“ ไม่ได้งั้นเหรอ ช่างมันก็แล้วกัน ”
แม้จะเสียใจกับความคาดหวังที่มากเกินไป บนใบหน้าของแอ็กเซลยังคงปรากฎรอยยิ้มเช่นเดิม เนื่องจากว่าทักษะตระกูลของเขาสามารถใช้กับทักษะที่มีอยู่ได้
ทักษะที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสกิลดาบรวมเข้ากันเป็นหนึ่ง ทักษะเท้าที่มีเพียงแค่ธันเดอร์รัชสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับทักษะเท้าที่เขาจะเรียนในอนาคตได้ ทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ที่กลายเป็นสกิลก็เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นทักษะสลิงเกอร์ที่จัดอยู่ในหมวดอาวุธรูปแบบที่ต่างจากดาบก็สามารถพัฒนาต่อยอดได้จากพลังงานสีดำ หากเขามีทักษะที่ใกล้เคียงกับทักษะสลิงเกอร์มันจะพัฒนาตนเองขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถใช้พลังงานสีดำที่เกิดขึ้นจากทักษะตระกูลกับสกิลอาชีพได้ นอกจากนั้นแล้วสกิลที่เกิดจากเวทมนตร์ก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน แอ็กเซลกลับไม่ได้คิดมาก ตราบใดที่เขาสามารถย่อยทักษะของแชมเปี้ยนให้กลายเป็นทักษะเดียวที่มีเพียงแค่เขาฝึกได้ เพียงเท่านี้เขาก็พอใจกับมันมากๆแล้ว
แอ็กเซลตรวจสอบร่างกายตนเองอีกครั้งก่อนจะเข้าสู่กระบวนการสร้างวงจรเวทบนร่างกาย พลังงานสีดำยังคงตอบสนองต่อการชักนำด้วยจิต แอ็กเซลจึงเลิกยุ่งกับมันที่เหมือนจะพิเศษกว่าของป้า เรื่องนี้เขาไม่คิดจะบอกป้าเพราะคิดว่ามันอาจจะเป็นอันตรายกับป้าที่รู้เรื่องนี้
เมื่อทำสมาธิจนจิตใจไม่วอกแวกกับสิ่งใดอีก แอ็กเซลจึงเปิดใช้งานสกิลดวงตารู้แจ้งแล้วนำข้อมูลที่ได้เรียบเรียงจากหนังสือทั้ง 95 เล่มรวมกับประสบการณ์จอมเวทออกมาใช้งาน สิ่งแรกที่เขาต้องการทำคือการสร้างท่อพลังงานใหม่ให้กับร่างกาย วิธีการทำนั้นแสนง่าย เพียงแค่เขาทิ้งสัญลักษณ์เวทมนตร์เอาไว้ในร่างสร้างเป็นสะพานเพื่อเชื่อมจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งก็สามารถสร้างท่อพลังงานใหม่ได้ อย่างไรก็ตามความยากกลับอยู่ตรงที่วงจรเวทจะทำลายร่างกายเพื่อทำให้เส้นทางที่มันลากผ่านกลายเป็นวงจร
ซึ่งวงจรเวทมีวิธีการใช้งานอยู่หลักๆ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกใช้เลือดหรือใช้พลังเวทในการสร้างวงจรชั่วคราว ยกตัวอย่างเช่นการวาดวงเวทบนอากาศหรือวาดวงเวทลงไปบนวัตถุหนึ่งๆ โดยที่ไม่ต้องการทิ้งวงเวทถาวรเอาไว้ วงจรเวทชั่วคราวจึงมักใช้เลือดและใช้พลังเวทสร้างท่อพลังงาน
วิธีที่สองเป็นการสร้างวงจรเวทแบบถาวร วิธีนี้ส่วนมากใช้กับการสลักวงจรเวทลงไปบนวัตถุหรือสิ่งของที่มีความทนทานสูง เช่น ดาบ ชุดเกราะ เป็นต้น การสลักวงจรเวทมีวิธีการที่ซับซ้อนเพราะต้องใช้วัตถุดิบหลายอย่างเพื่อให้วงจรเวทคงอยู่และทำงานได้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี
การสร้างวงจรเวทที่แอ็กเซลกำลังจะทำเป็นวิธีที่ 2 เขาไม่สามารถวาดวงจรเวทชั่วคราวเอาไว้ในร่างกายได้ เนื่องจากว่ามันมีความอันตรายต่อตัวผู้ใช้ เมื่อใดก็ตามที่วงจรเวทชั่วคราวมีพลังอื่นเข้าไปรบกวน มันจะระเบิดเสียหายในทันที ส่งผลให้เขาบาดเจ็บหนักเพราะการระเบิดนั้นอยู่ภายในร่าง
สิ่งที่แอ็กเซลทำจึงเป็นการสลักวงจรเวทลงไปบนกล้ามเนื้อของเขา ต่อให้จะมีพลังภายนอกเข้ามาโจมตีก็ตาม มันจะไม่ระเบิดแต่อย่างใด
หลังจากตัดสินใจสลักวงจรเวท แอ็กเซลจึงยกแขนข้างซ้ายตนเองขึ้นมาใกล้กับดวงตา จากนั้นก็ใช้ความรู้สึกแทนจิตในการดึงพลังคอสมิกออกมาจากคอร์ไดฟ์ส่งมันมายังหัวไหล่ เมื่อเตรียมพลังคอสมิกเอาไว้ได้แล้ว นิ้วชี้ในมือข้างขวาก็ได้จิ้มลงไปยังบริเวณใกล้กับข้อพับแขน ในตำแหน่งนี้มีจุดหนึ่งที่เป็นทางตันของท่อพลังงาน มันไม่สามารถส่งพลังไปที่ไหนต่อได้
ทันทีที่นิ้วของเขาจิ้มลงไปบริเวณปลายท่อพลังงานบริเวณข้อพับแขน พลังงานคอสมิกบริเวณหัวไหล่ก็ถูกดึงมายังจุดที่นิ้วชี้จิ้มลงไป เมื่อพลังงานคอสมิกมาถึงท่อที่เป็นทางตัน ปลายนิ้วชี้ของแอ็กเซลก็เริ่มมีพลังงานคอสมิกพุ่งเข้าไปรวมกันจนเกิดเป็นแท่งเข็มขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามบนปลายเข็มพลังงานกลับเต็มไปด้วยวงเวทมากมายที่ถูกบีบอัด หน้าที่ของเข็มเล็กๆที่แทงออกมาจากปลายนิ้วชี้คือขุดล่องนำทางให้กับพลังงานคอสมิกที่ส่งมาจากหัวไหล่ซ้าย
หลังจากที่แอ็กเซลเตรียมพลังคอสมิกและเข็มสลักวงจรเวทเสร็จแล้วเขาก็เริ่มลากนิ้วชี้ไปบนผิวหนัง ขณะที่นิ้วของเขาค่อยๆเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆนั้น ปลายเข็มของเขาที่แทงเข้าไปในแขนจะค่อยๆกรีดเนื้อสร้างท่อพลังงานเล็กๆขึ้นมา โดยที่ท่อเหล่านั้นที่ถูกกรีดจะถูกวงเวทมากมายที่ปลายเข็มเข้าไปสร้างวงเวทเติมเต็ม จนทำให้มันกลายเป็นท่อพลังงานใหม่
แต่การจะสร้างท่อพลังงานจำเป็นต้องเติมพลังคอสมิกเข้าไป ไม่อย่างนั้นมันจะสลายไปในทันที แอ็กเซลจึงใช้ความรู้สึกเคลื่อนพลังคอสมิกจากไหล่ซ้ายที่ส่งมายังปลายท่อให้รีบเคลื่อนตามเข็มสลักวงจรเวทที่กำลังกรีดผ่านเนื้อไปเรื่อยๆ
แม้การกระทำของแอ็กเซลจะดูเหมือนต้องการกรีดแขนก็ตาม สิ่งที่เขากรีดกลับเป็นเนื้อส่วนเล็กๆเท่านั้น มันไม่ได้เปิดแขนของเขาให้อ้าออกจนเกิดบาดแผลที่น่ากลัว สิ่งที่เขาทำคล้ายกับการสร้างอุโมงค์เล็กๆภายในแขน โดยปลายเข็มสลักวงจรเวทเป็นเครื่องขุดเจาะเล็กๆคอยนำทางพลังคอสมิก
กระทั่งปลายนิ้วของเขาลากยาวได้ราว 10 เซนติเมตร แอ็กเซลจึงถอนเข็มออกมาหลังจากที่เขาเชื่อมต่อท่อพลังงานเข้าหากันได้แล้ว ครั้งนี้เป็นการทดลอง เขาจึงไม่จำเป็นต้องสร้างท่อพลังงานยาวเกินไป
พลังงานคอสมิกจากหัวไหล่ ไหลผ่านท่อใหม่ ทำให้ท่อพลังงานทั้ง 2 ที่เป็นทางตันไหลผ่านเข้าหากันได้ ถึงแม้ทางตันจะถูกทะลวงแล้ว จุดที่เคยเป็นทางตันกลับยังเป็นจุดพักพลังงานคอสมิกเช่นเดิม เส้นทางใหม่เป็นเพียงแค่ทางลัดที่เขาสร้างขึ้นเท่านั้น มันไม่ได้ส่งผลเสียต่อทักษะที่ใช้ทางตันทั้ง 2 ในการกระจายพลังคอสมิกไปยังเซลล์รอบๆ
“ ที่เหลือก็แค่รอดูว่ามันจะสลายไปไหมสินะ ”
ความเจ็บปวดเมื่อครู่นี้ทำให้แอ็กเซลเหงื่อไหลออกมากลางหน้าผาก ท่อพลังงานใหม่ที่สร้างขึ้นมาเมื่อครู่นั้นมีขนาดเล็กกว่าเข็ม เพียงแต่ว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นราวกับเขาถูกไม้เสียบลูกชิ้นแทง มันไม่ได้เบาเหมือนถูกเข็มจิ้ม เมื่อรู้ว่าถ้าการสร้างท่อพลังงานด้วยการใช้วงจรเวทสำเร็จเขาจะต้องสลักวงจรเวทอีกมากมาย บนใบหน้าของแอ็กเซลถึงขั้นแสดงความกังวลออกมา เขาไม่เคยทรมานตนเองมาก่อน ต่อให้การฝึกทักษะ ดรากอนส์ไวทาลิตี้ จะทำให้เขากินพิษก็ตาม เขากลับค่อยๆกินมันเข้าไป ไม่ได้ลงมือทำรวดเดียวเหมือนกับการสลักวงจรเวท
เมื่อไม่มีอะไรทำเพราะต้องรอดูว่าท่อพลังงานจะสลายหายไปหรือไม่นี้เอง แอ็กเซลจึงนำโทรศัพท์ออกมาใช้งาน หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้จับมัน
ทันทีที่โทรศัพท์นำออกมาจากแหวนมิติแล้วเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้นั้น บนใบหน้าของแอ็กเซลก็เกิดคำถามมากมายหลายอย่าง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีข้อความมากมายแจ้งเตือนจนโทรศัพท์ไม่ยอมให้เขาทำอะไรจนกว่าข้อความแจ้งเตือนจะแสดงครบทั้งหมด
ติ๊งติ๊งติ๊ง!
“ เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย ”
แอ็กเซลวางโทรศัพท์เอาไว้บนพื้น จนกระทั่งครบ 5 นาทีการแจ้งเตือนก็สงบลงจนเขาสามารถใช้งานฟังก์ชันอื่นๆของโทรศัพท์ได้
เมื่อเปิดดูหัวข้อการแจ้งเตือน บนใบหน้าของแอ็กเซลก็เริ่มปรากฎความแปลกใจ ข้อความที่ส่งมาล้วนแล้วเป็นคำด่าทอเกือบทั้งหมด นอกจากนั้นแล้วยังมีข้อความท้าสู้ ข้อความท้าให้เขาออกมาเจอหน้ากัน มีแม้กระทั่งข้อความขอให้เขาชดใช้กับการกระทำที่ได้แย่งมอนสเตอร์ของคนอื่นๆ
ท่ามกลางข้อความจากเบอร์แปลกๆมากมายที่ส่งมา แอ็กเซลจึงค่อยๆลบจนกระทั่งเขามาเจอเข้ากับข้อความของเพื่อนตนเองที่ส่งมาหลายร้อยข้อความบอกให้เขาอย่ากลับสถาบัน แล้วยังมีข้อความเตือนอีกมากให้อยู่เงียบๆไปก่อน
แอ็กเซลยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็พอจับทางได้เพราะมีการพูดถึงการขโมยการแย่งมอนสเตอร์ ทันใดนั้นเขาก็เจอเข้ากับข้อความที่ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่าง เมสันเพื่อนของเขาได้บันทึกรูปภาพในอินเทอร์เน็ตส่งมาให้เขา เพื่อรายงานเกี่ยวกับเรื่องของหัวขโมยแห่งแสง
“ เร็วกว่าที่คิดเอาไว้อีกสินะ ”
แอ็กเซลคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีคนรู้ตัวตนหัวขโมยแห่งแสง แต่เขาไม่นึกว่าจะมีคนรู้ตัวตนเร็วขนาดนี้ เพื่อให้เขาย่อยข้อมูลได้รวดเร็วที่สุดว่าตลอด 15 วันที่เขาหายไปมีอะไรเกิดขึ้น จึงติดต่อเมสัน
“ ไอ้บ้าเอ๊ย แกหายหัวไปไหนตั้งหลายวัน โชคดีที่ฉันกลับมาพักแกเลยติดต่อฉันได้ ! ”
แอ็กเซลนำโทรศัพท์ออกจากหู หลังจากได้ยินเสียงเพื่อนที่เหมือนจะไม่พอใจกับการหายตัวไปของเขา
“ ฉันฝึกทักษะก็เลยไม่ได้เล่นโทรศัพท์ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ”
“ แกยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เขาตั้งกลุ่มล่าแกกันแล้ว ใครก็ตามที่ถูกหัวขโมยแห่งแสงตัดหน้าล้วนแล้วจะคิดบัญชีกับแก ”
เมสันเงียบเสียง เขาเหมือนจะได้ยินเสียงบางอย่างที่ผิดแปลกไป ปลายสายของเขามีคนกำลังหัวเราะเยาะเขาจึงเงี่ยหูฟัง ก่อนจะพบว่าเสียงนั้นมาจากแอ็กเซล
“ บ้าเอ๊ย นี่แกจะหัวเราะทำหอกอะไร เขาจะล่าแกนะ ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 สถาบัน ดวงดาวทั้ง 7 ดวงไม่ว่าสถาบันไหนต่างก็ให้ความร่วมมือว่าจะเล่นงานแก ”
“ แสดงว่าพวกเขามั่นใจว่าฉันเป็นหัวขโมยแห่งแสง ” แอ็กเซลพยายามเก็บอารมณ์ขำเอาไว้ สิ่งที่เขาทำทั้งหมดไม่ต่างจากสถาบันสเทิร์นไลท์ เพียงแต่ว่าเขากลับถูกมองไม่ดี ต่างจากสถาบันสเทิร์นไลท์อย่างสิ้นเชิง
“ ใช่ การเงียบของแกยิ่งตอกย้ำว่าแกคือหัวขโมยแห่งแสง ว่าแต่ตอนนี้แกอยู่ไหน ”
“ บนดาวโนวานั่นแหละ ว่าแต่ ฉันถามอะไรหน่อยสิ คนที่ปล่อยข่าวฉันเป็นใคร ไอ้ทอมหรือเปล่า ”
“ ไม่ ฉันลองตรวจสอบดูแล้ว ไม่ใช่ทอมและไม่ใช่เพื่อนในทีมของมัน ข่าวนี้กระจายมาจากดาวไกอัส ฉันพยายามตามสืบแล้วแต่ก็ไม่พบตัวคนโพสต์ ต่อให้จะรู้ว่าเขาใช้สกิลอะไรกับแกก็เถอะ เราก็ไม่สามารถยืนยันได้เช่นเดิมว่าคนโพสต์เป็นใคร ยกเว้นว่าจะขอให้ทางสหพันธ์ตรวจสอบ แต่ทางสหพันธ์คงไม่เสียเวลามาทำงานให้เราหรอก ”
แอ็กเซลจับไปยังคอเล็กน้อย ในระหว่างคุยกับเมสันเขาไม่ลืมมองดูวีดีโอที่ตนเองถูกจับได้ว่าเป็นหัวขโมยแห่งแสง นับว่าเป็นเรื่องตกใจไม่น้อยเช่นกันที่เขาสัมผัสสกิลคนอื่นไม่ได้ ทั้งๆที่สกิลนั้นแปะลงไปบนคอของเขา จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แอ็กเซลต้องระวังตัวให้มากยิ่งขึ้นเพราะมีสกิลแปลกๆอีกมากมายที่เขาไม่รู้จัก แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกสนุก เมื่อพบว่าปัญหาใหญ่กำลังดักรอเขาหากต้องการเดินทางกลับสนามรบปฐมภูมิ
“ ทางสหพันธ์ไม่ได้เคลื่อนไหวกับการประกาศของนักศึกษาที่จะลงโทษหัวขโมยแห่งแสงเหรอ ”
“ ไม่เลย พวกเขาไม่ทำอะไรทั้งนั้น ต่อให้หัวขโมยแห่งแสงจะทำอะไรไปก็ตามมันยังอยู่ในกฎ การประกาศของนักศึกษาว่าจะล่าหัวขโมยแห่งแสงยังคงอยู่ในกฎเช่นกัน ตราบใดที่พวกเขาไม่ฆ่าหัวขโมยแห่งแสง ”
“ โอเค ขอแค่ไม่ฆ่ากันตายก็พอสินะ ”
“ เฮ่ย นี่แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ นี่พวกเขาจะล่าแกนะโว๊ย ”
“ น่าสนุกดีออก ไว้แค่นี้ล่ะ อีกเดี๋ยวฉันจะกลับไปสถาบันแล้ว ”
แอ็กเซลวางสายเมสัน จากนั้นเขาก็มองดูท่อพลังงานที่ใช้วิธีสลักวงจรเวท ปรากฎว่ามันยังไม่ได้ลดขนาดลงแต่อย่างใดเขาจึงฉีกยิ้มออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าเขาสามารถสร้างท่อพลังงานได้โดยที่ท่อพลังงานในส่วนที่สร้างไม่ตัดผ่าเซลล์สำคัญ
หลังจากการทดลองสำเร็จไปได้ด้วยดี แอ็กเซลจึงนำข้อความบนแผ่นหินจากเมืองรกร้างผู้วายชนออกมาทำความเข้าใจ เขาอยากจะทดลองดูว่าตนเองจะสร้างท่อพลังงานยังไงให้ได้ใกล้เคียงกับที่แผ่นหินนี้อธิบาย แม้จะมีแค่ส่วนแขนเขากลับอยากจะทดลองเพราะมันไม่มีสิ่งใดเสียหาย เขามีแต่ได้ประโยชน์เพราะการสลักวงจรเวททำให้ค่าประสบการณ์ทักษะร่างกายของเขาเพิ่มขึ้น.