“โฮกกกกกกกกกกก”
อสูรป๋ายหมางเปล่งเสียงคำรามออกมา ทว่ากรงเล็บของมันกลับไม่สามารถที่จะทำอะไรเย่ฮวาได้แม้แต่น้อย
หึหึ แม้ว่ามันจะเป็นพาหนะของเทพแต่มันก็ยังไม่สามารถบินได้และนี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขาทีเดียว
ในเวลานี้เอง เสียงของอสูรป๋ายหมางก็ดังขึ้น มันแหงนคอขึ้นพร้อมกับมองขึ้นมาที่เขา วินาทีถัดมาแสงสว่างก็เจาะทะลุร่าง ไปจนทำให้หน้าอกของเย่ฮวาเกิดรูโบ๋
“1257”
บ้าฉิบ! ดาเมจโคตรสูงเลย!
เขารีบกินโอสถหยกเลือดเพื่อเพิ่มเลือดให้ตัวเอง คิดไม่ถึงเลยว่าบอสตัวนี้จะสามารถโจมตีด้วยสกิลเวทย์ระยะไกลได้ แถมยังสร้างค่าดาเมจที่น่ากลัวได้อีกด้วย!
โชคดีที่เขาไม่ได้ถูกฆ่าตายซะก่อน หลังจากผ่านไป 30 วินาที เจ้าอสูรป๋ายหมางก็ใช้ลำแสงนั้นโจมตีมาที่เขาอีกครั้ง เป็นเพราะไม่สามารถหลบหนีได้จึงจำใจที่จะต้องรับการโจมตีของมัน ก่อนที่จะรีบกินยาเพิ่มเลือด
สกิลนี้มีเวลาคูลดาวน์ 30 วินาที และคูลดาวน์ในการใช้ยาก็มีระยะเวลา 30 วินาทีเช่นเดียวกัน ถ้าหากโจมตีต่อไปเรื่อยๆ ฝ่ายอสูรก็คงจะรับการโจมตีจากยุทธวิถีเขาไม่ไหวเช่นกัน แต่ถ้ากวาจื่อเป็นคนที่ถูกโจมตีแทนก็จะกลายเป็นตกที่นั่งลำบาก เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องอยู่บนกำแพงผนังเพื่อรอให้เลือดฟื้นฟูก่อน ถึงจะทำการโจมตีอีกครั้ง
การโจมตีนี้ใช้เวลาทุกๆครึ่งนาทีเพื่อจะโจมตีหนึ่งครั้ง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเลือดของอสูรป๋ายหมางก็ถูกโจมตีจนเหลือเลือดเพียงแค่ 5% เท่านั้น
ขณะที่กำลังจะได้รับชัยชนะ แสงจากดวงตาของอสูรป๋ายหมางก็ถูกส่งออกมาอีกครั้ง มันเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะม้วนตัวจนกลายเป็นทรงกลม หลังจากนั้นมันก็พุ่งตัวมาที่เย่ฮวาด้วยความเร็วทันที
มวลความแรงของสกิลมีสูงมาก ค่าดาเมจจึงสูงอย่างไม่ต้องสงสัย และเย่ฮวาก็ไม่มั่นใจด้วยว่าตัวเองจะสามารถรับมือกับการโจมตีในครั้งนี้ได้รึเปล่า
เมื่อคิดเช่นนี้เขาก็รีบยื่นมือออกไปด้านหน้าอย่างไม่ลังเล ในเวลาเดียวกันก็ใช้กำลังจากเท้าถีบตัวเองลงไปยังหลุมที่อยู่ด้านล่างทันที
อสูรป๋ายหมางหมุนตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะชนเข้ากับตำแหน่งที่เย่ฮวาเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ จนทำให้ดินและโคลนกระจัดกระจายไปทั่ว แถมพื้นที่ที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้ก็กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ด้วย
ในเวลาเดียวกันเขาที่ตกลงไปด้านล่างก็ถูกกระแทกด้วยคลื่นอากาศเข้ากลางอกอย่างแรง จนทำให้กระอักเลือดออกมา
“915”
บ้าเอ๊ย! คลื่นแรงกระแทกสร้างค่าดาเมจสูงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย นี่ถ้าถูกกระแทกโดยตรงคงจะกลายเป็นเนื้อบดแน่ๆ
เลือดของเขาเหลืออีกไม่มากแล้ว เย่ฮวารีบทำการดื่มยาเพิ่มเลือดระดับ 6 ทันที จนทำให้เลือดกลับมาเต็มหลอดอีกครั้ง ทว่าเป็นเพราะร่างที่กระแทกเข้ากับพื้นจึงทำให้เลือดลดลงไปอีก 200 หน่วย เขาเองก็ไม่กล้าที่จะหยุดอยู่เฉยเพื่อเป็นเป้านิ่ง ทันทีที่ลงมาถึงพื้นเขาก็รีบลุกขึ้นมา ก่อนที่จะวิ่งไปที่กำแพงพร้อมกับปีนกลับขึ้นไปอีกครั้ง
หลังจากที่ปีนขึ้นมาแล้วเจ้าอสูรตัวนั้นก็ตกลงไปที่พื้น หลังจากนั้นร่างของมันก็เริ่มโค้งงอก่อนที่จะยึดตัวขึ้นสูงด้วยพละกำลังของมัน อาจจะเป็นเพราะการกระโดดจึงทำให้มันตัวสูงขึ้นกว่าเดิม เพียงครู่เดียวร่างของมันก็กระโดดมาตรงหน้าเขาพร้อมกับใช้กรงเล็บตะปบมาที่บ่าอย่างแรงถึงสองครั้ง ก่อนที่จะล่วงลงไปด้านล่าง
กรงเล็บสองครั้งที่ฟาดมาตรงบ่าถูกลากยาวไปจนถึงหน้าอกในเวลาเดียวกันตัวเลขดาเมจก็ลอยขึ้นมา 700 หน่วย
ตอนที่อสูรป๋ายหมางตกลงไปด้านล่างกวาจื่อก็ปรากฏตัวขึ้นด้านข้างของมันก่อนที่จะโจมตีมันด้วยสกิลมายาลวงตาและรีบถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่กวาจื่อเดินกลับมาเขาก็พูดขึ้นมาว่า “เย่ฮว่า เมื่อกี้ตอนที่บอสส่งสกิลแสงสว่างนั่นออกมาฉันลองคำนวณดูแล้วว่าผู้เล่นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลสามารถมองเห็นได้ ฉันว่าถ้าเห็นสิ่งผิดปกติคนพวกนั้นต้องมาที่นี่แน่ พวกเรารีบเร่งมือกันเถอะ! ไม่งั้นบอสตัวนี้ได้ถูกคนพวกนั้นแย่งไปแน่”
เย่ฮวา พยักหน้า “ตอนนี้ยาของฉันยังคูลดาวน์อยู่ ยังเหลือเวลาอีก 15 วินาทีถึงจะสามารถโจมตีได้!”
หลังจากยาทำการคูลดาวน์สิ้นสุดลงแล้วเขาก็ทำการโจมตีอีกครั้ง ตอนนี้เลือดของอสูรป๋ายหมางเหลือไม่เยอะแล้ว ถ้ายึดจากความเร็วในการสังหารของมอนสเตอร์แล้ว เย่ฮวาคิดว่าอีกห้านาทีพวกเขาก็คงจะสามารถฆ่ามันได้
ในเวลานั้นเองจู่ๆก็มีผู้เล่นเดินเข้ามาตรงขอบหลุมที่พวกเขายืนอยู่ ตอนที่ปีนอยู่บนกำแพงผนังเขาก็เงยหน้ามองไปที่ผู้เล่นเหล่านั้น ซึ่งเลเวลของพวกเขาอยู่ที่ราวๆ 25 นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นเดี่ยวที่อยู่ที่นี่ด้วย เขาจึงไม่ได้กังวลใจเท่าไหร่นัก
ผู้เล่นเหล่านั้นจ้องมาที่พวกเย่ฮวาราวกับต้องการจะแย่งบอสตัวนี้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้เล่นที่มีสมาชิก 7-8 คน ซึ่งเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23 โดยมีหัวหน้ากลุ่มเป็นนักรบคลั่ง เลเวล 27
ชายคนนั้นมองไปที่อสูรป๋ายหมางพร้อมกับตะโกน “เจอบอสระดับเงิน! ทุกคนลงมือได้! เราจะต้องได้ไอเท็มระดับเงินชิ้นแรกของเซิร์ฟเวอร์แน่นอน!”
พูดจบคนเหล่านั้นก็กระโดดลงไปด้านล่างทันที ตอนนี้ค่าความเกลียดชังของอสูรป๋ายหมางยังอยู่ที่เย่ฮวา และคนเหล่านั้นก็ใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะโจมตีไปที่บอสตัวนั้นจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา
กวาจื่อพูด “ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้น นายดูค่าดาเมจของคนพวกนั้นก่อน แทบจะทำอะไรมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เดี๋ยวถ้าอสูรป๋ายหมางเรียกใช้สกิลคนพวกนั้นได้จบเห่แน่”
เขาเห็นด้วยกับความคิดของกวาจื่อ ถ้าหากผู้เล่นธรรมดาพวกนี้เกิดปัญหาขึ้น เขาก็จะฉวยโอกาสทำการลงมือ แต่ผู้เล่นพวกนี้กลับเพิกเฉยต่อพวกเขาทั้งสองคน แถมยังทำท่าราวกับต้องการจะแย่งบอสไปด้วย
เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็หันไปตะโกนกับคนที่อยู่ด้านล่าง “เพื่อนๆ บอสตัวนี้เป็นของฉัน พวกนายช่วยถอยออกไปก่อนได้ไหม?”
นักรบคลั่งคนนั้นที่กำลังใช้ขวานฟาดไปที่ร่างของอสูรป๋ายหมางตะโกนกลับมาโดยที่สายตายังไม่คิดจะหันมามองเขาสักนิด “ของฉันของแกที่ไหนกันวะ! ใครแย่งได้ก่อนก็เป็นของคนนั้นสิวะ!”
ได้ยินแบบนี้เย่ฮวาก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรอีก ผู้เล่นที่อยู่รอบๆ หลังจากที่เห็นเช่นนั้นก็ต่างพากันกระโดดลงไปด้านล่างและเริ่มโจมตีเข้าใส่บอสระดับเงินทันทีราวกับต้องการจะแบ่งผลประโยชน์ด้วย
แม้ว่าการโจมตีของเย่ฮวาจะสูงกว่าคนเหล่านี้แต่ถ้าหากคนเหล่านี้โจมตีพร้อมกัน ไม่ว่าเลเวลจะสูงกว่าเขาหรือไม่ แต่ค่าความเกลียดชังที่เคยเป็นของเย่ฮวาก็อาจจะถูกดึงไปอยู่กับคนพวกนั้นก็เป็นได้!
อสูรป๋ายหมางยกกรงเล็บขึ้นมาก่อนที่จะฆ่าผู้เล่นเกราะหนักที่อยู่ใกล้ที่สุดจนตายในทันที มันเปล่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งพร้อมกับร่างที่เกิดแสงสว่างขึ้น
สกิลนั้นกลับมาอีกแล้ว!
กวาจื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบถอยไปหลบด้านหลังทันทีและหวังว่าคนเหล่านั้นจะถูกโจมตีจนค่าพลังชีวิตลดลงเช่นกัน ส่วนเย่ฮวาก็รีบกระโดดหลบสกิลของมันเช่นเดียวกัน แม้ว่าตอนนี้ค่าความเกลียดชังจะอยู่บนตัวของผู้เล่นคนอื่นๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่โดนลูกหลง
ทันทีที่แสงสว่างวาบขึ้นเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมา หลังจากแสงสว่างนั้นหายไป หลุมตรงหน้าก็มีเพียงแค่กวาจื่อที่กำลังหายใจหอบด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่กำลังหลบอยู่ด้านข้างกำแพงด้วยเลือดที่ลดลงจนเกือบหมดหลอด
เย่ฮวารีบทำการโจมตีทันที เป็นเพราะผู้เล่นใช้เวลาโจมตีไปสามนาทีกว่าและเลือดของมันจึงลดลงไปไม่น้อย เขากับกวาจื่อจึงสามารถโจมตีไปที่มันได้ง่ายขึ้น
เมื่อเห็นเลือดของมันจะหมดหลอดแล้ว กวาจื่อก็พูดขึ้นมาว่า “เย่ฮว่า! นายจัดการปิดจ็อบเลย! ค่าความโชคดีของนายสูง”
เย่ฮวา พยักหน้าพร้อมกับใช้ดาบหลี่กวงฟาดไปที่ด้านหน้าทันที
ฉั่วะ!
“878!”
การโจมตีสูงใช้ได้เลยนะเนี่ย!
โฮกกกกกก
ร่างของอสูรป๋ายหมางยังคงบิดเบี้ยวขณะที่มันเปล่งเสียงร้องออกมา ท้ายที่สุดมันก็ลงไปนอนอยู่ที่พื้น!
บอสระดับเงินเวล 36 ให้ค่าประสบการณ์ไม่น้อยเลย! แถมยังทำให้เขาที่มีเลเวล 32 ในเวลานี้ขึ้นมาอยู่ 20 อันดับแรกของเมืองชิงสุ่ยได้สำเร็จ
กวาจื่อเองก็เวล 31 แล้ว พวกเขาหันมาสบตากันพร้อมกับยิ้มขึ้น ในเวลานั้นเองผู้เล่นอีกกลุ่มก็ปรากฏขึ้นที่ขอบของหลุมที่พวกเขายืนอยู่พร้อมกับจ้องมองมา ทันทีที่เขาเงยหน้าจ้องกลับไปคนเหล่านั้นก็สะดุ้งทันที
กลุ่มผู้เล่นต่างพากันวิ่งมาดูที่หลุมตรงหน้า หลังจากนั้นนักเวทย์คนหนึ่งก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลังของคนเหล่านั้นโดยชื่อ ID ของอีกฝ่ายเป็นสีแดงและแน่นอนว่าที่เป็นสีแดงก็เพราะอีกฝ่ายเป็นศัตรู ซึ่งเขาเคยฆ่าหมอนี่มาก่อน ใช่แล้วหมอนี่คือจื้อลี่ชาวฉุน!
กวาจื่อเร่งหยิบไอเท็มขึ้นมาดูก่อนที่จะยื่นกล่องไม้ชิ้นหนึ่งมาให้กับเขาพร้อมกับเปิดปากที่บ่นออกมาว่า “สีขาวทั้งหมดเลย แม้แต่แร่คอร์เดียไรท์ที่อยู่ในนี้ก็ยังไม่มีเลย กล่องธรรมดาแบบนี้ฉันเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ นายเอาไปเถอะ”
พูดจบกวาจื่อก็เดินไปข้างโลงศพก่อนที่จะหยิบอีกกล่องออกมาซึ่งมันเป็นเหล็กบริสุทธิ์หายากที่พวกเขากำลังตามหาอยู่!
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนภารกิจเสร็จสิ้นก็ดังขึ้นข้างหู แถมพวกเขาก็ยังได้ค่าประสบการณ์ เงินรางวัลและชื่อเสียงจำนวนไม่น้อย ทว่ากลับไม่มีรางวัลที่เป็นไอเท็มอุปกรณ์ตอบแทนเลยสักชิ้น
กวาจื่อมองไปด้านบนก็เห็นจื้อลี่ชาวฉุนที่กำลังยืนมองลงมา เขากระซิบข้างหูผมว่า “กลุ่มจื้อลี่ชาวฉุนมาที่นี่ทำไม แกไม่บอกฉันสักคำเล่า!”
เย่ฮวาตอบ “ไม่เป็นไรหรอก พวกเรามีเสื้อคลุมอยู่แถมเลเวลของหมอนั่นก็สูงไม่เท่าพวกเราด้วย หมอนั่นจำพวกเราไม่ได้หรอก”
กวาจื่อยักไหล่พร้อมกับพูด “ก็จริง ตอนนี้พวกเราซ่อน ID กับพิกัดไว้แล้ว หมอนั่นไม่มีทางจับพวกเราได้แน่”
“งั้นพวกเรากลับเมืองกันเถอะ”
“อื้อ!”
พูดจบเขากับกวาจื่อก็หยิบม้วนวาร์ปกลับเมืองออกมา ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่องขึ้นมา เย่ฮวาก็ยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม ช่วยไม่ได้แหะ! กว่าจะกลับเมืองได้ก็ต้องใช้เวลา 5 วินาที ยังไงซะพวกเขาก็ต้องออกจากที่นี่ก่อน
เป็นเพราะจื้อลี่ชาวฉุนยังมองไม่เห็น ID อีกฝ่ายคงจะไม่ลงมือกับพวกเขาหรอกมั้ง ใครมันจะยื่นหัวมาให้คนอื่นฆ่าโดยใช่เหตุกัน?
ฉึก!
ฉึก!
ทันใดนั้นลูกธนูสองลูกก็ปักเข้ากลางอกของเย่ฮวาและกวาจื่อ จนทำให้การใช้วาร์ปกลับเมืองของพวกเขาล้มเหลวทันที
“แกคิดว่าแกใส่เสื้อคลุมแล้วฉันจะจำแกไม่ได้งั้นสิ? อีเย่กูโจว ต่อให้แกกลายเป็นขี้เถ้าฉันก็ยังจำแกได้อยู่ดี!”
อีกฝ่ายมองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็น “ฆ่าพวกมัน! เมื่อกี้พวกมันเพิ่งจะฆ่าบอสระดับเงินไป บนตัวของพวกมันจะต้องมีไอเท็มเจ๋งๆแน่ ฆ่ามันแล้วแย่งไอเท็มพวกมันมา!”
ไม่ว่าจะเป็นไอเท็มหรือของที่ได้จากการต่อสู้เมื่อครู่ ของที่อยู่ในกระเป๋ามีโอกาสที่จะดรอปหลังจากถูกฆ่าตายสูงถึง 50% ดังนั้นจึงต้องเปิดฝากล่องไม้ที่กวาจื่อเพิ่งจะให้เขา แม้ว่าจะไม่รู้ว่าด้านในนั้นเป็นอะไร แต่เขายอมตายมากกว่าที่จะส่งของชิ้นนี้ให้กับจื้อลี่ชาวฉุน!
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหมอนั่นจะจำเขาได้ด้วย! เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย ทั้งๆที่เขาเลเวลสูงกว่าหมอนั่น! แถมหมอนั่นยังมองไม่เห็นหน้าของเขาอีกด้วย
ตอนนี้อสูรป๋ายหมางถูกฆ่าตายแล้ว และมันก็กลายเป็นแสงสีขาวที่ลอยกลับเข้าไปด้านในโลงหินพร้อมกับปิดตัวเองไว้ หลังจากนั้นหลุมที่พวกเย่ฮวายืนอยู่ก็มีมวลน้ำมหาศาลทะลักเข้ามา จนทำให้ร่างของเขาและกวาจื่อลอยขึ้นไปด้านบน
กวาจื่อเข้าสู่โหมดการพรางตัวเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเขาเองก็ทำการปีนไปตามผนังกำแพง ตอนนี้ผู้เล่นของวิหารสังหารเองก็กำลังทะลักเข้ามาด้านในหลุมและเตรียมตัวที่จะฆ่าเขาและกวาจื่อเช่นกัน นี่เป็นการรุมฆาตรกรรมกันชัดๆ!
ตอนนี้ผู้เล่นที่อยู่ด้านข้างของหลุมขนาดใหญ่ได้ถูกคนของวิหารสังหารเก็บกวาดจนหมดแล้วแถมคนเหล่านี้ก็ยังรอเพื่อที่จะโจมตีเข้าใส่เขาทันทีที่ขึ้นไปด้านบนด้วย
แต่ขอโทษทีที่เย่ฮวาไม่ได้โง่ขนาดนั้น เขาใช้สกิลปีนผาเพื่อปีนขึ้นไปด้านบนหลังจากนั้นก็ล็อคเป้าไปที่ผู้เล่นคนหนึ่งก่อนที่จะแทงเข้าใส่หมอนั่น หลังจากขึ้นมาด้านบนแล้วเขาก็ใช้บัพเสริมจิตวิญญาณให้กับตนเอง แทงไปยังอีกฝ่ายอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันจื้อลี่ชาวฉุนก็สั่งให้นักเวทย์ทั้งหมดของเขาใช้สกิลหินระเบิดเพื่อระดมยิงไปที่หลุมขนาดใหญ่ตรงหน้า ส่วนกวาจื่อที่กำลังใช้สกิลการพรางตัวก็ถูกโจมตีจนสกิลของเขาถูกยกเลิก เป็นเพราะจื้อลี่ชาวฉุนไม่สามารถจับตำแหน่งของกวาจื่อได้เขาจึงใช้วิธีโจมตีสุ่มเช่นนี้เพื่อเผยตำแหน่งร่างของกวาจื่อ
น้ำยังคงไหลทะลักอย่างต่อเนื่อง กวาจื่อเองก็กำลังว่ายน้ำหาทางเอาตัวรอด ในเวลาเดียวกันก็ส่งข้อความมาหา “เย่ฮว่า นายเตรียมตัวฆ่าคนพวกนั้นได้เลย เดี๋ยวฉันจะวิ่งตามไปสมทบ ถ้าฉันวิ่งตามไม่ทัน นายก็รีบหนีไปก่อนเลยไม่ต้องห่วงฉัน!”
เย่ฮวายักไหล่ “นั่นก็แล้วแต่อารมณ์ของฉัน”
“……”