[New Life] อิสระของชีวิต

    [117] งานเลี้ยงสังสรรค์ของชนชั้นสูง [3]

    [117] งานเลี้ยงสังสรรค์ของชนชั้นสูง [3]
    “อะไรวะเนี่ย ปิดถนนอีกแล้วเหรอ แล้วไอ้รถจำนวนมากพวกนั้นมันอะไรกัน? เกะกะการจราจรจริงโว้ย ไม่สะดวกเอาซะเลยให้ตายสิ!”“ช่วยไม่ได้ ก็มันดันเป็นช่วงนั้นของปีนี่หว่า บนพื้นว่าติดหนึบแล้ว ลองดูบนฟ้าก่อนเถอะ”คนที่นั่งข้างคนขับชะเง้อคอมองออกจากกระจกรถโดยไม่ลืมบอกให้เพื่อนที่ขับรถแหงนคอมองขึ้นไปดูด้วย และด้วยความที่ตอนนี้ไม่มีรถคันไหนสามารถเคลื่อนที่ได้เพราะปริมาณรถที่มากเกินไป พวกเขาจึงสามารถเงยคอออกจากรถได้โดยไม่ต้องกลัวจะมีรถคันไหนมาเฉี่ยวชน“โว้ว ฮ. เยอะชิบหายเลย รัฐจัดงานอะไรอย่างนั้นเรอะ?”“ไม่ใช่รัฐหรอก แต่เป็นพวกเอกชนต่างหาก งานประมูลที่รวมตัวนักตระกูลธุรกิจผู้ร่ำรวยที่สามปีครั้งจะจัดที ซึ่งทางรัฐบาลสนับสนุนเรื่องสถานที่เต็มที่ ไม่งั้นจะปิดถนนยาวเป็นว่าเล่นงี้ได้ยังไง ไม่นับเรื่องที่ว่าพวกแม่งซื้อเที่ยวบินทุกรอบของทุกที่ที่จะบินตัดน่านฟ้านิวยอร์กในวันนี้ เพื่อที่ว่าฮ. จะได้บินกันได้สะดวกด้วย”“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ แต่มึงนี่รู้เยอะดีนี่หว่า”“ก็เคยฟังเขาเล่าลือกันมา จริงแค่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งมันก็คงจะลือกันมาถูกแหละ ไม่งั้นมีเหรอที่พวกเราจะได้เห็นภาพแบบนี้ ยังกับอยู่ในหนัง ปีแรกเลยรึเปล่าวะที่ไอ้พวกนี้มาจัดงานกันใจกลางเมือง”ท่ามกลางตึกสูงที่อยู่ใต้ท้องนภาและแสงดาว เฮลิคอปเตอร์นับร้อยลำบินวนเวียนอยู่ในน่านฟ้าของเกาะแมนฮัตตัน แสงไฟสีขาวสว่างจากเฮลิคอปเตอร์ที่ส่องลงมายังพื้นดินช่างสว่างชวนแสบตา ตัดกับรถหรูสีดำสนิทที่จอดปิดถนนยาวเหยียดแทบจะตลอดสาย ลำบากผู้ใช้ถนนทั่วไปที่ต้องขับอ้อมไปถนนอีกเส้นหนึ่งนอกจากนั้นหมู่การ์ดชุดดำที่เดินวนไปวนมา โดยไม่ลืมถือวิทยุข่าวสารแจ้งสถานการณ์ให้เพื่อนพ้องฟังกันอย่างต่อเนื่อง หากมีคนเดินหลงเข้าไปก็เป็นอันต้องถูกเชิญออกพื้นที่อย่างสุภาพ หรือหากดื้อรั้นก็อาจจะโดนทำร้ายร่างกายอย่างพอให้เจ็บตัวก่อนจะถูกเตะโด่งไป...แล้วอย่าไปหวังเรื่องฟ้องร้องขอเงินชดเชย ให้ตายก็ไม่มีทางได้“เหอะๆ อลังก็ส่วนอลังอ่ะนะ แต่สำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ นี่ถือว่าเกะกะชิบหาย”“รัฐบาลต้องยอมแหละ ยินดียอมด้วย เพราะเงินประมูลของเจ้าพวกนี้จะมียอดไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้าน และยอดเงินพวกนั้นจะกลายมาเป็นเงินสนับสนุนรัฐ ในขณะที่อีกส่วนนึงจะเข้าไปหมุนเวียนในโครงข่ายบรรดามูลนิธิต่างๆ ทั่วอเมริกาด้วย ไม่สะดวกแค่พวกเราคืนเดียวแต่ได้กลับคืนสู่สาธารณะมากขนาดนั้นก็ถือว่าคุ้มจริงมั้ยล่ะ?”“ก็ใช่ว่าจะมาถึงเรานี่หว่า ยังไงก็เถอะ มึงนี่จะรู้เยอะเกินไปแล้ว”“มันมีเว็บเพจที่เอาข่าวเก่ามาลงให้อ่านน่ะ เมื่อกี้ก็แค่อ่านให้มึงฟังไปพร้อมๆ กันเท่านั้นเอง”“ปั๊ดโธ่ ก็คิดว่ารู้จริง”ผู้ใช้รถใช้ถนนที่เดินทางในค่ำคืนนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถอย่างช่วยไม่ได้ ในขณะที่บรรดาคนที่ตั้งใจจะเดินทางเข้าออกประเทศในวันนี้แต่ไม่ได้ตรวจสอบข่าวสารล่วงหน้าว่ามีรอบบินมั้ย ก็จำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการเดินทางของตัวเองไปโดยปริยาย...“น่าสงสัยจริงเชียว ว่าสามปีต่อมาไปจนถึงงานรอบหน้า จะมีสักกี่คนในงานนี้กันนะที่จะถูกแย่งความมั่งคั่งไปจากกิจการของตัวเองจนหมดสิทธิมาเข้าร่วมงานอีก”“ก็พูดเกินไปบรูโน่ สองสามตระกูลที่ล้มไปนั่นต้องบอกว่าเขาทำตัวเอง เหลิงจนล่มจมก็เห็นได้ทั่วไป ยังไงซะก็เป็นแค่พวกตระกูลชั้นสามด้วย อย่างแอนโทนี่ไม่ลดตัวไปแย่งช่องทางทำกินไปจากพวกนั้นหรอก รองท็อปตลอดกาลอย่างนายก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไงกันบรูโน่”“ฉันไม่ได้พูดสักคำว่าคนทำคือแอนโทนี่นะ เจอร์รามี่ นายอย่าใส่ร้ายฉันสิ จะว่าไปรองท็อปตลอดกาลก็ดีกว่าร่วงหลุดจากสามอันดับแรกนะ”สองตระกูลที่อยู่อันดับต่ำกว่าแอชลีย์ผนึกกำลังกันจิกกัดแอชลีย์อย่างเห็นได้ชัด อนึ่งเจอร์รามี่ เจอร์ลักซ์ ที่เป็นอันดับสี่นั้นเป็นตาแก่หัวเถิกใกล้ล้านปากไวที่เกลียดความเป็นหนึ่งของแอนโทนี่มากที่สุด ดังนั้นเมื่อบรูโน่ ไวน์เคเซียร์อันดับสอง เปิดช่องมาแค่นิดเดียว เจ้าตัวก็หาเรื่องโยงใส่แอนโทนี่ได้หมด ทั้งยังจิกคนที่มีอันดับสูงกว่าเขาอีกคนไปพร้อมๆ กันด้วย แต่ก็อย่างที่เห็นล่ะนะว่าอันดับสองก็ไม่ยอมโดนจิกอยู่เฉยๆไม่บอกคงไม่รู้เลยล่ะว่าสองคนตรงหน้าถือเป็นผู้กุมบังเหียรเศรษฐกิจระดับต้นๆ ของโลก เพราะยามทะเลาะจิกกัดกันนั้น ช่างไม่ต่างอะไรจากเด็กทะเลาะกันว่าใครมีของเล่นที่ดีกว่ากัน“จะว่าไปแอนโทนี่ มีข่าวว่านายกำลังทำเกมส์ จะไปตีตลาดเกมส์โมบ้าแข่งกับไอ้หนูโรเบิร์ตงั้นเหรอ? หวา ต่อจากเจอร์รามี่ก็โรเบิร์ตเองเหรอเนี่ย?”“ก็ไม่ผิด แต่ฉันไม่ได้จะไปตีตลาดอะไรแข่งกับใคร สิ่งที่ฉันทำก็เป็นการขยายธุรกิจของตัวเอง พอสินค้าออกมาเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าตัวสินค้าของฉันไม่มีอะไรเหมือนของโรเบิร์ตเลย”แอนโทนี่กล่าวแก้ไขความเข้าใจผิดโดยไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง แม้แต่บรูโน่ที่กำลังทำหน้าสงสารใส่โรเบิร์ตอยู่ก็ยังต้องร้องอู้หูออกมาเบาๆ อย่างตอแหล โรเบิร์ตที่ฟังอยู่เองยังต้องปั้นหน้าเห็นด้วยด้วยรอยยิ้มจืดเจื่อนไม่น่ามอง“จะบอกว่า งานของนายกับของไอ้หนูโรเบิร์ตมันคนละชั้นกันล่ะสิท่า สมกับเป็นโนหนึ่งตลอดกาลจริงๆ”“นั่นสินะครับ จะให้งานของบริษัทผมไปเทียบกับของตระกูลแอชลีย์ก็คงเทียบไม่ได้อยู่แล้ว”“ไปกันใหญ่แล้ว ช่างเถอะ ฉันไปนั่งพักก่อนก็แล้วกัน”“รีบจริงนะ”“ให้พวกเราชื่นชมต่ออีกหน่อยจะไประดับ คุณชั้นหนึ่งในชั้นหนึ่ง”เสียงหัวเราะที่ดังไล่หลังมาไม่ได้ทำให้แอนโทนี่อารมณ์เสียพอจะไปหาเรื่องจิกกัดไร้สาระกับบรรดาเพื่อนสมัยเด็กที่กลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจมาเป็นสิบๆ ปี หากเป็นงานครั้งก่อนเขาก็พอจะไปจิกกัดว่าพวกนั้นต่ำชั้นกว่า ไม่ว่ายังไงก็ไม่ทางเทียบชั้นเขาได้อยู่หรอก แต่ไม่รู้ทำไมปีนี้แอนโทนี่ไม่รู้สึกอยากจะทำอะไรแบบนั้นเลย...มันดูไร้ค่า ไร้สาระ และน่ารำคาญบรรดาตระกูลนักธุรกิจที่มาในงานวันนี้ถูกแบ่งเป็นสามระดับ พวกชั้นหนึ่งคือพวกที่มีอำนาจฝังรากอยู่ในสังคมมาอย่างยาวนาน มีทรัพย์สินมากมายจนประเมินค่าแทบไม่ได้ ซึ่งแปดตระกูลล้วนอยู่ในชั้นหนึ่ง แม้แต่พวกที่ตกต่ำไปก็ยังรวมอยู่ในชั้นนี้ พวกชั้นสองคือฝังรากมานาน มีอิทธิพลพอสมควร หรือไม่ก็เป็นเศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยโดดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ในขณะที่ชั้นสามคือพวกเศรษฐีใหม่ที่ไม่โดดเด่นขั้นสุดแต่มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาได้ในอนาคตพวกชั้นหนึ่งจะนั่งอยู่ชั้นบนสุด เป็นชั้นลอยที่แยกออกมาจากชั้นปกติ มีความกว้างแค่ครึ่งเดียวของชั้นสองแต่หรูที่สุด ชั้นสองคือชั้นบนสุดธรรมดาสำหรับให้พวกชั้นสองรวมตัวกันอยู่ในช่วงที่มีงานประมูล และชั้นที่อยู่ด้านล่างเข้าไปอีกเป็นพื้นที่ของชั้นสามที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานประมูล มีจำนวนน้อยเพราะถูกเชิญมาไม่มากงานเลี้ยงกึ่งงานประมูลในครั้งนี้ถือเป็นการแบ่งชนชั้นของคนในสังคมอย่างเห็นได้ชัดว่าใครอยู่ในลำดับชั้นไหน ถ้าไม่ร่ำรวยจริงก็ไม่มีทางได้รับเชิญเข้างาน...ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต่อให้ไม่ได้ร่วมงานชั้นบนสุด แต่ได้ย่างกรายเข้าไปในตึกสถานที่จัดงานชั้นล่างลงมาในฐานะแขกได้ ก็ถือว่าได้ยกระดับฐานะตัวเองให้เป็นหน้าเป็นตาในวงสังคมแล้ว“ในเมื่อแอนโทนี่ไปแล้ว พวกเราก็ไปบ้างล่ะ”“เริ่มงานเมื่อไหร่ก็ค่อยจิกใหม่ก็แล้วกันนะ”สามตระกูลตกชั้นทั้งเดอร์ลากูลเน่ ลาลาเบล และเมสัน ที่ไม่ได้สนใจเรื่องของตระกูลมาเป็นทุนเดิมอย่าง เพอร์ซี่ คีซ และ เฮิร์ดดริกซ์ ก็ตัดสินใจเดินแยกไปยังที่นั่งของตัวเองเช่นเดิม เพราะการพบปะทักทายกันตามธรรมเนียมก็จบไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมายืนรวมกลุ่มกันต่อ จะให้ยืนให้พวกเพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อนมาจิกกัดต่อไปก็ใช่ทีจริงๆ พวกเขาทั้งสามก็แปลกใจอยู่มิใช่น้อยนะที่ครั้งนี้แอนโทนี่ไม่ร่วมเหยียบย่ำซ้ำเติมพวกเขาที่ตกต่ำลง เหมือนเมื่อปีที่แล้วๆ มา ทั้งยังมีท่าทีรำคาญเจ้าเจอร์รามี่กับบรูโน่ซะอีกแน่ะ“งั้นเจ้าภาพงานอย่างนายก็เตรียมเปิดงานได้แล้วนะเจ้าหนูโรเบิร์ต ขืนรอให้ดึกกว่านี้มันก็จะยิ่งลากยาว ทีนี้เวลาพักผ่อนฉันคงไม่เหลือพอดี”“ครับๆ คุณนาตาลี”เจ้าภาพงานขอตัวเดินแยกออกไปเป็นคนสุดท้าย รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏอยู่บนริมฝีปาก หากไม่ติดว่าการฆ่าพวกไอ้แก่ดึกดำบรรพ์ของพวกเจ็ดตระกูลที่เหลือทิ้งให้หมดจะเป็นการทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมากล่ะก็ เขาคงจะหาทางฆ่าพวกมันทิ้งไปพร้อมๆ กับไอ้แก่ตระกูลแอชลีย์ไปแล้ว...น่าเสียดายจริงๆ ที่วันตายของพวกแกดันไม่ใช่วันนี้ ไม่งั้นไอ้แก่แอชลีย์ก็คงจะได้มีเพื่อนเที่ยวยมโลกเยอะๆ แท้ๆ...“คุณท่าน...”“อา รับไปสิ”ที่รับรองชั้นหนึ่ง แอนโทนี่ที่หย่อนก้นนั่งลงชุดโซฟาสุดหรูตัวกว้างได้ไม่ถึงสิบวิ ก็ส่งแก้วค็อกเทลในมือที่พึ่งจิบไปเมื่อสักครู่ส่งให้อลันที่อ้าปากทักเสียงเบา อลันที่รับแก้วมายกเครื่องดื่มสีสวยขึ้นจิบ เมื่อยืนยันแล้วว่าปลอดภัยจึงส่งคืนให้เจ้านายถึงมือ ทว่าเซ็ทกับดึงแก้วจากมือผู้อาวุโสมาเสียก่อน“ให้ผมลองหน่อย”“เฮ้ย นี่ไม่ใช่-”“ผมลองพิษแบบคุณนั่นแหละ ไม่ได้นึกครึ้มอยากจะดื่มอะไรหรอก”เนื่องจากเป็นมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว อลันและเซ็ทจึงเปิดปากเถียงกันได้ผิดวิสัยการ์ดที่ต้องนิ่งเงียบแทบจะตลอดเวลา แอนโทนี่ทำท่าจะห้ามไม่ให้หลานทำอะไรเสี่ยงๆ แต่เซ็ทก็ยกแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นมากระดกเข้าปากแล้ว ซ้ำยังกลืนมันลงไปเป็นอึกๆ อีกต่างหากเซ็ทลิ้มรสชาติขมฝาดปนหวานปะแล่มของค็อกเทลที่อยู่ในปาก จากนั้นจึงเดินไปหยิบขนมรับรองที่ถูกวางไว้บนโต๊ะสองสามอย่างมาใส่ปากต่ออย่างเสียกิริยา หากเป็นปกติเซ็ทก็คงไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาหรอก เพราะแค่เห็นว่าโต๊ะที่มีป้ายชื่อรับรองแอนโทนี่เป็นเพียงโต๊ะเดียวที่มีขนมที่แตกต่างจากโต๊ะของคนอื่นนี่อยู่ ก็ถือว่าน่าสงสัยพออยู่แล้วยิ่งงานเลี้ยงที่ไม่รู้มีใครประสงค์ดีหรือร้าย มันก็ไม่ควรกินอะไรมั่วซั่ว ยกเว้นก็แต่โดนบังคับให้กินแบบเมื่อครู่ ที่เป็นกรณีแบบที่เลี่ยงไม่กินสักนิดเลยไม่ได้...แต่พิษปริมาณเล็กน้อยก็ใช่ว่าจะทำให้ถึงตายไม่ได้ล่ะนะ“พิษแบบแยกส่วน เดาจากส่วนผสมแล้วไม่ใช่ประเภทร้ายแรงที่ทำให้ตายทันทีหรอก น่าจะทำให้คนกินกลายสภาพเป็นผู้ป่วยติดเตียง”...หรือไม่ก็เร่งการออกฤทธิ์ ทำให้ยากแก่การหนี เล่นใหญ่จริงๆ นั่นแหละ“หะ? จริงเหรอ...ไม่สิ แล้วนี่นายกินมันเข้าไป?”“ไม่ต้องห่วงหรอก ส่วนผสมที่ใช้มันยังไม่ครบ กินเข้าไปก็ยังไม่มีผลอะไร คุณท่านอย่าทานอะไรเข้าไปอีกก็แล้วกันครับ ถึงจะรู้ว่าเป็นยาประเภทแยกสัดส่วนเพราะรู้ถึงการทำปฏิกิริยาในร่างกาย แต่ผมก็บอกไม่ได้หรอกว่ามันจำเป็นต้องใช้ส่วนผสมอีกกี่อย่างถึงจะกลายเป็นพิษ”“ฉันเชื่อ จะไม่แตะต้องอะไรอีกเลยก็แล้วกัน อีกอย่าง...จะไม่ถามหรอกนะว่ารู้ได้ยังไง แต่อย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งอีกเป็นอันขาด”แอนโทนี่สวมบทบาทเจ้านายว่าเสียงเข้ม หากทำได้เขาก็อยากจะพาหลานกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย งานเงินอะไรไม่สนแล้ว เจ้าหลานตัวแสบจะได้ไม่ทำอะไรกะทันหันเสี่ยงให้เขาหัวใจวายตายอีก ให้ฟังหลานพูดว่าตัวเองอาจถูกพิษ ต่อให้เจ้าหลานบ้านี่จะมีกิ๊ฟรักษาก็เถอะ แต่คนเป็นปู่ที่ไหนจะไปทนได้กัน“ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงครับคุณท่าน”เซ็ทเล่นใหญ่รีบคุกเข่าลงเป็นการขอโทษที่เคลื่อนไหวโดยพลการ รู้ตัวดีว่ากำลังทำให้ปู่เป็นห่วง อีกทั้งต่อให้ใส่หน้ากากอยู่ก็ยังรู้สึกได้ว่าทั้งอลันและหัวหน้าการ์ดต่างก็พร้อมใจมองมาที่เขาเป็นทางเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นสายตาที่สื่อคนละความหมายก็เถอะ‘ตรวจสอบเส้นทางซ้ำอีกครั้ง แล้วก็ตรวจสอบด้วยว่าพวกนั้นดำเนินการอะไรไปถึงขั้นไหนแล้ว ขอแบบเรียลไทม์ เรื่องอื่นไว้ทีหลัง ปัดทุกเรื่องทิ้งไปก่อนให้หมด’{รับทราบ จะทำการรายงานให้ทราบเป็นระยะ}“ถึงจะไม่ค่อยอยากเชื่อ แต่ถ้าเป็นความจริงมันก็เป็นความดีความชอบอยู่หรอก ยังไงก็ต้องชมล่ะนะว่าทำได้ดีมาก แต่อย่าทำอะไรกะทันหันอีก ยังไงหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของคุณท่านกับนาย...เป็นหน้าที่ของพวกเรา”“ทราบครับ ขอโทษด้วย”อลันกระเถิบกายมากระซิบเสียงดุ เซ็ทก็พยักหน้ารับแกนๆ กลับไป การให้อลันตรวจสอบเมื่อครู่ก็ไม่ได้ผิดพลาดอะไร เพียงแต่ถ้ากินเดี่ยวๆ มันก็เหมือนสมุนไพร ตราบใดที่ไม่กินส่วนที่จำเป็นไปจนครบ ความเป็นพิษก็ไม่ออกฤทธิ์ นอกเหนือจากเซ็ทที่รู้ได้ว่าของกินที่กินไปทำปฏิกิริยากันเอง ก็คงมีน้อยคนที่จะรู้ตัวตั้งแต่กินอะไรเข้าไปแรกๆ“เห็นมองไปทางนั้นมาสองหนแล้ว มีอะไรรึเปล่า?”“เปล่าครับ แค่คิดว่าเห็นคนรู้จักนิดหน่อยเฉยๆ ไม่ได้คิดจะเข้าไปทักทายอะไรหรอก”เซ็ทตอบพลางหันกลับมาตั้งหน้าตรงมองไปยังเวทีกว้าง สงบเงียบเก็บท่าที สำรวมกิริยาวาจาได้นิ่งเฉยจนการ์ดชั้นยอดอย่างโลแกนยังต้องแปลกใจถึงบรรยากาศมั่นคงดุจหินผานั่นฝั่งที่เซ็ทมองไปคือชั้นล่างอันเป็นที่ของพวกชั้นสอง ในกลุ่มคนนั้นมีหญิงสาวสองคนที่โดดเด่นสะดุดตาจนใครๆ ก็ต้องเหลียวมอง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีเส้นผมสีแดงเพลิงและอยู่ในชุดราตรีสีแบบเดียวกัน ทั้งฐานะเองก็ดูจะมั่นคงและมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ซึ่งคนๆ นั้นก็คือไลล่ากับเพื่อนสาวแมรี่ รอบตัวสองคนนั้นยังมีผู้ชายมากหน้าหลายตาที่พยายามเข้าหาสานสัมพันธ์จนไม่ต่างกับพวกเธอเป็นดอกไม้ในหมู่ผึ้ง{ถ้าเกิดเรื่องจะช่วยไม่ช่วย?}‘รอดูสถานการณ์ก่อนค่อยว่ากัน ยังไงซะสวัสดิภาพของปู่ก็ต้องมาก่อน’{รับทราบ จะติดตามดูการเคลื่อนไหวของสองคนนั้นไว้เผื่อก็แล้วกัน การรายงานแบบเรียลไทม์ยังคงใช้งานได้เป็นปกติ ไม่ใช่ปัญหา}โรทำการประเมินจากคำพูดของเซ็ทแล้วจึงเอ่ยตอบ ถึงจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อแต่ก็เป็นคนที่เคยพูดคุยกัน อีกทั้งยังเป็นคู่ค้าและเพื่อนร่วมงาน แถมเซ็ทเองก็ชอบในนิสัยของไลล่าและแมรี่มากพอตัว หากไม่กระทบกับสถานการณ์และมีความเป็นไปได้ ในฐานะมนุษย์แล้วเซ็ทก็คงไม่ปล่อยสองคนนั้นตายไปโดยเปล่าประโยชน์ และตัวเขาที่เป็นผู้ช่วยก็ต้องตอบสนองความต้องการของเจ้านายให้ได้มากที่สุด โรประมวลผลว่าแบบนั้น‘ทำเป็นรู้ดี’{ก็ผมเป็นระบบผู้ช่วยแสนมีประโยชน์ที่อยู่กับคุณมาแทบจะทั้งชีวิตนี่}เซ็ทหัวเราะให้กับการเย้าหยอกของโรอยู่ในใจโดยที่ร่างกายภายนอกไม่มีการกระดุกกระดิก ดวงตายังคงจับจ้องไปที่โรเบิร์ตที่บัดนี้กำลังเดินขึ้นมากล่าวทักทายพร้อมเปิดงานแล้ว ในขณะที่ด้านข้างมีสาวสวยในชุดเมดเรียบร้อยแต่งดงามถึงสองคนมารับหน้าที่เป็นดอกไม้ประดับและรับช่วงต่อเมื่อถึงเวลาประมูล พวกเธอใช้เสียงหวานๆ เรียกความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติได้อย่างมืออาชีพบรรดาแขกรับเชิญชั้นหนึ่งและชั้นสองต่างก็ทยอยเดินกลับไปยังที่โต๊ะรับรองที่ถูกจัดไว้เป็นมุมๆ ถ้าเป็นชั้นหนึ่งจะได้ชุดโต๊ะโซฟาหรูคล้ายๆ กับที่แอนโทนี่นั่งอยู่ ในขณะที่พวกชั้นสองจะเป็นโซฟาเดี่ยวมีพนักพิงยาวต่อๆ กัน คล้ายๆ กับเก้าอี้ของระดับชั้นพรีเมี่ยมในโรงหนัง ในขณะที่ชั้นสามจะเป็นโซฟาที่ดูธรรมดาลงไปอีก ไม่สามารถเข้าร่วมงานประมูล ทำได้เพียงนั่งดู แต่สามารถส่งของเข้าร่วมประมูลได้“เมื่อถึงเวลาอันสมควร ทางเราก็จะขอเปิดการประมูลค่ะ ขอเริ่มกันที่ของชิ้นแรก เป็นรูปปั้นประดับเก่าแก่ ที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสามร้อยปี ถูกสร้างจากช่างที่มีชื่อเสียง มีตำหนิเพียงเล็กน้อย มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์”“ว่ากันว่าเป็นของนำโชคที่ไว้เรียกโชคลาภเข้าบ้าน ปัดสิ่งชั่วร้าย ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งแสนดอลลาร์ค่ะ”“แสนหนึ่ง”“แสนสอง”อย่างที่รู้กันว่าของชิ้นแรกๆ มักจะเป็นของที่มูลค่าต่ำ สำหรับเศรษฐีใหม่ที่มีงบประมาณในการใช้จ่ายสิ่งไม่จำเป็นไม่มากพอมาใช้ในการโอ้อวดความร่ำรวย ก็ควรจะรีบใช้กันตั้งแต่ของชิ้นต้นๆ เพราะหากไปในลำดับหลังๆ ก็คงสู้ไม่ไหว ดีไม่ดีขืนเผลอไปประมูลสู้แล้วได้มาก็คงไม่มีเงินจ่าย“คุณท่าน มีเรื่องที่อยากจะถามสักหน่อย”เซ็ทเดินลงไปคุกเข่าอยู่ข้างหน้าแอนโทนี่กระซิบถามด้วยเสียงเบา สำหรับแอนโทนี่ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ก้มตัวลงมาเล็กน้อย ในใจปู่จ๋าอยากจะดึงร่างหลานชายให้ลงมานั่งด้วยกันที่โซฟา แต่ก็ยับยั้งตัวเองเอาไว้ก่อน ทำเสียงพร้อมรับฟังคำถามอยู่ในลำคอนิ่งๆ“ถ้าคนที่คุณท่านไม่ชอบหน้ามาตลอดเป็นคนที่ถูกอะไรบางอย่างควบคุมอยู่ และแท้จริงเขาอาจจะไม่ใช่คนชั่วร้ายแบบนั้น ถ้าเป็นคุณท่านจะช่วยให้เขากลับมาเป็นคนเดิมหรือทำให้เขาไปดี...ดีครับ?”“ชั่วร้ายแบบไหนก็ต้องดูล่ะนะ ถ้าตอบอย่างคนดีก็ต้องเป็นช่วยได้ก็จะช่วย แต่ยังไงซะก็ต้องดูส่วนประกอบอื่นด้วยควรจะช่วยมั้ย ถ้าก่อนหน้านั้นมันเลวเกินทนก็ปล่อยมันตายไป ยังไงเนื้อแท้ฉันก็ไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว ...หละ- Z ไปรู้อะไรมาอีกแล้วล่ะเนี่ย?”“นิดหน่อยน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก”เซ็ทที่ได้คำตอบแล้วก็ถอยกลับไปยืนอยู่ด้านหลังเหมือนเดิมแอนโทนี่รู้สึกเหมือนเซ็ทเก็บงำความจริงบางอย่างไว้ที่ตนเองเสมอ ขนาดตัวเขาที่เดินนำหน้าคนอื่นไปก่อนหลายสิบก้าวก็ไม่สามารถไล่ตามเงาของหลานชายได้ทัน จนตอนนี้แอนโทนี่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าเซ็ทปกปิดเรื่องอะไรของตัวเองไว้เป็นความลับอีกกันแน่...ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่หลานชายผู้มากความลับจะไว้ใจเขามากพอแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังการประมูลยังคงดำเนินต่อไป สินค้าชิ้นแล้วชิ้นเล่ายังคงถูกทยอยนำขึ้นมาให้ผู้เข้าร่วมแข่งกันเพิ่มจำนวนเงิน โดยมีตั้งแต่รูปปั้น ผลงานศิลปะอื่นๆ ทั้งภาพวาด ชุดเครื่องแก้ว ลายเซ็นต์คนดัง รถหรู นาฬิกา เครื่องประดับราคาแพงต่างๆ ของเก่าเก็บไปจนถึงที่ดินซึ่งจากของมากมายที่ถูกนำออกมา แอนโทนี่เพิ่งให้ความสนใจกับแหวนฝังเพชรสีชมพูน้ำงาม ที่น้ำหนักกะรัตไม่ได้ถือว่ามากมายจนต้องทำตาโต แต่การเจียรไนถือว่าสวยโดดเด่น“แหวนฝังเพชรสีชมพู พิงก์ สตาร์ ตัวเพชร Type IIa เป็นเพชรที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก น้ำหนักเก้ากะรัต เริ่มต้นที่สิบล้านดอลลาร์ค่ะ เพิ่มยอดครั้งละไม่ต่ำกว่าสองแสนนะคะ”“สิบสองล้าน”“สิบสี่ล้าน”เสียงของผู้เข้าร่วมประมูลเพิ่มราคากันสนุกสนาน สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะเพชรสีชมพูไม่ได้ถูกนำออกมาขายในตลาดบ่อยๆ เมื่อมีโอกาสให้คว้าไว้ใครเล่าจะพลาด ยังไงบรรดาคุณหญิงคุณนายทั้งที่มาร่วมงานหรือรออยู่ที่บ้านต่างก็ชอบของสวยๆ งามๆ อยู่แล้ว เพียงแต่เสียงประมูลก็ต้องหยุดลงเมื่อถึงหลักยี่สิบล้าน“ห้าสิบล้าน”แอนโทนี่ให้ราคาสูงโดดจากคนอื่น เป็นหลักราคาที่ใครเห็นก็ว่าไม่คุ้มค่า ขนาดเพชรสีชมพูที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ถูกซื้อไปในราคาเดียวๆ กัน ก็ยังมีน้ำหนักกะรัตมากกว่าชิ้นนี้ถึงเท่าตัว จากกะรัตละสองจุดหกล้านกว่าๆ ก็ถีบมาเป็นกะรัตละห้าจุดห้าล้านได้คนที่เอาของหายากมางานประมูลการกุศลว่าบ้าแล้ว คนประมูลราคายิ่งบ้ากว่าเสียอีก ต่อให้มีเงินไปละลายน้ำเล่นก็ไม่มีใครคิดจะไปแข่งสู้ราคาด้วยหรอก ยิ่งคนๆ นั้นคือแอนโทนี่ที่กุมบังเหียรการเงินรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วยแล้ว ใครจะอยากเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงแม้แต่ไวน์เคเซียร์ยังไม่กล้าประมูลแข่งอวดความร่ำรวยเพราะกลัวโดนแอนโทนี่เล่นแง่ แล้วตนจะต้องเสียเงินก้อนใหญ่ไปโดยไม่จำเป็น“เคาะขายที่ห้าสิบล้าน ของชิ้นนี้ตกเป็นของคุณแอนโทนี่ แอชลีย์ค่ะ”“คุณท่าน เอาไปทำไม่หรือครับ?”“ไว้ให้...ใช้ขอแฟนคบ พอจะแต่งค่อยใช่แหวนประจำตระกูล” แอนโทนี่ว่าพลางยกยิ้ม ไม่ได้คิดเลยว่าคนฟังนั้นค้างเติ่งกลางอากาศไว้แล้ว ต่อให้ไม่เอ่ยชื่อก็ใช่ว่าจะไม่รู้นะว่าหมายถึงใคร “ก็ว่าไปนั่น จะใช้แบบนั้นก็ได้แหละ แต่จริงๆ ก็แค่ไม่มีของชิ้นอื่นที่น่าร่วมประมูลเฉยๆ”ของนับร้อยชิ้นที่ถูกประมูลออกไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มาถึงของชิ้นสุดท้าย เป็นอะไรที่ดูไม่น่าออกมาได้ แต่ก็ดันออกมาซะอย่างนั้น“บัตรนัดเดทหนึ่งวันกับหลานสาวคนสวยของตระกูลไวน์เคเซียร์ เบลล่า ไวน์เคเซียร์ ที่มาเป็นบัตรนัดเดทเพราะคุณบรูโน่กล่าวว่าสิ่งมีค่าที่สุดในตระกูลเขาก็คือหลานสาวค่ะ หากคนที่ไปเข้าตาก็มาได้เป็นหลานเขยของตระกูลไวน์เคเซียร์ด้วย เริ่มต้นประมูลที่หนึ่งแสนดอลลาร์ค่ะ”หญิงสาวหน้าตาสะสวยรูปร่างงดงามยืนอยู่บนเวทีด้วยท่าทางโดดเด่นเป็นสง่า ด้วยหุ่นสูงเพรียวในชุดราตรีสีฟ้าอ่อนทำให้เธอดูบอบบางน่าทนุถนอม เพียงแต่ใบหน้าที่มองเห็นอยู่ไม่ไกลนิ่งเฉยจนดูเย็นชาตัดกับภาพลักษณ์ที่เธอมี ตระกูลน้อยใหญ่ที่มีทายาทอายุพอๆ กันต่างก็พร้อมใจกันลงราคาประมูล...โอกาสในการดองญาติกับตระกูลดังๆ อย่างไวน์เคเซียร์น่ะมีมาให้บ่อยๆ ซะที่ไหน แม้จะเป็นโอกาสเพียงน้อยนิด แต่ต่อให้ไม่ได้แต่งแค่มีความสัมพันธ์ดีๆ ด้วยสักหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่าเรทราคาทะลุสูงถึงหลักสิบล้าน เป็นราคาที่พุ่งสูงเกินจำเป็น แต่ไหนๆ ก็เป็นของชิ้นสุดท้าย พวกเงินเหลือก็ขอสักหน่อย ให้ผู้นำตระกูลไวน์เคเซียร์เห็นความตั้งมั่นตั้งใจของพวกเขาสักนิดก็ถือว่าไม่เลว ทว่าในขณะที่คนกำลังประมูลราคากันอย่างเผ็ดร้อน เสียงของอะไรบางอย่างก็ทำให้การประมูลต้องหยุดชะงักโครม!!!“กรี๊ดดดดดดด!!”เฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่บินชนเข้าที่ด้านหนึ่งของตัวตึก ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับที่แอนโทนี่นั่งอยู่ ส่วนของใบพัดหักงอแต่ยังหมุนอย่างรุนแรง ตัวผนังส่วนหนึ่งถูกกระแทกจนมันพังยับ เศษหินและคอนกรีตทั้งน้อยใหญ่ร่วงหล่นไปตามแรงดึงดูดของโลก การ์ดด้านล่างนั้นจะหลบได้หรือไม่ก็ยังไม่โกลาหนเท่าด้านบนมีการ์ดและแขกผู้มีเกียรติบางส่วนโดนหินก้อนใหญ่กระเด็นใส่ตัว โต๊ะสำหรับทำค็อกเทลพังยับเศษแก้วหล่นกระจุยกระจายเต็มพื้นและบางส่วนก็กระเด็นมาฝังตามบริเวณผิวเนื้อของผู้โชคร้าย หากแต่ที่โชคร้ายที่สุดคือผู้ที่อยู่ใกล้ผนังยามเฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาชน ร่างของทั้งชายหญิงโดนใบพัดปั่นเละจนกลายเป็นชิ้นเนื้อแหยะๆ จนดูไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน ทั้งยังกระจายไปทั่ว‘อะ...ผิดแผนนี่นะ?’{ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็ผิดแผนไปไกลเลยล่ะ}ท่ามกลางความโกลาหนของคนรอบข้าง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและความตาย หนึ่งเจ้านายหนึ่งระบบผู้ช่วยยังยืนมองภาพความเละเทะได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น‘ถ้าเป็นงี้ไปแล้วจะเอายังไงต่อดีนะ?’
    ‘ปัจจัยภายนอกทำให้สิ่งที่วางไว้ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ได้เสมอ การด้นสดไปตามสถานการณ์เป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่ควรมีติดตัว’
    ---------------นอกจากเซ็ทจะเป็นตัวร้ายแล้ว เซ็ทยังเป็นตัวซวยด้วยนะคะ จะวางแผนเล่นงานอะไรเซ็ทนี่ต้องเผื่อแผนล่มไว้แบบหลายๆ ชั้นเลยล่ะ เป็นคำพูดจากตอนที่ 44 ที่พึ่งลงไปในเด็กดี ย้อนความกันนิดนึง {ต่อให้เซ็ทไม่เข้าไปหาเรื่อง แต่เดี๋ยวเรื่องก็เข้ามาหาอยู่ดี คุณมันตัวซวยนี่นา} โรเบิร์ตวางเเผนไว้แบบเล่นใหญ่ แต่จะเป็นอุบัติเหตุหรือคนอื่นเข้ามาแทรกก็ทำให้ไม่ได้เล่นใหญ่แบบที่ตั้งใจแล้วล่ะ อาจจะใหญ่กว่าก็ได้นะ ถถถถไม่ยืดเยื้องานเลี้ยงไปมากกว่านี้แล้วค่ะ ทุกคนคงเบื่อกันแมวเข้าใจ นี่ก็ตัดกระชับน้ำออกไปให้มากสุดๆ เหลือแค่อธิบายฝั่งแปดตระกูลทั้งหลายละเน้นหนักเฉพาะปู่กับหลานแล้วนะ ตอนหน้าไปบู๊ล้างผลาญกันเถอะ ไม่สัญญาว่าเซ็ทจะได้บู๊หนักขนาดไหน แค่ก!
    error loadedอวดปกใหม่ แมวจ้างวาดแต่ลงสีเองจ้า ไม่กล้าใส่ตัวอักษรเพราะไม่รู้จะใส่อีท่าไหนดี 555
    error loadedถ้าจำปกเก่าได้จะเห็นพัฒนาการความหล่อของตัวร้าย และพัฒนาการในการลงสีของแมวนิดนุงงง แง๊ววว ใครอยากได้รูปปกไปลองลงสีเล่น ทักแชทเพจ อุ้งเท้าแมว มาขอได้นะคะขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านนิยายสุดยืดเยื้อเนื้อหายของแมวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ยังช่วยเปย์กันมาถึงขนาดนี้ด้วยค่ะ รักกกคุยกับแมวได้น้า แมวอาจไม่ได้ตอบอะไรกลับเพราะแมวเม้นต์ตอบไม่เป็น แต่แมวก็เลื่อนอ่านทุกคอมเม้นต์ที่เจอเลยค่ะ รักษาสุขภาพดูแลตัวเองด้วยเช่นกันนะคะสำหรับเรือบาปถ้าแมวจิ้นออกแมวจะเขียนมาลงให้น้า


    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน