จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 ตอนที่ 210 ท่าประจำอาวุธ

            เมื่อไป๋หยุนเฟยถูกนับเป็นศิษย์สายตรงยามนี้ยอดเขาประจิมจึงถือว่ามีศิษย์สายตรงอยู่ห้าคนด้วยกัน ศิษย์พี่ใหญ่ซ่งหลินศิษย์พี่รองเซียวหนานเหริน ศิษย์พี่สามหลิงเอียน ศิษย์คนที่สี่ไป๋หยุนเฟย(ชั่วคราว)และศิษย์คนที่ห้าเถียนอวี่หาง (แม้จะอายุน้อยแต่ตามกฎแล้วศิษย์อื่นต้องเรียกเป็นศิษย์พี่)

            สำหรับศิษย์พี่ทั้งสามไป๋หยุนเฟยคุ้นเคยกับซ่งหลินและเซียวหนานเหรินที่สุดเนื่องเพราะระหว่างที่ควบคุมการสอบมีโอกาสได้พูดคุยกับทั้งคู่และครั้งเดียวที่มันได้พบกับศิษย์พี่สามหลิงเอียนก็คือระหว่าง‘การชุมนุมศิษย์’ จากนั้นไป๋หยุนเฟยก็ทุ่มเทต่อการฝึกปรือจึงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก

            ซือคงเสียนทักทายศิษย์พี่สามอย่างนอบน้อมหลิงเอียนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปยังไป๋หยุนเฟย “ศิษย์น้องไป๋ เจ้าเข้าสำนักมาจะครบหนึ่งเดือนในสามวันข้างหน้าข้าอยากสนทนากับเจ้ามานานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะเจ้าคร่ำเคร่งฝึกปรืออยู่ตลอดเวลาเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าฝึกเคล็ดควบคุมไฟสำเร็จแล้วหรือ?”

            “ขอบคุณศิษย์พี่หลิงเอียนที่ห่วงใยการฝึกปรือของข้าราบรื่นดี”

            “เช่นนั้นก็ดี” หลิงเอียนพยักหน้า“นับว่าน่าประหลาดใจที่เห็นศิษย์น้องไป๋มาที่นี่ ข้าถูกพลังฝีมือของเจ้าสร้างความตื่นตะลึงจนพูดไม่ออกคาดว่าเจ้าคงออมมือยามที่ต่อสู้กับเฟยเหนียน... ข้ามั่นใจว่าแม้กระทั่งครั้งนี้เจ้าก็ยังไม่ได้ลงมือสุดกำลังกระมัง?”

            มันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถมองการต่อสู้เมื่อครู่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

            ไป๋หยุนเฟยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถ่อมตน“ศิษย์พี่หลิงเอียน ท่านยกย่องข้าเกินไปแล้ว เมื่อครู่เพียงโชคดีเท่านั้นต้องขอขอบคุณศิษย์พี่ที่ให้โอกาสข้าโดยไม่ยื่นมือเข้ามาขัดขวาง”

            “ข้ามาถึงในภายหลัง”หลิงเอียนยิ้มขึ้น “ยามที่ข้ากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะห้ามปรามดีหรือไม่ เจ้าก็เอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว...ทุกคนในสำนักล้วนคิดเช่นเดียวกันเรื่องที่เจ้าเข้าสู่สำนัก ดังนั้นข้าจึงชื่นชมที่เจ้าแสดงออกได้ดีต่อไปทุกคนคงต้องมองเจ้าใหม่ เมื่อใดที่เจ้าแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการหลอมประดิษฐ์ก็จะไม่มีผู้ใดกล้านินทาลับหลังเจ้าอีก”

            “ข้าทราบแล้ว ศิษย์พี่โปรดวางใจข้าจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้อาจารย์และทุกท่านผิดหวัง”ไป๋หยุนเฟยยิ้มแย้มก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ “ศิษย์พี่หลิงเอียน”จากนั้นจึงเอ่ยปากขึ้น “ข้ามีเรื่องสงสัย หวังว่าท่านจะให้คำตอบแก่ข้าได้”

            “อืม? เรื่องอันใด? ว่ามาเถอะ”

            “ระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่ ท่าจู่โจมสุดท้ายที่ศิษย์น้องเฉินใช้ออกด้วยกระบี่ตัดศิลานั้นคืออะไร...?”

            “อ้อ เจ้าหมายถึงกระบวนท่าสุดท้ายนั้น?นั่นเป็นท่าประจำอาวุธของกระบี่ตัดศิลานามว่า‘ศิลาปฐพีคุมขัง’ สามารถใช้ผนึกความเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ชั่วคราว”

            “‘ท่าประจำอาวุธ’?” ไป๋หยุนเฟยถามด้วยความสงสัย

            “อะไร?ศิษย์น้องไป๋เจ้ากลับไม่ทราบว่าท่าประจำอาวุธคืออะไร?” หลิงเอียนถามขึ้น

            ไป๋หยุนเฟยเผยสีหน้าละอาย “เอ่อข้า... ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

            หลิงเอียนยิ้มก่อนจะเริ่มอธิบาย “เพราะบางครั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการหลอมประดิษฐ์จะแฝงพลังธาตุหนึ่งหรือหลายธาตุลงไปในวัตถุวิญญาณนั้นด้วยยิ่งวัตถุดิบคุณภาพสูงขึ้นเพียงใดก็ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นเท่านั้น ‘กระบี่ตัดศิลา’ของศิษย์น้องเฉินหลอมประดิษฐ์จากแร่คุณภาพสูงที่เปี่ยมด้วยพลังธาตุดินและศิลาบรรพกาลจึงบรรจุไว้ด้วยพลังธาตุดินอันมหาศาลยามที่ผู้ฝึกปรือวิญญาณใช้งานวัตถุวิญญาณก็จะสามารถใช้พลังธาตุที่แฝงอยู่ในวัตถุวิญญาณนั้นออกมาได้ด้วยวิธีเช่นนี้ผู้ฝึกปรือวิญญาณก็จะสามารถใช้พลังธาตุที่ตนไม่ได้ฝึกปรือออกมาได้ ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดก็จะสามารถใช้กระบวนท่าที่ปกติไม่อาจใช้ออกโดยอาศัยวัตถุวิญญาณได้กระบวนท่าเหล่านั้นเรียกว่า ‘ท่าแห่งอาวุธ’หรือ‘ท่าประจำอาวุธ’นั่นเองท่าเหล่านี้จะเรียกว่าเป็นเคล็ดวิญญาณประเภทหนึ่งก็ได้”

            หลิงเอียนนำกระบี่ยาวทอประกายสีเขียวออกมาจากแหวนช่องมิติพร้อมกับอธิบายต่อ“นี่คือตัวอย่าง วัตถุวิญญาณชั้นปฐพีเล่มนี้แฝงด้วยพลังธาตุลม ตัวข้าเองไม่เหมาะสมจะฝึกปรือพลังธาตุลมแต่ก็ยังอาศัยกระบี่เล่มนี้เพื่อซัดคมมีดสายลมออกได้ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานของ‘ท่าประจำอาวุธ’” กล่าวจบก็สะบัดกระบี่สองครา คมมีดสายลมสองเล่มก็พุ่งออกจากกระบี่ก่อนจะหายลับขึ้นสู่ท้องฟ้า

            “ท่าประจำอาวุธทั้งหลายมีทั้งเข้มแข็งและอ่อนด้อยทั้งยังมีที่เรียบง่ายและซับซ้อน ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป ปัจจัยเหล่านี้หากจะกล่าวไปก็คือระดับชั้นของวัตถุวิญญาณ พลังฝีมือของผู้ใช้และที่สำคัญที่สุดคือความคุ้นเคยของผู้ใช้ต่อวัตถุวิญญาณหรือที่เรียกว่า‘ความสอดคล้องวิญญาณ’ความสอดคล้องวิญญาณไม่ได้มีเพียงสำนักช่างประดิษฐ์เท่านั้นที่ล่วงรู้ แต่นอกจากสำนักเราหากไม่ใช่สถานการณ์ที่พิเศษแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถเพิ่มความสอดคล้องวิญญาณได้ถึงห้าส่วนจนสร้างวัตถุวิญญาณเฉพาะตัวขึ้นมาได้หรือจะกล่าวอีกอย่างก็คือท่าประจำอาวุธเป็นพลังอันเลิศล้ำและมีเพียงสำนักช่างประดิษฐ์เท่านั้นที่สามารถใช้ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

            “ท่าประจำอาวุธ...”ไป๋หยุนเฟยเงียบงันลงหลังจากรับฟังคำอธิบายจากหลิงเอียน มันประหลาดใจต่อเรื่องที่ได้รับทราบมาใหม่นี้อย่างยิ่ง“นี่... นี่กลับเป็นเช่นเดียวผลกระทบเพิ่มเติมจากการอัพเกรด!!”

            ……

            หลังจากกล่าวลาต่อหลิงเอียนและซือคงเสียนไป๋หยุนเฟยจึงกลับไปที่ห้องเพียงลำพัง

            ยามนี้มันรับทราบถึงการมีอยู่ของ‘ท่าประจำอาวุธ’แล้วไป๋หยุนเฟยพบว่าตนเองต้องประหลาดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องเพราะ‘ท่าประจำอาวุธ’นั้นเป็นเช่นเดียวกับ‘ผลกระทบเพิ่มเติม’จึงทำให้มันมีเรื่องต้องใคร่ครวญอีกมากมายไป๋หยุนเฟยจำต้องทราบก่อนว่าทั้งสองอย่างมีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกันบ้าง

            จากที่ได้สังเกตมา ก็สามารถแยกได้เป็นท่าที่ต้อง‘เรียกใช้’และท่าที่‘เกิดขึ้นเอง’

            ท่าประจำอาวุธเป็นท่าที่ผู้ใช้สามารถใช้ออกด้วยพลังธาตุที่แฝงในวัตถุวิญญาณแทนที่จะใช้พลังธาตุของตนเองการที่ควบคุมพลังธาตุชนิดที่สองได้เช่นนี้ย่อมสามารถเรียกได้ว่าเป็นระดับ‘เคล็ดวิชา’แล้ว

            เรียกได้ว่าท่าประจำอาวุธนี้สามารถใช้ออกเช่นเดียวกับเคล็ดวิญญาณได้เพียงแต่ท่าประจำอาวุธยังต้องใช้ออกผ่านวัตถุวิญญาณ

            ผลกระทบเพิ่มเติมของวัตถุวิญญาณก็เป็นเช่นเดียวกับท่าประจำอาวุธเพียงแต่จำเป็นต้องได้รับการ‘กระตุ้น’จึงจะแสดงท่าประจำอาวุธ‘ออกมาเอง’

            ไป๋หยุนเฟยสามารถใช้‘มีดคู่จันทร์เสี้ยว’เป็นตัวอย่างที่เรียบง่ายที่สุดที่จะอธิบายเรื่องนี้ได้มีดทั้งสองเล่มเป็นวัตถุวิญญาณธาตุลมจึงสามารถซัดคมมีดสายลมออกตามคำสั่งได้ขณะเดียวกันพวกมันก็มีผลกระทบเพิ่มเติมที่สามารถสร้างคมมีดสายลมและซัดออกโดยไม่ต้องสั่งการ

            เกิดขึ้นเองและทันทีทันใดปัจจัยทั้งสองนี้คือสิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของผลกระทบเพิ่มเติม แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น--- พลังโจมตี

            แน่นอนว่าผลกระทบเพิ่มเติมย่อมไม่อาจใช้หลักการของท่าประจำอาวุธอธิบายได้ทั้งหมดการที่สามารถลดความเร็ว ทำให้มึนงง ส่งให้ปลิวกระเด็นออกไป หรือแม้แต่‘ร่างลวง’ที่ทวนเปลวอัคคีสร้างขึ้นนั้น เกินกว่าขอบเขตของความเป็นไปได้ที่ท่าประจำอาวุธจะสามารถอธิบายหรือทำได้

            กระบวนการอัพเกรดเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากส่วนหนึ่งของโลกแห่งนี้เมื่อผสานเข้ากับกฎเกณฑ์ของโลกนี้ ‘กฎเกณฑ์’ใหม่ที่เกิดขึ้นจึงสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งของที่ถูกอัพเกรดได้ เพียงแต่‘กฎเกณฑ์’ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งของนี้กลับไม่มีสิ่งใดสามารถอธิบายได้

            “นี่ก็หมายความว่าข้าสามารถใช้ผลกระทบเพิ่มเติมของวัตถุวิญญาณโดยแสร้งทำว่าเป็นท่าประจำอาวุธได้และ‘ร่างลวง’ที่สร้างจากผลกระทบของทวนเปลวอัคคีก็สามารถอ้างได้ว่าเป็นเคล็ดวิญญาณ...ต่อไปข้าจะได้ไม่เป็นที่สงสัยอีก”

            เมื่อนึกย้อนถึงการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านไปไป๋หยุนเฟยก็ครุ่นคิดขึ้น “หลังจากใช้เวลาหนึ่งเดือนศึกษาเคล็ดควบคุมไฟพลังฝีมือข้าก็เพิ่มพูนขึ้นความสอดคล้องวิญญาณของข้ากับทวนเปลวอัคคีก็เพิ่มมากขึ้นจึงสามารถใช้ทวนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกอย่างความร้ายกาจข้องผลกระทบระดับ +12 ไม่อาจดูถูกได้จริงๆอีกอย่างข้าก็ยังไม่ได้ทดสอบผลกระทบเพิ่มเติมของถุงมือแผดสุริยัน...”

            “ไม่คิดเลยว่าเพียงเข้าสำนักมาเดือนเดียวข้าจะได้เรียนรู้มากมายเช่นนี้ต่อให้ไม่ได้เป็นศิษย์สายตรงการเดินทางมาที่นี่ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว”

            “น่าเสียดายที่ข้ากลับยังไม่อาจบรรลุถึงด่านบรรพวิญญาณยามนี้ข้ามาถึงคอขวดแล้ว แต่ทุกสิ่งควรค่อยเป็นค่อยไปและการอดทนรอจะดีกว่าเร่งรัดฝึกปรือ...”

            “ในอีกสามวัน ข้าจะได้เรียนรู้การหลอมสร้างแล้วอยากให้ถึงโดยเร็วนัก...”