ฉลามคลั่งรัก 7 : คนเหนือน้ำ
#ฉลามคลั่งรัก
เรียวลิ้นสอดประสาน
ผมบดขยี้ริมฝีปากร้อนจัดทันทีที่ลากดีแลนขึ้นมาบนห้องชั้นบนสุดมันคือห้องวีไอพีที่มีไว้ใช้กับพวกกระเป๋าหนักถึงวันนี้ผมจะไม่ได้พกเงินติดตัวมาสักบาท แต่พอรู้ว่าผมเป็ใครและมาที่นี่บ่อยขนาดไหนพนักงานก็ยินดีจะเปิดห้องให้โดยผมสัญญาว่าจะโอนเงินคืนทีหลังหลังเสร็จกิจ
ผมโอบรอบคอดีแลนไว้แน่นด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนทำให้ผมต้องเขย่งปลายเท้าเพื่อที่จะจูบเขาได้ถนัดเ้าตัวเลยอุ้มผมให้ขาผมเกี่ยวกับเอวสอบเอาไว้สอดลิ้นเข้ามาด้านในกวาดต้อนความหวานที่มีไปจนหมด ผมอยากถูกเขากอดเป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเอง้าเซ็กซ์ขนาดนี้
อาจเพราะว่าผมเพิ่งเจอเื่ไม่ดีและการมีอะไรกับใครสักคนมันจะทำให้ผมหลงลืมเื่พวกนั้นได้
“คุณรีบร้อนจังนะ”เขากระซิบตอนที่ผมบังคับให้นั่งลงบนเตียงขนาดคิงไซซ์ ซุกไซ้หน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นโคโลญจน์ที่ไม่ใช่น้ำหอมฉุนเหมือนยิ่งกระตุ้นผมเข้าไปอีก ผมขบกัดเบา ๆ ที่ลำคอเขาไล้จูบยาวลงมา ใช้ปากดึงกระดุมเสื้อเขาออกไป ยาวมาจนถึงกางเกงที่คั่นกลางไว้
ดวงตายั่วยวนตวัดไปสบกับคนที่ขยุ้มเรือนผมของผมอยู่
“หึ คุณมันอสรพิษ”
“ผมแค่อยากรู้ว่ามันจะคิดถึงผมบ้างไหม”
“หึ...”
“คุณยังจำได้ใช่ไหมว่าตอนนั้นมันสนุกแค่ไหน” ผมแลบลิ้นเลียลอนกล้ามของเขาไล้จูบไปตามกลางกายที่ซ่อนตัวอยู่ในร่มผ้า ยังไม่ทันจะเอาออกมามันก็นูนชี้หน้าผมซะแล้ว “ผมคิดถึงเซ็กซ์ของคุณมากเลยรู้ไหม”
“คิดถึงแค่เซ็กซ์ของผมหรือไง ไม่มีอย่างอื่นให้จำเลยเหรอ”
“ไม่มี” เขาขบขันไม่โกรธที่ผมตอบแบบนั้นจะเอาอะไรกับคนที่มีเซ็กซ์กัน เราก็แค่อยากปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นเติมเต็มความ้าของกันและกันเท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่ผมจะไม่นอนกับคู่นอนเก่าของตัวเอง ผมรู้สึกว่ารสเซ็กซ์มันจะเปลี่ยนไปอีกอย่างผมไม่อยากให้ตัวเองไปผูกพันกับใคร
คนอย่างผมจะตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ติดแค่ว่าอ้อมกอดของดีแลนมันเป็อะไรที่ดึงดูดยิ่งกว่าสารเสพติดอาทิบุหรี่ที่ผมชอบใช้ซะอีก
“อื้ม~” เขาครางต่ำเมื่อผมส่วนนั้นด้วยปากปลุกเร้ามันด้วยความร้อนเร่าขนาดที่ใหญ่เกินกว่าจะครอบงำจนมิดนั้นทำให้ผมเกือบสำลักนิดหน่อย ผมเลยต้องใช้มือช่วยด้วยเพื่อปรนเปรอให้เขาพอใจดีแลนหอบหายใจเล็กน้อยมองดูการเอาใจที่มอบให้ ผมใช้ปลายลิ้นเลียส่วนปลายสบตากับเขาเพื่อรู้ว่าเขามีอารมณ์มากแค่ไหน
ขบกัดเล็กน้อยให้เขากระตุกยิ้มร้ายลากลิ้นเลียไปตามความยาวเป็การเอาใจ จากนั้นก็ยืดกายขึ้น ใช้ปลายนิ้วเช็ดหยาดใสที่มุมปากถ้าให้เขาเสร็จเลยั้แ่แรกก็คงไม่สนุกเท่าไหร่นักก็เลยปล่อยค้างคาไว้อย่างนั้นเพื่อทำอะไรที่มันเร้าใจกว่า
ดีแลนมองผมที่ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อตัวเอง ถอดมันออกแล้วโยนไปให้ไกลเพื่อเชิญชวนให้เขาเข้ามาหามือหนาลูบไปทั่วกายผม ััหยาดเืที่ไหลเวียนอยู่ในร่างก่อนที่ผมจะสะดุ้งเมื่อเขาแตะเข้าที่ผ้าพันแผลสีขาว
ผมลืมไปเลยว่าตัวเองเจ็บอยู่
“คุณมีแผล”
“อะ...จริงด้วย ผมลืมไปเลย” ผมก้มมองมันพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “แต่มันคงไม่เป็ไรผมไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วตอนนี้”
“แต่ถ้าเราทำมากกว่านี้ แผลคุณอาจจะฉีกขาดได้”
“คุณแรงเยอะขนาดนั้นเลยหรือไง ?”
“คุณเคยลองแล้วหนิ” ผมกัดปากมองคนเ้าเล่ห์ที่ตอบผมอย่างนั้นเขากดจูบไปตามหน้าท้อง สูดดมกลิ่นผ้าพันแผลตรงเืที่ซึมออกมาคงเป็ภาพที่โรคจิตไม่ก็น่ากลัวสำหรับใครหลายคน ทว่าผมกลับมองเห็นความหลงใหลในร่างกายนี้
ดีแลนแลบลิ้นเลียมันไม่สนใจความสากของผ้าหรือความสกปรกของแผลผมทิ้งตัวลงนั่งคร่อมตักให้เขาดึงกางเกงลงให้...
ด้วยปากของเขา
“ตอนนี้ผมถอดกางเกงคุณออกได้แล้ว ที่รัก”
“อะ...อื้อ”
“แต่ผมคงโหดร้ายกับคุณไม่ได้มาก ไม่งั้น ‘เขา’ คงฆ่าผมตาย” เ้าตัวกระซิบชิดร่างกายให้ความรุ่มร้อนอาบไล้ขณะที่ผมหอบหายใจ มือหนากอบกุมทุกความอ่อนไหว เร่งเร้าให้มีอารมณ์ร่วมกัน“ผมจะอ่อนโยนเท่าที่จะทำได้ ถึงมันจะไม่ใช่สไตล์ของผมก็ตาม”
“คุณอยากทำอะไรก็ทำเถอะน่า อย่ามัวกังวลกับแผลของผมนักเลย”
“แต่คุณจะเจ็บ ถ้าผมใจร้าย”
“ไม่มีอะไรเจ็บไปกว่าชีวิตผมแล้ว ดีแลน”
“อะ...”
“เพราะงั้นถ้าคุณไม่อยากให้ผมเจ็บกับสิ่งที่เจอมาไปมากกว่านี้ คุณต้องกอดผมกอดด้วยแรงทั้งหมดที่คุณมี”
กึก !
“ทำให้ผมลืมไปเลยว่าความเจ็บนี้มีอยู่จริง” ผมเบียดกายเข้าหากดจูบกับริมฝีปากร้อนผ่าวทำให้เขารู้ว่าผมปรารถนาในตัวเขามากแค่ไหนแรกเริ่มดีแลนดูจะเหมือนลูกแมวที่ปล่อยให้ตัวเองเป็เหยื่อ กระทั่งผมปลุกเร้าให้เขาก็เริ่มทนไม่ไหว กายร้อนโอบกอดผมไว้ ความดิบเถื่อนเป็สิ่งแรกที่ได้รับ
เ้าตัวดันร่างผมให้นอนราบซุกไซ้ซอกคอขาวพร้อมกับเกี่ยวเอากางเกงขายาวหลุดออกไปบีบเค้นฝ่ามือกับร่างกายระวังเพียงจุดเดียวคือเอวผมฝากฝังรอยแดงไว้มากมายให้ผมครางเร่าด้วยความเสียดเสียวมือเล็กก็เกาะเกี่ยวบ่าแกร่งไว้แน่น
เขาเป็คนแรกที่ผมรู้สึกว่าบ่ากว้างขนาดนี้มันเป็กล้ามเนื้อที่ดีเหมือนนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ
ร่างสูงก้มลงมาจูบปากผมอีกครั้งสอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน กอบกุมส่วนนั้นพาเคลื่อนไหวเป็จังหวะยามที่ความดุดันสอดลึกเข้ามา ผมผวากอดเขาไว้แน่น กายบางเคลื่อนไหวไปตามแรงส่งส่วนปลายกระทบกับจุดเร้าเล่นเอาเสียดเสียวยิ่งกว่าอะไร
ผมร้องไห้เ็ปกับสิ่งที่เขามอบให้
แต่คุณรู้อะไรไหม...?
นี่แหละคือความสนุกของเซ็กซ์:)
“อื้ม ดีแลน อ๊า ดีจัง ลีลาคุณดีชะมัดเลย”
เรากอดกันหนักมาก ไม่มีความปรานีหรืออ่อนโยนอย่างที่เขาบอกเอาไว้ผมรับรู้ได้แค่กายร้อนที่แทรกเข้ามาด้านในให้ผมโอบรัดไว้กระตุกถี่ไม่ต่างจากหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็ส่ำดีแลนฟัดผมชนิดที่เรียกว่ายับ ผมไม่รู้ว่าเขาไปเอาแรงมาจากไหนนักหนาถึงอย่างนั้นผมก็มีความสุขมาก
แลกกับร่างกายที่ระบมช้ำไม่มีชิ้นดี
“ผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่”
“หืม ?”
“ถ้าคุณสูบมันอีก ผมจะกินคุณ” คนตัวโตที่เพิ่งตื่นหันมาย่นคิ้วใส่ผมเลยแกล้งพ่นควันสีขาวใส่หน้าเขา ดีแลนขมวดคิ้วหนักเขาเบือนหน้าหนีก่อนจะเอื้อมมือมาดึงบุหรี่จากมือผมโยนออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่สนว่ามันจะไปหล่นลงบนหัวใครไหม
ผมส่ายหน้าไม่ได้ว่าเขาที่ทิ้งบุหรี่มวนใหม่ แค่รู้สึกว่าเขาไหวตัวช้าไป
ผมสูบจนพอใจแล้วต่างหากแค่ี้เีดับมันด้วยตัวเอง
“นั่นบุหรี่ราคาแพงนะ เผื่อคุณไม่รู้”
“แต่มันเหม็น ไม่เข้าใจว่าคุณสูบเข้าไปได้ไง”
“ไหนคุณบอกว่าตัวผมหอมไง”
“…”
“มันก็มีแต่กลิ่นบุหรี่ทั้งนั้น” ผมสบตากับเขาท้าทายเช่นทุกวัน ผมจำได้ว่าเขาเคยบอกว่าตัวผมหอมทั้งที่ผมสูบบุหรี่หนักนั่นแปลว่าเขาไม่ได้มีปัญหากับมันทว่าเขามีปัญหาเวลามันไม่ได้อยู่บนตัวของผมต่างหาก “คุณแค่หาข้ออ้างที่จะหอมผมไม่ได้มากกว่า”
“ผมไม่จำเป็ต้องเอาข้ออ้างนั้นมาใช้ เพราะผมสามารถหอมคุณได้เท่าที่ผม้า”
“โดยไม่ขออนุญาต ?”
“นับหนึ่งถึงสาม คุณจะเป็ฝ่ายทำมันก่อนผม” แววตากวนประสาทที่สวนกลับทำให้ผมกัดปากสิ่งเดียวที่ผมเกลียดชังคือการถูกทำเหมือนว่าอยู่ใต้ร่างทั้งที่ความจริงผมถือไพ่เหนือกว่าหลายขุม ดีแลนกระตุกยิ้มให้ผม เขานิ่งเงียบไปราวกำลังนับเลขอยู่ในใจ
และมันทำให้ผม...
“อื้ม~” ผมฝืนกายขึ้นไปนั่งบนตัวเขาบดขยี้ริมฝีปากร้ายกาจที่ท้าทายผมดีนักผมรู้ว่าตัวเองแพ้พนันแต่การเลียปากอย่างเชิญชวนนั้นก็เป็สิ่งที่ทำผมอดใจไม่ไหวผมป้อนรสชาติขมปร่าของนิโคตินให้เขาละเลียดชิมเผื่อว่าเราจะเป็โรคร้ายตายไปด้วยกันจากนั้นก็มอบความหวานฉ่ำให้เขากลบทับรสขมเฝื่อนเมื่อกี้ให้หายไป
เบียดกายเปลือยเปล่าลงกับส่วนล่างที่ไม่มีเสื้อผ้าอะไรก่อนจะกระซิบเสียงใสข้างหูเขา...
“ขอหนักกว่าเมื่อคืนอีกรอบสิ”
กว่าผมจะเสร็จกิจตัวเองก็ปาไป่บ่ายของวัน แทบจะเป็ครั้งแรกที่ผมไม่อยากกลับที่ศูนย์วิจัยเอาแต่คุดตัวนอนอยู่ในห้องนั้นเฝ้ามองเวลาที่ผ่านไปพลางคิดว่าที่กรงขังกลางทะเลนั่นจะเป็ยังไงบ้างป่านนี้คงวุ่นตามหาตัวผมกันใหญ่
เสียดายที่แค่ได้กลิ่นทะเลผมก็ไม่อยากออกไปไหน อยากจะจมหายไปกับเตียงนอน
“คุณไม่กลับบ้านเหรอ”
“หืม...”
“คราวที่แล้วเห็นรีบเชียว”ถ้อยคำหยอกล้อทำผมยกยิ้มนิดหน่อย หันไปมองดีแลนที่นอนกอดผมไว้ฝังหน้าลงกับซอกคอขาวที่มีรอยแดงจากกิจกรรมที่ทำตราตรึงไว้เต็มไปหมด “หรือว่าตอนนี้คุณมีเวลาให้ผมแล้ว”
“ผมมีเวลาให้กับสิ่งที่ผมถูกใจเสมอดีแลน”
“...”
“อยากอยู่ในลิสต์พวกนั้นไหมล่ะ”ผมสบตาเขา เกลี่ยแก้มขาวเบา ๆ ของคนที่กัดปากอย่างยั่วยวนไม่มีใครที่ไม่อยากอยู่ในลิสต์ของผมเวลาผมขึ้นบกทุกคนจะเสนอตัวมาหาผมยิ่งกว่าผึ้งตอมดอกไม้ยอมรับว่ามันก็สนุกที่ไม่ต้องฝืนกายทำอะไรมากแค่ทิ้งสายตาก็มีผู้ชายมาเสนอของให้ฟรี ๆ
แต่ดีแลนค่อนข้างแตกต่างถึงเขาจะเป็คนเข้าหาผมก่อน แต่ไม่บ่อยที่ผมจะนอนกับใครซ้ำ
ต้องขอบคุณลีลาเขาแล้วก็...
ดวงตาสวยๆ คู่นั้น
“ผมคิดว่าผมอยู่อยู่แล้วนะ”
“มั่นใจตัวเองเก่ง”
“เพราะมันคือเื่จริง” เขากระซิบทิ้งปริศนาไว้ให้ผมไขต่อ “บางทีผมอาจจะต้องไปอาบน้ำสักหน่อยตัวผมแห้งจะแย่”
“ถ้าเป็คนอื่นจะชวนผมอาบด้วย”
“ผมคิดว่าเราทำกันเยอะพอแล้ว”ผมทำหน้าเหลือเชื่อ เท้าคางมองคนที่ลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวไว้บอดี้ของดีแลนเป็อะไรที่ถูกใจผมมาก ๆ ทั้งบ่าที่กว้าง ่ตัวที่คอดลงมานิดหน่อยมัดกล้ามที่แน่นไปทั่วทุกสัดส่วน ผมชอบเวลาที่เขาเกร็งท้องแล้วมันเด่นชัดขึ้นมาคงเป็สิ่งที่กระชากใจสาว ๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
บางทีผมอาจจะเป็คนหนึ่งที่ตกหลุมพราง
ผมสะบัดความคิดนั้นออกจากหัวฝืนตัวหยิบเสื้อผ้ามาใส่ เดินไปเท้าแขนกับราวกั้นมองทะเลที่กว้างใหญ่มันดูเหมือนจะไกลสุดลูกหูลูกตาถ้าคุณไปไม่ถึงเส้นขอบฟ้าก็จะไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้างสิ่งแรกที่จะเห็นก็คือศูนย์วิจัยของผม ซึ่งมันอยู่ไกลจากฝั่งมากยิ่งกว่ามากถ้าขับเรือผิดทิศทางก็จะไม่มีวันได้พบมัน
เหมือนกับสถานที่ลึกลับนอกแผนที่คนเดิน
‘ระวังฉลามด้วยนะครับระวังฉลามด้วย’
“หืม?” เสียงประกาศจากโทรโข่งรั้งสายตาผมให้หลุบมองชายหาดเวลานี้บ่ายกว่า มีคนไม่น้อยที่นอนอาบแดดและเล่นน้ำอย่างสนุกสนานทะเลสีใสมาพร้อมกับเกลียวคลื่นที่ไม่ได้ใหญ่มาก ถ้าสังเกตดี ๆจะเห็นบางอย่างว่ายอยู่ในนั้น
สัตว์ร้ายขนาดตัวไม่ใหญ่มากวนเวียนไปมาราวกับหาเหยื่อ ผมย่นคิ้วนิดหน่อยเพราะั้แ่มาที่นี่ผมไม่เคยเห็นฉลามที่เข้ามาใกล้จุดที่มีคนเยอะขนาดนี้ มันควรจะอยู่ตามน้ำลึกมากกว่าแต่จะว่าก็ไม่ได้ มีหลายที่เหมือนกันที่มีฉลามอยู่ตามชายฝั่ง
ถ้าตัวเล็กก็ยังพอหลบทันแต่ถ้าตัวใหญ่ล่ะก็...
“นั่นมัน...!”ผมเบิกตากว้างเห็นครีบยาวที่ลอยอยู่ไม่ไกลมองจากที่สูงมันดูจะใหญ่กว่าฉลามทั่วไปค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งที่เว้าแหว่งทำใจผมสั่นวินาทีนั้นผมแต่งตัวดี ๆ รีบวิ่งออกจากห้องโดยไม่สนใจเสียงของดีแลนที่ถามหาผมวิ่งลงบันไดมาชั้นล่าง ข้ามถนนแบบไม่สนว่าจะโดนชนไหมมาหยุดยืนหอบหายใจพยายามกวาดตามองหาครีบยาวที่หายไป
ผมไม่รู้ว่าใช่ไหมแต่ผมกลัวว่าจะเป็...
“ลูกแม่!” ผมหันขวับตามเสียงกรีดร้องลั่น เห็นคุณแม่คนหนึ่งพยายามจะว่ายลงน้ำทว่าก็มีคนจับตัวเธอไว้ มีหลายคนมากที่ลุกฮือหนีขึ้นจากทะเลไป ผมรีบสอดส่ายสายตาก่อนจะเจอกับเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในห่วงยางเขากำลังลอยตามน้ำเพราะเกลียวคลื่นพาพัดไปซ้ำร้ายคลื่นลูกใหญ่ก็ใกล้จะโถมใส่เต็มที
ไม่มีใครกล้าเสี่ยงเนื่องจากเวลานี้มีฉลามเต็มไปหมดขนาดพวกเล่นสปีดโบ๊ทยังหนีขึ้นกันเป็แถบ ผมไม่รู้ว่าจะมีใครกล้าอาสาลงไปช่วยเด็กไหมแต่ถ้าเราปล่อยเขาไปแบบนั้น เ้าตัวคงไม่รอดเป็แน่
เสียงร้องไห้แงๆ ดังสนั่นนั่นยิ่งทำให้พวกฉลามเล็งเป้าไปที่เขา
“ผมขอยืมมันหน่อยนะ”
“คะ...คุณจะเอาไปทำอะไร ตอนนี้มีฉลามนะ” เ้าตัวพูดเสียงสั่นชี้มือไปทั่วทะเลที่มีฉลามนับสิบตัวได้ “ถ้าลงไปมีหวังตาย”
“งั้นก็ห้ามตายสินะ”
“เฮ้คุณ...!” ผมยิ้มให้เขาก่อนจะะโขึ้นสปีดโบ๊ทที่จอดไว้ ดีหน่อยที่เขาคากุญแจผมเลยบิดออกไป มันพุ่งตัวไปหาเด็กน้อยคนนั้นผ่านฉลามที่ว่ายหนีนิดหน่อยแต่เสียงเครื่องยนต์ รวมถึงสายน้ำที่แหวกออกย่อมเป็ที่น่าจับตามองมากกว่าเด็กที่ตีขาอยู่เฉยๆผมจึงยอมเป็เหยื่อล่อฉลามหวังเพียงให้ใครสักคนลงไปช่วยเด็กคนนั้นไว้ก่อนที่ฉลามพวกนี้จะรู้ว่าไอ้เครื่องนี่กินไม่ได้
แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเท่าไหร่เพราะมัวแต่สนใจด้านหลังไม่มองด้านหน้า สปีดโบ๊ทที่ผมขับมาเลยกระแทกกับคลื่นั์เต็มๆ !
ผัวะ !
“อึก !” ร่างของผมกระเด็นเข้าสู่หยาดน้ำมันหมุนวนพาร่างกับสปีดโบ๊ทที่ผมขับมาตีลังกาไม่ยอมหยุดนาทีนั้นผมไม่รู้ว่าตัวเองผ่านปากฉลามไปกินตัวรู้แค่ว่าจะต้องหาอากาศเข้าปอดก่อนจะตายเพราะจมน้ำ “เฮือก !”
“กรี๊ด!” เสียงกรี๊ดของใครบางคนดังขึ้นตอนผมโผล่ขึ้นมาหายใจ พยายามตะเกียกตะกายมุ่งฝ่ามัจจุราชมากมายเพื่อว่ายหนีมันไปให้ไกลแต่คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดผมอีกรอบจนหัวหมุนเป็ลูกข่าง หัวของผมกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างทำให้ผมมึนมากจนว่ายน้ำไม่ไหว
ร่างกายผมหนักอึ้งตอนโดนคลื่นลูกที่สามซัดพาไปฉลามว่ายวนไปมาคล้ายกับรอดูว่าผมจะดิ้นรนหนีมันยังไงหากสภาพเป็อย่างนี้ถ้าเป็พวกนี้มันยังไม่น่ากลัวเท่าสิ่งที่ผมเลี้ยงไว้แต่เพราะเป็พวกนี้ไงผมถึงมั่นใจว่ามันจะทำร้ายผมได้
ยิ่งหยาดแดงจากแผลที่ปิดไว้เริ่มไหลออกไปผมคิดว่าตัวเองคงไม่...
‘โซล !’
“อ๊ะ !” เสียงเรียกในมโนความคิดทำผมดึงสติกลับผมเห็นฉลามตัวหนึ่งว่ายเข้ามา อ้าปากกว้างคล้ายกับจะกินผมเข้าไปพลันมันก็เบนหัวพร้อมกับที่ทุกตัวกระจายหนี ราวกับมีบางอย่างไล่มันออกไปวินาทีนั้นผมย่นคิ้วใส่ก่อนจะเบิกตากว้างมองใครบางคนที่ว่ายน้ำมาหา
ดวงตาสีดำขลับจ้องผสานเข้ามาในดวงตาฝ่ามือแนบลงบนแก้มขณะที่ใบหน้าเคลื่อนเข้าหาลมหายใจไม่สามารถพ่นออกมาเพราะอยู่ใต้น้ำผมเลยไม่แน่ใจว่าความหล่อเหลาของเขาสามารถทำให้ผมลืมหายใจได้ไหมผมไม่รู้ว่าเขาเป็ใครหรือมาจากไหน ถึงทำให้ฉลามพวกนั้นหนีหายไปได้
รู้แค่ว่าเขากำลังกอดผมไว้
และป้อนอากาศให้ผ่านปากตัวเอง
“อื้อ” ผมครางในลำคอจับบ่ากว้างของเขาไว้แน่นจับจ้องเข้าไปในดวงตาของกายแกร่งรับเอาอากาศมาเติมเต็มร่าง ทว่ามันเหมือนยิ่งเขาป้อนอากาศผมก็ยิ่งหายใจไม่ออกได้แต่กอดคอเขาไว้ กดจูบกับริมฝีปากเย็นชืดเพราะอยู่ใต้น้ำที่เย็นจัด เขาค่อย ๆตีขาพาผมขึ้นไปเหนือน้ำ
นาทีนั้นแหละที่ผมถึงได้ััอากาศจริงๆ
“เฮือก ! แค่ก ๆ !” ผมหอบหายใจ เอาอากาศใส่เข้าร่าง กอดอีกฝ่ายไว้แน่นพร้อมกับสำลักน้ำอย่างหนักดีที่เขาไม่ปล่อยให้ผมจมลงไปอีกครั้ง คาดว่าคราวนี้คงรอดไม่ได้ เขาโอบเอวผมไว้ค่อยๆ ว่ายพาเข้าฝั่ง ทุกคนที่เป็หน่วยพยาบาลรีบเข้ามาประคองผมออกจากเขาวางลงกับหาดทรายสีขาวพยายามเรียกสติผมคืนมา
“คุณครับ คุณไม่เป็ไรแล้วนะ”
“เขาเืไหลตรงเอวด้วย รีบเอากล่องพยาบาลมา”
“แฮ่ก...”
“ไม่เป็ไรนะครับ เราจะช่วยคุณเอง คุณจะปลอดภัยแน่นอน” ภาพตรงหน้าเบลอไปหมดเช่นเดียวกับเสียงที่อื้ออึงจนฟังไม่ได้ศัพท์มีคนมากมายที่เข้ามาล้อมผมไว้ แต่ผมกลับสนใจคนที่ช่วยผมเท่านั้น ั์ตาดำขลับจ้องมองผมความเรียบนิ่งเป็สิ่งเดียวที่มอบมาให้ ถึงอย่างนั้นผมก็เลือกที่จะจับมือเขาไว้
เค้นเสียงสั่งคนที่เพิ่งจูบกันไปให้อยู่ด้วยกัน
“อย่าหนี ผม้าคุณ”
ผมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผลที่เอวและหัวผมคิดว่าหัวของผมน่าจะโขกกับสปีดโบ๊ทที่ตัวเองขี่มา มันคงโดนน้ำซัดอย่างแรงเลยมาโดนผมตอนนั้นมันคอนโทรลอะไรไม่ได้ ดีแค่ไหนที่ผมไม่โดนฉลามกินเข้าไปถึงอย่างนั้นผมก็ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเ้าของเรือยนต์นั่น
โดยที่ตัวเองไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว
“ขอบคุณครับ”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกล่าวกับพยาบาลที่เอาอะไรสักอย่างมาให้เซ็นผมไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนระหว่างทางมาที่นี่รู้แค่ว่าพอตื่นมาก็เจอกับคนที่ช่วยผมไว้เขาอยู่ในชุดลำลองแตกต่างจากตอนอยู่ใต้น้ำถึงจะเลือนรางผมก็จำได้ว่าเขาใส่แค่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียว
ผิดกับตอนนี้ที่ใส่ชุดลำลองแบบมิดชิดทุกส่วนเว้นใบหน้าที่เห็นแล้วหัวใจระทวย
มีคนไม่น้อยเลยที่มองเขาราวกับจะกลืนกิน
ผมคือหนึ่งในนั้น
“คุณฟื้นแล้ว”
“อะ...” ผมสะดุ้งตอนถูกทักใบหน้าคมคายหันมาหาผมดูสงบแทนที่จะแปลกใจที่เห็นผมฟื้นจากความฝันเขาขยับกายเข้ามาใกล้ ๆ จนััได้ถึงอุณหภูมิในร่างนั้น กวาดตามองซ้ำ ๆ ก็รับรู้ได้ถึงความร้อนเร่าจากอุณหภูมิที่แผ่ออกมา
แต่สิ่งที่ผมสนใจคือใบหน้าดวงตา และน้ำเสียง
ทำไมถึงได้เป็คนที่มีเสียงนุ่มทุ้มชวนฟังขนาดนี้นะ
“เจ็บตรงไหนไหม ?”
“...ผมคิดว่าไม่” ผมตอบโดยไม่ผละออกจากหน้าเขาจับเอวตัวเองนิดหน่อยก็พบว่ามันถูกทำแผลให้ใหม่ ที่หัวก็มีผ้าก็อตแปะไว้อย่างน้อยผมก็โล่งใจที่ตัวเองไม่ความจำเสื่อม “อาการผมเป็ไงหมอว่าอะไรบ้าง”
“คุณมีแผลที่เอวและหัว มันไม่ะเืกับจุดสำคัญเท่าไหร่”
“…”
“พักสักอาทิตย์ก็คงจะหายระวังอย่าให้แผลเปิดหรือทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เจ็บตัวอีก” เขาว่าดูนิ่งสงบไม่ต่างจากทะเลลึกเป็เสน่ห์หนึ่งที่ผมไม่ค่อยเห็นว่าคนทั่วไปจะมีนักไหนจะดวงตาทรงอำนาจที่ไม่แสดงอะไรออกมาอีก
ถึงสีจะเหมือนกันแต่มันให้ความรู้สึกต่างจากดีแลนลิบลับเลย
“ได้ยินที่ผมพูดไหม ?”
“ชัดทุกอย่าง” ผมกะพริบตาขยับตัวขึ้นนั่งเล็กน้อยแอบนิ่วหน้านิดหน่อยเพราะมันะเืกับแผลที่ทำไว้ เขาเลยต้องเข้ามาปรับเตียงให้ช่วยจัดหมอนและสายน้ำเกลือที่มือผม ดวงตาของเราสบกัน ระยะใกล้มากจนปลายจมูกเฉียดกันไปมารับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและเขาตอบโจทย์ผมที่ถามตัวเองในน้ำว่าเขาหล่อจนลืมหายใจได้ไหม
ซึ่งผมตอบเลยว่าได้
ผมเผลอกลั้นหายใจตอนหลุบมองริมฝีปากสีสด
“อยากให้ผมเอาเตียงขึ้นอีกไหม”
“แค่นี้พอแล้วครับ” ผมยกยิ้มหัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำนี่เป็ครั้งแรกที่ผมหลุบตากับคู่สนทนาที่คุยกันไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่แค่รู้สึกว่าถ้ายังสบตากับเขา...
ผมจะไม่มีวันได้หายใจอีกเลย
“ขอบคุณที่ช่วยผมไว้”
“…”
“ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงตาย เพราะฉลามคงไม่ปล่อยผมให้รอดชีวิต” ผมหัวเราะราวกับว่านั่นคือเื่ขบขัน จริง ๆ ที่ผมพูดมามันก็ถูกนะผมตกลงไปกลางดงฉลาม มีเือยู่บนร่างล่อพวกมันให้มาหาถึงจะไม่รู้ว่าเขาทำอีท่าไหนฉลามพวกนั้นถึงหนีไปได้ แต่ถ้าไม่มีเขาผมก็คงตาย...
แบบนั้นเ้าเมกาโลดอนที่ผมเลี้ยงไว้คงเสียใจน่าดูที่ไม่ได้ฆ่าผมเอง
“ป่านนี้ร่างของผมคงถูกฉีกไปแล้ว”
“พวกมันทำไม่ได้หรอก เพราะถ้าทำพวกมันก็จะไม่รอดชีวิตเหมือนกัน”
“อะ...”
“แล้วคุณก็กล้าจังเลยนะ มีแผลอยู่เต็มตัวยังลงไปล่อฉลามได้ถ้าไม่บอกว่าเป็คนดีเกินไปก็คงเป็คนบ้าดีเดือดคนหนึ่ง”คำพูดที่เหมือนกับตำหนิทำผมนิ่งชะงัก มองเขาที่ค่อย ๆ ผละถอยออกไปให้ผมหายใจได้สะดวกขึ้นทว่านิ่งไปแป๊บนึงผมก็ยิ้มออกมา
“งั้นคุณก็บ้ากว่าสิเพราะคุณช่วยผมไว้”
“…”
“ตอนนี้มีคนบ้าสองคนแล้ว” เ้าตัวย่นคิ้วใส่ผิดกับผมที่ขบขันประจวบเหมาะที่คุณหมอเข้ามาพอดี เขาเลยหลบไปให้หมอเช็กอาการผมให้ คอยอยู่ฟังเพราะเขาเป็ญาติคนเดียวของผมในตอนนี้ทั้งที่ผมไม่มีญาติที่ไหน เพราะคนพวกนั้นหวังเพียงสมบัติที่พ่อแม่ผมทิ้งไว้ให้พอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ก็พากันทอดทิ้งผมไว้
ซึ่งผมก็ไม่สนใจหรอกเพราะใช้เงินพวกนั้นกับศูนย์วิจัยกลางทะเลหมด
“โอเคครับ คุณคงต้องนอนพักฟื้นที่นี่สักสองสามวันเพื่อดูอาการถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะให้คุณกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน แล้วนัดมาหาหมอใหม่”
“ผมคิดว่าตัวเองคงไม่มีเวลาขนาดนั้นนะครับคุณหมอ”
“หืม ?”
“เผอิญบ้านผมอยู่ค่อนข้างไกล ผมไม่สะดวกที่จะรักษาต่อเนื่อง” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม ถึงจะยังไม่อยากกลับไปที่ศูนย์วิจัยตอนนี้แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่อยากทิ้งมันไป ที่นั่นยังมีงานอีกหลายอย่างที่ให้ผมวิจัยไหนจะเ้าปลาที่ไม่รู้จะอาละวาดกินคนของผมเมื่อไหร่อีก
การที่ผมหนีมาหาแสงสีไม่ได้แปลว่าผมจะทอดทิ้งมัน
“เอาเป็ว่าถ้ามันไม่มีอะไรแทรกซ้อนในสองสามวันนี้คุณหมอก็จัดยาตามปกติเถอะครับ”
“ยังไงก็อยากจะให้มาเช็กอาการนะครับ แผลฉกรรจ์นี่ควรจะรักษาให้หายสนิท”
“…”
“มันดูไม่ใช่แผลปกติ เห็นมีคนบอกว่าคุณเกือบโดนฉลามกินนี่แผลนี้ได้มาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เหรอครับ”ผมนิ่งไปเล็กน้อยทำเพียงแค่ยกยิ้มให้ผมบอกไม่ได้ว่ามันมาจากไหน หรือว่าตัวอะไรกัดจำได้แค่ว่าฟื้นมาวันนั้นแผลนี่ก็ติดอยู่บนตัวผมแล้ว
และมันทำให้ผมเคลื่อนไหวลำบากนิดหน่อยโดยเฉพาะเวลาอยู่บนเตียง
“อาจจะนะครับ ผมก็ไม่แน่ใจ”
“งั้นก็คงต้องรีบรักษาให้หาย รบกวนดูแลแฟนคุณให้มาก ๆ ด้วยนะ”
“หา ?”
“แฟน ?” ผมเลิกคิ้วเช่นเดียวกับคนที่โดนอ้างถึงดวงตาสีทมิฬกะพริบปริบ ๆ เขาดูจะไม่เข้าใจผิดกับผมที่หัวเราะเบา ๆกับสีหน้าฉงนชวนตลกนั่น “คุณขำอะไร ?”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไร”
“…”
“นี่ไม่ใช่แฟนผมหรอกครับคุณหมอ ผมไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร”
“อ้าว”
“แต่เขาน่าสนใจ ผมคิดว่าเราคงได้สานสัมพันธ์กันเร็ว ๆ นี้ :)”