“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!”
แต่แล้วจู่ๆ ร่างของกานพลูก็ถูกหิ้วขึ้นมาบนหาดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว คีรินนั่นเองที่เป็คนหิ้วเธอขึ้นมาพร้อมกับตำหนิหญิงสาว
“พี่คีริน….!” กานพลูใเป็อย่างมากเมื่อจู่ๆก็ถูกเขาหิ้วด้วยท่อนแขนแข็งแรงเพียงข้างเดียวขึ้นมาจากทะเล
“คิดว่าพวกกู้ภัยมีเวลาว่างมากรึไง?” คีรินพูดต่อ
“คะ?” กานพลูงง แต่แล้วหญิงสาวก็พอเข้าใจในเวลาต่อมา
“ได้เกิดมาเป็คนแล้วก็ใช้ชีวิตให้คุ้มหน่อย”
จากคำพูดร้ายๆ นั้นแต่กลับแฝงไปด้วยความห่วงใยสินะ….กานพลูคิดแล้วค่อยๆ ยิ้มออกมา
“นี่พี่คีรินคิดว่าพลูจะฆ่าตัวตายหรอคะ” เธอถามเขา
“แล้วเธอไม่ได้ทำอยู่รึไง?” คีรินย้อนถามอย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะชายหนุ่มสังเกตได้ว่า่นี้กานพลูก็ดูแปลกๆ เหมือนมีบางอย่างในใจอยู่
“ไม่ค่ะ” กานพลูส่ายหน้า
“ไม่เคยมีเื่แบบนั้นอยู่ในหัวของพลูเลย”
เธอบอกเขา แม้ว่าเื่ที่เข้ามาในชีวิตตอนนี้จะหนักหนาเกินกว่าที่เธอจะรับไหว แต่กานพลูก็ไม่เคยมีเื่ฆ่าตัวตายอยู่ในหัว เธอยังมีแม่ที่้าที่พึ่งและที่สำคัญเธอจะไม่หนีปัญหาด้วยความตายเหมือนพ่อ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดกล่าวโทษท่านหรอก .
ความรู้สึกของพ่อในจุดนั้นมันคงตันและหดหู่มากเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจจริงๆ ก็ได้ พ่อเป็คนแบกรับปัญหาทุกอย่างไว้เพียงลำบากนานเกินไปจนหาทางออกไม่เจอแล้วก็ได้ กานพลูพยายามเข้าใจความรู้สึกของพ่อเพื่อที่เธอจะได้ไม่รู้สึกโกรธหรือน้อยใจที่ท่านตัดสินใจทอดทิ้งทุกคนไปไม่แม้แต่คำร่ำลา….
มือและตัวของหญิงสาวเริ่มสั่นเมื่อนึกถึงภาพฝันร้ายในวันนั้นที่พ่อลั่นไกแล้วล้มลงนอนบนกองเืโดยไร้ลมหายใจตรงหน้าเธอ กานพลูช็อคมากจนต้องเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์อยู่หลายวันบวชกับมันเป็่เวลาที่ต้องจัดการกับงานศพพ่อและปัญหาท่านทิ้งไว้ให้ นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมเธอถึงหายไปไหนหลายวัน….มาจนถึงวันนี้หญิงสาวก็ยังทำใจกับการจากไปของพ่อไม่ได้เลย
ในขณะเดียวกันคีรินก็ต้องใเมื่อเห็นกานพลูทั้งเหม่อและตัวสั่น.
“กานพลู!” เขารีบสะกิดหญิงสาวและนั่นก็ทำให้กานพลูเริ่มได้สติกลับมา
“คะ?” กานพลูเงยหน้าขึ้นมองเขา .
“เธอเป็อะไร?” คีรินชักสงสัยมากขึ้น
“ไม่มีอะไรค่ะ” กานพลูฉีกยิ้มสดใสให้เขา แต่ชายหนุ่มกลับััได้ว่ามันมีบางอย่างซ่อนอยู่ในแววตาทั้งคู่นั้น
“พลูก็แค่….” หญิงสาวมองไปยังคลื่นทะเลยามค่ำคืนที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้า
“พลูแค่กำลังคิดว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่พลูจะมีโอกาสมาเดินเล่นอยู่ริมหาดแบบนี้อีก” เธอบอกเขาโดยที่สายตายังมองอยู่ที่คลื่นซึ่งกำลังซัดสาดอยู่
“หัวหินก็อยู่แค่นี้”
คีรินบอกเธอ ระยะทางจากกรุงเทพมาที่นี่ก็ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เขาคิดพลางเลื่อนดูรูปในกล้องไปด้วย ในขณะที่กานพลูกำลังตัดสินใจบางอย่าง เธอหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วหันมาเผชิญหน้ากับคีรินอย่างจริงจัง.
“พี่คีรินคะ”
“พลูมีเื่อยากจะบอกพี่ค่ะ” กานพลูตัดสินใจ
“อืม ว่ามาสิ”
คีรินพยักหน้าในขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ในจอภาพ ในขณะที่กานพลูเริ่มประหม่าอีกครั้งเพราะขนาดพูดว่ามีอะไรจะบอกเขายังดูไม่สนใจเธอเลย
“ว่าไง?” คีรินถามอีกครั้งเมื่อกานพลูเงียบไป
“พลูชอบพี่ค่ะ” กานพลูตัดสินใจบอกเพราะนี่ก็คงเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้เจอกับเขา….และมันก็ทำให้คีรินเงยหน้าขึ้นมองทันที
“เธอเมารึเปล่า?” คีรินถามเธอ.
“ไม่ค่ะ” กานพลูส่ายหน้า เธอมีสติครบถ้วนทุกอย่าง แต่คงเพราะฤทธิ์เหล้าด้วยมั้งที่ทำให้เธอมีความกล้าขึ้น
“พลูไม่ได้เมา” เธอบอกเขา
“ถ้าเมาแล้วก็ขึ้นห้องไปนอนซะ” แต่คีรินกลับไล่เธอพร้อมกับเดินหันหลังให้
“แต่พลูชอบพี่จริงๆนะคะ!” กานพลูะโบอกเขาแข่งกับเสียงของคลื่นทะเล….และไม่เพียงแค่นั้นหญิงสาวยังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปดักหน้าเขาอีกด้วย
“พลูชอบพี่มาตั้งนานแล้ว”
“ั้แ่วันรับน้อง”
กานพลูพูดต่อ เธอรีบรัวความในใจทั้งหมดออกมาราวกับว่ากำลังกลั้นหายใจตัวเองอยู่ ส่วนคีรินเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่นิ่ง….นิ่งมากจนกานพลูเดาคำตอบไม่ออก
“ถ้าเธอคิดว่าสองวันนี้ที่ฉันให้เธอติดรถมาด้วยมันเป็เพราะฉันกำลังคิดอะไรพิเศษกับเธอ….ฉันว่าเธอกำลังเข้าใจผิดอยู่นะกานพลู” คีรินบอกเธอ ชายหนุ่มกำลังคิดว่าเป็เพราะเื่นี้ด้วยรึเปล่าที่ทำให้กานพลูต้องมาสารภาพความในใจกับตัวเองเพราะเข้าใจว่าทั้งหมดนั้นเป็เพราะเขามีใจให้
“ฉันแค่บังเอิญเจอเธอ แล้วมันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไรที่จะให้เธอขึ้นรถมาด้วยเพราะมันเป็ทางผ่าน”
ไม่ได้ปฏิเสธกันตรงๆ แต่หญิงสาวก็รู้ดีว่านั่นก็การปฎิเสธที่คงจะสุภาพที่สุดแล้วในความคิดของเขา กานพลูจึงได้แต่ยิ้ม….ยิ้มกลบเกลื่อนความผิดหวังและใบหน้าชาๆ ของตัวเอง
“ความจริงพลูอยู่แล้วล่ะค่ะว่าพี่คีรินมีคนที่ชอบอยู่” กานพลูพยักหน้าเข้าใจ คีรินได้แต่มองคนตรงหน้าเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก .
“แต่ว่าพลู….พลูแค่อยากให้พี่รับรู้ไว้น่ะค่ะ”
ไหนๆ ก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เธอก็แค่อยากให้เขารับรู้ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ แต่พอได้พูดไปมันก็รู้สึกโล่งขึ้นนะแม้ว่าสุดท้ายแล้วเธอจะผิดหวังก็เถอะ กานพลูยิ้มให้ในขณะที่คีรินกำลังฟังที่หญิงสาวพูดอยู่เงียบๆ
“พี่ลินินก็น่ารักดีนะคะ”
ความจริงเธอก็สังเกตท่าทีของคีรินที่มีต่อลินินมาสักพักแล้ว หญิงสาวคิดว่าเขาต้องแอบชอบเพื่อนสนิทของตัวเองอยู่แน่ๆ ตอนนั้นกานพลูคิดว่ารุ่นพี่ทั้งสองคนคงกำลังคบกันอยู่เงียบๆ แน่กานพลูจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกในใจไว้ แต่ทว่าจู่ๆ วันก่อนคู่หมั้นของลินินที่กลับจากเมืองนอกก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเพื่อนสนิทของรุ่นพี่สาวรวมทั้งเธอด้วยจึงได้รู้ว่าลินินมีคนจับจองไว้แล้ว.
“เราสองคนก็อยู่ในสถานะเดียวกัน พลูเข้าใจพี่ค่ะ” กานพลูพูดต่อ สถานะเดียวกันที่ว่าก็คือสถานะคนแอบรักข้างเดียวไงล่ะ อีกอย่างคีรินก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรด้วยดังนั้นเธอก็คงเข้าใจถูกแล้ว
“สู้ๆ นะคะ” กานพลูยิ้ม….รอยยิ้มที่กลบซ่อนความผิดหวังเอาไว้พร้อมกับตบที่ไหล่ของคีรินเบาๆ อย่างให้กำลังใจจากนั้นก็เดินหนีไปเสียดื้อๆ
“เดี๋ยวก่อนกานพลู…..”
คีรินที่เพิ่งตั้งสติได้เรียกกานพลูไว้ เขารู้ว่าเธอคงกำลังเสียใจอยู่ แต่ทว่ากานพลูที่ต้องหน้าชานั้นกลับไม่ยอมหันมาแถมยังชูมือขึ้นทำสัญลักษณ์ว่าเธอโอเคให้เขาดู คีรินเองก็ทำอะไรไม่ถูกนอกจากยืนดูเธอเดินจากไปอยู่เงียบๆ
คีรินหันไปมองคลื่นทะเลที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนัก เขาเองก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายความรู้สึกของใครเหมือนกัน….คีรินคิดแล้วสักพักใหญ่เขาก็เดินกลับไปที่กลุ่มเพื่อนซึ่งลินินนั้นเหมือนจะเมาหัวทิ่มไปแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับไม่เห็นกานพลูนั่งอยู่รวมกับทุกคนอย่างที่เข้าใจเลย .
“อ้าวไอ้คีริน แล้วกานพลูล่ะ?” กริชถามเมื่อเห็นคีรินเดินกลับมา
“มาถามหากับกูทำไม?” คีรินย้อนถาม.
“ก็กูเห็นมึงเดินไปทางเดียวกับกานพลู นึกว่าน้องเขาจะอยู่กับมึงซะอีก” กริชเข้าใจว่าเช่นนั้น
“ไม่ได้เจอกันหรา?” กริชยังคงซักไซร้เขา
“เปล่า”
คีรินยังคงปฏิเสธพร้อมกับรินเหล้าใส่แก้วแล้วดื่ม ถ้าตอบว่าตนเพิ่งแยกกับกานพลูมากริชก็จะซักไซร้ไม่เลิกอีก เขาเป็คนที่ไม่ค่อยอยากจะตอบคำถามใครเสียด้วย
.
.
.
วันถัดมา….
คีรินที่ตื่นลงมาทานอาหารมื้อเที่ยงที่โรงแรมจัดให้เพราะเมื่อคืนเมากันค่อนข้างหนักอยู่ ทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว จะขาดก็แต่กานพลูที่ยังไม่ลงมา เที่ยงขนาดนี้แล้วเด็กนั่นยังไม่ตื่นอีกหรือ? คีรินคิดพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งกับทุกคน แต่เขาก็ต้องแปลกใจกับบทสนทนาที่ทุกคนคุยกัน
“อะไรนะ กลับไปแล้วหรอ?” ลินินเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ทำไมรีบกลับจัง มีอะไรรึเปล่านะ” ลินินขมวดคิ้ว
“มีอะไรกันหรอ?” คีรินที่มาทีหลังถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็กานพลูน่ะสิ เห็นยัยเ้าบอกว่ากลับไปั้แ่เช้าแล้วละ ไม่บอกฉันสักคำเลย” ลินินบ่น
“ก็กว่าแกจะตื่น แล้วน้องมันก็รีบกลับ”
“เห็นว่ามีธุระ”
จันทร์เ้าบอกลินิน ในขณะที่กริชมองคีรินอย่างจับผิด ชายหนุ่มรู้สึกได้แต่เขาก็ทำไมไม่รู้ไม่ชี้เสียและอดคิดไม่ได้เลยว่าที่กานพลูรีบร้อนกลับไปก่อนนั้นมันเป็เพราะเื่เมื่อคืนด้วยรึเปล่า….?
ดังนั้นค่ำคืนสุดท้ายของทริปนี้ก็ขาดกานพลูไปคนหนึ่ง โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าจะไม่ได้เห็นกานพลูในมหาวิทยาลัยอีกเพราะแท้จริงแล้วในวันนั้นเธอได้มาทำเื่ลาออกและพ้นจากสภาพนักศึกษาไปแล้วนั่นเอง
“เออ วันนี้พวกมึงสังสรรค์กันไปก่อนนะ”
“กูว่าจะแวะไปจัดการธุระที่บ้านซะหน่อย” กริชเอ่ยขึ้น แม่ของเขาเป็เศรษฐีสวนทุเรียนขนาดใหญ่ที่ชุมพร ส่วนกริชก็มาเรียนในกรุงเทพฯ และพักอยู่กับผู้เป็พ่อเป็ส่วนใหญ่
“น่าสงสาร” ลินินเอ่ยขึ้นในขณะที่จันทร์เ้าแอบหัวเราะเบาๆ ส่วนกริชก็กำลังคิดไม่ตกกับการกลับไปของกานพลูอยู่
“เป็ข่าวกับยัยดารานั่นมันทำให้แกดูแย่ขนาดนั้นเลยหรอ?”
ลินินแสร้งถามเพราะเห็นกริชพยายามโทรง้อพักตร์พริ้งแฟนเด็กอยู่ แต่เด็กคนนั้นก็ค่อนข้างจะเอาแต่ใจไม่ยอมฟังอะไรเลยอยู่พอสมควรเหมือนกัน
“เหอะ!” กริชแค่นหัวเราะประชด แอนนาดาราสาวคนนั้นเป็กิ้กของคู่หมั้นลินินแท้ๆ แต่กลับเป็ตนที่ต้องซวยตกเป็ข่าวด้วยเฉย
“กูไปล่ะ”
………………….
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ????