ซวนหยวนเสวี่ยเองก็ฝึกฝนกระบี่เช่นกันและหลายปีมานี้นางก็พยายามที่จะทำให้เต๋ากระบี่ของนางเทียบได้กับศิษย์ของนิกายเทพกระบี่เพียงแต่มรดกและทักษะบ่มเพาะของทั้งสองแตกต่างกันมากเกินไป ทักษะบ่มเพาะของนิกายเทพกระบี่นั้นเกี่ยวกับกระบี่โดยตรงแต่ของซวนหยวนเสวี่ยคือทักษะธารเหมันต์ดังนั้นนางจึงเทียบเรื่องกระบี่กับอีกฝ่ายไม่ได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าซวนหยวนเสวี่ยอ่อนแอนางเองก็ฝึกฝนเต๋ากระบี่และเหมันต์และเมื่อผสานการโจมตีทั้งสองก็สร้างความได้เปรียบเช่นกัน
“ธารเหมันต์บรรจบ”ซวนหยวนเสวี่ยปลดปล่อยทักษะออกไป
รอบๆกลุ่มศิษย์นิกายธารวารีปรากฏคำแพงเหมันต์เข้าป้องกันจากทุกทิศทางศิษย์ของนิกายกระบี่เค้นเสียงและโจมตีออกมาอย่างต่อเนื่อง
"ศิษย์พี่ซวนหยวนข้าว่าท่านรีบหนีไปเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกเรา" ศิษย์คนหนึ่งกล่าว
“ใช่แล้วขืนเป็นแบบนี้พวกเราจะตายเปล่า ซึ่งพวกข้ายอมรับไม่ได้ขอแค่ท่านหนีไปกับดอกบัววิญญาณในอนาคตท่านจะสามารถทะลวงขั้นเทพได้แน่”ศิษย์อีกคนหนึ่ง
“พวกเจ้าพูดไร้สาระอะไรพวกเราออกมาด้วยกันแน่นอนว่าก็ต้องกลับไปด้วยกัน” ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“แต่พลังต่างกันมากเกินไปแถมแถวๆนี้ก็ไม่มีใครมาช่วยพวกเราได้อีกด้วยระดับผู้อาวุโสเองก็ถูกอีกฝ่ายตรึงเอาไว้อีก”
“อีกฝ่ายเองก็เป็นถึงครึ่งก้าวจักรพรรดิเซียนที่แข็งแกร่งมากศิษย์พี่ที่อยู่ระดับเซียนขั้นที่8 ไม่มีทางเอาชนะได้แน่”
“ใช่แล้วขอแค่ท่านรอดกลับไปได้พวกเราก็ถือว่าชนะแล้ว” ศิษย์ของนิกายธสรวารีเผยสีหน้าแน่วแน่
“นี่พวกเจ้า”ซวนหยวนเสวี่ยซึ้งใจอย่างมาก ศิษย์พี่ศิษย์น้องของนางแต่ละคนล้วนไม่กลัวตายทุกคนต่างพร้อมตายเพื่อปกป้องบ้านเกิดของตัวเองตลอดเวลา
“คุยกันเสร็จแล้วหรือยังแต่ว่าวันนี้ไม่ว่าใครก็หนีไม่ได้ทั้งนั้น”ซงเหลียงอัจฉริยะของนิกายเทพกระบี่หัวเราะออกมา
ซงเหลียงนั้นเทียบกับซุนมู่ไม่ได้ในเรื่องพรสวรรค์เพราะตอนนี้ซุนมู่ได้ทะลวงขั้นจักรพรรดิเซียนไปแล้วเพราะแรงกดดันหลังจากแพ้ให้กับฉางเฟิงเมื่อ 10 ปีก่อนซุนมู่จึงกลับไปที่โลกกระบี่เพื่อฝึกฝนอย่างหนัก
“แถมรอบๆยังมีคนของเราคอยเฝ้าระวังอีกจะมีใครมาช่วยพวกเจ้าได้”ซงเหลียงหัวเราะ
“ถ้าชนะไม่ได้ก็แค่ตายไม่เห็นจะน่ากลัวตรงใหน”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
ซวนหยวนเสวี่ยยกกระบี่ขึ้นด้านหลังของนางปรากฏปีกน้ำแข็งออกมาบนหน้าผากของนางปรากฎสัญลักษณ์หงส์ตัวหนึ่ง
“สายเลือดหงส์น้ำแข็งงั้นเหรอน่าสนใจ ดูท่าข้าต้องพาเจ้ากลับโลกกระบี่เสียแล้ว” ซงเหลียงเผยสีหน้าลามกออกมา
“สายเลือดในร่างของข้าจงเผาผลาญ”ซวนหยวนเสวี่ยคำราม
“พวกเราจะช่วยท่านอีกแรง”ศิษย์นับสิบคนของนิกายธสารวารีส่งพลังให้กับซวนหยวนเสวี่ยทันที
ร่างเงาหงส์น้ำแข็งปรากฏออกมาจากด้านหลังของซวนหยวนเสวี่ยและรอบๆหงส์น้ำแข็งปรากฎกระบี่น้ำแข็งจำนวนมาก
“ฆ่า!!!!!!!”ซวนหยวนเสวี่ยคำราม
ฝนกระบี่น้ำแข็งพุ่งเข้าหาซงเหลียงในทันทีศิษย์ของนิกายเทพกระบี่พากันถอยออกไปเพราะการโจมตีนี้น่ากลัวมาก
“เป็นการโจมตีที่น่าสนใจแต่ว่ามันก็แค่นี้”ซงเหลียงปลดปล่อยทักษะกระบี่ราชันออกมา ในนิกายเทพกระบี่จะมีสามทักษะที่เป็นแกนหลักของนิกาย อัจฉริยะระดับต่ำจะได้รับการฝึกฝนทักษะกระบี่ราชันส่วนอัจฉริยะระดับปานกลางจะได้รับการฝึกฝนกระบี่จักรพรรดิ และอัจฉริยะระดับสูงสุดจะฝึกฝนทักษะเทพกระบี่ ซึ่งทักษะทั้งสามระดับล้วนแต่ทรงพลังไม่เหมือนกัน
“ตูม!!!!!!!!!”
ทักษะของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงร่างเงาของราชันกระบี่ทำลายร่างเงาหงส์น้ำแข็งอย่างช้าๆ
“อัก!!!!!!!”ซวนหยวนเสวี่ยและศิษย์ของนิกายธารวารีพากันกระอักเลือดออกมา
“มันจบแล้วละตามข้าไปโลกกระบี่ซะดีๆ”ซงเหลียงกล่าว
“ปากดีเหลือเกินนะทั้งๆที่เป็นพวกสวะที่รังแกหญิงสาวแท้ๆ”เสียงที่เย็นชาดังขึ้น
“ใคร!!!!!!!”ซงเหลียงคำรามด้วยความโกรธและมองรอบๆ
“ได้ยินว่าพวกเจ้าต่างภูติใจในทักษะกระบี่ของตนเองวันนี้ข้าอยากจะขอรองดูหน่อยว่ากระบี่ราชันของเจ้าหรือกระบี่โกลาหลของข้าอันใหนจะทรงพลังกว่ากัน”ร่างของฉางเฟิงก้าวออกมาจากรอยแยกมิติพร้อมกับในมือถือกระบี่อยู่
“จ้าวแห่งศาสตราฉางเฟิง” ซงเหลียงตกตะลึง
“พวกเจ้าถอยออกมา”เสียงคำรามดังขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามีระดับผู้อาวุโสของนิกายเทพกระบี่คอยเฝ้าอยู่รอบๆนี้
“สายไปแล้วระดับเจ้าข้าคงไม่ต้องใช้กระบี่โกลาหล แค่กระบี่บรรพชนก็เพียงพอ กระบี่บรรพชนหวนคืน”ฉางเฟิงปลดปล่อยการโจมตีออกไปทันที
กระบี่นับหมื่นถูกสร้างและโจมตีออกไปราวกับฝนกระบี่เหล่าศิษย์ของนิกายเทพกระบี่และหนีตายอย่างบ้าคลั่ง
สิบปีมานี้ฉางเฟิงได้รับฉายาจำนวนมากหนึ่งในนั้นคือจ้าวแห่งศาสตราและอีกอย่างคือมัจจุราชฉางเฟิงทั้งสองฉายาเกิดจากการที่ฉางเฟิงเข่นฆ่าตั้งแต่ระดับอัจฉริยะจนระดับผู้อาวุโส
“บังอาจ!!!!!!!!!!!”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ปรากฏและสร้างม่านพลังปกป้องพวกซงเหลียงทันที
“พวกยุ่งไม่เข้าเรื่องถ้างั้นรอเจอนี่”ร่างของฉางเฟิงผสานเข้ากับกระบี่หลายเป็นคนกระบี่รวมเป็นหนึ่งกระบี่โกลาหลพุ่งตรงไปทันที
“ถึงกับฝึกฝนคนกระบี่รวมเป็นหนึ่งด้วยอายุเพียงเท่านี้”ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ปลดปล่อยพลังระดับจักรพรรดิเซียนขั้นที่ 2ออกมาและโจมตีกระบี่ราชันออกไปปะทะกับฉางเฟิง
“ตูม!!!!!!!!!!”พลังของทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง
“พวกเจ้ารีบถอยออกไปเร็วเข้า”เสียงของฉางเฟิงดังขึ้นในหัวของซวนหยวนเสวี่ย
“พวกเรารีบถอยเร็วเข้า”ซวนหยวนเสวี่ยเข้าใจทันทีว่าอยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงของฉางเฟิงเท่านั้น
“อึกเจ้าเด็กนี่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อนมากจริงๆ” ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่ถึงกับถอยไปหลายก้าว
“ชีวิตของเจ้านี่ข้าขอละนะ”เสียงของฉางเฟิงดังขึ้น
“อ๊ากกกกกกกกกกก”
ซงเหลียงถึงกับกรีดร้องออกมาพลังชีวิตจำนวนหลายพันปีถูกช่วงชิงในพริบตา ร่างของซงเหลียงแก่ชราลงพร้อมกับเส้นผมกลายเป็นสีขาวผิวหนังเหี่ยวย่น
“เหลียงเอ๋อฉางเฟิงข้าจะฆ่าเจ้า” ผู้อาวุโสนิกายเทพกระบี่คำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
“จิตกระบี่สังหาร!!!!!” จิตกระบี่ของฉางเฟิงทะลวงออกไปทำลายดวงจิตของซงเหลียงในพริบตา
“ไม่...จริง”ซงเหลียงถูกทำลายดวงจิตย่อมต้องตายแต่ก่อนตายซงเหลียงยังไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองจะตายได้ง่ายๆขนาดนี้แตกต่างกันเกินไปพลังของฉางเฟิงตอนนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเซียนแล้วมีเพียงจักรพรรดิเซียนที่จะต่อสู้กับฉางเฟิงได้