อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__18_เพื่อน_

    เวลาสี่โมงเย็น เซียวเฉิน ก็ได้มาถึงห้องทำงานของประธาน

    “ประธานซู่ คุณเรียกผมมามีอะไรรึเปล่า?”

    “เซียวเฉิน ฉันจะไปที่ห้องแลปดูสักหน่อย คุณล่วงหน้าไปรับเสี่ยว๮๬ิ๹ให้ฉันที.......”

    ซู่ฉิง กำลังง่วนอยู่กับการเขียนบางอย่าง เมื่อได้ยินเสียงของ เซียวเฉิน จึงเงยหน้าขึ้นมาพูด

    “โอ้ว แล้วคุณล่ะ?”

    “รอให้ฉันจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อน แล้วฉันจะให้คนขับรถคนอื่นไปส่งฉันที่บ้านเอง”

    เซียวเฉิน มองไปที่ใบหน้าอันเหนื่อยล้าของซู่ฉิง ในใจพลันนึกสงสารเธอ “ผมก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว เดี๋ยวตอนเย็นผมจะมารับคุณเอง”

    “ไม่ต้อง ฉันไม่วางใจให้ เสี่ยว๮๣ิ๫ อยู่บ้านคนเดียว”

    เซียวเฉิน ยืนนิ่งไป ดูเหมือนว่าเป็๲เ๱ื่๵๹จดหมายข่มขู่และเครื่องดักฟังทำให้ผู้หญิงคนนี้รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่!

    เมื่อเทียบกับความปลอดภัยของตัวเธอเองแล้ว เธอกลับรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้องสาวตัวเองเสียยิ่งกว่า !

    “ซู่ฉิง วางใจเถอะ ผมจะจัดการเ๱ื่๵๹จดหมายข่มขู่กับเครื่องดักฟังให้ได้โดยเร็วที่สุด! สำหรับความปลอดภัยของเสี่ยว๮๬ิ๹ ผมคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะพุ่งเป้ามาหาคุณมากกว่า คุณไม่น่าจะต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเธอมากนัก !”

    “ฉันก็หวังว่าจะเป็๞อย่างนั้นนะ !” ซู่ฉิง พยักหน้า “เอาละ ถ้าเลิกงานแล้วคุณไปรับเธอด้วย หลังจากฉันเคลียธุระเสร็จเดี๋ยวจะรีบโทรไปทันที”

    “ครับ” เซียวเฉิน ตอบกลับไป สักพักก็เอ่ยขึ้นด้วยความลังเล “ซู่ฉิง คุณอย่าหักโหมให้มากนัก บริษัทนี้ไม่มีพนักงานที่เป็๲นักวิทยาศาสตร์เลยเหรอ? คุณไม่เห็นจำเป็๲ที่จะต้องไปด้วยตัวเองเลย?”

    “พวกเรามีส่วนประกอบของเครื่องสำอางค์ที่จำเป็๞ต้องให้ฉันเข้าไปตรวจเช็คด้วยตัวเอง ส่วนประกอบนี้อาจเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้”

    เซียวเฉิน พยักหน้าแล้วไม่พูดอะไรอีก สุดท้ายแล้วเธอย่อมมีความเข้าใจเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ของบริษัทมากกว่าตัวเขา

    หลังจากผ่านไปสักพัก เซียวเฉิน ก็ออกมากจากห้องประธาน ตอนแรกเขาคิดจะเข้าไปที่ห้องทำงานของ ฉินหลาน ก่อน แต่เมื่อเห็นว่าประตูถูกล็อค เขาจึงยอมแพ้และกลับไปที่แผนกรักษาความปลอดภัย

    “พี่เฉิน ผมไปไล่ถามเพื่อนร่วมงานที่เข้าเวรเมื่อคืนมา พวกเขาไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรเลย”

    หลังจากที่กลับมาห้องทำงานของตัวเองสักพัก ติงลี่ ก็เปิดประตูเข้ามา

    “ไม่พบจุดผิดปกติเลยสักจุดงั้นเหรอ?”

    เซียวเฉิน ขมวดคิ้ว กล้องวงจรปิดก็ยังตรวจไม่พบ ดูเหมือนว่าเ๹ื่๪๫นี้จะยุ่งยากกว่าที่คิดเสียแล้ว !

    “ไม่มี”

    “โอเค ฉันรู้แล้ว นายไปทำงานต่อเถอะ!”

    “ครับ งั้นผมขอตัวไปเข้าเวรก่อน”

    “อื้ม ตั้งใจทำงานทำตัวให้สมกับเป็๞ผู้นำหน่อย เ๹ื่๪๫นี้ฉันไม่สามารถลำเอียงให้นายได้!”

    “ผมรู้แล้วครับ!” ติงลี่ พยักหน้าตอบรับ แล้วหันกายเดินจากไป

    เซียวเฉิน จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ แล้วพ่นควันออกมาอย่างหน่ายใจ ความคิดในหัวของเขากำลังแล่นอย่างรวดเร็ว……เครื่องดักฟังและจดหมายข่มขู่ มาจากที่เดียวกันรึเปล่า? มันมีจุดประสงค์อะไรกันแน่? หรือเป็๞แค่การแข่งขันทางธุรกิจทั่วๆไป? แต่เครื่องดักฟังเป็๞ของที่มาจากกองทัพ คนธรรมดาไม่น่าจะมีไว้ใน๳๹๪๢๳๹๪๫ได้ไม่ใช่รึยังไง !

    หลังจากสูบบุหรี่ เซียวเฉิน ก็ยังคงคิดไม่ตก คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน เขาจะไม่สามารถทำอะไรกับเ๱ื่๵๹นี้ได้เลยจริงๆหรอ?

    ตอน 5 โมงเย็น เขาขับรถออกไปจากบริษัท ในขณะที่กำลังจะเร่งความเร็ว ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นเงาร่างหนึ่งซึ่งอยู่ในป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกล

    เซียวเฉิน ยิ้มมุมปาก เขาเหยียบเบรกแล้วลดกระจกรถลง “ถงเหยียน เลิกงานแล้วเหรอ”

    เมื่อ ถงเหยียน ที่กำลังจ้องมองมือถือพลันได้ยินเสียงเรียก ก็เงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าเป็๞ เซียวเฉิน เธอก็พยักหน้าตอบรับ “หัวหน้าเซียว สวัสดีค่ะ”

    “กำลังรอรถเมล์อยู่เหรอ?”

    “อ้อ ใช่ค่ะ”

    ตาของ เซียวเฉิน เหลือบไปเห็นว่าด้านหลังของ ถงเหยียน มีชายหนุ่มหน้าตาน่าเกลียดอยู่ 2 คน จึงยิ้มขึ้นในใจแล้วพูดว่า “งั้นให้ฉันไปส่งมั้ย?”

    “ไม่รบกวนหัวหน้าเซียวหรอกค่ะ ฉันนั่งรถเมล์กลับเองได้” ถงเหยียน ตอบปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม

    เซียวเฉิน หมดปัญญา เธอระมัดระวังตัวเหลือเกิน การที่เธอเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกท้อใจไม่น้อย เฮ้อ! เป็๲คนดีมันช่างยากเหลือเกิน!

    “ขึ้นรถมาเถอะ ไม่รู้ว่ารถเมล์จะมาเมื่อไหร่ ไม่เห็นจะต้องเกรงใจฉันเลย!”

    “หัวหน้าเซียว คุณไม่จำเป็๲ต้องไปส่งฉันหรอก เราไปกันคนละทางหน่ะ” ถงเหยียน ยังคงเอ่ยปฏิเสธ

    “เอ่อ ใช่ๆฉันมีไอเดียใหม่เกี่ยวกับเ๹ื่๪๫การรับสมัครเ๯้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พวกเราสองคนมาคุยกันหน่อยไหม?”

    เซียวเฉิน ไม่ยอมถอดใจเพราะ ถงเหยียน ปฏิเสธหรอก เพราะเขาเห็นเด็กหนุ่มอัปลักษณ์ทั้ง 2 คนกำลังมองหน้ากัน จากนั้นก็หันไปมองที่ ถงเหยียน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกมันทั้ง 2 คนกำลังคิดอะไรอยู่!

    เมื่อถงเหยียนได้ยินคำพูดนี้ก็เริ่มลังเล และตอบกลับไป “หัวหน้าเซียว พวกเราคุยกันพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ?”

    “อีก 3 วันก็จะเปิดรับสมัครแล้ว ยิ่งแก้ไขได้ไวเท่าไหร่ยิ่งเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดี......การรับสมัครเ๽้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยครั้งนี้มีความสำคัญต่อบริษัทของพวกเรามากนะ”

    “ก็ได้ค่ะ”

    ถงเหยียน ย้อนนึกไปถึงคำพูดของ ฉินหลาน ทำให้เธอเม้มปากลงอย่างช่วยไม่ได้ จนในที่สุดเธอก็ยอม พร้อมกับเปิดประตูแล้วไปนั่งอยู่ที่ด้านข้างคนขับ

    เซียวเฉิน เห็นดังนี้จึงยกยิ้มขึ้น ฉับพลันเขามองไปยังเด็กหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ทั้ง 2 คนที่มีใบหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเขาเหยียบคันเร่งขึ้น แล้วรถมาเซราติก็ทะยานจากไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

    “ถงเหยียน บ้านของเธออยู่ไหน?”

    “อยู่ทางถนนใต้ค่ะ”

    “ฉันไม่รู้จักเส้นทางนะ เธอช่วยบอกทางด้วย”

    “ค่ะ” ถงเหยียน พยักหน้าตอบรับ “หัวหน้าเซียว คุณมีไอเดียอะไรงั้นเหรอ?”

    “อ้อ?”

    เซียวเฉิน นิ่งอึ้งไป เขาคิดเพียงแค่จะให้ ถงเหยียน ขึ้นมาให้ได้ ซึ่งเขาไม่มีไอเดียอะไรทั้งนั้น! ดังนั้นเมื่อถูกถามขึ้น เขาจึงไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปอย่างไรดี!

    เมื่อ ถงเหยียน เห็นเขาแสดงท่าทางแบบนี้ ในใจเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น โดยเธอไม่รู้ว่าเขาจะวางแผนทำอะไรกับตัวเองรึเปล่า?

    เมื่อเห็น ถงเหยียน เต็มไปด้วยความระมัดระวังและหวงเนื้อหวงตัว ในที่สุด เซียวเฉิน ก็เปิดปากพูดขึ้น “ในตอนที่เธอเขียนสำเนารับสมัคร อย่าลืมเพิ่มเงื่อนไขที่ว่าเคยเป็๞ทหารปลดประจำการมาก่อนอาจจะได้รับการพิจารณาเป็๞พิเศษลงไปด้วย........”

    “ค่ะ” ถงเหยียน แสดงท่าทีตั้งใจฟัง แต่เธอรออีกสักพัก ก็ยังไม่เห็น เซียวเฉิน พูดอะไรอีก เธอจึงถามขึ้นอย่างทนไม่ได้ “เท่านี้เหรอคะ?”

    “ใช่ ฉันรู้สึกว่าเงื่อนไขข้อนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะหากเป็๞ทหารปลดประจำการมาก่อนก็จะมีทักษะที่ยอดเยี่ยม......”

    “ตกลงค่ะ ฉันรู้แล้ว” ถงเหยียน พยักหน้า “ข้างหน้าเลี้ยวซ้ายค่ะ”

    หลังจากผ่านไปอีกประมาณ 20 นาที ภายใต้การบอกทางของ ถงเหยียน รถมาเซราติก็ขับเข้ามาถึงสลัมแห่งหนึ่ง ในทัศนียภาพได้มองเห็นตึกรามบ้านช่องสูงต่ำไม่เท่ากัน ช่างเป็๞สภาพแวดล้อมที่ดูวุ่นวายจริงๆ.......

    เซียวเฉิน มองซ้ายมองขวา รู้สึกแปลกใจว่าเมืองหลงไห่กลับมีเขตสลัมที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายแบบนี้อยู่ด้วย แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ ถงเหยียน อาศัยอยู่ที่นี่!

    “หัวหน้าเซียว ถนนตรงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณส่งฉันตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันเดินเข้าไปเอง” ถงเหยียน สังเกตเห็นสีหน้าที่ประหลาดใจของ เซียวเฉิน จึงเอ่ยกระซิบบอก

    “หืม? ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บ้าน!” เซียวเฉิน ส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วถามต่อ “เธอเช่าห้องอยู่ที่นี่เหรอ หรือว่าบ้านของเธออยู่ที่นี่?”

    “ฉันเกิดที่ หลงไห่ บ้านก็ต้องอยู่ที่นี่สิคะ”

    “โอ้” เซียวเฉิน พยักหน้า อดไม่ได้ที่จะถามอีกประโยค “ฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่า เมืองหลงไห่ที่ใหญ่โต จะยังมีเขตสลัมอย่างนี้อยู่”

    เมื่อ ถงเหยียน ได้ยินคำพูดนี้ บนหน้าของเธอก็เริ่มสลักคำว่าช่วยไม่ได้อยู่ “เขตสลัมแห่งนี้อยู่มานานแล้ว เท่าที่ฉันรู้ ในเมืองหลงไห่มีเขตสลัมที่เหมือนกับที่นี่อยู่อย่างน้อย 5 แห่ง.....ผู้นำหลายคนก่อนหน้านี้ รวมถึงผู้นำปัจจุบันอยากที่จะรื้อถอนเขตสลัม แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ยกเลิกความคิดนี้ไป”

    “อืม การเปลี่ยนแปลงเขตสลัมเป็๲ปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่และจัดการได้ยาก” เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น เขาไม่ได้ถามเพิ่มเติมต่อ เพราะมันจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

    รถวิ่งเข้าไปในช่องแคบ ลัดเลาะซ้ายขวา ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูของอาคาร 2 ชั้นที่ดูเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่ง

    แม้จะบอกว่ามันเป็๲อาคาร 2 ชั้น แค่ความจริงแล้วใช้ได้เพียงแค่ชั้นล่างชั้นเดียว ส่วนชั้นที่ 2 ไม่อาจจะอยู่อาศัยได้ และจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการรื้อถอนมัน......เหตุการณ์แบบนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเขตสลัม เพราะว่าต้องใช้เงินจำนวนมาก บ้านเกือบทุกหลังจึงอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมด!

    “ที่นี่คือบ้านของเธอเหรอ?”

    เซียวเฉิน เหลือบตาไปมอง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไม ถงเหยียน จึงให้ความสำคัญกับการได้บรรจุเป็๲พนักงานที่มีเงินเดือนสูง เป็๲เพราะว่าครอบครัวของเธอยากจนนี่เอง

    “ค่ะ” ถงเหยียน พยักหน้าตอบรับ “หัวหน้าเซียว ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”

    “อื้อ ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงพวกเราก็เป็๲เพื่อนร่วมงาน ก็ถือเป็๲เพื่อนกันอยู่แล้ว ใช่มั้ย?”

    เซียวเฉิน ยกยิ้มขึ้น สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดเ๹ื่๪๫เด็กหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ 2 คนที่อยู่ตรงป้ายรถเมล์ ในเมื่อเ๹ื่๪๫ผ่านไปแล้วก็ไม่จำเป็๞ต้องพูดอีก

    “ค่ะ” ถงเหยียน ยิ้มตอบรับ และถามขึ้นอย่างสุภาพว่า “เข้ามานั่งข้างในสักหน่อยไหมคะ?”

    เซียวเฉิน มองดูนาฬิกาข้อมือและเห็นว่ายังคงมีเวลาอีกมาก เขาจึงพยักหน้า “ได้สิ”

    “........”

    ถงเหยียน มองอย่างประหลาดใจ เธอแค่ถามไปตามมารยาท แต่ไม่คิดว่า เซียวเฉิน จะตอบรับคำเชิญจริงๆ!

    เมื่อตกลงไปแล้วก็ช่วยไม่ได้ เธอจึงไม่พูดอะไรอีก ทำได้เพียงแค่ลงจากรถ แล้วพา เซียวเฉิน เข้าไปข้างในบ้าน

    ในขณะที่เข้ามาในลานบ้าน ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังขึ้นมาจากในตัวบ้าน

    “คุณน้าอยู่บ้านด้วยเหรอ?”

    “หัวหน้าเซียว เชิญค่ะ” เซียวเฉิน พยักหน้า แล้วพูดต่อว่า “แม่ หนูกลับมาแล้ว”

    “อ้า ถงเหยียน เธอกลับมาแล้วเหรอ เผิงเฟย มารอเธออยู่นานแล้วนะ......” ฉับพลันปรากฎผู้หญิงวัยกลางคนที่อ้วนฉุคนหนึ่งลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ เมื่อเธอเห็น เซียวเฉิน ที่ตามหลัง ถงเหยียน เข้ามา ก็แสดงใบหน้าทะมึนตึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด “คุณเป็๲ใคร?”

    โดยไม่รอให้ ถงเหยียน เอ่ยปาก เซียวเฉิน ก็รีบกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้ม “คุณน้า สวัสดีครับ ผมเป็๞เพื่อนของ ถงเหยียน ครับ”

    เมื่อคุณนายถงได้ยิน เธอก็รีบสำรวจ เซียวเฉิน พลางคิดในใจ ดูไปแล้วรูปร่างก็ไม่เลว แต่เสื้อผ้ากลับยับยู่ยี่ ทั้งยังมามือเปล่าอีก ดูแล้วเหมือนกับเป็๲สัมภเวสีก็ไม่ปาน !

    “เพื่อน? เฮอะ เธออยากเป็๞เพื่อนกับถงเหยียนเหรอ?” คุณนายถง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก “พ่อหนุ่ม ฉันจะบอกอะไรเธอให้ ทางที่ดีรีบๆออกไปให้ห่างจาก ถงเหยียน และบ้านของฉันซะเถอะ!”

    ………….