ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ก้นบ่อทิ้งซากสัตว์อสูรอีกครั้ง หลังจากเสียงคำรามสุดท้ายของหมาป่ากินซากเงียบลง
ไป๋ลั่วยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกองกระดูก ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ไม่มีความหอบเหนื่อยแม้แต่น้อยทั้งที่เพิ่งสังหารสัตว์อสูรไป เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นมาดู เส้นใยโลหิตสีแดงฉานที่เคยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว บัดนี้ค่อยๆ หดกลับเข้าไปใต้ิัราวกับงูที่เลื้อยกลับเข้ารัง ทิ้งไว้เพียงรอยสักสีแดงจางๆ ที่ปลายนิ้วทั้งสิบ
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจดวงใหม่เต้นเป็จังหวะหนักหน่วงและเย็นเยียบ มันไม่ได้สูบฉีดเือุ่นๆ เหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่กำลังสูบฉีด "พลังงานมาร" ที่ได้จากการกลืนกินเมื่อครู่ไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย
"นี่สินะ... พลังของผู้ฝึกยุทธ์" ไป๋ลั่วกำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้น
เขาเคยเห็นพวกนายน้อยตระกูลเฉินฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง แบกหิน วิ่งรอบเขา กินยาวิเศษราคาแพง
เพื่อแลกกับความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อย แต่ตัวเขา... เพียงแค่ "กิน" ก็สามารถทะลวงผ่านระดับคนธรรมดา
เข้าสู่ ขั้น 2 กรุยเส้นเอ็น ได้ในพริบตา
"แต่แค่นี้ยังไม่พอ..." ไป๋ลั่วพึมพำ สายตาอันเ็ากวาดมองไปรอบๆ หุบเหวที่กว้างใหญ่ แม้เขาจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ตระกูลเฉินยังมีผู้าุโและหัวหน้าตระกูลที่อยู่ในระดับสูงกว่านี้ หากเขากลับไปตอนนี้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เขาอาจจะฆ่าลูกกระจ๊อกได้ แต่คงถูกรุมสังหารตายในที่สุด
"ข้าต้องชินกับร่างใหม่นี้ก่อน"
ไป๋ลั่วตัดสินใจพักเื่การปีนขึ้นไปชั่วคราว เขาเริ่มออกเดินสำรวจไปในความมืดของก้นเหว ที่นี่เต็มไปด้วยซากศพทับถมกันเป็ูเาเลากา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่ชวนอาเจียนสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับไป๋ลั่วในตอนนี้... กลิ่นนี้กลับหอมหวานราวกับอาหารเลิศรส
กรร!
เสียงขู่ฟ่อดังมาจากซอกหินด้านขวา เงาสีดำขนาดเท่าสุนัขพุ่งออกมา มันคือ "หนูศพั์" สัตว์อสูรระดับต่ำที่ชอบอยู่เป็ฝูง ฟันหน้าของมันยาวโง้งและเปรอะไปด้วยเชื้อโรค
ไป๋ลั่วไม่ขยับหนี เขายืนนิ่ง สงบจิตใจเพ่งสมาธิไปที่ปลายนิ้ว แทนที่จะปล่อยให้เส้นใยโลหิตพุ่งออกไปตามสัญชาตญาณความหิวเหมือนครั้งแรก เขาพยายาม "ควบคุม" มัน
‘จงออกมา... ตามที่ข้าสั่ง’
ฟุ่บ!
เส้นใยสีแดงเส้นหนึ่งพุ่งออกจากนิ้วชี้ข้างขวา แม่นยำราวกับลูกธนู มันเสียบทะลุกลางหัวของหนูั์ที่กำลังกระโจนเข้ามากลางอากาศ
ฉึก!
ร่างของหนูั์หยุดชะงักและร่วงลงพื้น มันดิ้นพราดๆ ก่อนจะแห้งเหี่ยวลงในเวลาไม่กี่ลมหายใจ
"ยังช้าไป..." ไป๋ลั่ววิจารณ์ตัวเอง "ถ้าเจอศัตรูที่เร็วกว่านี้ ข้าคงโดนสวนกลับ"
เขาเริ่มการฝึกฝนทันที เป้าหมายไม่ใช่แค่การกินเพื่อเพิ่มระดับ แต่คือการ "รีดเร้นประสิทธิภาพ" ของอาวุธใหม่ชิ้นนี้ ตลอดหลายชั่วโมงในก้นเหวที่มืดมิด ไป๋ลั่วกลายเป็มัจจุราชเงียบ เขาไล่ล่าสัตว์อสูรประเภทต่างๆ ที่หากินกับซากศพ ทั้งงูดินเกราะเหล็ก และแร้งขนดำ
จากเส้นใยที่พุ่งตรงๆ เริ่มมีการเลี้ยวลด เปลี่ยนทิศทาง จากที่ใช้ได้ทีละเส้น เริ่มเพิ่มเป็สองเส้น สามเส้น พร้อมกัน ทุกครั้งที่เขาสังหาร พลังงานที่ได้มาไม่ได้ถูกนำไปใช้เลื่อนระดับทันที แต่ไป๋ลั่วบังคับให้มันไหลเวียนไปตามเส้นเอ็นทั่วร่าง เพื่อเสริมสร้างความเหนียวแน่นและความยืดหยุ่น
ขั้น 2 กรุยเส้นเอ็น คือการเปลี่ยนเส้นเอ็นในร่างให้เหนียวดุจคันธนูและแข็งแกร่งดุจลวดเหล็ก
เสียง เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ดังมาจากร่างกายของเด็กหนุ่มทุกครั้งที่เขาขยับตัว มันคือเสียงของเส้นเอ็นที่ถูกดึงจนตึงและปรับสภาพใหม่
ไป๋ลั่วะโข้ามกองกระดูกสูงท่วมหัวอย่างคล่องแคล่ว ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว สายตาของเขาชินกับความมืดจนสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนราวกับกลางวัน
เขาหยุดพักที่ข้างกองซากศพมนุษย์ศพหนึ่ง ดูจากเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง น่าจะเป็ศิษย์สายนอกของสำนักไหนสักแห่งที่โชคร้ายตกลงมา ไป๋ลั่วจัดการถอดชุดคลุมสีเทาที่เปื้อนเืนั้นออกมาสวมทับร่างที่เปลือยเปล่าของตน แม้มันจะขาดวิ่นและมีกลิ่นเหม็น แต่มันก็ดีกว่าการเดินโทงๆ กลับเข้าเมือง
เขาหยิบดาบสนิมเขรอะที่ตกอยู่ข้างศพขึ้นมาลองเหวี่ยงดู
เคร้ง!
เพียงแค่ออกแรงบีบ ดาบเหล็กธรรมดาก็หักคามือ "เปราะบาง... อาวุธพวกนี้ทนแรงกายข้าไม่ได้แล้ว" ไป๋ลั่วโยนเศษดาบทิ้ง "ร่างกายข้านี่แหละ คืออาวุธที่ดีที่สุด"
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองขึ้นไปบนปากเหว แสงจันทร์สาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อย บ่งบอกว่าราตรียังอีกยาวไกล ร่างกายของเขาตอนนี้แน่นปึ้กไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ เส้นเอ็นทั่วร่างได้รับการขัดเกลาจนถึงขีดสุดของขั้น 2 แล้ว
"พร้อมแล้ว..." ไป๋ลั่วสูดหายใจลึก ดวงตาสีดำสนิททอประกายอำมหิต เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะแข็งแกร่งจนร่างกายรับไม่ไหว แต่ตอนนี้... รากฐานของเขาแน่นพอที่จะรองรับเืเนื้อของพวกตระกูลเฉินได้ทั้งตระกูลแล้ว
นิ้วมือทั้งสิบกางออก จิกลงไปในผนังผาหินแข็งๆ ราวกับเต้าหู้ ไป๋ลั่วเริ่มปีนไต่ขึ้นสู่เบื้องบน ทิ้งนรกขุมนี้ไว้เื้ั
เพื่อนำนรกที่แท้จริงไปมอบให้แก่คนเบื้องบน