บทที่ 37 เด็กเสียงดังต้องฆ่าทิ้ง
เสิ่นเฉินโจวไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมา แต่ตอนนี้อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วต่อหน้าเด็กคนนี้ เขาไม่อยากเอ่ยให้เมื่อยปากจึงทำเพียงเหลือบมองซิงซิงปราดหนึ่ง หิ้วเด็กสาวขึ้นจากเตียง แล้วโยนออกไปนอกประตู
ทำไมเด็กถึงได้วุ่นวายขนาดนี้
จะเป็นหรือตายก็เรื่องของเธอ
วิธีการหิ้วซิงซิงค่อนข้างคล้ายกับตอนที่เจ้าหมาคาบเด็กมา ซิงซิงที่ยังไม่ตื่นดีถูกโยนออกจากห้องด้วยความมึนงง เจ้าก้อนแป้งนั่งแหมะอยู่บนพื้นราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังสับสน
ดวงตากลมโตกะพริบปริบ สายตาว่างเปล่าจ้องมองบานประตูที่ปิดลง แล้วลูบใบหน้าอวบอ้วนด้วยความรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ซิงซิงไม่ค่อยเข้าใจ แต่พูดออกมาว่าอยากเข้าห้องน้ำ ทำไมถึงถูกโยนออกมาละ
เพิ่งจะออกมาจากผ้าห่มอุ่น ๆ แต่ตอนนี้ต้องมานั่งอยู่บนพื้นเย็น ๆ ของทางเดิน
ซิงซิงย่นจมูกเล็ก ๆ—
“ฮัดชิ่ว!” จามออกมาแล้ว
สมองเล็ก ๆ ของเธอยังไม่เข้าใจนิสัยไม่อดทนของคุณพ่ออย่างชัดเจน เธอจึงไม่อยากร้องไห้ออกมา
ฮืออ ซิงซิงก็แค่หนาวหนาวนิดหน่อยเอง!
หลังจากที่จามแล้ว จมูกเล็ก ๆ ก็รู้สึกคันยุบยิบ ซิงซิงจึงสูดหายใจเข้าและจามออกมาอีกครั้ง เสียงจามของเด็กหญิงทั้งแผ่วเบาและนุ่มนวล
ซิงซิงตัดสินใจจะไม่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิมแล้ว!
แต่เมื่อเธอกำลังจะยืนขึ้นและเคาะประตู เพื่อขอให้คุณพ่ออนุญาตให้เธอเข้าไป ยังไม่ทันที่มือเล็กจะได้สัมผัสประตู ประตูบานที่ปิดสนิทพลันถูกเปิดออก
เสิ่นเฉินโจวเปิดประตูและจ้องมองซิงซิงจากมุมสูง
ดูเหมือนเขากำลังขมวดคิ้วอยู่ แต่แหล่งกำเนิดแสงที่อยู่ด้านหลังทำให้มองสีหน้าของเขาไม่ชัดเจน มองเห็นเพียงใบหน้าครึ่งบนของเขาที่ทอดเงาลึก—
ตามแบบฉบับตัวร้ายในโทรทัศน์
ซิงซิงยังไม่ทันโต้ตอบ ส่วนเสิ่นเฉินโจวโยนเสื้อผ้าจากด้านหลังไปให้ซิงซิง แล้วหิ้วเด็กหญิงเข้ามาในห้องอีกครั้ง
เนื่องจากการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้เด็กน้อยดูไม่มีชีวิตชีวา เสิ่นเฉินโจวโยนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยไว้บนพรมหน้าประตูห้องน้ำในห้องนอน
ซิงซิงยืนนิ่งใช้มือเล็ก ๆ ขยี้ตา และได้ยินเสียงเสิ่นเฉินโจวพูดว่า
“ฉันอนุญาตให้เธอนอนในห้องได้ แต่ไม่อนุญาตให้ขึ้นเตียง”
“โซฟาด้านข้างคงเพียงพอให้เธอนอนได้ใช่ไหม บนนั้นยังมีผ้าห่มอีกผืนหนึ่ง”
หลังจากพูดจบ เขาก็พเยิดหน้าส่งสัญญาณให้ซิงซิงเข้าห้องน้ำไป
“นั่นคือห้องน้ำ เธอจะต้องจัดการปัญหาด้วยตนเองและห้ามส่งเสียงดัง ฉันต้องการพักผ่อน”
น้ำเสียงของเขายังทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ ฟังดูราวกับไม่เร่งรีบ หากตั้งใจฟังดี ๆ จะพบว่าน้ำเสียงนั้นเอ่ยมาอย่างอดทนอดกลั้น
แต่จู่ ๆ เสิ่นเฉินโจวก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที เขาไม่ควรเก็บตัววุ่นวายนี้เอาไว้
เสิ่นเฉินโจวเอ่ยออกมายาวเหยียด ซิงซิงจึงเอียงศีรษะและพยายามเรียบเรียงข้อความเหล่านั้นให้ชัดเจน แต่โชคดีที่เธอเป็นเด็กฉลาด และพอเข้าใจความหมายที่เสิ่นเฉินโจวจะสื่อจึงพยักหน้าหงึกหงัก
“ได้ค่ะ~ คุณพ่อ”
เนื่องจากเสียงของเด็กน้อยยังแหบแห้งหลังจากตื่นนอน จึงฟังดูเหมือนเสียงร้องของแมวตัวน้อยมากกว่า
เสิ่นเฉินโจวไม่แสดงสีหน้าใด ๆ และมองดูเจ้าของขาสั้นป้อมเดินเข้าไปในห้องน้ำ เมื่อเขาหันหลังกลับและกำลังจะขึ้นเตียงก็ได้ยินเสียงเรียกเขาดังมาจากข้างในห้องน้ำ
“คุณพ่อขา~~~”
เสียงดังน่ารำคาญ…
เสิ่นเฉินโจวคร้านจะสนใจซิงซิง
แต่เจ้าเด็กน้อยยังไม่ละความพยายาม…
“ฮือออ… คุณพ่อ!”
เสิ่นเฉินโจวมีปัญหาการนอนหลับมาแต่เดิม ทั้งตอนนี้ยังมาถูกเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยรบกวนอีก เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ มือก็อดไม่ได้ที่จะแตะหัวเตียง
ด้านในนั้นมีปืนอยู่หนึ่งกระบอก ขอเพียงเขาลั่นไก ทุกอย่างจะกลับมาเงียบสงบทันที นิ้วเรียวยาวแตะลงลำกล้องสีดำขลับของปืน แต่ในที่สุดก็เก็บมันไว้และก้าวเดินไปยังห้องน้ำ
“เป็นอะไรอีก?”
น้ำเสียงอันไพเราะแฝงด้วยอันตรายตลอด แต่เด็กน้อยไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ มือน้อย ๆ ของซิงซิงชี้ไปที่ชักโครกด้วยความเศร้า
“ซิงซิงขึ้นไม่ได้...”
นี่คือชักโครกอัจฉริยะสำหรับผู้ใหญ่ แต่สูงเกินไปสำหรับเด็กอายุสามขวบครึ่ง
เช่นเดียวกับตอนที่ซิงซิงกำลังต่อสู้กับโซฟาชั้นล่าง ตอนนี้ยังต้องมาสู้กับชักโครกอีกงั้นเหรอ! น่าเสียดายที่ชักโครกลื่น ๆ นี่ไม่มีที่จับ เธอจึงขึ้นไปไม่ได้
เพราะฉะนั้นแล้วต้องขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ~
เสิ่นเฉินโจวหลับตาโดยไม่รู้ว่าตนเองยังมีด้านที่จิตใจดีแบบนี้ เขาก้าวไปข้างหน้าและหิ้วซิงซิงขึ้นอีกครั้ง และวางเธอลงบนชักโครก
“เรียบร้อย ใช้เสร็จแล้วให้กดปุ่มตรงนี้ มันจะล้างและทำให้แห้งโดยอัตโนมัติ เสร็จแล้วเธอก็กระโดดลงมาเองได้เลย” เขาอธิบายด้วยความอดทน
ความสูงขนาดนี้เด็กไม่สามารถขึ้นไปได้ แต่ยังพอที่จะกระโดดลงมาได้
ซิงซิงน้อยนั่งอยู่บนชักโครกและพยักหน้าอย่างแรง “ได้ค่ะคุณพ่อ!”
ขาเล็ก ๆ แกว่งไปมาและไม่สามารถสัมผัสพื้นได้ ส่วนมือน้อยพยายามเกาะตู้ข้าง ๆ อย่างแน่นเพื่อไม่ให้ตนเองตกลงมา เป็นครั้งแรกของซิงซิงที่ได้ใช้ชักโครกอัจฉริยะของผู้ใหญ่ และรู้สึกได้ถึงความแปลกใหม่ ก่อนหน้านี้เธอใช้แต่ชักโครกของเด็ก
เจ้าก้อนแป้งไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับน้ำเสียงทุ้มต่ำของคุณพ่อ กลับกันกับเสิ่นเฉินโจวที่ไม่ต้องการได้ยินเสียงของซิงซิงอีก
เขาปรายตามองเด็กหญิงอย่างเย็นชา “เข้าห้องน้ำเสร็จก็เข้านอนเอง อย่าเสียงดังและห้ามเรียกฉันอีก”
ซิงซิงเม้มริมฝีปากอย่างน้อยใจ “งืออ… ตกลงค่ะ”
เมื่อเห็นคุณพ่อก้าวออกจากห้องน้ำและได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวบนเตียง ซิงซิงก็เริ่มปลดทุกข์อย่างจริงจัง
ฮู้~ สบายจัง
หลังจากที่เด็กน้อยจัดการธุระเสร็จก็นึกได้ถึงสิ่งที่เสิ่นเฉินโจวสอนเมื่อครู่ เธอมองเห็นปุ่มกดนั้น แต่จู่ ๆ ก็ต้องตกตะลึง
ซิงซิงเอื้อมไม่ถึง!
มือของซิงซิงสั้นเกินไป!ヾ (`ヘ ') ノ ゙
สำหรับผู้ใหญ่ระยะนี้อาจหมายถึงการยืดตัวไปด้านข้าง แต่เด็ก ๆ จะต้องยืดร่างกายช่วงบนออกไป ซิงซิงยิ้มยิงฟัน ขาเล็ก ๆ แกว่งไปมาและไม่สามารถทรงตัวได้
ฮึบ!
ใกล้จะกดได้แล้ว!
ซิงซิงสู้ ๆ! (」> <)」
ซิงซิงพองแก้มเล็กน้อยแล้วให้กำลังใจตัวเอง
……
เสิ่นเฉินโจวที่นอนราบอยู่บนเตียงและกำลังจะเคลิ้มหลับ เดิมทีเขาเป็นคนหลับตื้น ตอนนี้ยังต้องถูกเด็กรบกวนจึงแทบไม่อยากนอนอีกต่อไป ขณะที่เตรียมจะหลับตาพักผ่อน กลับได้ยินเสียงดังโครมครามออกมาจากในห้องน้ำอีกครั้ง—
“ฮือออ คุณพ่อขา!”
คิ้วของเขากระตุกอย่างแรง และอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น ในตอนแรกว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่เด็กน้อยนั่นกลับเรียกตนเองไม่หยุด
เสิ่นเฉินโจวไม่เคยอยากจะฆ่าใครเท่าตอนนี้มาก่อน
ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง เขาลุกขึ้นหยิบปืนแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ เตรียมจ่อปากกระบอกปืนสีดำไปที่ศีรษะของเด็กน้อย แต่ทันทีที่ได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจน ฝีเท้าของเขาพลันหยุดชะงัก มุมปากกระตุกขึ้น….
สัตว์เลี้ยงตัวน้อยตกลงไปในชักโครกแล้ว
ร่างกายของซิงซิงที่ล่วงลงไปในชักโครกเป็นรูปตัว V
เท้าและมือเล็ก ๆ ยกขึ้นสูง ส่วนก้นก็นั่งอยู่ในส่วนลึกที่สุดของโถส้วม ใบหน้าอวบอ้วนแดงก่ำเงยหน้าขึ้นเล็ก
“ขอโทษค่ะคุณพ่อ...”
ครั้งนี้ซิงซิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
“ซิงซิงไม่ได้ตั้งใจ...”
เธอเพียงแค่อยากจะกดปุ่มนั้น แต่ไม่ทันระวังเสียหลักและตกลงไปในโถส้วม...
หลักจากที่เด็กน้อยขอโทษขอโพยเสร็จ เธอก็เกาศีรษะและแบมือให้เสิ่นเฉินโจวพร้อมกับยิ้มหวาน “คุณพ่ออุ้มหน่อยค่ะ”
เสิ่นเฉินโจวหลับตาลงสกัดกลั้นอารมณ์ ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำเพียงอย่างเดียวคือกดปุ่มนั้น แล้วให้ชักโครกดูดเด็กคนนี้ลงไปซะ!
แต่เมื่อเห็นสายตาใสซื่อบริสุทธิ์ของซิงซิง เสิ่นเฉินโจวจึงคว้าคอเสื้อของซิงซิง—
‘ฟึ่บ’ เสียงดึงซิงซิงออกมาจากชักโครก
ตอนนี้เจ้าก้อนแป้งเปียกปอนไปทั้งตัว และเสิ่นเฉินโจวตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าไม่อนุญาตให้เด็กที่ร่วงลงชักโครกอยู่ในบ้านของเขาอีกต่อไป
ใบหน้าอันงดงามถูกบดบัง
เขาวางเด็กน้อยไว้บนพื้น “เธออย่าเพิ่งขยับ”
ไม่นานหลังจากนั้นก็โทรศัพท์ “หลี่ฟาง มาช่วยฉันที่บ้านหน่อย”