สยบฟ้าเหนือราชัน

    ตอนที่ 40 ขอบเขตบำเพ็ญกาย

    ตอนที่ 40ขอบเขตบำเพ็ญกาย

        หลังจากเจียงหวู่เฉินออกจากเรือนไปอ้าวซ่งก็เข้ามา มันยิ้มประจบประแจงสองแฝดเล็กน้อย ในมือยื่นกล่องหยกล้ำค่าให้พวกมัน

      “นี่เป็นของที่ท่านประมุขต้องการข้าน้อยเก็บมันไว้อย่างดี”สองแฝดเห็นก็พยักหน้าพอใจ ไป๋ซีรับกล่องมาตัวสอบคร่าวๆทันใดนั้นมันก็ขมวดคิ้วมุ่น

      “ข้ารู้สึกถึงกลิ่นอายบางๆที่รอบกล่องอ้าวซ่งนี่เจ้ากล้าเปิดดูเหรอ!”

      “หาที่ตายเสียแล้ว!”

      สองแฝดต่างพิโรธแสดงความโกรธออกมาอ้าวซ่งตกใจหน้าซีดเผือดมันลงไปคุกเข่าโขกหัวกับพื้นร้องขอความเมตตา

      “ท่านทูตโปรดไว้ชีวิตข้าผิดไปแล้ว ข้าแค่ต้องการเช็คให้แน่ใจว่าของยังอยู่ดี”

      “ข้าเลอะเลือนไปชั่วครู่ท่านทูตโปรดไว้ชีวิต ท่านทูตโปรดไว้ชีวิต” อ้าวซ่งร้องขอชีวิตไม่หยุดฝาแฝดหยินหยางสีหน้าหมองคล้ำ

    ...........................

    เจียงหวู่เฉินออกมาจากคฤหาสมันไปตามหัวมุมถนนแห่งหนึ่งที่เป็นจุดนัดพบพอมาถึงก็เจอจอมโจรกิ่งเหมยรออยู่

      “แล้วอาหนิวเล่าเจ้าช่วยออกมาได้หรือไม่?”

      “ย่อมแน่นอน”

      “แล้วคนเล่า?”

      “ก็ต้องพาไปส่งที่ท่าเรือแล้วตอนนี้พวกมันออกเรือไปจากเมืองชุนหนิวแล้ว ถ้ามัวแต่รอท่านใยไม่กลายเป็นไม่ทันการ?”

      เจียงหวู่เฉินรู้สึกกระดากเล็กน้อยแผนการแต่แรกเป็นมันทำพัง แผนต่อมามันดันไม่มีส่วนร่วมมากเท่าไหร่ทุกประการเป็นฝีมือของจอมโจรกิ่งเหมยผู้นี้ มันนึกถึงกล่องที่อ้าวซ่งถือมา

      “เสี่ยวถานท่านทำพลาด? ข้าเห็นอ้าวซ่งยังถือกล่องสมบัตินั่นมาด้วย”

      “อย่างข้านี่หรือจะพลาดงานง่ายๆเช่นนี้”จอมโจรกิ่งเหมยพูด มุมปากฉีกยิ้มเล็กน้อยอย่างภูมิใจมือตบไปที่ถุงข้างเอวเจียงหวู่เฉินเหลือบมองทันใดนั้นมือเจียงหวู่เฉินก็พุ่งไปตะปบถุงนั้นอย่างรวดเร็วจอมโจรกิ่งเหมยตะลึง

      “เจียงหวู่เฉินท่านทำอะไร ท่านปล่อยข้านะ ”จอมโจรกิ่งเหมยตกใจมันไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเป็นคนเยี่ยงนี้นี่มันมองคนผิดไปแล้วจริงๆ มันกับเห็นสมบัติตรงหน้าเลยลงมือคิดแย่งชิง?

     เจียงหวู่เฉินตกตะลึงยิ่งกว่ามันไม่ได้เป็นคนตะปบไปที่ถุงสมบัติแต่มือมันขยับไปเอง...เหมือนอย่างครั้งที่แล้ว มันนึกไปถึงเหตุการน์ในหุบเขาหมอกที่มือมันมีแรงดูดมหาศาลกระแสพลังชี่ของสิ่งที่อยู่ในถุงต่างพุ่งเข้าหามันอย่างบ้าคลั่ง

      “เสี่ยวถานท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้เป็นคนทำ มือมันขยับไปเอง” เสี่ยวถานโกรธมาก มันพยายามฝืนตัวห่างจากเด็กหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล

      “ถ้าไม่ตั้งใจก็ปล่อยข้าซิ”

       “ข้าขยับตัวไม่ได้” เสี่ยวถานกัดฟัน ยื้อยุดกับเจียงหวู่เฉินถึงเสี่ยวถานจะเป็นโจรแต่มันไม่ได้สนใจสมบัตินี้มากนัก ถ้าเจียงหวู่เฉินขอมันดีๆถ้ามันอารมดีก็อาจจะยอมให้ไป บางทีน่ะนะ...

        แต่มันกลับใช้กำลังคิดแย่งชิงอีกทั้งใช้วาจาไร้สาระอ้างเหตุผลต่างๆนานายิ่งทำให้มันโกรธ

      ทั้งคู่ยื้อยุดจนล้มลงไปเจียงหวู่เฉินล้มทับร่างบางริมฝีปากทั้งสองทาบกัน โจรกิ่งเหมยตาเบิกกว้างกลายเป็นทำอะไรไม่ถูกหัวสมองนั้นขาวโล่ง

      เจียงหวู่เฉินก็ไม่ต่างกันมันตกใจหน้าซีดเผือดสวรรค์นี่มันเสียจูบแรกให้ผู้ชายงั้นเหรอ! แต่น่าแปลกทำไมมันถึงไม่ได้รู้สึกไม่ดีเลยกลับกันยังรู้สึกนุ่มสบายหอมหวานอย่างน่าอัศจรรย์

      เมื่อได้สติมันก็พยายามถอนริมฝีปากแต่มันขยับตัวไม่ได้เมื่อมันพยายามขยับริมฝีปากพูดกลายเป็นบดขยี้ริมฝีปากบางด้านล่างเสี่ยวถานพยายามดิ้นรนต่อต้านแต่กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงมือของเด็กหนุ่มด้านบนเหมือนมีวังวนประหลาดดูดเอาเรี่ยวแรงมันไป สุดท้ายได้แต่ลองรับการบดขยี้ริมฝีปากจากร่างด้านบนดวงตาคู่งามมีหยาดน้ำตาไหลมาสายนึง

    ....................

      สองแฝดหยินหยางเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมันแง้มเปิดกล่องหยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้เห็นตัวกล่องที่ว่างเปล่าทีแรกพวกมันตกใจหน้าซีดเผือด แล้วกับเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นอย่างสุดขีดมันฟาดตบไปที่หน้าของอ้วนซ่งจนมันกระเด็นไปติดผนัง

      “สารเลวอ้าวซ่งเจ้ากล้าหลอกข้าเรอะ ของข้างในไปไหน เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าเล่นตุกติกกับพวกข้า”

      “เจ้าไม่เห็นพรรคหยินหยางในสายตาเลยใช่มั้ย”

    อ้าวซ่งนอนโอดครวญจากแรงตบที่พื้นมีฟันตกอยู่หลายซี่ มันพยายามฝืนอธิบายอย่างยากลำบาก

      “ท่านทูตเข้าใจผิดแล้วข้าอ้าวซ่ง ไม่มีทางขวัญกล้าเยี่ยงนั่น ท่านทูตโปรดเมตตาเมื่อกี้มันยังอยู่ในกล่องอยู่เลย ข้าขอสาบานต่อฟ้า ได้โปรดเชื่อข้าด้วยเถิด” มันพยายามพูดเลือดไหลรินออกจากปากจนนองพื้น

      “ถ้าเมื่อกี้ยังอยู่แล้วตอนนี้มันหายไปไหน”

    อ้าวซ่งคิดซักพักก็ร้องออกมา“ต้องเป็นเจ้าโจรกิ่งเหมยที่โดนขังไว้ลอบออกมาขโมยแน่ ต้องเป็นมันแน่ๆ”

      “ไม่ใช่ว่ามันโดนเจ้าจับตัวอยู่เหรอ” อ้าวซ่งรีบพาสองแฝดหยินหยางไปที่คุกลับในคฤหาสน์พวกผู้คุมรีบออกมากุลีกุจอต้อนรับ

      “นายท่านท่านมีธุระกับเจ้าโจรนี่เหรอ ท่านไม่ต้องห่วงพวกข้าเฝ้ามันไว้อย่างดีอย่าว่าแต่หนี แมลงซักตัวก็ไม่สามารถเล็ดลอดไปได้”

     พวกมันเข้ามาถึงหน้าประตูคุกมองไปที่ร่างในชุดดำที่โดนมัดอยู่ก่อนที่จะได้ทำอะไรร่างเงาของโจรกิ่งเหมยก็สลายกลายเป็นอากาศธาตุ ดุจเป็นภาพมายาสองแฝดหยินหยางโกรธจนพิโรธ

      อ้าวซ่งโกรธแค้นทุบตีด่าทอพวกผู้คุม ที่ไม่เฝ้าโจรกิ่งเหมยให้ดี

      “ท่านทูตเห็นหรือไม่เป็นฝีมือมัน ท่านต้องรีบไปตามจับโจรนั่นก่อนจะสาย...” อ้าวซ่งยังพูดไม่ทันจบ มันก็ถูกเฮยซีซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกหน้าอกของมันระเบิดออกจนเป็นช่องขนาดใหญ่

      ผู้คุมตาเบิกกว้างรีบคุกเข่าขอความเมตตาแต่สุดท้ายพวกมันก็จบชีวิตไปอย่างไร้ทางต่อต้าน

      “เจ้าสารเลวโจรอะไรนั่นกล้าเป็นศัตรูกับพรรคหยินหยาง เดี๋ยวจะได้รู้ว่าจะได้ผลตอบรับเยี่ยงไร!” มันคำรามอย่างรุนแรงทั้งคฤหาสสั่นสะเทือนผู้รับใช้ในคฤหาสน์ต่างตกใจหนีภัยออกมา

    ...............

      การเวลาผ่านไปซักระยะในที่สุดกระบวนการทั้งหมดก็สิ้นสุดลงหลิงชี่ในอากาศบริเวณนั้นสั่นไหวเกิดเป็นปรากฎการเป็นสัญลักษณ์ว่ามีคนก้าวเท้าเข้าไปสู่ขอบเขตบำเพ็ญกาย

     เจียงหวู่เฉินยืนขึ้นมันสำรวจร่างตัวเองอย่างตกใจในที่สุดมันก็เลื่อนขั้นได้สำเร็จความพยายามเกือบสิบปีสุดท้ายสำเร็จผลถึงมันจะเลื่อนขั้นช้ากว่าเกนณ์มาตรฐานไปบ้างแต่ก็ยังพอรับได้

      มันรู้สึกว่ามันแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่ามันรู้สึกถึงหลิงชี่ภายในอากาศอย่างชัดเจน ประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วกลายเป็นยกระดับขึ้นไปอีกครั้งมันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

      “สำเร็จในที่สุดข้าก็เลื่อนขั้นได้แล้ว ฮ่าฮ่า”

    มันคิดย้อนเหตุใดมันถึงเลื่อนขั้นได้?หรือเป็นเพราะสมบัติสวรรค์อะไรนั้นที่เสี่ยวถานขโมยมา แต่ทำไม่ถึงขนาดต้องใช้ของล่ำค่าขนาดนั่นในการเลื่อนขั้นไปขอบเขตบำเพ็ญกายนี่ไม่เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนหรือ?

      มันเหลือบไปมองมือขวาที่เคยมีสัญลักษณ์รูปดวงดาราจางๆบัดนี้กลับเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่สัญลักษณ์เรืองแสงออกมาก่อนจะค่อยๆมอดดับไป...

      หรือว่าที่ผ่านมาตราสัญลักษณ์นี่มันจะคอยดูดกลืนพลังชี่ที่มันใช้เวลาฝึกฝนรวบรวมมาไปจนหมดจนไม่ว่ามันจะฝึกฝนเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ซักที?ถ้าเป็นเช่นนี้จริงใยมิใช่ข้าต้องหาสมบัติสวรรค์มาป้อนให้เจ้านี่ทุกครั้งให้มันอิ่มก่อนข้าถึงค่อยเลื่อนขั้นได้?

      มันเป็นกังวล มันจะไปเอาปัญญาที่ไหนไปทำอย่างนั้นได้ในระหว่างที่มันครุ่นคิดกับเหมือนลืมเลือนเหตุการน์เมื่อคู่จอมโจรกิ่งเหมยลุกขึ้นยืนไม่พูดจา รอยคาบน้ำตาที่หน้าได้แห้งไปเสียสิ้น

     เจียงหวู่เฉินรู้สึกตัวก็หันไปขอโทษจอมโจรกิ่งเหมย “เสี่ยวถานเจ้าอย่าเข้าใจผิดเมื่อครู่ข้าไม่สามารถควบคุมร่างกายได้จริงๆ ท่านต้องเชื่อข้า”

     จอมโจรกิ่งเหมยไม่พูดจากลับเลือกเดินหันหลังจากเด็กหนุ่มไปเจียงหวู่เฉินรู้สึกผิดเลยรีบไปดึงจับไหล่ร่างบางไว้ “เสี่ยวถานท่านอย่าพึ่งไป ตอนนี้อันรายมากไม่รู้ว่าสถานการน์ในคฤหาสน์เป็นอย่างไร ไม่สู้ให้ข้าพาท่านไปหลบบนหุบเขาไผ่เขียวซักระยะพวกมันไม่รู้ตัวจริงท่าน ไม่นานเรื่องมันก็ผ่านไป”

     เสี่ยวถานสลัดจากการจับกุมของเจียงหวู่เฉินมือหยิบห่อผ้าที่ใส่สมบัติสวรรค์ที่ขโมยมาก่อนจะขว้างไปที่เด็กหนุ่ม เจียงหวู่เฉินยื่นมือขึ้นรับ

      “ท่านเอาไปแล้วอย่ามาให้ข้าเห็นอีก”เสี่ยวถานพูดพลางสะอื้นเล็กน้อย เจียงหวู่เฉินยิ่งรู้สึกผิดจนมันใช้คำพูดข้ออ้างต่างๆนานา พูดกล่อมจนจอมโจรกิ่งเหมยเริ่มใจอ่อน

      “ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆเสี่ยวถานท่านให้อภัยข้าได้หรือไม่”

    เสี่ยวถานกำลังจะพยักหน้ายกโทษให้เจียงหวู่เฉินแต่มันกับมองไปที่ริมฝีปากหนาของเด็กหนุ่ม เมื่อนึกถึงเหตุการน์ก่อนหน้า แก้มบางก็ขึ้นสีขึ้นมาเล็กน้อยเจียงหวู่เฉินเห็นปฏิกิริยาของเสี่ยวถานเลยเผลอพูดออกไปว่า

      “ท่านอย่ากังวลข้าไม่คิดมากหรอก ถึงแม้นั่นเป็นจูบแรกของข้า ว่าก็ว่าเถอะข้าก็ถือเป็นผู้เสียหายเหมือนกัน เห้อ เราก็เป็นผู้ชายทั้งคู่อย่าพูดถึงมันอีกดีกว่า”

      เสี่ยวถานที่กำลังใจอ่อน ที่กำลังจะให้อภัยมันจากรอยแดงเล็กๆที่แก้ม ตอนนี้กลายเป็นแดงกล่ำทั้งใบหน้า

      “เจียงหวู่เฉินข้าไม่มีวันอภัยให้ท่าน!”มันพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกี้ยวก่อนจะสลายร่างหายไปจากสายตาเด็กหนุ่มทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของดอกเหมย

     

       

    คล้ายกับเรื่องสยบฟ้าเหนือราชัน ที่คุณอ่าน