【Perfect Life】

    70 – นับจากนี้และตลอดไป

    70 – นับจากนี้และตลอดไป

             

            ฤดูกาลหมุนเวียนผันเปลี่ยนไปตามเวลา พริสทีนออกจากการเป็นนักผจญภัยของกิลด์เมืองอควอเทียเช่นเดียวกับเดฟไกส์สร้างความตื่นตระหนกให้ใครหลายคนสำคัญยิ่งกว่าออกจากกิลด์คือหายตัวไปโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นอีก นอกจากคนในหมู๋บ้านเคตลินน์กับเหล่าแขกที่มาร่วมงานแต่งเมื่อหลายปีก่อน

             “ฮึด~”

            พริสทีนวัยยี่สิบกว่าปีในชุดเดรสสีขาวอมฟ้ายาวลากพื้นทับด้วยคอร์เซ็ตสีดำปลอกคอผ้าลูกไม้และสร้อยคอเส้นเดิมที่ใส่มาตั้งแต่เล็กปลอกแขนสีทองติดระบายและผ้าโปร่ง เจ้าชุดเดรสนี่ก็ทำจากขนของคุณสามีอีกเช่นกัน

            หญิงสาวบิดร่างไปมาด้วยความเมื่อยหลังจากการเขียนงานเธอหันไปมองนอกหน้าต่างเห็นเด็กเล็กเด็กน้อยวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานประชากรในเมืองลับแลยังคงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขพอคนข้างนอกเห็นเธอก็จะโบกมือให้พวกเขาพลางยกยิ้มบางเบา

            “องค์ราชินีเพคะ ถึงเวลาน้ำชาแล้วค่ะ”

            “จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะจ้ะ” เธอตอบดรายแอดสาวคนนั้น

            ลุกขึ้นเดินไปตามเส้นทางจนถึงระเบียงกว้างพบกับเพื่อนสาวคนอื่นๆนั่งรอกันอยู่เด็กชายเด็กสาวตัวน้อยวิ่งมารุมล้อมเธอจนอดยิ้มและก้มลงไปหอมแก้มหอมหัวเด็กๆไม่ได้

            ตอนนี้เธออยู่เมืองลับแลอย่างถาวรบ้านเดิมยกให้ราชันย์มังกรแห่งนภาลูเจ อันเนื่องจากเบื่ออยู่อาณาจักรแห่งท้องฟ้าจึงทำการมอบหมายตำแหน่งเผ่าวิหคที่สนิทสนมรู้จักกันมาอย่างยาวนั้นกระนั้นเผ่าวิหคตนนั้นก็มาหาร้องไห้ปรึกษาอยู่บ่อยๆจนกลายเป็นแขกประจำของหมู่บ้าน

            “เดี๋ยวเถอะ วิ่งแบบนั้นเดี๋ยวก็ล้มกันพอดี” เบียทริซดุลูกของตน

            “ขออภัยขอรับ/เพคะเสด็จแม่”

            อาณาจักรคอร์ดูลายังคงสงบสุขเมืองหลวงทิทาเนียเองก็มีข่าวคราวไม่ขาดสาย องค์ราชินีเบียทริซให้กำเนิดบุตรสาวหลังจากคลอดบุตรชายไปเมื่อต้นปีก่อน มีองค์ชายองค์หญิงทั้งหมดห้าพระองค์บุตรชายสาม บุตรสาวรวมคนล่าสุดสองกระนั้นความรักของฝ่าบาทกับราชินีก็ไม่ได้น้อยลงเลยแม้แต่น้อยมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

            เมื่อมีเวลาองค์ราชินีเบียทริซจะพาบุตรมาเยี่ยมเยียนเธอเสมอโดยผู้พามาคือเทียร่า เพื่อนคนอื่นเองก็ไม่น้อยหน้าพาบุตรมาเยี่ยมเยียนเช่นกัน

            “คิก... ลูกพวกเราติดพริสทีนจริงๆนั่นแหล่ะค่ะ”

            สเตลล่าขึ้นเป็นราชินีของเหล่าเอลฟ์หลังแต่งงานกับลูเธียนยามนี้มีบุตรสาวหนึ่ง บุตรชายหนึ่ง ทั้งคู่ปกครองอาณาจักรเอลฟ์ช่วยเหลือพวกเอลฟ์จากพวกพ่อค้าทาสทั้งหลายแหล่ที่ชวนให้หงุดหงิดจนต้องมาระบายกับเธอแทบตลอดอาณาจักรเอลฟ์สงบสุขแล้วก็จริงแต่ภัยร้ายก็ใช่ว่าจะหายไปทั้งหมด

            ล่าสุดพริสทีนเดินทางไปกางเขตแดนป้องกันภัยร้ายหากมีคนบุกเข้ามาจะถูกจับตัวจัดการในทันที ถือว่าโล่งใจไปเปราะหนึ่ง

            อดีตผู้นำดาร์คเอลฟ์ดาร์ชกับอดีตผู้นำไลท์เอลฟ์เอลรอนด์ก็ดูเหมือนจะอยู่ด้วยกันเริ่มทะเลาะน้อยลง

            เพราะเอาเวลาไปเล่นกับหลานซะมากกว่า...

            และหากกล่าวถึงเจ้าหนุ่มดาร์คเอลฟ์ที่พยายามตามขายขนมจีบลีลีน่าเอลฟ์สาวคนสนิทของสเตลล่า ในที่สุดความพยายามก็สำฤทธิ์ผลได้แต่งงานกันไปเมื่อเดือนก่อน

            ส่วนจิน เอลฟ์หนุ่มคนสนิทของสเตลล่า....คบหากับมิโกะแมวขาวตัวน้อย โอลีเซียน้องสาวของฟีเรยังไม่แต่งงาน

            “ลูกๆทอดทิ้งแม่... แม่เสียใจ...”มาริอาแกล้งตีหน้าเศร้าจนลูกของตนรีบวิ่งมาโอ๋ มาอ้อนกันยกใหญ่

            ทางฝั่งอาณาจักรแอตแลนติสเองก็ยังคงสงบสุขเช่นกัน ไลรอนขึ้นรับตำแหน่งราชาไทรทันเคียงคู่กับราชินีมาริอามีบุตรชายหนึ่งและกำลังตั้งครรภ์อีกคน จากการตรวจเหมือนจะเป็นบุตรสาว อีกทั้งราชันย์มังกรวารีมาเอลน้องชายคนเล็กคบหากับผู้รับใช้คนสนิทของเขา

            ตอนมาเอลบอกเธอเรื่องนี้น้องชายทั้งสามทำการลากผู้ต้องหา(?)มาไต่สวนในห้องใต้ดินที่บ้านเก่าพริสทีน

            กว่าจะผ่านด่านได้คบกันอย่างเปิดเผยก็เมื่อเดือนก่อน

            ลาพิสยังคงอยู่ที่หมู่บ้านเคตลินน์ ขายของอยู่ที่เดิมได้ข่าวมาจากโอลีเซียว่ามีหนุ่มนักผจญภัยตามขายขนมจีบอยู่เล่นเอาไลรอนจะโยนงานทิ้งกลับหมู่บ้านไปปกป้องน้องสาว

            “แกล้งลูก...อีกแล้วนะ...” ชิอินะส่ายหัวเล็กน้อย

            ทางด้านฟีเรกับชิอินะหลังแต่งงานทั้งคู่เลือกที่จะปักหลักอยู่เมืองหลวง แน่นอนว่าชิอินะย่อมต้องเปิดร้านขายเสื้อผ้าฟีเรยังคงเป็นนักผจญภัย ปฏิเสธตำแหน่งแม่ทัพหรือองครักษ์หลวงเนื่องด้วยเหตุผลง่ายๆ

            ‘อยู่ในกองทัพมันเสียเวลาต้องทำโน่นนี่เป็นนักผจญภัยเรื่อยเปื่อยดีกว่า กลับมากกเมียสบายใจกว่าเยอะ’

            อืม เป็นเหตุผลที่ดี....

            ราชันย์มังกรแห่งความมืดเคออสกับวาเนสซ่ามีบุตรคนเดียวเป็นบุตรชายลูกครึ่งมังกรกับปีศาจพลังความมืดมากล้นจนน่าหวาดหวั่นทำให้พริสทีนต้องคอยปรับพลังในร่างทุกเดือนทว่าช่วงหลังๆเหมือนไม่มีปัญหาเท่าไหร่ เว้นระยะเป็นห้าเดือนถึงค่อยพามารักษาได้

            “ฮิๆๆๆ ถ้าไม่ได้แกล้งเด็กๆ มันรู้สึกแปลกๆจริงมั้ยคะ”อายาโกะหัวเราะชอบใจพลางลูบท้องตนไปมา

            ทามาโมะ โนะ มาเอะกับอายาโกะเองตอนนี้ก็มีบุตรชายไปแล้วสองคนในท้องตอนก็มีอีกหนึ่ง อายุครรภ์ตอนนี้ เจ็ดเดือนแล้ว

            “ก็นะ มันก็จริงแหล่ะ” พริสทีนหัวเราะ ก่อนเดินมานั่งที่ว่างของตน

            ดวงตาสีแดงจับจ้องเพื่อนสาว(+ชาย)คนสนิทที่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานทุกต่างล้วนมีเส้นทางเป็นของตนเองนั่นเป็นสิ่งที่ดี... ดีมากจริงๆ...

            ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่เพียงเรื่องเดียว...

            หญิงสาวผมสีเงินอดยกมือลูบบริเวณหน้าท้องของตนเอง

            ผ่านมาหลายปีแล้วก็จริง....

            แต่เธอก็ยังไม่มีบุตร...

            การกระทำนั้นทำให้เพื่อนๆมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนขอให้ดรายแอดคนอื่นๆพาบุตรของตนไปเที่ยวเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน

            “พริสทีน เดือนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?” ราชินีเอลฟ์เอ่ยถาม

            เธอส่ายหน้า “เหมือนจะ...ไม่ได้น่ะ”

            “ท่านเดฟไกส์ไม่ได้ทำการบ้านเลยเหรอ...?”

            “!!! ท ทำสิ แต่แบบว่า...”

            ถึงอายุเข้าเลขสองแล้วก็ยังคงเขินอายกับคำถามของชิอินะ การบ้านบนเตียงอะไรนั่นเรียกได้ว่าพยายามมากเลยดีกว่าเรียกได้ว่า พยายามมานาน... นานจนทำเอาเธอที่ตื่นเช้าตลอดต้องไปตื่นตอนเที่ยงแทน!!

            แถมช่วงนี้เดฟไกส์ก็ยุ่งวุ่นวายกับพวกนักล่าไลแคนต่างแดนที่พ่อตนส่งข้อความมาปรึกษาบวกกับกองงาน พอมีเวลาพักก็มาเติมพลังด้วยการนอน

            .....

            นอนกับเธอในแง่นั้นนี่แหล่ะ!!!

            “อิรินาบอกว่าร่างกายของพริสทีนยังไงต้นแบบก็เป็นโฮมุนครุสเลยทำให้มีบุตรยากในช่วงแรกด้วย” อายาโกะถอนหายใจ “ยาที่อิรินาทำมาทานหมดรึยัง?”

            “อื้อ ใกล้จะหมดแล้ว ยาอื่นๆที่ทำเองก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไหร่”

            จริงๆก็ช่วย ช่วยให้เหนื่อยและตื่นอีกทีก็บ่าย...

            “นับวัน...?” มาริอาลองเสนอ

            “นับแล้วล่ะ แต่ก็ยังไม่รอดเลย...”

            ห้าสาวหนึ่งหนุ่มถอนหายใจ สุดท้ายพริสทีนเลือกเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นแทนสนทนาตามประสาแม่บ้าน ราชามีงานของราชา ราชินีก็มีงานของราชินีเองเช่นกันปรึกษาหารือช่วยสามีบ้างก็แลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องการปกครองจนถึงยามเย็นทุกคนจึงแยกย้าย

            เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ที่พริสทีนกับอิรินาช่วยประดิษฐ์มีประโยชน์ไม่ใช่น้อยโดยเฉพาะเวท [เกท] ที่ทำเป็นที่ห้อยเอวแร่เงินแกะสลักเป็นรูปประตูมีตราสัญลักษณ์เฉพาะรูปเทพธิดากับไลแคนมีเพียงแค่สหายคนสนิทพริสทีนที่มี และส่วนใหญ่ก็เป็นเหล่าราชาราชินีนี่แหล่ะที่มี

            ทว่ามันก็มีกฎการใช้ของมัน ใช้ได้แค่สามวันต่อหนึ่งครั้ง และใช้ได้เพียงไป-กลับสถานที่เดียว

            หลังสมาคมแม่บ้าน(?)แยกย้ายกันกลับ พริสทีนก็กลับมาห้องนั่งลงบนเตียงนอนลูบหน้าท้องตนเบาๆ

            จะมีหวังไหมนะ...

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีนมีข้อความจากพระเจ้าส่งมาค่ะ

            “หืม? ข้อความอะไรเหรอ?”

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ‘ใกล้แล้ว’ ค่ะ

            ....

            หมายความว่ายังไง??

             

            ........

             

            ยิ่งนานวันพริสทีนเริ่มแสดงอาการผิดปกติ เริ่มนอนไม่หลับหากเดฟไกส์ไม่มานอนด้วยชอบกลิ่นชอบซุกชอบอยู่ข้างๆไลแคนหนุ่ม ถึงขั้นที่ว่าเวลาเขามาทำงานต้องอุ้มพริสทีนมานั่งข้างกาย

            โดยภาพที่คนอื่นเห็นในช่วงนี้คือราชันย์ไลแคนนั่งโดยมีองค์ราชินีนั่งบนตักกอดคอ ซุกไซร้ซบบ่าดมกลิ่นอยู่อย่างนั้น...

            นอกจากอาการประหลาดนี่ยังมีอาการวิงเวียน อยากทานของดิบ ดิบแบบเนื้อดิบๆ ไม่ก็ดอกไม้ทั้งดอก พอขัดนิดหน่อยก็ร้องไห้ไม่หยุดเล่นเอาคุณสามีกระวนกระวายและเครียดไม่น้อยเรียกหมอมาตรวจร่างกายภรรยาไม่สนใจว่าจะงอแงแค่ไหนทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าสักรอบแล้วค่อยไปขอขมาทีหลัง

            ผลลัพท์ที่ได้...ช่างน่าดีใจ

            ราชันย์ไลแคนสีครามไม่เคยร่ำไห้สักครั้งจนบัดนี้...โอบกอดราชินีของตนอย่างทะนุถนอมพร่ำบอกขอบคุณไม่ขาดปาก พริสทีนคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา

            เธอเข้าใจที่พระเจ้าบอกผ่านไนกีเสียที...

            ที่สำคัญ... ไม่ได้มาหนึ่ง

            แต่มาถึงสอง!!!

             

            .......

             

            “มานั่งตรงนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”

            ผู้เป็นสามีเอ็ดเล็กน้อย เมื่อเข้าห้องมาไม่เจอภรรยา แต่พอออกมานอกระเบียงกลับเห็นภรรยานอนพิงอยู่บนเก้าอี้เอนนอนบุหมอนนุ่มแถมยังใช้เจ้าเครื่องพิมพ์ดีดนี่พิมพ์อะไรบางอย่างอยู่บางอย่างที่เขาเดาว่าต้องเป็น ‘นิทานเรื่องนั้น’ อีกเป็นแน่

            “ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซะหน่อย”

            กล่าวพร้อมเลื่อนโต๊ะไม้ที่มีเครื่องพิมพ์ดีดออกไปเดฟไกส์หน้ามุ่ยเล็กน้อยขยับเข้ามานั่งคุกเข่าข้างกายภรรยาก้มลงไปจุ๊บหน้าท้องหล่อนที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยทำแบบนี้ทุกวันพริสทีนก็ยังไม่ชินอยู่ดี

            “อีกเจ็ดเดือนเจอกัน...” เขาพูดเสียงเบา หวังให้เด็กน้อยในท้องได้ยิน

            พริสทีนยกมือป้องปากขำเล็กน้อย “ดูก็รู้เลยว่าหลังคลอดนายต้องเห่อลูกมากแน่ๆ”

            “แน่ล่ะ กว่าจะมาข้าพยายามแทบตาย”

            “....ใครจะตายกันแน่” บ่นอุบอิบ

            เดฟไกส์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นลองพิสูจน์ดีหรือไม่ว่าใครจะตายก่อน”

            “หยุดเลย! สามเดือนเป็นช่วงเสี่ยง! ห้าม! หยุดเดี๋ยวนี้ หยุดทันที!”

            “ใจเย็น ข้าล้อเล่นเฉยๆ เรื่องนี้ข้าศึกษามาแล้วน่า” ขำเล็กๆก่อนนิ่งเงียบไปสักพัก “พริสทีน...”

            “หืม?”

            “ขอบคุณนะ...”

            “อีกแล้วนะ” หัวเราะเสียงเบา

            “จะพูดแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าเจ้าจะคลอดเลยล่ะ ขอบคุณจริงๆข้ามีความสุขจนจะตายแล้วเนี่ย”

            “เกินไปละเดฟ หยุดเลย ถ้ายังพูดขอบคุณอีก คราวหน้าฉันจะงอนจริงด้วยนะจะบอกให้!”

            “ครับๆ ไม่พูดแล้ว” เขาขยับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ข้างภรรยา“จะว่าไปที่พิมพ์นั่นเสร็จรึยัง? ข้าเห็นเจ้าพิมพ์มาตั้งหลายเดือนแล้วนะนิทานเรื่องนี้น่ะ”

            ชายหนุ่มว่าพลางนึกถึงนิทานของพริสทีนที่ได้อ่านเมื่อนานมาแล้ว

            นิทานนั่น... เขียนมาจากเรื่องจริงของพวกเขา

             

    ...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

    มีครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งที่มีเพียงมารดากับบุตรสาวตัวน้อย

    บุตรสาวนั้นใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าหญิง ทว่าความฝันนั้นกลับไม่เป็นจริง...

    เพราะเวลาแปรเปลี่ยนให้เธอต้องทอดทิ้งความฝันนั้นไป

    เด็กสาวเติบโตเป็นหญิงสาวและจากลาโลกนี้ไปด้วยใจเศร้าหมอง

    ชีวิตของเธอ...ช่างเต็มไปด้วยความทุกข์ตรม...

    ...เฝ้าฝันอยากได้ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นและไม่พบกับความเจ็บปวดอีกครั้ง...

    ...ครอบครัวอันแสนอบอุ่น ไร้หนี้สินแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...

    ...ทว่า...

    ...พระเจ้ากลับมอบชีวิตใหม่ให้เธออีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยความฝัน...

    เธอได้พบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย มีสหายรู้ใจมีน้องๆที่น่ารัก

    แม้ต้องจากลากัน สุดท้ายก็ได้พบเจอกันอีกครั้งพร้อมเพื่อนใหม่

    ...สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด...

    ...เธอได้พบคู่ชีวิต...

    อยู่เคียงข้างกันนับแต่เยาว์วัย เผชิญอันตรายเคียงข้างกันไม่เคยทอดทิ้งกัน

    ...หลังเหตุการณ์เลวร้ายที่ต้องเผชิญนั้นจบลงทั้งสองตกลงแต่งงาน...

    ...ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขนับแต่นั้นเป็นต้นมา...

     

            “นิทานจากเรื่องจริงพวกเราชัดๆ”

            “ก็นะ” พริสทีนหันไปมองเจ้าเครื่องพิมพ์นั่น ยกยิ้มบางขยับตัวเอนหัวซบบ่าสามีของตน “เดฟ เดฟว่าชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดคืออะไร?”

            “ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ? อืม.... ไม่รู้สิ แต่ถ้าสำหรับข้าแล้วการที่ข้ามีเจ้า... แค่นี้ชีวิตข้าก็สมบูรณ์แบบมากพอแล้ว” ยกยิ้มบางก้มลงไปจูบหน้าผากของภรรยาตนจนได้รับเสียงหัวเราะกลับมาเล็กน้อย

            “ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ทั้งในอดีต และตอนนี้เลย”

            “แล้วของเจ้ามันสมบูรณ์มากหรือไม่”

            “อืม สมบูรณ์มากเลยล่ะ...”

             

    ...ในอดีตครอบครัวอันแสนอบอุ่นทดแทนในอดีตที่เธอนั้นไม่มีบิดา...

    ...อีกทั้งมารดาด่วนจากไปเร็ว...

     

    ...ยามนี้ลูกในท้อง เธอกับสามีจะขอมอบความรักให้อย่างเต็มเปี่ยม...

     

    ...ในอดีตเธอมีหนี้สินมากมายไม่อาจชดใช้ได้จนตัวตาย...

     

    ...ยามนี้เธอไร้หนี้สิน หาเงินได้สบายไม่โดนหลอกลวงและยังคงมีชีวิต...

     

    ...แม้อยากจะทดแทนบุญคุณบุพการีทว่ามิอาจทำได้...

    ...เธอจึงขอดูแลเหล่าน้องชายและผู้มีบุญคุณกับเธอทุกคน...

     

    ...อนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน...

    ...บางทีอาจพบกับความทุกข์บางทีอาจจะพบกับความสุข...

     

    ...บางทีเรื่องเลวร้ายที่เคยหายไปอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ...

     

    ...ถึงอย่างนั้น...ในชีวิตใหม่นี้ก็ขอใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำไหว...

     

    ...ไม่สิ...

     

    ...จะใช้ชีวิตนี้ให้คุ้มค่าจนตราบสิ้นสุดอายุขัย...

     

    ...เพราะสิ่งนี้คือ... [ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ]ของฉัน...

     

     

     

    – E N D –

             

             

             

    +++++++++++++++++++++++++

    จบแล้วววววววววววว

    จบแล้วค่าาาาาาาาา ในที่สุดก็จบแล้วววววววววว

    ขอขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้นะคะ~

    ฮืออออ ขอบคุณทุกบาททุกสตางค์ที่กดซื้อนิยายเรา

    เราจะนำเงินนั้นมารักษาตัวเองในตอนนี้ แงผื่นคันนี่มันทรมานนนนน!!!

    ตอนพิเศษเหรอคะ มีดีมั้ย อยากให้มีป่าวววว~


    ปล. ยังแอบคิดอยู่ ทำ MEB ดีมั้ยหว่า...แต่ดูแล้วไม่น่ารอด