นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 370 กัปตันอาลี

        ตอนที่ 370 กัปตันอาลี

         

         

        อาลีเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ กัปตันผู้นี้ไม่ได้แปลกใจที่ตนเพียงมาถึงได้ไม่กี่ชั่วโมงก็มีนักผจญภัยมาตามล่าตนแล้ว แต่เขาแปลกใจที่อีกฝ่ายเลือกจะเดินเข้ามาหาเรื่องกันตรง ๆ เช่นนี้

         

        “กัปตันอาลีแห่งกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคี ปล้นสะดมเรือสินค้ามากมายและจับคนที่ยอมจำนนเป็นทาส แม้จะมีคนมากมายพยายามร้องเรียนหากเรื่องกลับมิเคยคืบหน้า” หนึ่งในนักผจญภัยเผ่าใต้บาดาลเป็นผู้พูด

         

        “ไม่เพียงกระทำชั่วช้าสามานย์แหกพันธสัญญาปฐพีและวารี ยังฆ่าล้างสังหารเหล่าผู้ที่พยายามแจ้งเรื่อง เป็นผู้ที่แม้แต่ทีรานยังต้องปรายตามองอย่างเหยียดหยาม” นักผจญภัยเผ่าใต้บาดาลอีกคนหนึ่งพูดเสริมด้วยสีหน้าเย็นชา

         

        “หากเหล่าโจรสลัดนั้นไม่อาจทำตามพันธสัญญา ใช้ความสกปรกและช่องโหว่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เช่นนั้นพวกข้าก็จะเป็นผู้พิพากษาเจ้าเอง” นักผจญภัยเผ่าใต้บาดาลคนสุดท้ายเป็นผู้กล่าวปิด

         

        ทั่วทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบ โจรสลัดนับสิบคนจากกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีมองสามนักผจญภัยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ครู่ต่อมาเสียงหัวเราะก็ระเบิดออกมาจากเหล่าโจรสลัด

         

        “หากเหล่าโจรสลัดไม่อาจทำตามพันธสัญญา!!”

         

        “เช่นนั้นพวกข้าก็จะเป็นผู้พิพากษาเอง!!”

         

        โจรสลัดระดับนักสลักเอกสองคนส่งเสียงล้อเลียน 3นักผจญภัย เรียกเสียงหัวเราะเหยียดหยามของเหล่าโจรสลัดให้ดังลั่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะกัปตันอาลีที่กุมท้องของตนหัวเราะลั่นจนเหล้าบนโต๊ะหกเรี่ยราด

         

        ระดับพลังของนักผจญภัยทั้ง 3คนนั้นล้วนเป็นถึงระดับนักสลักโท พวกเขาเป็นนักผจญภัยระดับบุษราคัม แถมยังอยู่ในระดับสูงของระดับบุษราคัมเสียด้วย พวกเขาย่อมไม่เคยได้รับการเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อนในชีวิต

         

        พลังจิตวิญญาณระดับนักสลักโทของทั้งสามระเบิดออก แผ่คลื่นพลังจิตวิญญาณหนาแน่นที่ไม่ว่าคนใดก็ไม่ด้อยไปกว่าตาไกร ดวงตาของนักผจญภัยเผ่าใต้บาดาลทั้งสามแม้จะเต็มไปด้วยความโกรธหากก็ยังคงสงบนิ่ง

         

        ในกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคี มีเพียงกัปตันอาลีเท่านั้นที่เป็นนักสลักโท และอีก 6คนที่เป็นนักสลักเอก พลังรบของพวกเขาย่อมด้อยกว่า 3นักผจญภัยมาก แม้กระนั้นสายตากระหยิ่มยิ้มย่องของเหล่าโจรสลัดก็ยังคงอยู่

         

        อาลีลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า กางสองแขนพร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังลั่น “โง่กันรึเปล่าวะ! เดินเข้ามาสู้กันโต้ง ๆ แบบนี้ คิดว่าพวกแกเป็นอัศวินผู้ทรงเกียรติหรือไง!?”

         

        “หรือว่าข่าวลือเรื่องที่นายหน้าค้าทาสทั้งหลายในชุมเกาะนี้ตายกันไปหลายคนจะเป็นฝีมือพวกแก? คิดอะไรอยู่วะถึงหาเรื่องโจรสลัดบนท้องทะเล” กัปตันอาลีสะบัดมือชี้ตรงไปยังทั้งสาม

         

        พริบตาต่อมา เสียงระเบิดดังลั่นก็ดังออกมาจากท่าเรือที่อยู่ไม่ไกลออกไป เรือม้าอัคคีของกัปตันอาลีพลันระดมยิงปืนใหญ่มาทางร้านนี้อย่างแม่นยำ ระยะห่างกลับไม่ใช่ปัญหา สิ่งกีดขวางราวกับไม่มีอยู่ มันพุ่งตรงเข้าปะทะใส่ 3นักผจญภัยในเวลาเพียงช่วงหนึ่งลมหายใจ

         

        กระสุนปืนใหญ่เหล่านั้นเมื่อทะลวงเข้าสู่ร้าน พวกมันกลับไม่ได้ระเบิดออก พวกมันกลายสภาพไปเป็นหัวฉลามขนาดใหญ่ พุ่งติดตามเข้าหา 3นักผจญภัยที่กระโดดถอยตัวออกห่าง

         

        “ฮ่า!” หนึ่งในนักผจญภัยอัดพลังจิตวิญญาณของตนเข้าใส่ปลายเท้า ออกแรงเหวี่ยงเตะ สายน้ำพลันพุ่งออกจากหลังเท้า กลายเป็นแรงปะทุช่วยเพิ่มแรงเตะ ปลายเท้าเหวี่ยงเข้าฟาดกับหัวฉลามหนึ่งตัวที่ติดตามมาทางเขา สายน้ำที่ปลายเท้ามิได้หยุดเพียงแค่นั้น มันไหลตามการเคลื่อนไหวของปลายเท้า เกี่ยวรัดพันกันกลายเป็นตาข่ายที่ปะทะกับกระสุนหัวฉลามอีกสองลูกที่ตามหลังมา

         

        ช่วงเอวของเขาเรืองแสงวาบ เปลือกหอยพุ่งออกมาจากช่วงเอวของเขา มันกางปากหอยออก อ้างับกระสุนหัวฉลามอีกสามลูกจากทางด้านหลัง ตัวเปลือกหอยสั่นสะท้านอยู่ครู่เดียวมันก็ถุยกระสุนหัวฉลามเหล่านั้นกลับไปทางกัปตันอาลี

         

        เสียงสะเทือนเลือนลั่นดังขึ้นเมื่อกระสุนหัวฉลามนั้นถูกรับมืออย่างรวดเร็วด้วยนักผจญภัยเพียงคนเดียว นักผจญภัยเผ่าใต้บาดาลผู้นั้นขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความชาเหน็บที่ปลายเท้า

         

        เขายังไม่ทันจะโจมตีสวนกลับ กระสุนหัวฉลามอีกชุดหนึ่งก็วกกลับมาทางเขาราวกับมีชีวิต เมื่อเห็นว่าปืนใหญ่เหล่านั้นนำวิถี นักผจญภัยผู้นั้นจึงยกเลิกเพลงเตะทั้งหมดของตน เสริมพลังให้กับเปลือกหอยพร้อมทั้งงอกออกมาอีกสาม ทั้งสี่เปลือกหอยเข้างับกระสุนหัวฉลามทุกลูกอย่างแม่นยำ กักขังมันเอาไว้ภายใน ไม่ปล่อยออกไปอีก

         

        เพียงไม่นานแรงสั่นสะเทือนในเปลือกหอยก็สลายไป กระสุนเหล่านั้นกลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงนักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอย

         

        “ฝีมือเพียงแค่นี้กลับกล้าอวดโอ่ตนไปทั่วน่านน้ำ คนเช่นพวกเจ้าคือสาเหตุที่ทะเลแห่งซูอานั้นแปดเปื้อน!” นักผจญภัยเพียงคนเดียวก็สามารถรับมือกับการโจมตีของกัปตันอาลีได้อย่างอยู่หมัด ความมั่นใจของพวกเขาพลันเพิ่มขึ้นสูง

         

        นักผจญภัยทางด้านหลังคนหนึ่งโบกสะบัดคทาของตน สาหร่ายทะเลสีฟ้าอ่อนพลันเข้าห่อหุ้มร่างของนักผจญภัยคนแรก พลังรักษาแตะสัมผัสเติมพลังและรักษาบาดแผลของนักผจญภัยคนแรกอย่างเชี่ยวชาญ

         

        “แปดเปื้อน? ทะเลแห่งนี้มันแปดเปื้อนมาตั้งนานแล้วโว้ย พันธสัญญาจอมปลอมนั่นมันมีไว้ก็เพื่อรักษาหน้าของพวกขุมกำลังใหญ่โง่ ๆ บนบกเท่านั้นล่ะ!” แม้การโจมตีชุดแรกของกัปตันอาลีจะถูกปัดป้องแต่เขากลับไม่ยี่หระแต่อย่างใด

         

        “คิดหรือไงวะว่าทั้งสองท่านจะจริงจังกับพันธสัญญาแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สะเทือนทั่วน่านน้ำ แค่ปิดเรื่องมันไม่ใช่เรื่องยากหรอกโว้ย”

         

        “มีแต่พวกโง่แบบพวกแกเท่านั้นล่ะที่คิดว่าโจรสลัดทั้งหลายจะกระดิกหางทำตามพันธสัญญาต้อย ๆ” วาจาถากถางของกัปตันอาลีมาพร้อมกับการระดมยิงอีกชุดใหญ่ กระสุนหัวฉลามนับสิบลูกถูกระดมยิงมาจากทางเรืออีกครั้ง

         

        นักผจญภัยเผ่าใต้บาดาลคนนั้นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ในฐานะเผ่าพันธุ์ผู้พึ่งพิงสายน้ำ พันธสัญญานั่นคือทางเชื่อมระหว่างวารีและปฐพี เป็นสิ่งที่พวกเขายึดมั่น แม้ว่าผู้ที่ทำพันธสัญญานั้นจะมิมีผู้ใดทำไปเพื่อพวกเขาหรือเห็นแก่พวกเขาเลยก็ตาม

         

        สายน้ำก่อกำเนิดจากหลังเท้าอีกครั้ง แรงส่งในครั้งนี้มากยิ่งกว่าครั้งใด ๆ พาร่างของนักผจญภัยผู้นั้นเหินขึ้นสู่ฟ้า เขาหมุนตัวกลางอากาศราวกับโลมาที่กระโดดเหนือน้ำ เปลือกหอยทั้งสี่อ้าหุบเข้างับกระสุนหัวฉลามเหล่านั้นอีกครั้ง

         

        ในครั้งนี้สหายของนักผจญภัยไม่ได้ยืนทื่อด้านมองดูเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป นักผจญภัยอีกคนหนึ่งที่ใช้ดาบเป็นอาวุธพุ่งเข้าหากัปตันอาลีโดยไม่สนใจโจรสลัดคนอื่นแม้แต่น้อย

         

        โจรสลัดระดับนักสลักเอก 4คนพุ่งเข้าหานักผจญภัยผู้นั้น พลังหลากหลายสะพัดอยู่ทั่วร่าง หากนักผจญภัยผู้นั้นก็ใช้ดาบของตนที่งอกเงยออกไปหลากทิศทางคล้ายกับปะการังปัดป้องพลังทุกสายอย่างง่ายดาย

         

        การปัดป้องเพียงครั้งเดียวก็มากเกินพอเมื่อสาหร่ายทะเลสีฟ้าอ่อนคืบคลานเข้ามาพื้นที่ต่อสู้ พวกมันพุ่งเข้ารัดพันโจรสลัดระดับนักสลักเอกทั้ง 4 พลังรักษาแสนอ่อนโยนกลับกลายเป็นกระแสไฟฟ้า แล่นผ่านร่างของพวกโจรสลัดจนหลายคนในนั้นตาเหลือกด้วยความเจ็บปวด

         

        โจรสลัดระดับผู้เรียนรู้อีกหลายคนถูกสาหร่ายทะเลสีฟ้าอ่อนเหล่านั้นรัดพันโดยไม่รู้สึกตัว เพียงชั่วพริบตาก็สลบเหมือดไปเพราะกระแสไฟฟ้า ความต่างชั้นของระดับฉายชัดในตอนนี้ ผู้เรียนรู้นับสิบและนักสลักเอกอีกสี่คนไม่อาจต้านทานสองนักสลักโทได้แม้แต่น้อย

         

        ดาบปะการังทั้งสองตวัดเข้าใส่ลำคอของกัปตันอาลี กัปตันอาลีชักดาบทรงโค้งของตนออกมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว ปลายดาบปะการังที่กำลังจะแตะสัมผัสกับดาบโค้งกลับเกิดความผิดปกติ ปะการังเหล่านั้นงอกขยายไหลยาวออกไปราวกับปะการังที่มีชีวิต

         

        หนึ่งในปลายปะการังคดเลี้ยวผ่านดาบโค้ง สะบัดเข้าเฉือนแก้มของกัปตันอาลี หากเขาไม่สะบัดคอหลบในจังหวะสุดท้ายลำคอของเขาคงจะหลุดจากบ่าไปแล้ว

         

        ดาบโค้งของกัปตันอาลีสะบัดอีกครั้ง หวังใช้รูปทรงคดเคี้ยวของปะการังเป็นเครื่องมือพันธนาการดาบไว้เพื่อปลอดอาวุธ หากเมื่อสำเร็จหน้าที่ของมัน ปะการังที่ปลายดาบเหล่านั้นก็เหี่ยวเฉาลง มันตกลงสู่พื้น แตะสัมผัสกับเลือดของกัปตันอาลีที่หยดลง

         

        ปะการังเหล่านั้นเติบโตขึ้นอีกครั้งในสภาพสีแดงดั่งโลหิตจากพื้นไม้ มันกลายเป็นต้นปะการังที่แหลมคมราวกับดาบชั้นดี ตวัดตัดปลายแขนเสื้อของกัปตันอาลีไปอย่างน่าหวาดเสียว

         

        “ยอมรับความตายเสียกัปตันอาลี เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปได้แล้ว” นักผจญภัยถือดาบพูดอย่างผู้มีชัย ศึกนี้เขามีเปรียบในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นคำแห่งพลังหรือกำลังรบ สหายทั้งสองของเขาอีกเพียงไม่นานก็สมควรจัดการโจรสลัดที่เหลือจนสิ้น

         

        กัปตันอาลีกลับไม่มีท่าทีของคนที่กำลังจะพ่ายแพ้เลยแม้แต่น้อย เขาเพียงสั่งระดมยิงปืนใหญ่จากเรือม้าอัคคีที่ท่าเรือของเขาอย่างต่อเนื่อง คราวนี้กระสุนหัวฉลามถูกระดมยิงมาทางนักผจญภัยดาบปะการังนับสิบลูก

         

        นักผจญภัยกระโดดใช้เปลือกหอยของตนงับกระสุนหัวฉลามอย่างเชี่ยวชาญ ในจังหวะเดียวกันนั้นเองที่นักดาบปะการังพุ่งสวนเข้าใส่ ดาบโค้งของกัปตันอาลีถูกสาหร่ายทะเลสีฟ้าอ่อนที่แทรกซึมมาอย่างแนบเนียนรัดพันไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อน

         

        กัปตันอาลีฉีกยิ้มร่า พลังจิตวิญญาณระเบิดออกจากบริเวณแก้มก้น ทั่วทั้งร่างของเขากลายเป็นหินที่เต็มไปด้วยเพรียงทะเลและซากกระดูก

         

        สายฟ้าที่แล่นผ่านสาหร่ายถูกหยุดยั้งไว้ด้วยร่างของกัปตันอาลีที่กลายเป็นหิน แม้กระนั้นเวลาที่กัปตันอาลีชะงักนั้นก็มากพอให้นักดาบปะการังประชิดตัว ชั่วขณะที่ดาบตวัดฟันออก ร่างของนักดาบปะการังพลันหยุดนิ่งไป

         

        สมอขนาดใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้า เข้าทับเงาของนักผจญภัยดาบปะการังอย่างแม่นยำ เขารู้สึกราวกับทั้งร่างกายถูกรัดพันด้วยโซ่เหล็กหนาหนัก ไม่ว่าจะส่วนใดก็หนักอึ้งไปทั้งหมด

         

        “โอ้ นิ่งได้แล้วนี่” กัปตันอาลีหัวเราะเย้ยหยัน พลันจี้นิ้วมาทางนักดาบปะการัง เสียงของปืนใหญ่ดังก้องจากที่ไกลแสนไกลพร้อมกับเสียงแหวกลม หลังคาที่เป็นรูเผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบที่แหวกเข้ามา

         

        “ฮอรัส!” นักผจญภัยผู้ถือคทาตะโกนลั่น สาหร่ายทะเลจับร่างของนักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยเป็นกระสุน โยนเขาไปข้างหน้า หวังใช้เปลือกหอยนั้นป้องกันกระสุนหัวฉลามดังที่ผ่านมา

         

        ก่อนที่เปลือกหอยนั้นจะเข้างับ กระสุนปืนใหญ่เหล่านั้นกลับไม่ได้แปรรูปเป็นฉลาม แต่กลายร่างเป็นปลาฉนากตัวยาว เปลือกหอยแกร่งที่อาศัยการงับเพื่อลดแรงปะทะพลันถูกเจาะทะลุอย่างง่ายดาย

         

        ปลาฉนากเหล่านั้นไม่เพียงเจาะทะลุเปลือกหอย แต่ยังพุ่งเข้าทะลวงร่างของนักผจญภัยผู้นั้น เลือดมหาศาลไหลทะลักออกจากรูทั้ง 4 บนร่าง มองผ่านรูนั้นไปคือสายตาสิ้นหวังของนักผจญภัยผู้ใช้สาหร่ายทะเล

         

        ดาบปะการังยืดขยายออกอีกครั้ง ขยายตัวกลายเป็นกรงที่ปกปักเขาไว้ภายในกระสุนหัวฉลามอีกหลายลูกที่ยิงตามมาพุ่งเข้าปะทะกัดแทะปะการังและสาหร่ายทะเล กระแสไฟฟ้าแล่นออกอีกครั้งแต่ในครั้งนี้กัปตันอาลีกลับใช้ร่างหินของตนเองเข้ากระชากสาหร่ายทะเลออกจากกรงปะการัง

         

        เมื่อกรงปะการังพังทลาย ภายในจึงเหลือเพียงนักผจญภัยผู้ตัวเปล่าเล่าเปลือย แม้จนตอนนี้เขาก็ยังไม่อาจขยับตัวได้ ภายในนัยน์ตาของเขาฉายชัดถึงความหวาดกลัว

         

        กัปตันอาลีย่อมไม่เสียเวลาอีก เขาเดินนวยนาดเข้าไปสะบัดดาบออกหมายฟันคอ

         

        “บอกแล้วไง บุกเข้ามาตรง ๆ แบบนี้ โง่รึเปล่า” อาลีหัวเราะลั่นพลางสั่งยิงปืนใหญ่จากแสนไกลอีกครั้ง

         

         


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน