ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ ่51 แผนสังหารกลางสนามบิน

    ครบกำหนดเดินทางไปดวงดาวซีซัส  เฟยหลงมายืนรอ เจ้าชาย ฮานที่เป็นหนุ่มวัย 18 ปี เดินส่ายอาดๆ นำหน้าทุกคน มีชายชราผมสีเทา มีพลังจ้าวจักรวาลระดับ 10 ติดตาม และมีผู้พิทักษ์ที่ส่งตรงมาจากเมืองหลวง 8 คน มีพลังสูงถึงจ้าวจักรวาล ระดับ 9 ทั้งหมด แต่ละคนสวมชุดสีดำสนิท และยังมีขบวนทหารองครักษ์ อีก 50 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ

    พอเดินผ่าน พี่เซกิก็ทำท่าเคารพ เจ้าชายฮานที่เดินทางมาถึง แต่เฟยหลงยืนนิ่งไม่แสดงความเคารพ เจ้าชายฮานมองเหมือนไม่พอใจ แต่ว่าต้องรีบขึ้นยานบิน เลยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทั้งหมดเดินทางด้วยยานบิน ไปดาวซีซัส ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ยานบินก็มาถึงเมือง ยาริว มีกองทหารนับพันออกมาต้อนรับ ว่าที่จักรพรรดิอาณาจักรยาริวคนใหม่

    “ อาณาจักรยาริว เหลือเชื้อพระวงศ์ยาริว อีกบ้างไหม?”

    จู่ ๆ เฟยหลงก็เอ่ยถามเช่นนี้  พี่เซกิบอกว่า 

    “ คงเหลือ เจ้าหญิงน้อยมินนี่ วัยเพียง 15  ปี    แต่ร่างกายไม่แข็งแรง เป็นโรคธารัสซีเมีย ช่างน่าสงสารยิ่งนัก”

    เฟยหลงเดินตามขบวน เจ้าชายฮาน อยู่ไม่ไกล  และมองไปดูรอบๆ สนามบิน รู้สึกว่า มีบางอย่างเริ่มผิดปกติ พอมองไปบนท้องฟ้า ก็เจอฝูงโดรนนับพัน ยิงจรวดเข้าใส่เป้าหมายคือเจ้าชายฮาน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ฝูงโดรนพากันยิงใส่อย่างไม่ยั้ง

    แต่ว่าผู้พิทักษ์ขั้น จ้าวจักรวาลทั้ง 8 คน ปล่อยม่านบาเรีย ออกมาป้องกัน จรวดนับพันไม่สามารถแหวกม่านบาเรียได้เลย  แต่ว่าไม่ใช่มีแค่ จรวดที่ยิงเข้ามาใส่ กลับมี หุ่นยนต์รถถัง ร่อนลงมาจากฟากฟ้า ผ่านยานบินลำเลียง ปืนรถถังเป็นปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน วิธีกระสุนเจาะเกราะเหล็กหนา ได้ สิบนิ้วม่านบาเรีย ถึงกับมีรอยร้าว โดนไปอีกรอบ ก็ม่านบาเรีย ก็แตกสลาย ชายชราผมเงิน หิ้ว ร่างของเจ้าชายหายวับไปทันที   ที่บริเวณนั้น กลายเป็นหลุมลึก  เฟยหลงกับ เซกิ ก็พุ่งร่างตามไปติดๆ เพื่อคอยป้องกัน เครื่องยิงรถถังต่อสู้อากาศยาน ของสนามบิน ออกมาเกือบร้อยเครื่อง พอตั้งหลักได้ ก็กำหน่ำยิงสวนไป หุ่นยนต์รถถัง และโดรนจรวด ล้วนถูกยิงทำลาย ไปเป็นจำนวนมาก  สภาพสนามบินกลายเป็นสนามรบ เครื่องบินไม่เกี่ยวข้องถูกลูกหลงระเบิดไปหลายสิบลำ 

