War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 47

    ทันทีที่คนได้ยินเสียง คนก็หันไปมองยังทิศทางของเสียงที่บังเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันเวลาอัญมณีก็หมด


    คนที่หันไปดูทางเสียง คนจึงพบกับดวงสีแดงขนาดใหญ่ ที่มองมาทางตนอย่างไม่กระพริบ


    เยี่ยหลงที่เห็นดวงตาคู่นั้น ก็ถามขึ้น " เจ้าเป็นตัวอะไร "


    ดวงตาสีแดงตอบ " ข้าคือเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ ที่หลงเหลือไว้เฝ้าเขตแดนบททดสอบเพียงเท่านั้น "


    เยี่ยหลงถาม " แล้งเจ้าเป็นภัยหรือไม่ "


    จิตวิญญาณเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " ขึ้นอยู่ที่ว่า เจ้าจะเข้ารับการทดสอบหรือไม่ หากเจ้าเข้ารับ เจ้าก็มีภัย แต่ถ้าเจ้าไม่เข้ารับ เจ้าก็ไม่มีภัย "


    " เป็นเช่นนี้นี่เอง ถ้าเช่นนั้นข้าขออยู่เฉยๆไม่เข้าร่วมทดสอบก็แล้วกัน ข้าไม่อยากหาเรื่องเจ็บตัว " เยี่ยหลงกล่าว


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวกลับ " จะดีหรอที่จะเจ้าจะไม่ทดสอบน่ะ เพราะหญิงทั้งสองที่เจ้าพามาด้วยใกล้จะตายเต็มที่แล้วนะ "


    " ใกล้จะตายเต็มที่แล้วหรอ หมายความว่ายังไง ? จากที่ข้าดูพวกนาง พวกนางก็แค่ใช้พลังมากเกินไปก็เท่านั้นไม่ใช่หรอ " เยี่ยหลงกล่าวถาม


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบกลับ " ก็ไม่ผิดที่พวกนางใช้พลังไปเยอะเกิน แต่ในกรณีพวกนาง คือพวกนางใช้เยอะเกิน ถึงขนาดผลาญโลหิตเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังเลย "


    " และที่สำคัญคือพวกนางรวมถึงเจ้าโดนพิษผลึกมังกรน้ำมาด้วย จึงทำให้พลังรั่วไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้และไม่หยุดอย่างช้าๆ หากไม่รีบรักษาพวกเจ้าจะตายอย่างช้าๆแน่นอน แต่ที่เจ้ามนุษย์เพศชาย ที่เจ้ายังไม่มีอาการมีความต้องการทางเพศใดๆซึ่งเป็นผลของพิษ นั่นเป็นเพราะว่าพลังในตัวยังไม่สลายหายไปจนสิ้นนั่นเอง " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าว


    เยี่ยหลงถาม " ถ้าข้าเข้าทดสอบและผ่านการทดสอบได้ ข้าจะสามารถช่วยพวกนางได้ใช่หรือไม่ "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " แน่นอน ส่วนจะช่วยยังไงนั้น ข้าขอเก็บไว้บอกเจ้า ตอนที่เจ้าผ่านการทดสอบก็แล้วกัน "


    " ท่านไม่โกหกข้าใช่มั้ย " เยี่ยหลงถาม


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " ข้าไม่เสียเวลามาโกหกเจ้าหรอก เพราะเวลาข้าเหลือไม่มากแล้ว ข้าต้องการผู้สืบทอด พลังของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ครุ่นคิดอย่างหนัก ' จะเอายังไงดี ถ้าไม่เข้าทดสอบพวกนางตายแน่ แต่ถ้าเข้าร่วมทดสอบและเราตาย พวกนางก็ตายอยู่ดี '


    คนขบคิดอยู่สักพัก เยว่ปิงเหยียนและลู่ขุยอันที่ได้ยินสิ่งที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวกับเยี่ยหลง


    เยว่ปิงเหยียนจึงกล่าวกับเยี่ยหลงขึ้นเป็นคนแรก

    " คุณชาย เจ้าไม่ต้องสนใจข้า ปล่อยข้าทิ้งไว้เถิด "


    " ใช่ศิษย์น้องปล่อยข้าไว้ตรงนี้แหละ " ลู่ขุยอันกล่าว


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังคำกล่าวของหญิงสาวทั้งสองดังนั้น คนจึงบอกกลับ " พวกท่านหยุดพูดได้แล้วว่า ให้ทิ้งพวกท่านไป เพราะชายอกสามศอกอย่างข้าไม่ทิ้งผู้หญิงที่ชอบไว้ข้างหลังหรอก "


    ทันทีที่เยี่ยหลงกล่าวบอกกับเยว่ปิงเหยียนและลู่ขุยอันเสร็จ คนที่ขบคิดได้สักครู่หนึ่งแล้ว คนจึงตัดสินใจได้และกล่าวบอกกับเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ " ข้าขอเข้าทดสอบ "


    " แต่ก่อนที่ข้าจะเข้าทดสอบ ข้าขอฝากแม่นางทั้งสองเอาไว้กับท่านได้หรือไม่ " เยี่ยหลงถาม


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " เห็นทีจะไม่ได้ เพราะสนามทดสอบคือทั้งหมดภายในถ้ำนี้ เมื่ออาณาเขตบททดสอบเปิดขึ้น สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในถ้ำนี้ จะถูกย้ายเข้าเขตแดนบททดสอบในทันที หากเจ้าไม่ต้องการจะให้พวกนางเข้าสู่สนามทดสอบ ก็ควรเอานางไปไว้นอกถ้ำ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็คิดขึ้น ' จะเอาพวกนางไปนอกถ้ำเห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะข้างนอกมีทั้งสัตว์วิเศษที่เป็นอันตราย แถมยังมีมนุษย์ที่มีกิเลสมากด้วยกามอีก ฉะนั้นทางเดียวคือแบกพวกนางและทดสอบไปด้วย '


    เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็กล่าวกับเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ " ข้าขอเริ่มทดสอบเดี๋ยวนี้เลยได้หรือไม่ "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " ได้เลยตามคำขอ "


    ทันทีที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกเสร็จ เขตแดนบททดสอบก็เปิดขึ้น ย้ายพวกเยี่ยหลงไปยังอีกมิติหนึ่งในทันที


    เมื่อเยี่ยหลงเข้าสู่สนามทดสอบแล้ว คนก็พบกับมนุษย์ไฟในชุดเกราะถือดาบใหญ่ตั้งท่าเตรียมโจมตี ที่มายืนอยู่เบื้องหน้าตน ในระยะห่างพอควร


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็เข้าใจได้ในทันทีเลยว่าต้องสู้ แม้จะเข้าใจแล้ว แต่คนก็ยังจะถามเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิว่า " แค่ข้าต้องสู้ให้ชนะ ก็พอใช่มั้ย "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " ใช่ "


    " งั้นก็ไม่ยากเท่าไหร่ แค่ชนะเจ้ามนุษย์ไฟตนนี้ตนเดียวให้ได้ก็พอ ก็ถือว่าจบแล้ว " เยี่ยหลงกล่าว


    " เจ้าเข้าใจผิดแล้ว มนุษย์ไฟตนนี้เป็นแค่หนึ่งในตัวตนที่เจ้าต้องเอาชนะให้ได้จากทั้งสิบสองตนก็เท่านั้น ซึ่งจะไล่จากอ่อนสุดไปจนถึงแข็งแกร่งที่สุด " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าว


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็พยักหน้าเข้าใจ


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิถาม " ก่อนบททดสอบจะเริ่ม เจ้ามีอะไรจะถามหรือไม่ "


    เยี่ยหลงตอบ " มี ข้าขอข้อมูลของสิ่งที่ข้าต้องสู้ทั้งด้วย "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " ได้ แต่ข้าจะบอกข้อมูลของแต่ละตัวตนที่เจ้าต้องสู้ ก็ต่อเมื่อเจ้าจะได้สู้กับมันก็เท่านั้น "


    " ข้อมูลของ มนุษย์ไฟในชุดเกราะถือดาบใหญ่ เดิมมันคือผู้ทดสอบคนแรกที่ได้ทดสอบในบททดสอบของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ และสามารถผ่านบททดสอบไปได้ " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าว


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวถึงตรงนี้ เยี่ยหลงก็หยุดมันเอาไว้ก่อน " เดี๋ยว เดี๋ยว " 


    จากนั้นก็กล่าวถาม " ถ้าบททดสอบมันคือ สู้ให้ชนะคนที่เคยผ่านบททดสอบคนก่อนๆไปได้ แล้วคนแรกล่ะมันจะได้สู้กับใคร " 


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " สู้กับตัวมันเองที่มีพลังเหนือกว่าตัวมันเองสองขั้นใหญ่ "


    เยี่ยหลงถาม " แล้วทำไมไม่ใช้แบบเดิมเล่าคือ ชนะตนเองได้ก็ผ่านไป "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " ก็เพราะมันจบเร็วไปน่ะสิ ข้าที่เห็นว่าควรคัดสรรผู้ที่จะมาสืบทอดพลังของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิว่าควรต้องมีความพิเศษ ข้าจึงลงมือทำการแก้ไขแบบทดสอบ โดยการสร้างร่างจำลองของผู้ที่อ่อนแอที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดที่สิ้นชีพในทีนี้ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและกลายเป็นหุ่นเชิดกลับมาต่อสู้อีกครั้ง ในฐานะบททดสอบ "


    " แล้วคนแรกที่ผ่านมาได้ มันก็ตายหลังจากผ่านบททดสอบงั้นฤา " เยี่ยหลงถาม


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " ใช่แล้ว น่าเสียดายมาก มันดันมาสิ้นใจก่อนที่จะได้สืบถอดพลังของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ หลังมันสิ้นใจก็อย่างที่เห็น ข้าสร้างร่างจำลองที่มีพลังและวิธีสู้ที่คล้ายๆของมันขึ้นมาเพื่อสู้ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจ จากนั้นคนก็ถามสิ่งที่สงสัยต่อ " แล้วพลังของมนุษย์ไฟผู้นี้คืออะไร "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " วิญญาณยุทธ์สายอาวุธ อาวุธประเภทดาบ ระดับพลังวิญญาณ 

    วิญญาจารย์ขั้นสี่ ระดับพลังเวทระดับ สามสิบห้า ใช้เวทไฟเป็นหลักเพราะข้าคือมังกรไฟ "


    " สิ่งที่เจ้าสงสัยหมดหรือยัง " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิถาม


    เยี่ยหลงตอบ " ยังไม่รู้จะถามอะไร "


    " แต่ถ้ามีอะไรสงสัยข้าสามารถถามตอนกำลังสู้ได้มั้ย " เยี่ยหลงถาม


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิหัวเราะและกล่าว " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้สิ "


    " งั้นก็เริ่มเลยเถอะ " เยี่ยหลงกล่าวบอกพลางเดินออกห่างจากจุดที่หญิงสาวทั้งสองอยู่ เพื่อทดสอบว่าหากตนออกห่างจากหญิงสาวทั้งสอง มนุษย์ไฟยังจะสนใจหญิงสาวทั้งสองหรือไม่


    ผลปรากฏคือ มันไม่สนใจเยว่ปิงเหยียนกับลู่ขุยอันเลยแม้แต่นิด


    เยี่ยหลงที่เห็นมนุษย์ไฟมองตามคน มันก็ทำให้คนรู้ในทันทีว่า ร่างจำลองของผู้วายชนน์นี้ สนใจแต่ผู้มีกำลังแข็งแกร่ง ณ ปัจจุบัน


    ทันทีที่เยี่ยหลงหยุดเท้า มนุษย์ไฟก็พุ่งใช้ดาบเข้ามาฟาดฟันคนในทันที


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็เรียกดาบที่ใบดาบแตกหักไปเจ็ดในสิบส่วนซึ่งเป็นอาวุธที่ตนเลือกมาจากร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด จากนั้นคนก็อัดพลังแมนน่าใส่ดาบ ไม่นานเศษใบดาบที่แตกหักก็จะพุ่งออกมาจากแหวนมิติ และเข้าหาดาบที่คนถือ ใบดาบที่แตกหักเจ็ดในสิบส่วน ประกอบกันจนกลายเป็นดาบใหญ่ ที่เกือบจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว คนใช้ดาบนั้นพร้อมกับเปิดใช้เวทด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่หนึ่งและประตูที่สอง ในการเข้ารับมือกับดาบของมนุษย์ไฟ


    ทันทีที่ดาบปะทะกัน ถึงแม้เยี่ยหลงจะเปิดใช้เวทด่านประตูทั้งหก ด่านแรกซึ่งเพิ่มพละกำลังในการต้านทานรับปะทะกันแล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นแทนที่เยี่ยหลงจะสูสี แต่กลับกันดาบของเยี่ยหลงกลับถูกดันจนแทบจะถึงตัว


    เยี่ยหลงประดาบกับมนุษย์ไฟแบบเดิมไปสักพัก คือ ให้ดาบของตนถูกดันแทบจะถึงตัวไปเรื่อยๆ


    ในที่สุดเยี่ยหลงก็รู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยให้มนุษย์ไฟใช้ดาบเข้าปะทะประดาบกับตนได้แล้ว เหตุเป็นเพราะยิ่งประดาบกัน ดาบของเยี่ยหลงก็ยิ่งถูกดันให้เข้าใกล้จะสัมผัสกับเสื้อผ้าคนขึ้นมาเรื่อยๆ


    เยี่ยหลงกระโดดถอยออกห่างจากมนุษย์ไฟมาตั้งหลัง และคิดขึ้น ' การต่อสู้ยังเหลืออีกสิบเอ็ดครั้ง เราที่ถูกพิษที่ทำให้พลังรั่วไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้และไม่หยุดอย่างช้าๆ เราจะต้องคิดใช้พลังอย่างฉลาดและให้การต่อสู้จบเร็วที่สุด คิดสิ คิดสิ จะใช้วิธีไหนดี '


    เยี่ยหลงที่คิดหาวิธีการจบการต่อสู้ให้ไวที่สุด ไม่นานคนก็ได้วิธี ' งั้นเราลองให้มันพุ่งมาโจมตีเราก่อนก็แล้ว กัน จากนั้นค่อยเปิดใช้กายาสายฟ้าขั้นแรกและกายาสายฟ้าขั้นที่สามร่วมกับการใช้ดาบในการโจมตี ดีล่ะลองเอาตามแผนนี้ดูก็แล้วกัน ถ้าไม่ดีค่อยหาแผนใหม่ '


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดเสร็จ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับมนุษย์ไฟพุ่งเข้ามาโจมตี


    เมื่อมนุษย์ไฟพุ่งมาถึงระยะที่มันฟาดฟันได้และเยี่ยหลงฟาดฟันได้ เยี่ยหลงจึงทำการเปิดกายาสายฟ้าขั้นแรก และกายาสายฟ้าขั้นที่สามตามแผน จากนั้นเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วหลบดาบมนุษย์ไฟและใช้ดาบฟันเอวของมนุษย์ไฟ จนร่างของมนุษย์ไฟขาดสองท่อนไปในฉับพลัน


    ครั้นมนุษย์ไฟตัวขาดสองท่อนแล้ว มันก็ค่อยๆสลายหายไปในทันที


    พอมนุษย์ไฟหายไปแล้ว เยี่ยหลงก็ปิดใช้พลังทั้งหมดที่เปิด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง 


    หลังจากนั้นไม่นาน ดวงตายักษ์สีแดงของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวกับเยี่ยหลง " มนุษย์ไฟตนต่อไป อยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นหก วิญญาณยุทธ์สายอาวุธ อาวุธประเภทดาบ ดาบคู่ ระดับพลังเวทระดับ สามสิบห้าเช่นกัน ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    ทันทีที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวจบ มนุษย์ไฟไม่ใส่เกราะถือดาบคู่ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเยี่ยหลง ในระยะห่างพอควร


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ตั้งท่ากุมดาบเตรียมรับมือ มนุษย์ไฟ


    ไม่นานมนุษย์ไฟก็พุ่งเข้ามาใส่เยี่ยหลงด้วยความรวดเร็ว รวดเร็วขนาดที่ว่า เยี่ยหลงเกือบรับดาบของมนุษย์แทบไม่ทัน


    เยี่ยหลงที่รับดาบได้อย่างหวุดหวิดก็คิดขึ้น ' เร็วมาก เกือบรับมือแทบไม่ทันแน่ะ แต่ยังดีที่แรงฟันดาบเบากว่ามนุษย์ไฟตนแรกมากโข แต่ถึงกระนั้นด้วยความเร็วขนาดนี้ เราต้องยอมเสียพลังวิญญาณเพื่อมาสร้างเกราะวิญญาณแล้วล่ะ ด้วยความเร็วขนาดนี้เราใช้ดาบรับไม่ทันหรอก หากเราไม่สร้างเกราะวิญญาณเราอาจพลาดท่าโดนมนุษย์ไฟเฉือนคอหรือฟันเข้าร่างกายก็ได้ '


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนจึงใช้เกราะวิญญาณมาห่อหุ้มทั่วร่างกาย


    หลังจากที่เยี่ยหลงใช้เกราะวิญญาณมาห่อหุ้มทั่วร่างกายเสร็จ ก็เป็นอย่างที่เยี่ยหลงคิดคือ คนใช้ดาบรับการโจมตีของมนุษย์ไฟที่พุ่งเข้ามาฟันด้วยความรวดเร็วไม่ทัน จนทำให้โดนฟันบริเวณจุดอื่นที่ไม่ใช่การปะทะดาบกัน


    เยี่ยหลงที่โดนดังนั้น ก็ยืนนิ่งใช้เกราะวิญญาณต้านทานรับการโจมตี แต่ถึงแม้คนจะยืนนิ่งแต่สายตาและหัวคนกลับไม่นิ่งไปด้วย 


    คนใช้สายตาและการหันหัวมอง ในการจับทางหาจุดที่มนุษย์ไฟจะฟัน


    คนทำอยู่นาน แต่ก็ไม่สามารถจับทางที่มนุษย์ไฟจะฟันได้อยู่ดี เพราะมนุษย์ไฟตนนี้เร็วมาก


    เยี่ยหลงคิดขึ้น ' เราไม่มีทางเลือกแล้ว เราต้องเปิดใช้กายาสายฟ้าขั้นแรกกับเวทเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ เพื่อตอบโต้แล้ว '


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็เปิดใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นแรกและเวทแอคเซลเพื่อตอบโต้มนุษย์ไฟ


    ในฉับพลันที่คนเปิดเวทกายาสายฟ้าขั้นแรกออก คนก็สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของมนุษย์ไฟที่รวดเร็วได้ช้าลง


    หลังจากที่เห็นว่ามนุษย์ไฟช้าลงและพุ่งดาบมาหาตนทางไหนได้แล้ว เยี่ยหลงก็ใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ใช้เวทแอคเซล ฟาดดาบต้านทานรับดาบของมนุษย์ไฟที่พุ่งเข้าในฉับพลัน


    คนประดาบกันไปเรื่อยๆอย่างนั้นใช้เวลาพอควร เยี่ยหลงที่แม้จะตามความเร็วของมนุษย์ไฟได้แล้ว แต่วิชายุทธ์ยังห่างจากมนุษย์ไฟตนนี้ก้าวหนึ่ง จึงยังไม่สามารถชิงชัยได้


    เยี่ยหลงที่ประดาบกันไปมา คนจึงคิดเห็นขึ้นว่า ควรต้องรีบจบการต่อสู้ได้แล้ว


    ครั้นเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนจึงใช้แผน ทำการรอให้มนุษย์ไฟพุ่งเข้ามาหาตน พอมนุษย์ไฟพุ่งเข้ามาหาตนจนถึงระยะที่มนุษย์ไฟสามารถฟันดาบลงตัวคนได้แล้ว


    เยี่ยหลงก็ทำการเปิดใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นสาม เพื่อทำให้การโจมตีผ่านร่างไป


    เมื่อการโจมตีของมนุษย์ไฟผ่านร่างไปแล้ว เยี่ยหลงก็กลับหลังหันใช้ดาบฟาดฟัน จนตัวมนุษย์ไฟขาดครึ่งและสลายหายไป


    ครั้นมนุษย์ไฟสลายหายไปแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการปิดใช้พลังทั้งหมด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง 


    หลังเยี่ยหลงปิดใช้พลังทั้งหมดเสร็จ ดวงตาสีแดงยักษ์ของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวกับเยี่ยหลง " มนุษย์ไฟตนต่อไป ระดับพลังวิญญาณ วิญญาจารย์ขั้นแปด ระดับพลังเวทระดับ สี่สิบ วิญญาณยุทธ์อาวุธ วิญญาณยุทธ์ทวน ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    ครั้นเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกเสร็จ มนุษย์ไฟที่ไม่ใส่ชุดเกราะถือทวนก็ปรากฏให้เยี่ยหลงเห็น


    เมื่อเยี่ยหลงเห็น คนก็ตั้งท่าเตรียมดาบเปิดเกราะวิญญาณและเวทแอคเซลพร้อมรับมือมนุษย์ไฟ


    ทันทีที่เยี่ยหลงตั้งท่าพร้อมต่อสู้ มนุษย์ไฟก็ไม่รีบรอ พุ่งชี้ทวนเข้าหาเยี่ยหลงด้วยความเร็วสูง จนเยี่ยหลงมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวและไม่ทันเคลื่อนไหวหลบ


    เยี่ยหลงที่มองไม่เห็นการเคลื่อนไหวและไม่ทันเคลื่อนไหวหลบ จึงส่งผลให้เยี่ยหลงโดนทวนแทงทะลุเกราะวิญญาณเข้าหน้าอกเต็มๆ


    เยี่ยหลงที่โดนแทงทะลุเกราะวิญญาณจนเข้าเนื้อ คนก็กระโจนถอยหลังออกห่างมนุษย์ไฟ และจากนั้นก็คิดขึ้น ' พลังทะลุทะลวงของทวนสูงมาก บวกกับความเร็วในการโจมตีก็ยิ่งแล้วใหญ่ เราต้องสร้างเกราะมาเสริมเกราะวิญญาณ งั้นเราลองเสริมด้วยเวทกายาสายฟ้าขั้นสองดูก่อนก็แล้วกัน หากยังไม่พอจะต้านรับ เราคงต้องเปิดใช้ เวทเบี่ยงทิศการโจมตีสามครั้งต่อวันและเวทฟันแทงไม่เข้าสิบครั้งต่อวัน ที่เอนชานท์ในยันต์แล้วล่ะ '


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ทำการเปิดเวทกายาสายฟ้าขั้นที่สอง สร้างเกราะสายฟ้ามาห่อหุ้มทั่วร่างกาย


    ในฉับพลันที่คนทำการเปิดใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นที่สองห่อหุ้มทั่วร่างกายเสร็จ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับมนุษย์ไฟพุ่งทวนเข้ามาแทงอกซ้ายของคน


    แต่ครั้งนี้ ใบดาบทวนกลับไม่สามารถทะลวงเกราะของเยี่ยหลงไปได้ เหตุเพราะใบดาบทวนถูกพลังสายฟ้าบดทำลายจนแตกสลายไป เมื่อสัมผัสกับเกราะสายฟ้า


    เยี่ยหลงที่ความรู้สึกไว ว่าควรต้องใช้โอกาสนี้ ที่มนุษย์ไฟอยู่ใกล้ขนาดนี้ในการตอบโต้ 


    คนจึงทำการใช้ความเร็วในขณะที่เวทแอคเซลยังเปิดอยู่ในการจับข้อมือของมนุษย์ไฟ


    พอจับข้อมือได้ เยี่ยหลงก็ทำการใช้ดาบแทงเข้ากลางอกมนุษย์ไฟจนสุดใบดาบของดาบตน จากนั้นก็ค่อยๆดึงออกมา


    ทันทีที่ดึงดาบออกจากหมดสิ้น มนุษย์ไฟก็เข่าร่วงหล่นลงกับพื้น จากนั้นก็ลงไปนอนกับพื้นและสลายหายไป


    ครั้นมนุษย์ไฟสลายหายไป เยี่ยหลงก็ปิดใช้พลังทั้งหมด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง และคิดขึ้น ' เกราะสายฟ้าใช้ได้ผลดียิ่ง แต่ไม่เหมือนคราแรกที่ใช้เลย คือ เราสูญเสียพลังไปมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่ข้อดีอย่างที่เราคิดไม่ถึงก็คือ คือ เราจบการต่อสู้ได้เร็วกว่าที่ผ่านมามากโข '


    หลังเยี่ยหลงคิดเสร็จ ดวงตายักษ์สีแดงของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าว " มนุษย์ไฟตนที่สี่ 

    อยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า วิญญาณยุทธ์สายอาวุธ อาวุธประเภทธนู ระดับพลังเวทระดับ สี่สิบ ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    หลังเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวบอกจบ มนุษย์ไฟถือธนูใส่เกราะก็ปรากฏให้เยี่ยหลงเห็น


    เยี่ยหลงที่เห็นมนุษย์ไฟปรากฏแล้ว คนก็ตั้งท่าเตรียมรับมือ พร้อมกับเปิดเวทแอคเซลและเวทด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่หนึ่ง กับเกราะวิญญาณ


    ทันทีที่เยี่ยหลงเปิดเวทเสร็จ คนก็ไม่รีรอช้าให้มนุษย์ไฟเป็นฝ่ายเปิดการโจมตี คนทำการเปิดการโจมตีด้วยการพุ่งด้วยความเร็ว เข้าไปฟันร่างของมนุษย์ไฟ


    มนุษย์ไฟที่เห็นเยี่ยหลงพุ่งเข้ามา มันจึงยิงลูกศรไฟใส่เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่เห็นลูกธนูไฟพุ่งมา คนจึงเคลื่อนกายหลบด้วยความรวดเร็วจากเวทแอคเซล ไม่นานหลังจากหลบลูกธนูเสร็จ คนก็บรรลุถึงตัวมนุษย์ไฟพอดีและใช้ดาบฟาดฟัน


    มนุษย์ไฟที่เห็นดังนั้นแทนที่จะหลบ มันกลับใช้คันธนูรับการโจมตีจากดาบของเยี่ยหลง


    ทั้งสองคนประอาวุธกันไปเรื่อยๆอยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครกินวรยุทธใครลง


    เยี่ยหลงที่เห็นว่าประมือกันมานานแล้ว และแม้ตนจะใช้เวทด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง ในการช่วยในการชะลอการหมดแรง หมดพลังวิญญาณ หมดพลังเวท และ แปลงพลังเวท พละกำลัง พลังวิญญาณ ที่ต้องเสียไปในทีเดียว ให้เป็นการเสียทีละนิดอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม แต่คนก็รู้สึกอยู่ดีว่าตนเสียพลังไปมากกับการใช้เวทแอคเซลอย่างต่อเนื่อง


    เยี่ยหลงที่รู้สึกได้ดังนั้น คนก็ต้องการจะปิดการต่อสู้โดยเร็ว ' เราต้องรีบจบการต่อสู้แล้ว แต่จะทำยังไงดีล่ะ ขนาดเราใช้เวทแอคเซลแล้ว มันก็ยังตอบโต้เราได้ เห็นทีจะต้องใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นสามเสริมเข้าไปอีกแรง แต่ถ้าเราทำแบบนั้น ก็ต้องแลกมาด้วยกับเสียพลังเวทในเส้นพลังเวทหลักเข้าไปอีก ไม่เอาดีกว่า งั้นเราลองมาใช้เวทมนต์ที่เอนชานท์ลงในยันต์บนร่างกายเราดูดีมั้ย วิธีนี้น่าจะดีที่สุดแล้ว เราไม่เสียพลังเวทในเส้นพลังเวทหลักด้วย แต่เราจะใช้เวทมนต์ไหนดีล่ะถึงจะจบการต่อสู้ได้โดยไว '


    เยี่ยหลงคิดสักพักพลางประมือไปด้วย ก่อนจะได้คำตอบแ ' เวทมนต์ล่องหนหายตัว ที่เอนชานท์ลงในยันต์ปู่เจ้าสมิงพรายปางเดินดงไง เวทนี้แหละ '


    ครั้นคนคิดได้ดังนั้น คนก็กระโจนถอยหลัง จากนั้นเปิดใช้เวทมนต์เวทล่องหนหายตัวในทันที


    ในฉับพลันที่เยี่ยหลงหายตัวไปจากสนามทดสอบ มนุษย์ไฟก็ยืนนิ่ง ก่อนมันจะทำการง้างธนูและยิงลูกศรไฟขึ้นไปด้านบน


    ในทันทีที่มนุษย์ไฟยิงลูกศรไฟขึ้นไปด้านบน มันก็โดนดาบเสียบเข้าจากทางด้านหลัง เข้าบริเวณกลางอกในเวลาเดียวกัน


    เมื่อมนุษย์ไฟโดนดาบเสียบเข้าร่างกายแล้วนั้น ร่างกายมันก็ค่อยๆสลายไป


    แต่ทว่าศรไฟที่มันยิงขึ้นไปด้านบน กลับไม่สลายหายไปด้วย มันกลับแยกออกเป็นศรนับล้านปกคลุมทั้งสนามทดสอบ และร่วงหล่นลงมา


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็มองไปยังทางด้านหญิงสาวทั้งสองที่นอนอยู่ไร้การปกป้อง


    คนที่เห็นดังนั้น จึงพุ่งตัวไปหาหญิงสาวด้วยความรวดเร็ว และใช้ตัวร่างกายในขณะที่เปิดเกราะวิญญาณเข้ารับศรไฟที่ตกลงมาใส่บริเวณหญิงสาวทั้งสองจนศรหมด


    หลังศรร่วงหล่นปะทะกับเกราะวิญญาณจนหมดสิ้น เยี่ยหลงก็คิดขึ้น ' โชคดีนะ ที่เราป้องกันได้หมดและพวกนางไม่เป็นอะไร '


    หลังเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ปิดใช้พลังทั้งหมด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง และเก็บดาบเข้าแหวนมิติ


    เหตุเพราะคนเสียพลังไปกับการใช้ดาบมากไปแล้ว จนเหลือพลังเวทในกายทางเส้นพลังเวทหลัก สามในสิบส่วน แล้ว ณ ปัจจุบัน


    เยี่ยหลงที่เอาชนะมนุษย์ไฟได้แล้ว ดวงตายักษ์ของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน