รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับสถานะใหม่ของหลินเฟิง เขาลืมตาขึ้นในกระท่อมไม้ที่คุ้นเคย แต่โลกภายนอกนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงจอแจของเหล่าศิษย์ที่ดังมาจากลานฝึกฟังดูแตกต่างไปจากเมื่อวาน ในนั้นมีทั้งเสียงกระซิบกระซาบที่คาดเดาได้ว่ากำลังพูดถึงเขา และเสียงแสดงความนับถืออย่างเปิดเผยจากศิษย์บางคนที่เดินผ่านกระท่อมของเขาไป
นี่คือผลลัพธ์ของการเป็ที่หนึ่ง...มันคือดาบสองคมที่มาพร้อมกับเกียรติยศและปัญหา
หลินเฟิงไม่ได้หลงระเริงไปกับชื่อเสียงชั่วข้ามคืน จิตใจของผู้ใหญ่ในร่างเด็กทำให้เขามองสถานการณ์ตามความเป็จริง...เขากลายเป็เป้าสายตาแล้ว ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกไปนั้นสร้างทั้งมิตรและศัตรู โดยเฉพาะสายตาอาฆาตแค้นของจ้าวหู่และพรรคพวกยังคงติดตาเขาอยู่ไม่หาย
‘ตอนนี้เรายังอ่อนแอเกินไป’ เขาคิดขณะลุกขึ้นจากเตียง ‘การเอาชนะจ้าวหู่ได้เป็เพราะทักษะและจังหวะ แต่ถ้าเจอคนที่ระดับสูงกว่านี้มากๆ หรือเจอคนจำนวนมากเข้ามารุม...เราก็ยังรับมือไม่ไหวอยู่ดี’
เป้าหมายของเขาชัดเจนขึ้นกว่าเดิม: ต้องแข็งแกร่งขึ้น...และต้องฉลาดกว่านี้!
เขาตัดสินใจว่าจะยังไม่ใช้ยาเม็ดรวมปราณในทันที แต่จะไปยังสถานที่ที่เป็รางวัลสำคัญกว่าสำหรับเขาในตอนนี้...หอตำรา
หอตำราของศิษย์ชั้นนอกเป็เพียงอาคารไม้เก่าๆ สองชั้น ตั้งอยู่อย่างเงียบเหงาที่มุมหนึ่งของสำนัก เมื่อเทียบกับความคึกคักของลานประลองแล้ว ที่นี่ช่างเงียบสงบราวกับเป็คนละโลก กลิ่นอายของไม้เก่าและกระดาษสาที่อบอวลอยู่ภายในทำให้หลินเฟิงรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
ผู้ดูแลหอตำราเป็ศิษย์พี่ท่าทางง่วงเหงาหาวนอนคนหนึ่ง เมื่อเห็นป้ายไม้ในมือของหลินเฟิง เขาก็เพียงแค่พยักหน้าอย่างขอไปทีแล้วโบกมือให้เขาเข้าไปด้านในโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลินเฟิงเดินสำรวจชั้นวางตำราที่ทำจากไม้ไผ่ซึ่งมีตำราม้วนและหนังสือเก่าๆ วางเรียงรายอยู่ไม่มากนัก ที่นี่ไม่มีเคล็ดวิชาระดับสูงอะไรเลย ส่วนใหญ่เป็เพียงบันทึกความรู้พื้นฐาน, ตำราสมุนไพรเบื้องต้น, และเคล็ดวิชาพื้นฐานที่ไม่จัดอยู่ในระดับสูงส่งอะไรนัก
แต่สำหรับหลินเฟิงแล้ว...ที่นี่คือขุมทรัพย์!
เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่สามข้อ ซึ่งเป็แผนการที่เขาวางไว้ั้แ่เมื่อคืน
หนึ่ง: ศึกษาเพื่อเปรียบเทียบ เขา้าอ่านตำราทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับพลังปราณและเส้นลมปราณของโลกใบนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับความรู้จาก ‘จักรพรรดิเทพัสยบฟ้า’ ในหัวของเขา มันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? การทำความเข้าใจรากฐานของโลกนี้ จะทำให้เขาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในหัวได้อย่างแเียิ่งขึ้น
สอง: สร้างฉากบังหน้า เขาต้องหาเคล็ดวิชาพื้นฐานสำหรับระดับหลอมกายาสักหนึ่งวิชา...เป็วิชาที่ธรรมดาที่สุด ไม่โดดเด่นอะไรเลย เพื่อใช้ฝึกฝนอย่างเปิดเผย นี่จะเป็ฉากบังหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเคล็ดวิชาเทวะที่แท้จริงของเขา เมื่อมีคนเห็นเขาแข็งแกร่งขึ้น ก็จะคิดว่าเป็ผลมาจากเคล็ดวิชาพื้นๆ นี้ ซึ่งจะช่วยลดความสงสัยและความสนใจที่ไม่จำเป็ลงได้ นี่คือเล่ห์กลแรกที่เขาจงใจวางแผนขึ้นเพื่ออนาคตของตนเอง
สาม: ค้นหาความจริง เขาจะมองหาบันทึกประวัติศาสตร์ของสำนัก หรือตำนานเก่าแก่ของดินแดนแถบนี้ เพื่อค้นหาร่องรอย...เบาะแสแม้เพียงเล็กน้อย ที่อาจจะเชื่อมโยง ‘นิยาย’ ในหัวของเขากับ ‘ความเป็จริง’ ของโลกใบนี้ได้
ตลอดสามวันเต็ม หลินเฟิงใช้เวลาทั้งหมดจมอยู่ในหอตำรา เขากลายเป็หนอนหนังสือตัวยง อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วยความเร็วที่น่าทึ่งและความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินวัย
เขาค้นพบว่าทฤษฎีพื้นฐานของโลกนี้สอดคล้องกับความรู้ของเขาถึงเจ็ดในสิบส่วน แต่ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อยอยู่บ้าง ซึ่งทำให้เขาเข้าใจได้ว่าทำไมการบ่มเพาะพลังของคนในโลกนี้จึงดูเชื่องช้าและมีข้อจำกัด...เพราะรากฐานความรู้ของพวกเขายังไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัวของเขานั่นเอง
สำหรับฉากบังหน้า เขาเลือกเคล็ดวิชาที่มีชื่อว่า ‘เพลงหมัดศิลาแกร่ง’ ซึ่งเป็เคล็ดวิชาเสริมสร้างร่างกายระดับต่ำที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุดในสำนัก มันเป็วิชาที่ตรงไปตรงมาและไม่มีความลึกซึ้งอะไรเลย...สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการซ่อนตัวตน
และในวันสุดท้าย...เขาก็ได้พบกับสิ่งที่เขามองหา
ในตำราประวัติศาสตร์แผ่นหนังเก่าคร่ำคร่าที่ถูกทิ้งไว้ที่มุมชั้นล่างสุด ในบทที่ว่าด้วยบุคคลสำคัญในอดีตของสำนัก มีการกล่าวถึงปรมาจารย์ท่านหนึ่งเมื่อราวห้าร้อยปีก่อนที่สำเร็จวิชาตัวเบาได้อย่างน่าอัศจรรย์ บันทึกนั้นบรรยายลักษณะของวิชาตัวเบานั้นไว้สั้นๆ ว่า:
‘...ย่างก้าวของท่านประดุจเงาจันทร์สะท้อนผิวน้ำ ไร้ร่องรอย ไร้สุ้มเสียง เคลื่อนไหวในพริบตา ราวกับเหยียบย่างบนเงาของตนเอง...’
หัวใจของหลินเฟิงแทบจะหยุดเต้น!
ประโยคนี้...มันเหมือนกับคำอธิบายกระบวนท่าแรกของเคล็ดวิชาตัวเบาระดับเทวะ ‘ก้าวท่องดารา’ ใน ‘จักรพรรดิเทพัสยบฟ้า’...เหมือนกันทุกตัวอักษร!
นี่คือหลักฐานชิ้นแรก! หลักฐานที่บ่งชี้ว่าสิ่งที่อยู่ในหัวของเขาไม่ใช่แค่นิยายเพ้อฝัน! มันคือเคล็ดวิชาที่มีอยู่จริง! หรืออย่างน้อย...ก็เคยมีอยู่จริงในโลกใบนี้! ความรู้สึกตื่นเต้นยินดีแล่นพล่านไปทั่วร่างของเขา มันคือการยืนยันที่ทำให้ความมุ่งมั่นของเขาแข็งแกร่งขึ้นเป็ร้อยเท่า
เมื่อครบกำหนดสามวัน หลินเฟิงเดินออกจากหอตำราด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย แต่ภายในใจของเขานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขามีความมั่นใจ, มีแผนการ, และมีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็มา
ค่ำคืนนั้น...ในกระท่อมหลังเดิม ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวไปข้างหน้า
หลินเฟิงนั่งขัดสมาธิบนเตียง เขานำยาเม็ดรวมปราณออกมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนมันลงไปโดยไม่ลังเล
ทันทีที่ยาเม็ดลงสู่ท้อง กระแสพลังงานอันร้อนแรงและบริสุทธิ์ก็ะเิออกมาทันที! มันรุนแรงและหนาแน่นกว่าพลังปราณที่เขาดูดซับมาจากธรรมชาติหลายสิบเท่า ราวกับแม่น้ำที่เชี่ยวกรากกำลังพุ่งเข้าปะทะกับลำธารสายเล็กๆ
‘มาแล้ว!’
หลินเฟิงไม่ตื่นตระหนก เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด โคจรเคล็ดวิชาหมื่นธารไหลรวมเพื่อควบคุมกระแสพลังที่บ้าคลั่งนั้น เขาไม่ได้พยายามดูดซับมันเข้าสู่ตันเถียนเหมือนที่คนทั่วไปทำ แต่เขากลับชักนำพลังงานมหาศาลนั้น...ให้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายแทน!
นี่คือจุดเริ่มต้นของ ระดับหลอมกายา!
พลังปราณที่ร้อนแรงไหลบ่าเข้าสู่เส้นเื, กล้ามเนื้อ, และเยื่อหุ้มกระดูกของเขา ความเ็ปราวกับร่างกายจะฉีกขาดออกเป็เสี่ยงๆ บังเกิดขึ้นในทันที! เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นทั่วร่างราวกับดอกเห็ดหลังฝน
‘นี่คือการหลอมสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่...ต้องทนให้ได้!’ เขากัดฟันกรอด ใช้สติที่เด็ดเดี่ยวของตนเองควบคุมพลังงานให้ชำระล้างและเสริมสร้างเซลล์ทุกอณูในร่างกายอย่างเป็ระบบตามขั้นตอนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในความทรงจำ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า...หนึ่งชั่วยาม...สองชั่วยาม...
ในที่สุด กระแสพลังจากยาเม็ดรวมปราณก็ค่อยๆ อ่อนกำลังลง และถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายของเขาจนหมดสิ้น ความเ็ปมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
แคร่ก!
เสียงที่ดังเหมือนเปลือกไข่บางๆ แตกออกดังขึ้นจากภายในตันเถียนของเขา ประตูที่ขวางกั้นระหว่างระดับพลังได้ถูกทำลายลงแล้ว!
หลินเฟิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตาของเขามีประกายแสงสีทองจางๆ วาบขึ้นมาก่อนจะเลือนหายไป เขาก้มลงมองร่างกายของตนเอง ผิวของเขาถูกเคลือบไปด้วยของเหลวสีดำเหนียวหนืดที่ส่งกลิ่นเหม็นคาว นี่คือสิ่งสกปรกและของเสียที่ถูกขับออกมาจากร่างกายในระหว่างกระบวนการหลอมสร้าง
เขารู้สึกได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพลัง ประสาทััทั้งห้าเฉียบคมขึ้นเป็เท่าตัว และที่สำคัญ...พลังปราณในตันเถียนของเขาก็มีปริมาณและความหนาแน่นเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า!
ระดับหลอมกายา ขั้นที่หนึ่ง...บรรลุแล้ว!
หลินเฟิงลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่นจนเกิดเสียงอากาศถูกบีบอัดดังเปรี๊ยะๆ รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา...มันไม่ใช่รอยยิ้มที่โล่งใจ แต่เป็รอยยิ้มของนักวางแผนที่แผนการขั้นแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
‘ประตูบานแรกเปิดออกแล้ว...แต่หนทางยังอีกยาวไกล...’
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ไปยังความมืดมิดของยามค่ำคืน บัดนี้เขามีทั้งรากฐานที่แข็งแกร่ง, มีแผนการที่แยบยล, และมีความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซ่อนไว้กับตัว...ก้าวต่อไปของโอตาคุจอมยุทธ์ผู้นี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง