อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 142

                 หนานเมืองอินทร์ได้ยินสัปเหร่ออุ่นพรหมพูดถึงเหล้าก็ส่ายหน้าดิก

                    “ไม่มีเหล้านี่มันในวัดนะตาอุ่นพรหม ข้ามีธุระกับเจ้าส่างน้อยนิดหน่อยน่ะ แล้วนี่เจ้าส่างน้อยไม่ได้มาช่วยตาอุ่นพรหมเผาศพหรอกรึ?ปกติเวลามีศพข้าก็มักจะเห็นเจ้าส่างน้อยคอยลัดหน้าลัดหลังรอช่วยสัปเหร่อมือฉมังตลอด”เมื่อสัปเหร่ออุ่นพรหมได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าหัวเราะทั้งที่นั่งยองๆดูไฟที่กองฟอนอยู่ตลอด

                    “ออ..เจ้าส่างน้อย..” พูดจบก็หันซ้ายหันขวาคล้ายมองหาอะไรสักอย่างสัปเหร่ออุ่นพรหมกวาดตามองสักพักก็ชี้มือ

                    “นั่นนั่นไง เจ้าส่างน้อยอาสาไปเอาฟืนมาให้ข้าน่ะท่านโหรหลวงรายนั้นช่วยข้าตั้งแต่พวกชาวบ้านเขาหามศพเข้าวัดมาแล้ว..” เจ้าส่างน้อยหรือว่าสามเณรขาบเดินแบกฟืนเข้ามาก่อนจะปรายตามองโหรหลวงหนานเมืองอินทร์แว้บเดียวแล้วก็เดินเข้าไปหาสัปเหร่ออุ่นพรหมพร้อมกับวางฟืนลง

                    “ฟืนเท่านี้พอรึไม่ลุงอุ่นพรหม?”สัปเหร่ออุ่นพรหมมองฟืนก่อนจะหันมาบอกเจ้าส่างน้อย

                    “มันจะไปพออะไรดูศพนั่นสิ ยังเป็นรูปเป็นร่างอยู่เลย มาๆ เอาไว้นั่นแหละเจ้าส่างน้อย นู่นท่านโหรหลวงหนานเมืองอินทร์มาถามหา ไปคุยธุระกับท่านไป๊” สัปเหร่ออุ่นพรหมไล่ให้สามเณรน้อยไปคุยธุระเพราะแค่งานขนฟืนเขาทำได้สบายอยู่แล้วแต่เจ้าส่างน้อยยืนนิ่งหันมองไปที่หนานเมืองอินทร์ก่อนจะส่งสัญญาณทางสายตาและหนานเมืองอินทร์ก็ดูจะรับรู้ได้เป็นอย่างดีราวกับสัญญาณนี้ทั้งสองรู้กันมานานแล้ว!

                    “ไม่เป็นไรหรอกลุงอุ่นพรหมทางไปเอาฟืนกับทางกลับคุ้มเชียงภูแสนก็ทางเดียวกัน ระหว่างทางคุยกันไปก็ได้”โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ยืนนิ่งพร้อมกับมือที่ประสานเรียบร้อยราวกับว่ากำลังพูดคุยอยู่กับผู้มีอำนาจเหนือกว่าตนกระนั้นสัปเหร่ออุ่นพรหมหันมายิ้มให้เจ้าส่างน้อยก่อนจะหันกลับไปเอาฟืนใส่กองฟอนตามหน้าที่ของตน แต่หนานเมืองอินทร์กลับเป็นฝ่ายตอบปฏิเสธขึ้นเสียเอง

                    “เอาล่ะๆทำงานกันไปเถอะนะ ฉันต้องรีบกลับคุ้มแล้ว ขอตัวก่อน” พูดจบก็เดินตัวปลิวไปอย่างรวดเร็วสัปเหร่ออุ่นพรหมที่ไม่เข้าใจอะไรด้วยก็มองตามก่อนจะบ่น

                    “อะไรของท่านโหรหลวงนึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ทำยังกับเป็นคนหนุ่มใจโลเลไปได้..” ขณะที่บ่นก็ไสฟืนเข้ากองฟอนไปด้วยแต่สามเณรขาบกลับมองตามโหรหลวงหนานเมืองอินทร์แววตานิ่งงันเมื่อโหรหลวงหนานเมืองอินทร์เดินมาจนเกือบจะถึงกำแพงคุ้มแล้ว เขาก็ต้องหยุดนิ่งปรายตามองไปทางด้านข้างทางซึ่งมีแต่ต้นไม้ใหญ่รกทึบ ก่อนจะมองไปยังประตูคุ้มที่ทำด้วยไม้ขนาดใหญ่แต่ก่ออิฐถือปูนทับอีกชั้นเพื่อความแข็งแรงและลวดลายอันเป็นสัญลักษณ์ของคนทางเหนือที่นิยมสลักกัน

                    หนานเมืองอินทร์รับรู้ได้ถึงสัมผัสที่ไม่ปกติและสัมผัสนั้นเป็นสัมผัสที่เขาคุ้นชินเป็นอย่างดี เขาจึงทำเป็นเดินเอามือไขว้หลังคล้ายดังว่าออกมาเดินเล่น จากนั้นก็ทำเป็นเดินชมนั่นชมนี่จนกระทั่งมาหยุดยืนที่หน้าต้นไม้ใหญ่ และเพียงสักพัก เสียงห้าวทุ้มแต่ดังกังวานและเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีก็ดังขึ้น

                     “เหตุการณ์ในคุ้มเป็นอย่างไร?เจ้ามาพบข้าถึงที่แสดงว่ามีอะไรเคลื่อนไหวคืบหน้าใช่รึไม่?” หนานเมืองอินทร์ยืนเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้

                    “เจ้าหลวงอดิศักดิ์พระสหายของเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ดูไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่นัก” น้ำเสียงที่ตอบกลับของหนานเมืองอินทร์เต็มเปี่ยมไปด้วยความนอบน้อมต่อคู่สนทนายิ่งเสียงในเงามืดเงียบไปครู่หนึ่งราวกับครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น

                    “นั่นก็คงจะจริงดังที่เจ้าพูดเพราะตั้งแต่ข้ารับรู้ว่าเจ้าหลวงอดิศักดิ์เสด็จมาเยือนคุ้มเชียงภูแสนแห่งนี้พลังจิตข้าสั่นสะเทือนทั้งวัน ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นเพราะพลังของข้าค่อยๆไหลวนในกายหยาบที่เป็นมนุษย์ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าจงเร่งติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหลวงอดิศักดิ์อย่าให้คลาดสายตา!”หนานเมืองอินทร์ยืนนิ่งคล้ายรับคำสั่งก่อนจะพูดในสิ่งที่ต้องการจะมาส่งข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่ง

                    “อลินตาบุคคลที่ข้าเจ้าสันนิษฐานว่าจะเป็นทายาทขององค์ท่านกำลังจะมาที่นี่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”เสียงอันทรงอำนาจที่แสนลึกลับนั้นเงียบไปซึ่งเสียงที่พูดคุยอยู่นี้นั้นก็คือเสียงปริศนาในเงามืดที่คอยพูดคุยสนทนากับหนานเมืองอินทร์โดยไม่เปิดเผยตัวตนตลอดมาหนานเมืองอินทร์ยืนนิ่งรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดว่าอย่างไร

                    “ถ้าอลินตาเป็นทายาทที่แท้จริงของข้าแล้วใครเล่าคือทายาทที่แท้จริงของเจ้า หนานเมืองอินทร์...” คำถามที่ถามกลับนั้นชาญฉลาดและผ่านการคิดใคร่ครวญเป็นอย่างดีโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ยิ้มพลางส่ายหน้า

                    “ข้ายังไม่แน่ใจแต่อลินตาคงรู้ว่าเป็นใคร?!” เสียงนั้นเงียบไปหนานเมืองอินทร์ถามขึ้น

                    “แล้วองค์ท่านจะอยู่ในร่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่..”เมื่อหนานเมืองอินทร์พูดเรื่องนี้เสียงขยับเดินจากหลังต้นไม้ใหญ่ก็ดังสวบสาม กระทั่งปรากฏร่างสามเณรขาบหรือเจ้าส่างน้อยเดินออกมาจากหลังต้นไม้สองมือหอบฟืนพะรุงพะรังแววตาและสีหน้าของสามเณรขาบดูเปี่ยมไปด้วยบารมีและความมุ่งมั่นผิดกับสามเณรหรือเด็กๆที่อายุไล่เลี่ยกัน สามเณรขาบยืนนิ่งก่อนตอบน้ำเสียงเบา แต่หนักแน่น

                    “จนกว่าข้าจะถ่ายทอดบัลลังก์ให้แก่ทายาทที่แท้จริงของข้าร่างกายหยาบนี้ก็จะหมดบุญทันทีพร้อมกับการไปจุติใหม่บนวิมานอันเป็นทิพย์อีกครา”หนานเมืองอินทร์พยักหน้าแม้ว่าอยากจะทำความเคารพมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจทำได้เนื่องจากประตูด้านหน้าคุ้มซึ่งอยู่ไม่ไกลมีทหารยามคอยเฝ้าอยู่ถึงสี่นายด้วยกันสามเณรขาบจ้องมาทางหนานเมืองอินทร์ ก่อนจะลดเสียงพูดให้เบาลงอีกนิด

                    “เจ้ารีบตามหาทับทิมหยดเลือดสีน้ำเงินให้พบ ก่อนที่พวกนั้นมันจะไหวตัวทันและรับรู้ได้ถึงการมีชีวิตในร่างมนุษย์ของข้า..!! พลังของข้าตอนนี้ข้าบอกตรงๆว่าสู้มันไม่ได้หรอก!” เมื่อสามเณรขาบพูดจบขอบตาของเณรน้อยก็วาบวับด้วยประกายแสงสีน้ำเงินฉายแสงเรืองรอง ก่อนที่จะหายวูบไปในวิบตาส่วนทางด้านหนานเมืองอินทร์นั้นก็ทำได้เพียงแต่ยืนนิ่งคล้ายกับน้อมรับคำสั่งแต่แล้วในจังหวะนั้น

                     “อ้าวท่านหนานเมืองอินทร์มายืนทำอะไรอยู่นี่..” แม้หนานเมืองอินทร์จะตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆอวยชัยก็ปรากฏตัวออกมา แต่กระนั้นอาการทั้งหมดก็ถูกเก็บซ่อนไว้เป็นอย่างดีหนานเมืองอินทร์พ่นลมหายใจก่อนจะพูดดังๆ

                    “ท่านมาก็ดีแล้วอวยชัย เดี๋ยวเดินไปส่งเจ้าส่างน้อยสักหน่อย ป่านนี้ตาอุ่นพรหมคงรอแย่แล้วใช้ให้มาเอาถ่านดันเถลไถลมาถึงนี่ซะได้” อวยชัยที่ไม่รู้อะไรก็ยิ้มให้กับสามเณรขาบด้วยไมตรี

                    “ไปๆเจ้าส่างน้อย ข้าจะไปส่งที่วัด” อวยชัยพูดพร้อมเดินนำหน้าสามเณรขาบออกไปโดยที่สามเณรขาบนั้นออกเดินตามอวยชัย แต่ไม่วายหันมามองทางหนานเมืองอินทร์พร้อม โหรหลวงหนานเมืองอินทร์รู้ดีว่าแม้องค์เทพสีน้ำเงินจะมีพลานุภาพมากเพียงใดหากทว่าอยู่ในกายและวัยที่จำกัด และพลังทั้งหมดก็ยังไม่ฟื้นฟูเพราะยังไม่มีหยดเลือดสีน้ำเงินซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูพลังอำนาจ ก็ไม่อาจใช้พลังทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                    ดังนั้นในตอนนี้องค์เทพผู้ปกป้องหมู่มวลมนุษย์ก็มิอาจจะถ่ายทอดพลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ให้กับทายาทได้แต่ในอีกสิบวันข้างหน้าถ้าอลินตาเดินทางมาถึงที่นี่หนานเมืองอินทร์ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวทุกอย่างจะคลี่คลายและการสันนิษฐานของเขาขอให้เป็นความจริงที่สำคัญอลินตาอาจจะให้คำตอบเรื่องทายาทหมอผีที่แท้จริงของเขาได้และให้คำตอบเรื่องหยดเลือดสีน้ำเงินได้อีกด้วย หนานเมืองอินทร์หวังลึกๆ อยู่ในใจ พร้อมกันนั้นก็เดินเข้าประตูคุ้มเชียงภูแสนด้วยความอาการสุขุมรอบคอบเฉกเช่นที่เคยเป็นมา...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744