ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    การต่อสู้ 4

    ณ นิกายเหอฮวน

    กลางผืนฟ้าที่ไร้เมฆ ร่างของคนสี่คนปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ ราวกับเงาหลุดออกจากห้วงแห่งความฝัน พวกเขาไม่ใช่ผู้ใดอื่น

    หานหมิง หลัวหยุนไห่ จ้าวหงหลง และไป๋จิงเซิน ยืนเรียงกันโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว แววตาของทุกคนเย็นชา

    พวกเขารู้ดีว่าใครบ้างที่ร่วมมือโจมตีดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะในครั้งนี้

    ไม่ใช่แค่ตระกูลอู๋ที่มีสายลับแฝงในศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเองก็มีสายลับในตระกูลอู๋เช่นกัน

    หนึ่งในกองกำลังกว่า 50 แห่งที่ร่วมมือโจมตีดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ นั้นคือนิกายเหอฮวน

    ไม่มีการอธิบาย ไม่มีคำถาม พวกเขาไม่สนว่านิกายแห่งนี้จะสมัครใจหรือถูกบังคับ เพราะบนเส้นทางนี้... การปรานีต่อศัตรู ก็คือการแทงตัวเองด้วยมีดเท่านั้น

    ไป๋จิงเซินพุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศ ยกมือแตะลงบนรูปแบบป้องกันนิกายอย่างรวดเร็ว

    เพล้ง!

    เสียงแตกราวกับแก้วร้าวสะท้อนก้องทั่วทั้งนิกาย รูปแบบป้องกันระดับจักรพรรดิพังทลายในพริบตา ไม่มีคำเตือน ไม่มีโอกาสเตรียมตัว รูปแบบที่ควรจะคุ้มครองกลับกลายเป็นประตูต้อนรับหายนะ

    ทันใดนั้น หานหมิง หลัวหยุนไห่ และจ้าวหงหลง ก็ระเบิดพลังออกพร้อมกัน

    ตูมม!!

    ลำแสงทำลายล้างของหานหมิงยิงตรงลงมาจากฟ้า เสี้ยววินาที ร่างของผู้ฝึกตนเบื้องล่างนับร้อยขาดสะบั้นกลางลำตัว ร่างแตกละเอียด เลือดสาดเต็มพื้นหิน

    ฟ่อออ!! เปลวเพลิงสีฟ้าของหลัวหยุนไห่ไหลราวกับน้ำมันหลอมเหล็ก กลืนกินทุกสิ่งมีชีวิตเบื้องล่างอย่างไม่ปรานี

    ฉัวะ!! ฝูงอาวุธวิญญาณนับพันพุ่งลงมาจากอากาศอย่างแม่นยำ จ้าวหงหลงสะบัดมือเบาๆ อาวุธทุกชิ้นลอยวนอยู่กลางอากาศเป็นเกลียวก่อนจะเสียบทะลุร่างของผู้รอดชีวิตราวกับฝนเหล็กตกจากสวรรค์

    ทุกอย่างจบในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ ไม่มีใครได้ร้องขอ ไม่มีใครได้ถามอะไร พวกเขาตายโดยไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองตายไปได้อย่างไง หรืออาจจะรู้ แต่ไม่มีโอกาสได้ปริปาก

    นิกายเหอฮวน... ไม่มีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เหลืออยู่ในตอนนี้ ผู้นำและยอดฝีมือของนิกายถูกส่งออกไปก่อนหน้านี้เพื่อร่วมโจมตีดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้การทำลายคนที่เหลืออยู่นั้นง่ายแสนง่าย

    “เริ่มเลย” หานหมิงกล่าวสั้นๆ

    ทั้งสี่ใช้เวลาไม่นาน รวบรวมศพและพลังวิญญาณที่ยังไม่สลาย สร้างหุ่นเชิดจากศพศิษย์ของนิกายเหล่านั้นทันที ร่างไร้วิญญาณถูกฝังอาคม ผนึกพลัง และควบคุมได้ราวกับหุ่นกระบอก

    หลังจากนั้น... พวกเขาก็เคลื่อนตัวต่อทันที ไม่หยุด ไม่พัก

    นิกายอีกาแห่งแสง

    ……

    …...

    …...

    หอการค้าทรายทองแดง

    ……

    …...

    …...

    ร้านอาหารวาฬขาว

    ……

    …...

    …...

    ทุกกองกำลังที่ร่วมกันลงมือกับตระกูลอู๋ในการโจมตีดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ ล้วนถูกทำลายลงอย่างไร้ความปรานี ไม่มีการเจรจา ไม่มีข้อยกเว้น มีเพียงความตายเท่านั้นที่ตามมา

    สีหน้า ความงาม คำอ้อนวอน ไม่มีค่าอะไรเลย ในเมื่อเลือดของผู้บริสุทธิ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังไม่แห้งบนผืนดิน

    พวกเขาทั้งสี่บินผ่านเมืองแล้วเมืองเล่า ไม่ใช่ในฐานะผู้ฝึกตน แต่ในฐานะ ความหายนะ ที่เดินได้

    จนมาถึงสามกองกำลังหลัก พวกเขาตัดสินใจกันแล้วว่าจะเริ่มจากตระกูลอู๋ โดยจะไม่ใช้ตัวเองเข้าไป แต่จะส่งหุ่นเชิดที่สร้างขึ้นจากศพของพวกที่พึ่งสังหารมาทำหน้าที่แทน หานหมิงเป็นคนควบคุมหุ่นทั้งหมดจากระยะไกล และให้ระบบปกปิดตัวตนไว้ ทำไม่มีการเปิดเผยตัวตนใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อที่จะได้โยนความผิดทั้งหมดให้กับพวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือได้ 

    ตามการคำนวณของหานหมิงเมื่อพวกมันรู้ข่าวเกี่ยวกับที่ตระกูลอู๋โจมตีดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ พวกมันจะไม่ช่วยเหลือดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะแต่จะมาทำการโจมตีกองกำลังทั้ง 3 แทนต่างหาก และหานหมิงมั่นใจมากว่ากองกำลังที่เหลือยังไม่เริ่มโจมตี เนื่องจากว่าพวกเขาเองก็มีสายลับในกองกำลังอื่นหากมีการรวมพล สายลับจะแจ้งข่าวมาแน่นอน

    ณ ตระกูลอู๋ ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ใหญ่หม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก อากาศรอบๆ หนักอึ้ง แต่คนในตระกูลกลับไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเลย ทั้งที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในตระกูลไม่เหลือแล้ว พวกเขาถูกส่งออกไปต่อสู้กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะหมดแล้ว

    แต่ทันใดนั้นสิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้น รูปแบบจักรพรรดิที่ปกป้องตระกูลมาตลอดกลับมีรูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ชายชุดดำจำนวนมากในชุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ดอกไม้อมตะจะพุ่งเข้ามาโดยไม่รอช้า การโจมตีเริ่มต้นขึ้นในพริบตา

    “อ๊าาา! อ๊าา! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน!”

    “แย่แล้ว! พวกเราโดนโจมตี!”

    ตูมมมม! ตูม! ตูม! เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งตระกูล กลุ่มชายชุดดำโจมตีไม่เลือกหน้า ร่างของผู้ฝึกตนในตระกูลอู๋ระเบิดกระจายเป็นชิ้น เลือดสาดเต็มลานฝึก เสียงกรีดร้องดังก้องราวกับประตูนรกได้เปิดออก

    แต่ทันใดนั้น ออร่าของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่พุ่งทะลุขึ้นมาจากส่วนลึกของตระกูลทันที

    “ท่านบรรพบุรุษ!!” ผู้อาวุโสของตระกูลอู๋ตะโกนขึ้นอย่างมีความหวัง แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ยิ้ม หุ่นเชิดสามตนก็พุ่งเข้าใส่ชายชราระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่นั้นแล้วระเบิดตัวเองในทันที

    ตูมมมมมมม!!

    ควันคลุ้งไปทั่วอากาศ ก่อนจะเห็นเงาร่างชายชราโงนเงนยืนอยู่กลางกลุ่มเปลวเพลิง เขาหอบหายใจ หน้าซีดขาว ก่อนจะตะโกนเสียงแหบ “พวกเจ้าหนีไป... ควันนี้มีพิษ...”

    แต่ไม่ทันขาดคำ คนในตระกูลนับสิบก็เริ่มกระอักเลือด ล้มลง ดิ้นทุรนทุรายราวกับถูกเผาจากข้างใน พิษแผ่กระจายอย่างรวดเร็วทั้งตระกูล บรรพบุรุษคนนั้นกัดฟันใช้พลังเฮือกสุดท้ายเปิดโลกใบเล็กของตระกูลขึ้น ดึงผู้รอดชีวิตบางส่วนเข้าไปซ่อนตัว

    หุ่นเชิดไม่หยุด มันยังคงพุ่งเข้าไปพร้อมกับระเบิดตัวเองอีกระลอก ตูม! ตูม! แรงระเบิดบดทำลายทุกอย่างในรัศมีจนไม่เหลือซาก

    ร่างของบรรพบุรุษหายไปในควันระเบิด ความเป็นตายไม่สามารถรู้ได้ แต่มันก็เปิดโอกาสให้หุ่นเชิดที่เหลือพุ่งเข้าไปกวาดล้างสมบัติภายในตระกูลอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร หินวิญญาณ สมบัติล้ำค่า เส้นเลือดวิญญาณ ทุกอย่างถูกกวาดไปในพริบตา

    จากด้านนอก หานหมิงยืนมองภาพทั้งหมดผ่านตาของหุ่นเชิด เขายิ้มบางๆ “ตามข้อมูลจากสายลับ ตอนนี้ข้าควบคุมทรัพยากรกว่า 80% ของตระกูลอู๋แล้ว”

    เขาไม่ได้รีบ เขารู้ดีว่าศึกที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะจะลากยาวและกินเวลาอีกหน่อย แต่สุดท้ายผลลัพธ์มันจะออกมาเสมอกันแต่แค่สูญเสียเล็กน้อย เพราะจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกฆ่าไปในสนามรบ ล้วนมีโถงจิตวิญญาณเตรียมไว้สำหรับฟื้นคืนชีพ แต่ก็แค่สำหรับกองกำลังที่มีพื้นฐานจากโลกเบื้องบนเท่านั้น และโถงวิญญาณของตระกูลอู๋มันจะตั้งอยู่ในโลกใบเล็กของพวกเขาแน่นอน

    ปัญหาคือ… มันเสียเวลาเกินไปและเสี่ยงเกินความจำเป็น เขาไม่รู้ว่าในนั้นมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ใกล้ตายอยู่อีกหรือไม่ และเขายังมีอีกสองกองกำลังที่ต้องไปจัดการต่อ พร้อมข่าวจากสายลับที่แจ้งถึงการรวมพลในกองกำลังต่างๆ แล้วมันเลยทำให้เขาตัดสินใจถอยทันที

    ก่อนจาก เขาพูดเพียงเบาๆ “เพื่อเป็นของขวัญ ข้าจะทิ้งอะไรไว้ให้พวกเจ้าจำไปจนชาติหน้า”

    บนฟ้า หุ่นเชิดตนหนึ่งหยุดนิ่งกลางอากาศ ร่างของมันเปล่งแสงสว่างสีชมพูออกมาก่อนจะระเบิดในทันที

    ตูมมมมมมมมมม!!

    ควันพิษสีชมพูแพร่กระจายปกคลุมตระกูลอู๋ทั้งหมด พื้นดินแตกร้าว พลังวิญญาณแปรปรวน จนพื้นที่ไม่เหมาะจะอยู่อาศัยอีกต่อไปเป็นเวลา 10 ปี

    หลังจากจัดการตระกูลอู๋ ทั้งสี่คนก็หายวับไปพร้อมกัน พวกเขาไม่มีท่าทีหยุดพัก หานหมิง หลัวหยุนไห่ จ้าวหงหลง และไป๋จิงเซิน เดินหน้าต่อไปทันที เป้าหมายต่อไปคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขนนกอมตะ

    พวกเขาไม่เสียเวลาเปิดศึก ไม่ใช้คำพูดใดๆ หุ่นเชิดกลุ่มใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นจากซากของศัตรูเก่า ถูกปล่อยเข้าไปในอาณาเขตทันที

    ครั้งนี้พวกเขาใช้ควันพิษลงก่อน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการต่อสู้ แต่เพื่อสังหารให้เร็วที่สุด ทรัพยากรถูกขโมยออกมาได้ราว 50% ศิษย์ระดับกลางและล่างถูกฆ่าตายเกือบหมด โดยไม่มีใครทันได้เห็นหน้าศัตรูจริง

    แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่กว่า 10 คนปรากฏตัวพร้อมกัน ออร่าระดับฟ้าสะเทือนแผ่กระจายออกทั่วพื้นที่ไล่ล่าหุ่นเชิดทั้งหมดทันที

    “เผาให้หมด! ฆ่ามันทุกตัว!!” เสียงหนึ่งคำรามลงมาจากท้องฟ้า

    แรงกดดันระดับจักรพรรดิพุ่งเข้าใส่จนหุ่นเชิดบางตนระเบิดทันทีโดยไม่ต้องโดนแตะ แต่ขณะเดียวกัน หานหมิงซึ่งควบคุมอยู่จากระยะไกล ก็ถูกจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งทำการทำนายหาสาเหตุแต่ระบบก็มาป้องกันเอาไว้ได้

    เสียงระบบกระชากขึ้นมาอย่างฉับพลัน

    [โล่ป้องกันสินะ!! นี่ใช่หน้าที่ข้าไหมโฮสต์?! โฮสต์ท่านใช้ข้าผิดวัตถุประสงค์ไปไกลเกินรึเปล่า!!]

    หานหมิงยิ้มมุมปากโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะนำทางอีกสามคนพุ่งเข้าสู่เป้าหมายสุดท้ายของรอบนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราเลือด

    ที่นี่ไม่ใช่เป้าหมายที่ง่าย หุ่นเชิดถูกส่งเข้าไปเหมือนเดิม ทันทีที่มันแตะต้องใครบางคน กลับมีสายฟ้าสีทองกระหน่ำลงมาใส่พวกมันทุกตัวอย่างแม่นยำ

    ตูม ตูม ตูม หุ่นเชิดพังยับโดยแทบไม่ทันตอบโต้

    หานหมิงมองไปยังหุ่นเชิดของเขาก่อนจะพูดขึ้น "บุตรแห่งโชคชะตาและดูจากแรงสายฟ้า... คนคนนี้น่าจะเป็นคนโปรดที่สุดของโลกใบนี้"

    หานหมิงกลับไม่แสดงสีหน้าอะไรอีกเขาขโมยทรัพยากรมาได้แค่ 20% เท่านั้น แต่เขาไม่ยอมจบง่ายๆ เขายกมือเบาๆ ก่อนจะปล่อยควันพิษเข้าสู่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แทน เจตนาไม่ใช่ลอบฆ่า แต่เป็นการ ทำลาย

    ผลลัพธ์ชัดเจน สมุนไพรหายากถูกทำลายไปนับพันต้น สมบัติล้ำค่าจำนวนมากสลาย พลังวิญญาณในพื้นที่เสื่อมถอย และแม้จะได้ทรัพยากรออกมาแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนที่เหลือ... ก็ใช้งานไม่ได้อีกแล้ว

    พวกเขาไม่ต้องฆ่าให้หมด แค่ทำให้ ไม่สามารถเติบโตได้ก็พอ

    ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีความลังเล ในสายตาของหานหมิง ศัตรูไม่มีวันได้รับโอกาสครั้งที่สอง

    แต่ทันใดนั้นออร่าแห่งแสงสว่างก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับชำระล้างควันพิษทั้งหมดทันที หานหมิงยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูด "ช่างน่ารำคาญจริงๆ"

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน