก 10 วินาทีคาร่าก็ต่อยเข้าที่ปลายคางหนึ่งในนั้นจนน็อคko ไป ก่อนจะตามมาด้วยแทงเข่าเข้าที่ท้องอีกคนโดนจระเข้ฟาดหาง สุดท้ายก็โดนลัดคอจนต้องตบมือยอมแพ้ไป
“เก่งมากเหมี้ยว”
“เ้านายผมเหมี้ยว ๆ”
แมวน้อยดีใจจนอดะโโลดเต้นไปมาไม่ได้จนเผลอไปะโใส่หลังของทหารใหม่คนหนึ่งที่เชียร์อยู่ อีกฝ่ายหันกลับมามองเห็นแมวน้อยที่ดีใจอย่างมึนงง
“เออ จุ๊ ๆ ๆ อย่าบอกใครนะเหมี้ยว”แมวน้อยรีบทำท่ายกเท้าขึ้นมาเป็สัญญาณให้เงียบๆ ไว้
ทหารคนนั้นถึงกับงง นึกว่าตัวเองตาฝาดไปจึงรีบขยี้ตาและมองอีกครั้งแต่พบว่าตรงนั้นไม่มีใครแล้ว
“หรือว่านอนน้อยไปจนหลอนว่ะ” ทหารทำหน้าสงสัยแต่มองรอบ ๆ ก็ไม่เห็นลูกแมวเลยคิดว่าต้องใช้แน่ ๆ สุดท้ายก็หันกลับมาสนใจการต่อสู้ตรงหน้า
แมวน้อยวิ่งออกมาแล้วโดยที่ไม่รู้เลยว่าพอคาร่าล้มคู่ต่อสู้ได้ก็หันไปมองด้านหลังที่ทหารคนนั้นกำลังสงสัยในตัวเองอยู่
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้มองให้ชัดก็มีคนเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน
“คาร่าสู้กับครูฝึกไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกมาลองกับฉันนี่มา” มีชายถอดเสื้อโชว์กล้ามคนหนึ่งเดินเข้ามาท้าทายคาร่า อีกฝ่ายเป็ทหารเหมือนกันและยังเป็นักรบระดับสูง
ทหารที่เหลือเห็นต่างก็กระซิบกระซาบกันทันที
“อีลอนคิดจะเรียกร้องความสนใจจากคาร่าอีกแล้ว”
“แต่หมอนั่นก็หล่อดีนะ”
“คาร่าไม่สนใจคนหล่อหรอก เธอสนใจแต่คนที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น”
“รอดูกันวันนี้เ้านั่นจะชนะเธอไหม”
...
ขณะเดียวกันแมวน้อยก็วิ่งออกมาด้านนอกแล้วเขารู้สึกหิวมากเพราะยังไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้า แถมยังต้องวิ่งหนีสุนัขพวกนั้นแล้วยังต้องกลับไปช่วยพวกมันอีก
จนตอนนี้ก็แอบเข้ามาในศูนย์บัญชาการ แล้วก็ไปหาไทเลอร์ต่อด้วยนั่งเชียร์คาร่า
ถ้ายังให้รอต่อไปคงจะเป็ลมแน่ ๆเลยวิ่งไปที่โรงอาหาร ซึ่งมันก็มีป้ายบอกทางอยู่โรงอาหารอยู่ไม่ไกลจากอาคารนี้มากนัก เป็โกดังแยกออกมาต่างหากซึ่งใหญ่มากพอจะให้บุคลากรในศูนย์มากินอาหารที่นี่ได้
แต่จะให้เข้าข้างหน้าก็ยังไงอยู่แมวน้อยเลยแอบเข้าไปทางด้านหลัง เขาเห็นรถขนส่งวัตถุดิบเข้ามาสองคันจึงสอดส่องอย่างใจเย็นและคิดว่าจะลงมือจากตรงไหน
ขณะเดียวกันก็แอบเก็บข้อมูลด้วย
[ประเมิน : เนื้อสัตว์อสูรชําแหละแล้วจากเนื้อสัตว์อสูรหมูป่าเขี้ยวยาว]
รถสองคันนี้บรรทุกเนื้อสัตว์อสูรจำนวนมากเข้ามาที่โรงอาหารซึ่งน่าจะเป็ฝูงหมูป่าที่โชคร้ายโดนสังหารยกครอบครัว
“ไปที่ชอบที่ชอบนะ”แมวน้อยยกมือสวดให้กับฝูงหมูป่าที่โชคร้าย
หลังจากสังเกตุอยู่พักหนึ่งก็พบว่าอาหารที่นี่แบ่งออกเป็สองประเภทคือของที่ทำจากเนื้อสัตว์อสูรกับอาหารของคนธรรมดา
สวัสดีการของนักสู้คือมื้ออาหารที่ทำด้วยเนื้อสัตว์อสูรทุกมื้อส่วนคนธรรมดาได้แค่วันล่ะ 1 มื้อเท่านั้น
ความ้าของเนื้อสัตว์อสูรนั้นไม่เคยจะเพียงพอเนื่องจากว่าเนื้อสัตว์อสูรสามารถเพิ่มพลังเืเนื้อให้กับนักสู้และช่วยในการฝึกฝนได้
แมวน้อยไม่ค่อยเข้าใจรูปแบบการฝึกของพวกนักสู้เพราะเขายังไม่เคยััมาก่อน แต่ก็พอจะดูออกว่าน่าจะเป็หนึ่งในวิธีการพัฒนาเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์
ทำให้มนุษย์ยกระดับร่างกายในทุก ๆด้านผสานกับเทคนิคการต่อสู้ที่ตัวเองถนัดกันไป
เพราะก่อนหน้านั้นที่แมวน้อยดูการต่อสู้ของคาร่ากับครูฝึกอีกสี่คนมันเกินขีดจำกัดทางร่างกายของมนุษย์ไปแล้ว
แน่นอนว่าการสาธิตการต่อสู้นี้ก็เพื่อให้ทหารใหม่เข้าใจถึงพลังของนักสู้และกระตุ้นให้ทหารพวกนี้ฝึกฝนกันให้มาก ๆ เพื่อเป็นักสู้ด้วย
ยิ่งมีนักสู้มากพลังของเมืองแคปปิตอลก็ยิ่งแข็งแกร่ง
กลับมาที่แมวน้อยตอนนี้ได้เข้ามาในครัวแล้วอาหารจำนวนมากถูกเตรียมไว้และใกล้พร้อมจะเสิร์ฟแล้ว รอบการแจกอาหารคือ่เช้าเที่ยงและเย็นตามเวลาเท่านั้น
ทำให้พ่อครัวแม่ครัวต้องเตรียมอาหารไว้จำนวนมากและตักใส่จานรอเสิร์ฟ
พอเตรียมเสร็จพวกเขาก็วุ่นวายกับทางอื่นต่อในทันที
“มีคนเคยพูดว่าครัวก็เหมือนสนามรบคำพูดนี้ไม่เกินจริงเลยแฮะ พวกเขาทำงานกันอย่างกับว่าทำากันอยู่เลย”
แมวน้อยแอบย่องเข้าไปในครัวมองดูอาหารที่วางละลานตามีอย่างน้อยๆ ก็ 5-6 เมนู ซึ่งก็นับว่าเยอะแล้วในโลกยุคนี้
“ทหารพวกนี้กินดีกว่าอาหารคนข้างนอกมากมีแม้แต่ผักด้วย ถึงจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ยังมีผัก”
แมวน้อยอยู่ที่บ้านของไทเลอร์และย่าแมรี่รู้ดีว่าในยุคนี้พืชที่กินได้ค่อนข้างหายากแถมพืชผักจากยุคก่อนก็เริ่มทนสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ ไม่ไหวทำให้ยิ่งขาดแคลนพืชผักมากขึ้น
อาหารหลักมาจากเนื้อสัตว์และผักก็ถือเป็ของสิ้นเปลือง
“รู้อย่างนี้ก่อนเป็ซอมบี้น่าจะกินผักให้เยอะๆ”
“ช่างเถอะจัดการเื่ตรงหน้าก่อนต้องขนไปให้ได้เยอะ ๆ”
และแล้วทักษะสุดยอดที่มีประโยชน์ที่สุดก็ได้กลับมาใช้งานอีกครั้งนั่นคือกระเป๋ามิติหน้าท้องแมวของแมวน้อย ซึ่งอยู่ที่ระดับกลางมาสักพักแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาอัพเกรดมัน
[กระเป๋ามิติหน้าท้องแมว ระดับกลาง (25/500)]
แมวน้อยมีแต้มประสบการณ์อิสระที่ได้มาจากภารกิจช่วยสุนัขสามตัวนั้น300 แต้ม ภารกิจประจำวันสกัดขาได้ 50 แต้มและก็ภารกิจตามหาไทเลอร์จนได้มาอีก 500แต้ม
รวมแล้วก็มีแต้มประสบการณ์อิสระอยู่ที่ 850แต้ม ซึ่งเขาต้องใช้แค่ 475 แต้มก็อัพเกรดมันเป็ทักษะระดับสูงได้แล้ว
“อัพเกรดเลย”
[ติ้ง! โฮสต์ใช้ 475แต้มอัพเกรดทักษะกระเป๋ามิติหน้าท้องแมวเป็ระดับสูง เหลือค่าประสบการณ์อิสระ 375แต้ม]
กระเป๋ามิติหน้าท้องแมวระดับเริ่มต้นมีขนาดพื้นที่ด้านในก็ประมาณ1 ห้องมาตราฐาน ซึ่งพอเป็ระดับกลางก็ขยายมากกว่าเดิมถึงสองเท่าและตอนนี้ก็ขยายเป็4 เท่าจากของระดับเริ่มต้น มันมากพอจะเอาอาหารในครัวไปจนหมด
แต่แมวน้อยไม่ทำอย่างนั้นหรอก เขายังเหลือไว้ให้พวกทหารกินบ้าง
“เฮ้ยคนอื่น ๆ ออกไปพักกันได้แล้ว”หัวหน้าพ่อครัวตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แต่กลับเหลือขาเพียงข้างเดียวต้องใส่ขาเทียมจากกระดูกของสัตว์อสูระโบอกพ่อครัวและผู้ช่วยให้ไปพักกัน
ส่วนตัวเองก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยทุกอย่างต้องเข้าที่ต้องเป๊ะ ใบหน้าของอีกฝ่ายแฝงความภูมิใจไว้
ชายคนนี้ชื่อว่า รัช เคยเป็พ่อครัวของรัฐสภามาก่อนและยังเป็ทหารผ่านศึกมาด้วยส่วนขาที่ขาดนั้นก็ขาดเพราะเสือโครงตัวหนึ่งที่มันกลายเป็สัตว์อสูรได้ไวสุด ๆแต่ตอนนี้เ้าเสือตัวนั้นน่ะเหรอ มันกลายมาเป็ขาให้กับเขาไปแล้ว
“หึ ตรงนี้มีคราบน้ำบนโต๊ะกลับมาต้องพาเ้าพวกนี้ไปวิ่งสักสิบรอบ”รัชบ่นพึมพำพร้อมกับนับรอบการวิ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แมวน้อยย่องเข้ามาใกล้อาหารมากขึ้น ก่อนจะแอบเอาอาหารใส่เข้าไปในกระเป๋ามิติหน้าท้องแมวซึ่งเป็แถวริมสุด
“หืม” รัชรีบหันกลับมามองแต่ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร จึงได้หันกลับไปตรวจสอบของต่อ แต่แล้วเขาก็หันกลับมาอีกครั้งทว่าก็ยังไม่พบอะไรอยู่ดี
“หรือว่าจะคิดไปเอง” รัชมึนงง
แต่ยิ่งหันกลับไปกลับมามากเท่าไหร่เขาก็พบจนได้
“หายไป จานอาหารหายไปได้ยังไง”รัชรีบวิ่งกลับไปนับก็พบว่ามีจานอาหารหายไปอย่างน้อยก็ 20 จานแยกกันไปเมนูละ 2-4จาน
“ใครมันกล้าขโมยอาหารจากฉัน”
“มีหัวขโมยในห้องครัวบัดซบไอ้ลูกเต่าข้างนอกรีบมาช่วยกันหามันเร็วเข้า” รัชคำรามลั่นทำเอาพวกที่พึ่งออกไปพักวิ่งกลับเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น
สุดท้ายทั้งครัวก็กลายเป็วุ่นวายเพราะตามหาหัวขโมยที่ก็ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็ยังไง
ส่วนแมวน้อยตอนนี้เขาหนีออกมาแล้วพร้อมกับรอยยิ้มดีใจ
“ฮ่า ๆ ได้อาหารแล้ว แถมได้มาเยอะด้วยอาหารจากเนื้อสัตว์อสูรทั้งนั้นเลย”
“แต่ก็เกือบไป พ่อครัวกล้ามโตขาเดียวคนนั้นเป็นักรบระดับสูงเลยนะถ้าไม่ใช่เพราะระดับตกลงมาเล็กน้อยจนอยู่ระดับกลางฉันอาจจะโดนจับได้ไปแล้ว ดีที่อัพเกรดทักษะปกปิดตัวตนเป็ระดับกลางไว้ไม่งั้นแย่เลย”
ตอนที่ขโมยครั้งแรกแมวน้อยก็เกือบจะถูกจับได้แต่ยังดีที่อัพเกรดทักษะปกปิดตัวตนเป็ระดับกลาง จึงรอดพ้นมาได้