เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 82 เฉลิมฉลองงานเสร็จ


             ในที่สุดถุงสัมภาระขนาดใหญ่สองถุงก็ถูกวางลงบนโต๊ะหิน เสี่ยวหมี่กลัวว่าหลี่หลินนายบ่าวจะคิดมาก จึงรีบอธิบาย “นี่คือน้องชายข้าเอง ปกติก็เป็นจอมตะกละ ขายหน้าพวกท่านแล้ว”

             พูดจบ นางก็เปิดถุงออกหยิบห่ออะไรบางอย่างห่อหนึ่งออกมาส่งให้เด็กรับใช้คนนั้น

             “พี่รองข้ากำชับมาอย่างดีว่าให้มอบสิ่งนี้ให้พี่ชาย เขาบอกว่าท่านชอบกินสิ่งนี้”

             “โอ้ มีของข้าด้วยหรือ?” เด็กรับใช้ดีใจมาก รีบรับมาทันที เขาตะโกนว่า “คุณชายรองลู่มีน้ำใจยิ่งนัก แต่ข้าเองก็เช่นเดียวกัน ข้าตั้งใจโน้มน้าวนายท่านอย่างดีให้จัดการเจ้าที่ปรึกษากับเจ้าเมืองสารเลวคนนั้น”

             หลี่หลินดีดหน้าผากเขาไปทีหนึ่ง จากนั้นจึงมองถุงสัมภาระตรงหน้า มีแต่ของกินทั้งสิ้น แน่นอนว่าย่อมไม่ผิดกฎแต่อย่างใด แต่มีไหสองใบที่มองไม่เห็นภายใน จึงเอ่ยถามว่า “ในไหนี่คือสุราหรือ?”

             “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าไม่มีความสามารถด้านการหมักสุรา” เสี่ยวหมี่หยิบไหใบหนึ่งออกมาแกะเชือกผูกแล้วดึงกระดาษไขที่ปากไหออก คีบเนื้อหมูสีแดงออกมาให้หลี่หลินดู ยิ้มเอ่ยว่า “ใต้เท้าหลี่ลองชิมดูเจ้าค่ะ นี่คือเนื้อตากแห้งของบ้านข้า ไม่ว่าจะกินกับโจ๊กหรือแป้งทอด หรือกินเปล่าๆ ก็ล้วนอร่อยทั้งสิ้น”

             หลี่หลินไม่อาจต้านทานกลิ่นเย้ายวนได้ เขาหยิบเนื้อชิ้นนั้นมาโดยไม่ใช้ตะเกียบ โยนลงท้องไปอย่างว่องไว

             รสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย เนื้อไม่เหนียวหรือแข็งจนเกินไป ทำให้เขาประหลาดใจมาก “พอดีใกล้จะถึงวันเกิดมารดาข้าแล้ว ออกมาคราวนี้ไม่เจอของดีอะไรจะเอากลับไปกตัญญูท่านได้เลย เนื้อหมูสองไหนี่นับว่าไม่เลว”

             หลี่หลินประสานมือคารวะขอบคุณเสี่ยวหมี่ เสี่ยวหมี่จึงรีบเบี่ยงตัวหลบทันที

             ด้วยสติปัญญาของเขาย่อมเดาได้ว่าเบื้องหลังเสี่ยวหมี่มีบุคคลที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งคอยชี้แนะอยู่ กลับไม่คิดที่จะแสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจเสี่ยวหมี่แม้แต่น้อย แต่วันนี้เขากลับประสานมือคารวะนางอย่างจริงจังเพื่อขอบคุณสำหรับเนื้อหมูสองไหนี้ที่จะนำกลับไปฝากมารดา เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนกตัญญูเพียงใด

             เสี่ยวหมี่รู้สึกประทับใจ ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงขอกระดาษกับพู่กันจากเด็กรับใช้คนนั้น นางเขียนอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็วจากนั้นก็พับให้เรียบร้อยแล้วส่งให้ให้หลี่หลินด้วยสองมือ

             “ใต้เท้าหลี่ เมื่อเปิดปากไหแล้ว เนื้อหมูไหนี้ต้องรีบกินให้หมดนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นจะเสียได้ อีกไหหนึ่งก็เอากลับไปฝากฮูหยินผู้เฒ่า ในกระดาษนี้เขียนวิธีการทำเอาไว้ หากวันหน้าฮูหยินผู้เฒ่าอยากกินขึ้นมาอีก ก็ให้คนที่บ้านทำขึ้นตามวิธีนี้ ไม่ยากเลยเจ้าค่ะ”

             “ไม่ได้หรอก...” หลี่หลินรีบปฏิเสธทันที อย่างไรเสียสูตรทำอาหารพวกนี้โดยปกติแต่ละครอบครัวจะมอบไว้ให้เป็นสมบัติติดตัวบุตรสาวเมื่อออกเรือนไป ถือเป็นความสามารถติดตัวที่หาเลี้ยงชีพได้ด้วย

             เสี่ยวหมี่กลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เห็นว่าหลี่หลินไม่รับจึงเอาไปยัดใส่มือเด็กรับใช้คนนั้นแทน “ตัวข้าไม่มีงานอดิเรกอื่นใด แต่ชอบทำของอร่อยใหม่ๆ ออกมา ดังนั้นสูตรอาหารพวกนี้ไม่ใช่ความลับอะไร อีกเดี๋ยวข้าก็คิดสูตรใหม่ๆ ได้อีกเยอะแยะ ใต้เท้าหลินอย่าได้เกรงใจ ครั้งนี้เพราะบารมีของท่าน สกุลลู่ของเราจึงพ้นภัย ทรัพย์สมบัติใดในตระกูลก็คงไม่เพียงพอจะขอบคุณท่านได้ ยามนี้แค่สูตรอาหารหนึ่งแผ่นเล็กน้อยเพียงนี้ท่านยังไม่คิดรับไว้ จะให้เราสกุลลู่สบายใจได้อย่างไรเจ้าคะ”

             หลี่หลินหันไปมองเด็กรับใช้ข้างตัวที่ยัดสูตรอาหารเข้าอกเสื้อตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ก็ยิ้มอย่างปลงๆ “เช่นนั้นต้องขอบคุณแม่นางลู่ที่มีน้ำใจแล้ว”

             “ใต้เท้าหลี่เกรงใจเกินไปแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่รั้งท่านให้เสียเวลาเดินทางแล้วเจ้าค่ะ หวังว่าวันหน้าเมื่อใต้เท้าหลี่มาที่อันโจวอีกครั้ง จะให้เกียรติมาเป็นแขกที่สกุลลู่ของเรานะเจ้าคะ”

             “ได้ วันหน้าค่อยพบกัน”

             เด็กรับใช้โยนถั่วลิสงเคลือบน้ำตาลใส่ปาก มือไม้คล่องแคล่วเก็บสัมภาระขึ้นรถม้า รอจนเจ้านายขึ้นรถม้าไปแล้ว ก็สะบัดแส้บังคับม้าจากไป

             เสี่ยวหมี่ยืนโบกมือจนพวกเขาลับตาไป

             เกาเหรินเบะปากเอ่ยเร่ง “กลับบ้านได้แล้ว”

             เสี่ยวหมี่ดีดหน้าผากเขาไปทีหนึ่ง “เจ้านี่น้า เหมือนเด็กเล็กๆ เสียจริง พี่ใหญ่เฝิงบอกแล้วว่าใต้เท้าหลี่ท่านนี้จะเป็นผู้คุมสอบฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ในเมื่อพี่สามข้ามีแววว่าจะต้องพึ่งพาเขา ก็จะละเลยไม่ได้ อีกอย่างเขาก็เป็นขุนนางที่ดีจริงๆ”

             นางพูดพลางพยายามปีนขึ้นหลังม้า แต่ม้าตัวสูงเกินไป จะอย่างไรก็ขึ้นไม่ได้เสียที

             เกาเหรินทนดูต่อไปไม่ไหวเข้าไปดึงคอเสื้อนางโยนขึ้นหลังม้าไป

             เสี่ยวหมี่ตกใจ บ่นอุบ “ตกใจหมด เจ้าอายุน้อยแค่นี้ทำไมแรงเยอะนัก ตอนอยู่ในท้องแม่กินอะไรเข้าไปกัน”

             สายตาของเกาเหรินมีแววแปลกประหลาด เขารีบใช้เท้าเตะสีข้างม้าให้มันโจนทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว จนเสี่ยวหมี่ร้องอย่างตกอกตกใจอีกครั้ง

             เกาเหรินหัวเราะร่า มือหนึ่งโอบเอวนาง มือหนึ่งจับบังเหียนม้า

             “เจ้าเด็กนี่ หากยังทำให้ข้าตกใจอีก วันหน้าข้าจะไม่ทำหมูผัดน้ำแดงแล้ว ต่อให้ทำก็จะให้ซูอีกินคนเดียว”

             “อ๊า ข้าผิดไปแล้ว เจ้าช้าๆ หน่อยสิ วันหน้าจะทำหมูผัดน้ำแดงให้เจ้ากินทุกมื้อเลย”

             เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวเรือนหลังใหม่ของสกุลลู่ก็สร้างเสร็จ

             เรือนที่แลดูโล่งๆ ในตอนแรก เมื่อติดประตูและกรอบหน้าต่างฉลุลายทั้งหลายลงไปกลับดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

             เรือนพักขนาดสองชั้น เรือนหน้ามีห้องหลักทั้งหมดสามห้อง ห้องหนังสือหนึ่งห้อง ห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องโถงหนึ่งห้อง เรือนฝั่งตะวันออกตะวันตกมีห้องแยกฝั่งละสามห้อง ไว้สำหรับเป็นห้องพักแขกหรือห้องหนังสือของพวกเด็กๆ ก็พอเหลือหลาย มุมเรือนฝั่งปีกตะวันออกเป็นคอกม้า ส่วนฝั่งปีกตะวันตกเป็นห้องครัว

             เรือนหลังก็มีห้องหลักสามห้อง เป็นที่พักให้ลูกๆ ในอนาคตหรือแขกผู้หญิงที่มาเยี่ยมเยียน ปีกซ้ายขวาเอาไว้ทำเป็นห้องเก็บของ ไม่ก็ห้องเย็บปัก

             ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในเรือน เถ้าแก่เฉินก็รู้สึกดีใจแทนบุตรสาว บุตรสาวคนอื่นออกเรือนไปล้วนต้องคอยดูแลพ่อแม่สามี และน้องชายหญิงของสามี ยามปกติถูกแม่สามีกดข่มก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา บ้านเดิมของนางไม่เพียงไม่อาจช่วยเหลือ แค่ยามปกติแสดงความสงสารออกมาเพียงน้อยนิดก็จะถูกคนนอกนินทาทันที

             นี่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนล้วนต้องพบเจอ ออกเรือนยี่สิบกว่าปีต้องฝืนทนจนกว่าจะพ้นจากการเป็นลูกสะใภ้เปลี่ยนมาเป็นแม่สามีได้ แล้ววัฏจักรก็ดำเนินต่อไป

             เยว่เซียนนั้นก่อนจะได้ออกเรือนนางต้องฝืนทนมาแล้วไม่น้อย ในที่สุดสวรรค์ก็มีตาชักนำให้นางมีวาสนาได้มาเกี่ยวดองกับสกุลลู่

             สกุลลู่ไม่มีนายหญิงของบ้าน มีเพียงบิดาผู้เป็นหนอนหนังสือ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะถูกกดข่ม

             ตัวเจ้าใหญ่ลู่เองก็เป็นคนซื่อสัตย์ขยันขันแข็งจิตใจดี เกรงว่าคงจะไม่รู้จักคำด่าเลยด้วยซ้ำ

             แน่นอนอันดับแรกจะต้องไม่ล้ำเส้นสกุลลู่

             และเส้นที่ว่านั่นก็คือ ลู่เสี่ยวหมี่

             แม่นางน้อยคนนี้คือรากฐานของบ้านสกุลลู่ ที่สกุลลู่เป็นได้อย่างทุกวันนี้ ไม่ว่าเด็กน้อยหรือคนแก่ไม่ว่าคนไหนในหมู่บ้านเขาหมีต่างก็รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะลู่เสี่ยวหมี่

             แม่นางน้อยคนนี้เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของสกุลลู่ หรือพูดให้ถูกก็คือของทั้งหมู่บ้านเขาหมี ใครจะมารังแกนางไม่ได้เป็นอันขาด

             ขอแค่เยว่เซียนเคารพรักลู่เสี่ยวหมี่ วันหน้านางก็สุขสบายแล้ว

             เถ้าแก่เฉินมาที่หุบเขาหมีแต่เช้าพร้อมด้วยช่างไม้เพื่อวัดขนาดเรือนหลังใหม่ ในหัวก็คิดไปพลางว่ากลับไปแล้วจะต้องกำชับบุตรสาวเรื่องอะไรบ้าง

             ธรรมเนียมต้าหยวนยึดถือฝั่งซ้ายสูงศักดิ์กว่าฝั่งขวา พี่ใหญ่ลู่ในฐานะบุตรชายคนโต แน่นอนว่าย่อมได้ครอบครองเรือนหลังใหม่หน้าปากทางเข้าหุบเขาฝั่งซ้าย และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง ลานด้านหน้ายังยื่นยาวออกมากว่าเรือนฝั่งขวาถึงสามฉื่อ

             เดิมทีพวกนายช่างยังกลัวว่าบุตรชายคนรองสกุลลู่จะไม่พอใจ แต่พี่รองลู่สนใจแต่เรื่องการประลองฝีมือและเสี่ยวเอ๋อ นอกนั้นเรือนพักจะใหญ่หรือเล็กเขาไม่สนใจ ขอแค่มีที่ให้ซุกหัวนอน มีน้องหญิงทำอาหารอร่อยๆ ให้กินแค่นี้ก็พอแล้ว

             ที่เพิงทำอาหาร ท่านป้าหลิวและพวกสะใภ้ทั้งหลายกำลังเตรียมอาหารกัน เถ้าแก่เฉินที่มาหาแต่เช้าถือเนื้อสดติดไม้ติดมือมาฝากด้วย มื้ออาหารวันนี้จึงอุดมสมบูรณ์อย่างที่สุด

             เมื่อทุกคนเสร็จงานแล้ว ก็พากันมาช่วยตั้งโต๊ะรอบๆ เพิงทำอาหาร

             เสี่ยวหมี่กวาดมองด้วยสายตา แรงงานทั้งมีฝีมือไร้ฝีมือที่มาช่วยงานสกุลลู่มีทั้งสิ้นเกือบเจ็ดแปดสิบคน

             พวกเด็กๆ บนเขาเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนกันเลยเพราะช่วยคำนวณเงินค่าแรง ยามนี้มานั่งรอด้วยตาดำคล้ำไม่ยอมจากไปไหน

             พี่เสี่ยวหมี่บอกไว้ว่า ครั้งนี้ที่ให้ช่วยคำนวณค่าแรงถือเป็นการสอบสำหรับพวกเขา หากใครคำนวณผิดจะถูกตี แน่นอนหากคำนวณถูกทั้งหมดจะมีรางวัลให้

             พี่รองลู่ถือตะกร้าไม้ไผ่มาวางลงบนโต๊ะหิน

             เสี่ยวหมี่เรียกชื่อนายช่างจงเป็นคนแรก ชายชรายิ้มร่าเดินเข้ามา พี่รองลู่หยิบถุงเงินถุงใหญ่ที่สุดส่งให้เขา

             “ลำบากท่านจงแล้ว ค่าแรงและรายละเอียดอยู่ในถุงนี้ทั้งหมด ท่านลองตรวจสอบดูก่อน หากผิดพลาดอย่างไรให้รีบเอ่ยปากนะเจ้าคะ”

             “ได้ๆ” หัวหน้าช่างจงเองก็รู้ว่าเงินค่าแรงในวันนี้พวกเด็กๆ เป็นคนช่วยคำนวณ เกรงว่าจะผิดพลาด จึงเปิดถุงผ้าออกแล้วหยิบรายละเอียดด้านในออกมาดูพลางตรวจสอบแล้วก็ต้องตกใจมาก “หา ผิดแล้ว”

             เด็กน้อยที่รับหน้าที่คำนวณค่าแรงให้หัวหน้าจงมีนามว่าซวนจู้ ได้ยินเช่นนี้ก็เกือบจะร้องไห้ออกมา ดีที่หัวหน้าจงพูดต่อไปว่า “ได้เกินมาหนึ่งส่วน”

             เสี่ยวหมี่โบกมือเอ่ยว่า “ข้าลืมบอกไป เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกท่านลุงท่านอาทั้งหลายไม่เพียงเหนื่อยยากจากการทำงาน แต่เมื่อคราวสกุลลู่ของข้าประสบภัย ก็อยู่ช่วยเหลือไม่หนีหาย พวกเราจึงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก จึงเพิ่มค่าแรงให้หนึ่งส่วน อีกอย่าง หากวันหน้าสกุลลู่มีงานอะไรอีก จะต้องเชิญพวกท่านมาก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นค่าแรงนี้ไม่ได้คำนวณผิดเจ้าค่ะ”

             หัวหน้าจงยังไม่ทันพูดอะไร หนูน้อยซวนจู้ก็ร้องออกมาอย่างดีใจ “เย้ ข้าไม่ผิด ข้าคิดไม่ผิด”

             บิดาของซวนจู้กลัวว่าลูกชายจะไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้คนอื่นเข้า จึงเข้ามาคิดจะตบหลังศีรษะเขาสักที แต่ก็ไม่กล้ารุนแรงกับลูกชาย จึงแค่เตะก้นเขาเบาๆ ภรรยาเขาบอกไว้ว่าวันหน้าลูกชายเขาอาจจะได้สอบรับราชการเป็นจอหงวนเป็นขุนนาง จะต้องปกป้องศีรษะเขาไว้ให้ดี หากตีพลาดทำให้เขาเรียนหนังสือไม่ได้ความขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่

             ทุกคนเห็นแล้วก็ขบขัน จากนั้นจึงเอ่ยปากชม “ซวนจู้เก่งมาก สำนักศึกษาแห่งนี้เปิดสอนไม่เสียเปล่าจริงๆ”

             ซวนจู้หน้าแดง แต่ก็ยืดอกอย่างภูมิใจ

             หัวหน้าจงสัมผัสถุงเงินในมือแล้วหันศีรษะไปมองลูกหลานที่อยู่เบื้องหลัง ในใจก็คิดขึ้นมาว่า ยามนี้บ้านพวกเขาก็นับว่าอยู่สุขสบายแล้ว เขาควรจะส่งลูกๆ ในบ้านไปเรียนหนังสือได้แล้วหรือเปล่านะ...

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498