พนักงานออฟฟิศอย่างเจียงลี่หยูเป็สตรีวัยยี่สิบเจ็ดปีผู้มีใบหน้าจืดชืดราวกับน้ำล้างกระทะที่หาได้ถมเถทั่วไปบนโลกใบนี้
เงาร่างพนักงานที่สวมชุดสูทแบบผู้หญิงนั้นกำลังย่ำเท้าไปตามถนนขรุขระเป็หลุมเป็บ่อราวกับผิวมะระขี้นกต้มเปื่อย
แสงไฟริมทางสลัวรางส่องให้เห็นฝุ่นผงจากงานก่อสร้างถนนที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
วันนี้พนักงานกินเงินเดือนผู้น่าสมเพชจำต้องพึ่งพาสองขาของตนเองแทนรถประจำทางสายสุดท้าย
ส่วนสาเหตุนั้นก็ง่ายดายอย่างยิ่งเพราะเธอเพิ่งถูกเ้านายสั่งให้อยู่ทำงานล่วงเวลาเพื่อแลกกับเศษเงินหยวนจำนวนน้อยนิดที่พอซื้อข้าวกล่องได้จำนวนสองกล่อง
สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือทรงสี่เหลี่ยมั์ตาหลุกหลิกจ้องมองภาพบนจอนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ
แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นใบหน้าอิดโรยราวกับคนอดนอนมาเป็อาทิตย์ส่วนภาพบนจอก็กำลังฉายซีรีส์เื่ ‘สตรีทะลุมิติไปเป็พระชายาท่านอ๋อง’เหมือนนิทานหลอกเด็กชวนฝัน
"ถ้าฉันได้ทะลุมิติไปเป็คุณหนูจวนอ๋องบ้างก็คงดีสิอย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเดินสูดฝุ่นถนนที่สร้างยังไม่เสร็จแบบนี้"
หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองขณะที่นิ้วโป้งเลื่อนหน้าจออย่างเพลิดเพลิน
ทว่า์หรืออาจจะเป็วิศวกรคุมงานก่อสร้าง หรืออาจจะเป็อะไรก็แล้วแต่กลับไม่เห็นใจความเหนื่อยล้าของเธอเลยสักนิด
สองเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยกำลังก้าวเหยียบลงไปบนความว่างเปล่าแทบจะพอดิบพอดี
ฝาท่อระบายน้ำที่ถูกเปิดอ้าทิ้งไว้เพื่อซ่อมแซมมันกำลังอ้าปากกว้างรอต้อนรับเธอประหนึ่งหลุมพรางดักหมูป่า
ผลุบ!
ร่างของสตรีวัยยี่สิบเจ็ดปีร่วงหล่นไปในความมืดมิดพร้อมกับโทรศัพท์มือถือและถึงแม้จะตกท่อสายตาของหญิงสาวหน้าโหลก็ยังคงจับจ้องไปที่ซีรีส์เื่โปรดบนหน้าจอโทรศัพท์ไม่กะพริบ
จนในที่สุดกลิ่นเหม็นเน่าของน้ำคลำก็ประดังประเดเข้ามาปะทะรูจมูกประสาทััเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติทีละนิด
ั์ตายังคงเบิกโพลงจับจ้องภาพของซีรีส์เื่โปรดที่กำลังจะถึงฉากจบอยู่รอมร่อ
วิ้ง!
แล้วเสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นสอดแทรกในโสตประสาทของพนักงานสาว
เจียงลี่หยูกะพริบตาถี่ๆมองไปรอบด้าน ก่อนที่แสงแดดอุ่นๆ จะแยงตาจนต้องหรี่ลง
ทว่าเปลือกตาของเธอกลับรู้สึกแปลกประหลาดมันขยับขึ้นลงด้วยจังหวะที่ไม่คุ้นเคย
ััใต้ร่างไม่ใช่พื้นคอนกรีตเย็นเฉียบหรือกลิ่นเน่าเหม็นของท่อระบายน้ำแต่เป็ฟางข้าวแห้งสะอาดที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีต
หญิงสาวพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนทว่าแขนทั้งสองข้างกลับเบาหวิว คอสั้นๆ ของเธอจู่ๆ ก็รู้สึกยาวเหยียดผิดรูปผิดรอย
‘โอ๊ย...ทำไมคอฉันมันรู้สึกแปลกๆ แบบนี้ล่ะเนี่ยแถมปากก็แข็งโป๊กเหมือนโดนใครเอาไม้พายมาแปะติดไว้เลยอ่ะ’
เธอขยับปากบ่นอุบอิบแต่เสียงที่ควรจะออกมาเป็ภาษามนุษย์กลับติดอยู่ในลำคอ
สองขาที่ออกก้าวเดินให้ความรู้สึกงุ่มง่ามราวกับคนเมาสุราท่อนล่างก็เตี้ยติดดินจนแทบจะถูไปกับพื้นฟาง
เบื้องหน้ามีอ่างกระเบื้องเคลือบใบขนาดย่อมภายในนั้นมีน้ำใสแจ๋วตั้งอยู่ติดพื้น
มนุษย์เงินเดือนสาวในร่างประหลาดยืดลำคอที่ยาวราวกับท่อไม้ไผ่ชะโงกหน้าลงไปเหนือน้ำหวังจะสำรวจความผิดปกติของร่างกายเวลานี้
แต่เงาที่สะท้อนกลับมาบนผิวน้ำทำเอาดวงตาขนาดเล็กเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า
ก้อนขนสีขาวฟูฟ่องจะงอยปากแบนกว้างสีส้มสดใส และั์ตากลมบล็อกที่จ้องมองกลับมาอย่างโง่งม
ก้าบ!
เสียงกรีดร้องด้วยความใสุดขีดดังก้องไปทั่วบริเวณในสถานที่ที่เหมือนคอกไม้มากกว่าจะเป็โรงพยาบาลรักษาคนตกท่อ
เจียงลี่หยูผงะหงายหลังพยายามจะยกมือขึ้นกุมขมับแต่สิ่งที่ยกขึ้นมาสะเปะสะปะกลับเป็ปีกสีขาวสะอาดตาที่กระพือตีอากาศพับๆจนขนร่วงหล่นไปสองสามเส้น
‘นี่มันเื่ตลกบ้าบออะไรกันเนี่ย!’เจียงลี่หยูสะบัดหน้าไปมา ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่า สิ่งที่กำลังสะบัดอยู่คือหน้าหรือคือสิ่งใดกันแน่ พลางนึกย้อนถึงเหตุการที่ผ่านมาก่อนจะจำขึ้นมาได้ว่าตนเองเผลอตกท่อระบายน้ำแล้วสลบเหมือดไป
ใช่! สลบเหมือด.... สลบแบบคาท่อระบายน้ำ
แต่ถึงจะเป็อย่างนั้น หญิงสาวก็ยังคิดว่าตนเองฝันไปจึงชะโงกหน้ากลับไปดูเงาสะท้อนในน้ำอีกครั้ง
ใบหน้าที่มีจะงอยปากจ้องกลับมา ดวงโตกลมบล็อกและขนสีขาวฟูฟ่อง
‘หรือฉันจะทะลุมิติ!’
พนักงานออฟฟิศสาวพยายามใช้ตรรกะหาเหตุผลและสิ่งที่ดูจะงี่เง่าที่สุด คือเธอไม่เคยคิดอย่างอื่นเลยนอกเหนือจากเื่ราวในซีรีส์แนวตั้งที่เธอชื่นชอบ
แน่ล่ะ! บางคนอาจจะคิดว่าฝันบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองกำลังป่วยอัลไซเมอร์ หรือบางคนอาจจะคิดว่าระลึกชาติได้แต่สำหรับเจียงลี่หยู เหตุการณ์แบบนี้มีได้อย่างเดียวคือ ทะลุมิติ...
‘แต่ทะลุมิติมาทั้งทีคนอื่นเขาได้เป็ฮองเฮา เป็พระชายา ทำไมฉันถึงได้กลายเป็เป็ด... ไม่สิ ห่าน!ฉันกลายเป็ห่านตัวเมียไปแล้วเรอะ!’
เจียงลี่หยูวิเคราะห์ใบหน้าจากเงาสะท้อนของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
ร่างอวบอ้วนสีขาวทรุดฮวบลงกับพื้นฟางหมดเรี่ยวแรงจะกระพือปีก หลังจากเห็นเงาร่างของตนเองละเอียดยิบ
ดวงตากลมสีดำขลับเหม่อมองเพดานคอกไม้อย่างเลื่อนลอย
พนักงานออฟฟิศสาวนิ่งอึ้งไปพักใหญ่สมองที่เคยใช้คำนวณรายรับรายจ่ายของบริษัทกำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง
แต่เพียงครู่เดียว...
ท่าทีตื่นตระหนกก็สงบลงอย่างประหลาด
สัตว์ปีกหน้าโง่ถอนหายใจยาวพรืดออกทางรูจมูกเล็กๆบนจะงอยปากสีเหลืองอ๋อย
‘เอาเถอะ!ตกท่อระบายน้ำ แล้วดันฟื้นมาเป็ห่านเนี่ย มันก็เกินรับไหวจริงๆ อืม... แต่คิดดูแล้ว เป็ห่านก็ไม่ต้องไปทำงานมันก็ค่อนข้างประเสริฐอยู่นะ แบบนี้คงใช้ชีวิตแบบปลาเค็มได้มั้ง’
เธอปลอบใจตัวเองอย่างปลงตกก่อนจะเริ่มกวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างละเอียด
คอกไม้แห่งนี้กว้างขวางและสะอาดสะอ้านยิ่งกว่าห้องเช่ารูหนูของเธอในเมืองใหญ่เสียอีก
มุมหนึ่งมีรางอาหารไม้สลักลายวิจิตรด้านในเต็มไปด้วยเมล็ดธัญพืช ถั่วเหลือง และผักกาดเขียวสดกรอบแม้ไม่รู้ว่าจะกินได้อร่อยไหมก็เถอะ
หลังคา้าสร้างจากกระเบื้องอย่างดีกันแดดกันฝนได้สนิทแทบไม่เห็นรอยรั่ว
ไร้ซึ่งกองแฟ้มงานกองโตไร้ซึ่งหัวหน้าแผนกหน้าเื และไร้ซึ่งการอดหลับอดนอนเพื่อแลกเศษเงินหยวน
‘จะว่าไป... มันก็พออยู่ได้ ถ้าชินเมื่อไหร่มันก็จะโอเคแหละ’
ห่านสาวค่อยๆยันตัวขึ้นยืนด้วยตีนผังผืดสีส้ม ก่อนจะยืดคอยาวๆ เดินเตาะแตะตรงไปยังรางอาหาร
งับ!
จะงอยปากแบนกว้างจิกผักกาดสดกรอบเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเบิกบานใจ
‘เป็ห่านนี่มัน...ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นี่หว่า’
ผักกาดสดกรอบชิ้นสุดท้ายถูกกลืนลงลำคอยาวๆไปเรียบร้อย เจียงลี่หยูสะบัดจะงอยปากแบนกว้างเพื่อทำความสะอาดเศษอาหารราวกับเธอเคยกลายเป็ห่านมาแล้วหลายสิบปี
ครู่หนึ่ง...ดวงตากลมสีดำขลับพลันกะพริบปริบๆ มองออกไปนอกรั้วคอกไม้
'ในเมื่อ์ส่งฉันมาอยู่ในร่างสัตว์ปีกแบบนี้มันก็ต้องมีสิทธิพิเศษกันบ้างสิ'
ห่านอ้วนหมุนตัวอีกรอบพลางไล่สายตาสำรวจตัวเองอีกครั้ง ‘หรือ... ฉันจะมีระบบติดตัวมาด้วยแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีหน้าต่างโปร่งแสงอะไรขึ้นมาแสดงให้ดูเลยแฮะ’
เมื่อไม่มีสิ่งใดผิดปกติแบบที่เคยดูในซีรีส์แนวตั้งหญิงสาวในร่างห่านก็หรี่ตาลงแบบครุ่นคิด
‘สรุปฉันไม่มีระบบติดตัวมาเลยสินะ’