    ชายชราชุดเงิน พาตัว องค์ชายฮาน เข้าไปในอาคารผู้โดยสาร ระดับ วีไอพี พบว่ามี ชายชุดดำแต่งตัวเหมือนนินจา หายวับไป วับมาเข้าจู่โจมอีกมากมายหลายคน  จนไม่สามารถที่จะ ช่วยเจ้าชายฮานได้อีก ขณะพวกนินจา กำลังขว้างอาวุธลับใส่เข้าใส่เจ้าชายฮาน    เฟยหลงเข้ามาช่วยโดยการถีบ เอวของเจ้าชายฮาน เพื่อหลบอาวุธลับ  ตูม !  ร่างเจ้าชายฮานกระเด็นลิ่วกระอักเลือด เข้าไปหาพี่เซกิ

    “ พาเขาหนีไป ข้าจะต้านเอาไว้เอง”

    แล้วเฟยหลงก็ใช้ทวนเจ็ดสังหาร สะบัดออกไป เข็มสังพุ่งสู่หน้าผาก นินจาตายไปทีเดียว ห้าคน พี่เซกิกระชากแขนของ เจ้าชายฮานแถบจะหลุด เพื่อจะหลบหนี แต่คนร้ายยังโผล่ขึ้นมาอีกใน เครื่องแต่งกายของ เจ้าหน้าที่สนามบิน ต่างระดมยิงปืนกลมือ เข้าใส่เจ้าชายฮาน คราวนี้พี่เซกิผลักองค์ชายฮาน หลบคมกระสุนปืน ไปตกที่ ด้านหน้าเฟยหลงที่ตามมา แล้วร่าง ของพี่เซกิ ก็มี เกราะเหล็กขึ้นมาปกป้องกระสุนปืน ทำให้คมกระสุนกระเด็นออกไปจนหมด

    แล้วพี่เซกิ ก็ขว้างระเบิดมือ ใส่เหล่านักฆ่า  ตูม !   ร่างของนักฆ่าตายที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สนามบิน ล้วนตายอย่างน่าสยดสยอง แต่พวกนักฆ่า ยังมีคนที่แต่งกายเป็นนักท่องเที่ยว นำปืนออกมากระหน่ำยิง

    เจ้าชายฮานอีกไม่ยั้ง เฟยหลง ยิงระเบิดออกจากหัวทวนออกไปทันที ตูม !!

    เหล่านักฆ่าที่ยิงมา ล้วนตายไปจนหมดสิ้น เฟยหลงใช้มือดึงร่าง ของ เจ้าชายฮานขึ้นมา พบกว่า หน้าตาของเจ้าชายฮานเขียวช้ำไปทั่วตัว เสื้อผ้าขาดไปหลายส่วน

    ขณะเจ้าชายอ้าปากจะพูดอะไรกับเฟยหลง  แต่ไม่ทันพูดก็ถูกเฟยหลงใช้มือซ้ายปัดเข้าใบหน้า จนล้มคว่ำไปกับพื้น แล้ว นักฆ่า ก็แทงกระบี่พุ่งเข้าใส่เฟยหลงแทน  หมับ  !! เฟยหลงใช้ถุงมือมังกรจับกระบี่เอาไว้ แล้ว แล้วต่อยด้วยอีกมือ   ตูม !  ร่างคนร้ายหัวระเบิดตายไปในทันที  ชายชราผมเงินมาถึง ก็รีบพยุงร่างของ เจ้าชายฮานเอาไว้

    “ เจ้าชาย เป็นอย่างไรบ้าง”

    เจ้าชายฮานเลือดออกปากและจมูก เพราะโดนหลังมือเฟยหลงกระแทกเข้ากกหู  กำลังมองหน้าเฟยหลงอย่างไม่โกรธแค้น

    “ ท่านลุง รีบพาเจ้าชายฮานไปที่ปลอดภัย ข้าจะคอยคุ้มกันด้านหลังเอง”

    “ ขอบใจมาก พ่อหนุ่ม ถ้าไม่ได้พวกเจ้า เจ้าชายต้องตายแน่ๆ เลย” ชายชราผมเงินเอ่ยอย่างสำนึกบุญคุณ เฟยหลงกับ พี่เซกิ แต่เจ้าชายฮานดูเหมือนยิ่งไม่พอใจ แต่ ต้องรีบออกไปจากที่นี่ เสียก่อน

    แล้วในที่สุด ก็มีกองกำลังทหารของ แม่ทัพ ต้าเอ่อปา มาเพิ่มอีกนับพัน แล้วพาเจ้าชายฮาน กับพวกเฟยหลง นั่งรถกันกระสุนสีดำหลบออกไป ค่ายทหารของแม่ทัพต้าเอ่อปา  พอมาถึงก็พบกับ แม่ทัพต้าเอ่อปา นั่งอยู่ตรงกลางห้องโถงใหญ่ พอเห็น เจ้าชายฮานมา ก็เดินเข้ามาแล้วก้มหัวคำนับเจ้าชายฮานทันที

    “ เจ้าชายฮาน”

    “ ตามสบาย พวกท่านดูแล ความปลอดภัยกันอย่างไร วันนี้ข้าเกือบตายแล้วรู้ไหม

    หากรู้เช่นนี้ ข้าไม่กลับมาให้เสี่ยงอันตรายอย่างแน่นอน” เจ้าชายฮานเดินขึ้นไปนั่ง ตรงกลางห้องโถงใหญ่ โดยที่สายตาของ เหล่าขุนพลของ แม่ทัพต้าเอ่อปา มองด้วยสายตาแปลกๆ

    “ เรื่องนี้ ข้าต้องขออภัย ข้าไม่คิดว่า พวกคนเหล่านั้น จะกล้าทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้”

    “ เอาล่ะ ผ่านมาแล้ว ก็ให้ผ่านไป ไหนๆ ข้าก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนนี้ บอกข้ามา จะเริ่มพิธีการสถาปนาแต่งตั้งข้าเป็น จักรพรรดิอาณาจักร ยาริวเมื่อไร”

    แม่ทัพต้าเอ่อปา กับลูกน้องมองตากันด้วยความลำบากใจ แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ ตอนนี้ สิ่งแรกของเรา ต้องประกาศออกไปว่า ท่านกลับมาแล้ว ท่านเป็นทายาทสายตรงคนสุดท้าย ที่จะได้เป็น จักรพรรดิแห่งยาริว ใครที่คิดตั้งตนเป็นจักรพรรดิ มันผู้นั้น ต้องถือว่าเป็นกบฏ พวกเราต้องรวบรวมไพร่พล ไปรบชิงเมืองหลวงกลับคืน แล้วขับไล่พวกบาลาเวีย  ออกไปให้หมด หลังรวบแผ่นดินเป็นปึกแผ่นแล้ว เราค่อยประกาศสถาปนาท่านเป็นจักรพรรดิแห่งยาริว  ให้ผู้คนรับรู้ไปทั่วแผ่นดิน”

    “ อะไรนะ ต้องรอให้ขับไล่พวกบาลาเวีย แล้ว รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวก่อนรึ?”

    เจ้าชายฮานฟังแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เลยไม่ค่อยพอใจนัก

    “ ทำไมไม่สถาปนาข้าเสียเลย แล้วก็สร้างวังใหม่ให้ข้าอยู่ซะที่นี่ แล้วต่างคนก็ต่างอยู่กันไป ไม่ต้องมาสู้รบกันไม่ได้รึ?”

    “ ถ้าหากว่า เราไม่ทำ พวกมันก็รวมตัวกัน ขย้ำท่านจนตายไปอยู่ดี”

    “ นี่..ท่านขู่ข้าหรือ?” 

    เฟยหลงยืนฟังอยู่ก็เข้าใจแล้วว่า  ทำไมรัฐอีสต์เทิร์น ถึงได้สนับสนุนเจ้าชายฮานคนนี้คงเป็นเพราะนิสัย ที่เห็นแก่ตัวและขี้ขลาด เหมาะจะเป็นดาวบริวารนี่เอง

    “ พวกเขาไม่ได้ขู่ท่านพี่ นี่คือเรื่องจริง ท่านต้องผู้นำกวาดล้างคนทรยศเหล่านั้น แล้วรวบรวมแผ่นดิน แล้วขับไล่พวกบาลาเวียออกไป” 

    “ เจ้าหญิงมินนี่”  ทุกคนมองเด็กสาวที่เดินเข้ามาในห้องโถง สวมชุดนักรบแล้วกล่าวคำพูดอย่างเข้มแข็ง ต่อหน้าทุกๆ คน ช่างขัดแย้งกับ เจ้าชายฮาน ผู้เป็นลูกผู้พี่ อย่างสิ้นเชิง

    “ มินนี่ ขอคำนับ ท่านพี่”

    “ มินนี่ เจ้าดูแข็งแรงขึ้นนะ” เจ้าชายฮานเอ่ยอย่างแปลกใจ

    “ ข้ารู้ตัวเองดี สถานการณ์เช่นนี้ พวกเราทุกคนต้องเข้มแข็ง ห้ามอ่อนแอเด็ดขาด”

    ฟังเจ้าหญิงน้อยพูดเช่นนี้ ทำให้เจ้าชายฮานถึงกับ หน้าซีด มองดูตัวเองช่างอ่อนแอเสียจริงๆ

    “ เอาละ.. สู้ก็สู้…  ข้าจะกวาดล้างคนทรยศก่อน ตามที่น้องหญิงบอกก็แล้วกัน”

    คืนนั้น เฟยหลง กับ พี่เซกิ ก็นั่งผิงไฟที่ค่ายทหาร มีชายชราผมเงินเข้ามานั่งด้วย

    เขาแนะนำว่า เขาชื่อเต็มๆ ว่า ยาริวเคน เป็นคนรับใช้เก่าแก่ในตระกูล ยาริว

    “ ก่อนอื่นข้าต้อง ขออภัยที่ เจ้าชายได้แสดงมารยาท เช่นนี้ กับพวกเจ้า เขาเติบโตมาตัวคนเดียว พ่อกับแม่ ก็ตายหมด เหลือเพียง ท่านปู่ที่เลี้ยงดูเขา ซึ่งตามใจเขามาโดยตลอด  พอท่านปู่ที่เป็นเชื้อพระวงศ์ยาริว รู้ว่าจะมีสงครามก็ได้ส่งเจ้าชายมาศึกษาที่ดาวกางเขน สำนักอีสต์ฟอเรสต์ เพื่อให้พ้นภัยสงคราม

    แต่สุดท้าย ก็ถูกพวกบาลาเวีย ฆ่าตาย เจ้าชายไม่รู้ว่าการกลับมากอบกู้อาณาจักรนั้น มันยากลำบากแค่ไหน พวกราชสำนักอีสต์ฟอเรสต์ ได้เกลี่ยกล่อมเขา จนทำให้เขาหลงเชื่อว่าปลอดภัย และเป็นเรื่องง่าย  ข้าเองพยายามห้ามไม่ให้กลับมา เขาเองก็ไม่ฟัง”

    ลุงเคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า เฟยหลงก็เพิ่งทราบ ที่แท้เรื่องก็เป็นเช่นนี้ 

    “ แต่ดูท่า เจ้าชายในตอนนี้ ก็ชักไม่อยากจะอยู่ที่ ดาวซีซัส สักเท่าไร”   พี่เซกิออกความเห็น

    “ ถูกต้อง แต่ว่าในตอนนี้ ขืนกลับไป แม่ทัพที่ทรยศทั้งสี่ ก็คงไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตเป็นสุขแน่”  ลุงเคนเอ่ยอย่างหนักใจ เพราะถอยก็ไม่ได้ เดินหน้าก็มีแต่หนทางที่ยากลำบากยิ่งนัก  ทันใดนั้น เจ้าหญิงมินดี้ ก็เดินมาพร้อมกับ สาวใช้ที่แต่งกายด้วยชุดนักรบเช่นกัน เข้ามานั่งผิงไฟด้านข้างเฟยหลง

    “ เจ้าหญิง ท่านมาได้อย่างไร”  ลุงเคนเอ่ยอย่างตกใจ

    “ ข้านอนไม่หลับ เห็น อาลี่ บอกว่า ลุงเคนยังไม่นอนข้าเลย อยากมาสนทนาด้วย”

    “ เจ้าหญิง ท่านไม่ควรมานั่ง กับพวกเราเช่นนี้ ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไร” ลุงเคนเอ่นเตือนด้วยความเป็นห่วง

    “ เหมาะสมแล้วยังไง ไม่เหมาะสมแล้วเป็นไง วันที่กำแพงเมืองยาริวแตก พวกคนสูงศักดิ์ต่างหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต ลืมสิ้นถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ ลืมสิ้นสถานะหญิงชาย เพียงเพื่อเอาตัวรอด ลืมแม้กระทั่งครอบครัวที่รัก ข้าเห็นแล้วชืดชา ต่อสถานะที่ข้าเป็นยิ่งนัก ต่อไปเรียกข้า มินนี่เถอะ อย่าเรียกข้า เจ้าหญิงอีกเลย”

    “  ท่านคงลำบากมามาก ข้าจะพาท่านไปอยู่ดาวกางเขน อยู่ในสำนักอีสต์ฟอเรสต์ ที่นั่นมีแต่ความสงบ ไม่มีสงครามเช่นนี้”   พี่เซกิแสดงน้ำใจไม่ตรี

    “ ขอบคุณท่านพี่ เซกิ ข้าเองไร้ญาติขาดมิตร เวลานี้เห็น ท่านพี่ฮานกลับมา ก็มีความหวังที่จะกู้ชาติ กู้แผ่นดินกลับคืน ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะต้องอยู่ช่วยเหลือเขาต่อไป”

    เฟยหลงนั่งฟังด้วยแต่ก็ไม่แสดงความเห็นอะไรออกมา ได้แต่ชื่นชมในใจ

    “ ท่านช่วยเล่าเรื่อง กองกำลังของแม่ทัพที่ทรยศราชวงศ์ยาริว ให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?”  ลุงเคนเอ่ยถาม เพราะไม่ทราบรายละเอียดมากนัก

    “ พวกเขาทั้งสี่ ความจริงคือแม่ทัพ ผู้ปกป้องด่านใหญ่ทั้งสี่ทิศ แต่พอทัพของบาลาเวีย บุกเข้ามา  แม่ทัพด่านตะวันตกเวสปา กลับหลบหนีขึ้นไปแดนตะวันตกเหนือ

    ไม่ยอมสกัดทัพเอาไว้ ทำให้ ทัพบาลาเวีย บุกเข้ามาถึง ศูนย์กลาง ของอาณาจักรโดยง่าย  ทางแม่ทัพต้าเอ่อปา เป็นแม่ทัพรักษาเมือง ได้แต่ขอความช่วยเหลือ ไปยังแม่ทัพเหนือ แม่ทัพตะวันออก และแม่ทัพใต้ ทั้งสามแม่ทัพกลับนิ่งเฉย ทำให้

    เมืองหลวงต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว สุดท้ายก็ต้านไม่ได้ ถูกตีแตกจนได้ ท่านแม่ทัพต้าเอ่อปา นำทหารหนึ่งพันคน ตีฝ่าวงล้อมข้าศึก และรวบรวมกำลังมาตั้งหลักที่ดินแดนใต้ ตอนเหนือ แล้วส่งข่าวไปที่ เจ้ารัฐกางเขน

    เพื่อให้ส่งท่านพี่ฮานกลับมา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับทหาร แล้วเพื่อรวบรวมผู้คน เพื่อกลับไปตีชิง บ้านเมืองคืนมา แต่ว่า ก่อนอื่นต้องจัดการกับคนทรยศทั้งสี่คนก่อน  แต่ว่าในตอนนี้ พวกเรามีกองกำลังรวมกันแค่ไม่เกินสามพันคน

    จึงได้แต่เฝ้ารอ กองกำลังจากกองทัพดาวกางเขนให้มาช่วยเหลือ ซึ่งบัดนี้ก็เลยผ่านมาหลายวันแล้ว พวกเขาก็ไม่ส่งคนมาสนับสนุนพวกเราอีกเลย มีแต่พวกท่านที่มา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

    ทันใดนั้น ก็มีข้อความส่งมาที่ พี่เซกิ จากเสนาบดีจางลี่ บอกว่า

    “ ภารกิจยกเลิก ให้ทุกคนกลับมาที่สำนักอีสต์ฟอเรสต์ทันที”....