การทดสอบ
หลังจากที่เธอแนะนำหลงหลงให้ท่านพ่อรู้จักแล้วพวกเราทั้งสามคนก็ลงมือกินข้าวกันอย่างอบอุ่น เมื่อกินเสร็จเธอก็ขอตัวกลับมาที่เรือนเพื่อพักผ่อนเพราะร่างกายของเธอพึ่งหายป่วยได้ไม่นานยังต้องการการพักผ่อนอยู่“พี่ซิงเยียนไม่ต้องอยู่เฝ้าข้าหรอกท่านจะไปทำอะไรก็ไปเถอะเจ้าคะ ต้นยามเซินท่านค่อยมาปลุกข้าก็พอ” เธอเอ่ยขึ้นหลังจากที่ตัวเองมาถึงห้องนอนที่เรือนแล้ว“เจ้าคะ” พี่ซิงเยียนเอ่ยตอบรับคำของเธอพร้อมกับเดินออกไปจากห้องและไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เมื่อเห็นดังนั้นเธอก็ล้มตัวลงนอนทันที“คุณหนูเจ้าคะปลายยามเซินแล้วเจ้าคะ” เธอนอนพักจนถึงต้นยามเซินพี่ซิงเยียนก็เข้ามาปลุกพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าเช็คหน้า“อืม” เสียงเธอตอบกลับพี่ซิงเยียนที่เขามาปลุกด้วยความความง่วง“ล้างหน้าก่อนนะเจ้าคะ” เธอได้ยินดังนั้นก็กวักน้ำในอ่างขึ้นมาล้างหน้าและรับผ้าจากพี่ซิงเยียนมาเช็ค“วันนี้คุณหนูจะรับสำรับที่ไหนเจ้าคะ”“ที่เรือนแล้วกันฝากเจ้าไปบอกท่านพ่อกับท่านแม่ด้วยนะ”“เจ้าคะ งั้นเดี๋ยวบ่าวไปเตรียมสำรับมาให้นะเจ้าคะ”“เจ้าคะ” เมื่อเธอตอบรับคำแล้วพี่ซิงเยียนก็ยกอ่างน้ำเธอที่อยู่ในเรือนเมื่อไม่มีอะไรทำแล้วเธอก็ลุกออกจากเตียงเดินไปที่ม้านั่งใกล้หน้าต่างที่เธอชอบมานั่งเล่นเวลาที่ไม่มีอะไรทำเพราะถ้ามองจากหน้าตาตรงนี้ข้างนอกจะเป็นวิวของท้องฟ้าและป่าเขา ถือว่าเป็นวิวที่ทำให้จิตใจเธอสงบเลยทีเดียว“คุณหนูบ่าวตั้งโต๊ะเสร็จแล้วเจ้าคะ” เสียงพี่ซิงเยียนดังขึ้นทำให้เธอที่กำลังคิดถึงย้อนถึงเรื่องราวเก่าในโลกเดิมต้องหลุดออกจากความคิดเพื่อหันมาสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าแทนเธอเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวพร้อมกับเรียกให้พี่ซิงเยียนมานั่งกินด้วยกัน ตอนแรกที่เธอชวนอีกฝ่ายมานั่งกินนั้นอีกฝ่ายไม่ยอมมานั่งด้วยแต่เธอก็ใช้มารยาเล็กน้อยโดยการบอกอีกฝ่ายว่ากินคนเดียวมันเหงาและก็แสร้งบีบน้ำตานิดหน่อยก็ทำให้อีกฝ่ายใจอ่อนจนยอยมานั่งกินด้วยดังนั้นตอนนี้พี่ซิงเยียนจึงเดินมานั่งกินข้าวพร้อมกับเธอใช้เวลาในการกินข้าวไม่นานเธอก็บอกพี่ซิงเยียนว่าต้องการอาบน้ำอีกฝ่ายจึงออกไปสั่งบ่าวไพร่ให้ยกน้ำเข้ามาหลังจากอาบน้ำเสร็จเธอก็เข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าพอหัวถึงหมอนเธอก็หลับทันทีใกล้ต้นยามเหม่าที่ป่าหลังสำนักปรากฏร่างเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งรอผู้คนที่เธอจะต้องฝึกอยู่พร้อมกับซิงเยียนและท่านหลานช่างเมื่อถึงต้นยามเหม่าก็ปรากกผู้คนทั้งยี่สิบห้าคนเห็นดังนั้นเธอเลยบอกให้พวกเขาเข้าแถว“คารวะนายน้อยขอรับ”“ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้วข้าก็จะบอกกล่าวอะไรกับพวกท่านอีกเล็กน้อย สำหรับวันนี้จะเป็นวันที่พวกท่านจะเข้ารับการทดสอบโดยในระยะเวลาสามเดือนนี้จะมีการทดสอบทั้งหมดหกครั้งโดยครั้งที่หกจะเป็นการทดสอบใหญ่” เธอเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สดใจใครเห็นก็จะต้องหลงรักแต่แค่ตอนนี้ละถ้าเวลาผ่านไปพวกเขาจะไม่อยากเห็นรอยยิ้มนี้อีกเลยเพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เธอยิ้มแบบนี้จะหมายถึงหายนะมาเยือนทันที“การทดสอบแรกของพวกท่านคือการทดสอบกำลังขาพวกท่านจะต้องกระโดดกบตั้งแต่ป่าหลังสำนักไปที่ยอดหุบเขาแห่งนั้นทั้งหมดสิบรอบ” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังหุบเขาที่อยู่ในป่าหลังสำนัก ทำให้ทุกคนต้องหันตามมือที่ฉันชี้“กระโดดกบเป็นยังไงขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยความสงสัยเพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต“ข้าจะทำให้ดูนะเจ้าคะพวกท่านต้องย่อตัวลงแบบนี้และก็กระโดดไปข้างหน้าแบบนี้” เธอสาธิตท่าทางให้พวกเขาดูเป็นตัวอย่างทำให้พวกเขาต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้“งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า โดยในการกระโดดนั้นพวกท่านจะต้องกระโดดเป็นแถวถ้าใครออกจากแถวจะต้องโดนลงโทษ เริ่มได้เจ้าคะ”หลังจากที่เธอพูดจบพวกเขาก็กระโดดกบกันไปเป็นแถวมุ่งหน้าสู่หุบเขาตรงหน้าโดยทุกคนมีความสงสัยกับสิ่งที่ฉันให้ทำแต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ถามเพราะเธอเคยบอกไปแล้วว่าเมื่อถึงเวลาเธอจะบอกเอง แต่ตลอดเวลาที่พวกเขากระโดดกบไปกลับนั้นเธอก็จะคอยเดินตามพวกเขาอยู่ตลอดที่ให้พวกเขากระโดดกบเพราะถ้าให้พวกเขาวิ่งนั้นมันจะง่ายเกินไปสำหรับการทดสอบดังนั้นเธอเลยเลือกที่จะให้พวกเขากระโดดกบแทนเธอให้พี่ซิงเยียนไปคุมเรื่องอาหารเธอได้เขียนรายการอาหารที่แต่ละคนต้องกินไปแล้วโดยเน้นอาหารที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้กินในปริมาณที่ถือว่าเหมาะสมส่วนอาหารของเธอนั้นก็จะกินอาหารแบบเดียวกันเพื่อไม่ให้มีการแบ่งชนชั้นกันแต่อาจจะในปริมาณที่น้อยกว่าเพราะถ้าเยอะแบบนั้นร่างกายเธอรับไม่ไหวแน่นอนเมื่อพักกินข้าวและย่อยอาหารเสร็จแล้วเธอก็ทำการทดสอบพวกเขาต่อเพื่อให้แน่ใจว่าควรจะจัดการฝึกยังไงต่อไปจะได้เริ่มเขียนแผนการที่จะฝึกวันนี้ให้เสร็จบางอย่างเธอก็จะฝึกกับพวกเขาแต่บางอย่างก็จะไม่ฝึกด้วย ปลายยามโหว่งเธอก็บอกให้พวกเขาแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมรับการฝึกอย่างแท้จริงพรุ่งนี้“วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะเจ้าคะพรุ่งนี้ก็มาเจอกันที่นี้ยามเหม่านะเจ้าคะ พรุ่งนี้จะเป็นการเริ่มฝึกอย่างจริงจังส่วนการฝึกวันนี้ก็แยกย้ายได้แล้วเจ้าคะ” หลังจากที่เธอกล่าวจบพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนสภาพแต่ละคนถือว่ายังพอดูได้อยู่นี่แค่ทำการทดสอบบางส่วนจากทังหมดที่เธอเคยเจอเองนะพวกเขายังเกือบไม่รอดเลยสงสัยที่บอกว่าอ่อนแอที่สุดน่าจะจริงอ่ะ แล้วการฝึกพรุ่งนี้พวกเขาจะมีสภพยังไงล่ะนี่ย“ท่านหลานซ่างเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าขอกระสอบทรายใหญ่ซักร้อยใบขอเชือกด้วยนะเจ้าคะ ข้าขออุปกรณ์ทั้งหมดก่อนยามเหม่าท่านช่วยจีดการให้ด้วยนะเจ้าคะ” เธอเอ่ยความต้องการของตัวเองให้ท่านหลานซ่างรับรู้เพื่อจะได้เตรียมขอให้เธอได้“ขอรับ” เมื่อท่านหลานซ่างตอบรับคำแล้วพวกเธอก็กล่าวลาเขาทันทีเพื่อกับเรือนไปพักผ่อน“คุณหนูเดี๋ยวบ่าวไปยกสำรับจากดรงครัวเข้ามาให้นะเจ้าคะ ระหว่างที่รอบ่าวไพร่ยกน้ำเข้ามาเติมให้เต็มถัง” เมื่อพวกเธอมาถึงเรือนแล้วพี่ซิงเยียนก็เอ่ยขึ้นเพราะนี้ก็เลยเวลาอาหารมาแล้วแต่ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย“เจ้าคะ” หลังจากที่พี่ซิงเยียนเดินออกไปแล้วเธอก็ออกกำลังกายเล็กน้อยก่อนจะอาบน้ำในระหว่างที่รอพี่ซิงเยียนไปยกสำรับเข้ามา เธอก็นั่งกินข้าวกับพี่ซิงเยียนเช่นเดิมหลังจากที่กินเสร็จแล้วกนั่งย่อยอาหารรอบ่าวไพร่เตรียมน้ำให้อาบ“เสร็จแล้วเจ้าคะ”“พี่ซิงเยียนไม่ต้องเข้าไปอาบน้ำให้ข้าหรอกเจ้าคะวันนี้ข้าจะขอแช่น้ำซักหน่อยพี่ซิงเยียนช่วยเตรียมกระดาษกับถ่านเอาไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือให้ข้าหน่อยเสร็จแล้วพี่ก็ไปพักผ่อนเลยไม่ต้องรอข้านะเจ้าคะ” เธอเอ่ยขึ้นก่อนที่พี่ซินเยียนจะเดินเข้าไปหลังฉากกั้นกับเธอ“เจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าพี่ซิงเยียนรับคำแล้วเธอก็เดินเข้าไปหลังฉากกั้นที่มีถังน้ำเตรียมไว้อยู่ เธอถอดชุดและลงไปนอนแช่อยู่ถังน้ำเธอใช้เวลาแช่ในถังน้ำเกือบสองเค่อก็ลุกเดินออกมาแต่งตัวและเดินไปที่โต๊ะหนังสือเพราะวันนี้เธอต้องเขียนแผนการฝึกให้เสร็จ โดยเริ่มเขียนตามความทรงจำที่เธอได้รับการฝึกเมื่อชาติที่แล้วการฝึกในช่วงเดือนแรกนั้นจะเป็นการฝึกรวมกันทั้งยี่สิบห้าคนเป็นการฝึกที่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนเพื่อรองรับการฝึกในอีกสองเดือนที่เหลือ