"เจียวเจียวของข้าช่างเป็นสาวงามน่าหลงใหลเสียจริง” อิ้นถังโน้มตัวลงกอดร่างบอบบางของหว่านซีเอาไว้พลางเอ่ยชื่นชม
อิ้นถังชื่นชอบหว่านซีอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะได้อยู่ร่วมกันทุกวันคืน แต่เขากลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายนางเลยแม้แต่น้อยหากเปรียบเทียบกับตอนที่เขาต้องเผชิญหน้ากับคนอื่นอิ้นถังยิ่งเกาะติดหว่านซีมากขึ้นเรื่อยๆ
ได้ยินเขาพูดดังนั้นหว่านซีก็เผยยิ้มเขินอายมือเรียวบางจับตัวหมากสีดำวางบนกระดานหมากรุกเบาๆก่อนเอนตัวพิงอกกว้างของชายหนุ่มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “องค์ชายคงเสวยน้ำผึ้งมากระมัง เหตุใดจึงรับสั่งหวานหูเช่นนี้ ดูสิ พูดเพียงคำเดียวก็ทำให้ข้าใจเต้นแรงจนไม่อาจควบคุมตนเองได้แล้ว”
หว่านซีไม่ได้พูดล้อเล่นไม่นับที่พวกเขาหยอกล้อกันทุกวันทุกครั้งที่เขาเอ่ยชมก็ทำให้นางมีความสุขอย่างแท้จริง
สตรีผู้ใดไม่ชอบการถูกชมบ้างโดยเฉพาะหากผู้พูดนั้นเป็นบุรุษของตนเองด้วยแล้ว
ชายหนุ่มยิ้มพลางยื่นมือออกมาลูบผมนุ่มของนาง “เจียวเจียวเป็นบุปผาผู้รู้ใจ[1]ของข้า ชมให้มากหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร” ยิ่งเขาให้ความสำคัญกับหว่านซีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้นางมากเท่านั้นน่าเสียดายที่เขาไม่อาจมอบสถานะให้กับพวกเขาสองแม่ลูกได้จึงได้แต่พยายามชดเชยพวกเขาในเรื่องอื่นๆ อย่างเต็มกำลัง
ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องในชีวิตประจำวันสิ่งที่หว่านซีส่งให้เขาโดยไม่ตั้งใจ หรืออย่างการส่งหวังอันไปช่วยเหลือเขาสิ่งเหล่านั้นนางล้วนกระทำไปโดยไม่ได้เจตนาแต่กลับเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้
“รับสั่งเช่นนี้แล้ว ต่อไปองค์ชายต้องชมหม่อมฉันบ่อยๆ นะเพคะแล้วก็ต้องชมหงหมินด้วย หม่อมฉันมีความสุข หงหมินก็จะได้มีความสุข องค์ชายเองก็จะได้มีความสุขเช่นกันมีความสุขทั้งสามคนครบถ้วนสมบูรณ์” ดวงตางามของหว่านซีเปล่งประกายเจ้าเล่ห์นางเอื้อมมือไปดึงเสื้อของอิ้นถังให้เขาโน้มลงมาเพื่อมอบจุมพิตบางเบาให้
"สามอย่างครบถ้วนหรือ ข้าว่าเจ้าควรมอบลูกชายให้ข้าอีกหลายๆคน จะได้มีครบสิบอย่างสมบูรณ์เสียเลยดีหรือไม่” อิ้นถังกระซิบข้างหูหว่านซีด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าเย้ายวนส่งให้ใบหน้างามของนางขึ้นสีแดงก่ำ ตอนที่นางกำลังคิดอยากต่อว่าเขาสักสองสามคำจู่ๆ ร่างของนางก็ลอยขึ้นไปในอ้อมแขนเขาที่พาเดินเข้าไปในห้องนอน
หว่านซีร้องอุทานออกมาอย่างตกใจและโอบคอของอิ้นถังด้วยมือทั้งสองข้างโดยไม่รู้ตัวนางไม่มีความคิดปฏิเสธเลยสักนิดแต่กลับยื่นมือน้อยของตนเองออกไปลูบไล้เขาราวกับต้องการปลุกปั่นอะไรบางอย่าง
อิ้นถังรีบวางร่างหญิงสาวลงบนเตียงอย่างรีบร้อนมือใหญ่ทั้งคู่ฟอนเฟ้นเรือนร่างอ่อนนุ่มเบื้องหน้าอย่างหลงใหลก่อนจะโน้มตัวลงมองหว่านซีพลางใช้นิ้วเกลี่ยแก้มแดงระเรื่อของนางแผ่วเบาน้ำเสียงที่เอ่ยแหบแห้ง “นางมารน้อย วันนี้ต่อให้เจ้าจะอ้อนวอนขอร้องข้า ข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
หว่านซีสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตายั่วยวนมือน้อยกำเป็นหมัดทุบลงบนอกกว้างสองสามครั้งพลางเอ่ยด้วยสีหน้าท้าทาย “องค์ชายแน่ใจหรือว่าหม่อมฉันจะขอร้อง”
อิ้นถังสีหน้าตะลึงันก่อนจะเผยยิ้มชั่วร้าย “เจียวเจียวกำลังสงสัยในความสามารถของข้าหรือ”
“เป็นไปได้อย่างไร” นางเกี่ยวหางเปียเขาเล่นยื่นใบหน้างดงามเข้าไปใกล้เพียงพอที่ลมหายใจหอมกรุ่นจะรินรดอีกฝ่าย “หม่อมฉันแค่แน่ใจว่าองค์ชายจะไม่รังแกหม่อมฉันแน่ๆ”
“ข้ายิ่งกว่าเต็มใจรังแกเจ้าอีก!” พูดจบ อิ้นถังก็ก้มลงประกบริมฝีปากนางไม่เปิดโอกาสให้นางได้พูดอีก
ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้หว่านซีไม่มีวันเป็นคู่ต่อสู้ของอิ้นถังบนเตียงได้เลย ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่านางจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบแต่หากอิ้นถังไม่ยอมอ่อนข้อให้ นางก็ทำได้เพียงยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น
ชั่วขณะนั้นในห้องนอนเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวอันเร้าใจต่อเนื่องยาวนาน
วันต่อมาเมื่ออิ้นถังออกจากเรือนชิงอี้ไปแล้ว หว่านซียังอยู่ในห้วงนิทราไม่แม้แต่จะขยับตัวเพียงสักเล็กน้อย ไม่รู้กระทั่งว่าอิ้นถังลุกออกไปจากเตียงแล้ว
หว่านซีไม่เคยท้าทายเรื่องนี้กับเขาอีกเลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในพริบตาเดียวก็จะถึงงานฉลองวันเกิดครั้งแรกของหงหมินน้อย ในฐานะบุตรชายคนเดียวของอิ้นถัง แม้ว่าจะได้จัดงานเลี้ยงครบเดือนที่ยิ่งใหญ่ไปแล้วแต่งานเลี้ยงครบรอบหนึ่งปีก็ไม่อาจจัดให้ด้อยไปกว่ากันได้
ตอนนี้อิ้นถังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้และทำงานในกรมคลังอย่างแข็งขันหากใครต้องการยืมเงินท้องพระคลัง ก็จำต้องให้หน้าเขาสามส่วนอย่างช่วยไม่ได้
ตอนนี้กฎระเบียบทุกอย่างในกรมคลังถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัดไม่หละหลวมเหมือนดังชาติก่อนที่องค์ชายแปดอิ้นซื่อเป็นผู้รับตำแหน่งแทน
ชาติก่อนนั้นอิ้นซื่อทำเหมือนใช้เงินท้องพระคลังในการปูทางสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆขอเพียงเอ่ยปากก็สามารถยืมเงินได้อย่างแน่นอนแต่สิ่งที่ได้กลับคืนมามีเพียงชื่อเสียงที่ดีของเขาเองเท่านั้น ในชาตินี้อิ้นถังเป็นผู้ดูแลกรมคลังแล้ว การควบคุมจำนวนคนที่จะขอยืมเงินรวมไปถึงจำนวนเงินที่จะให้ยืมนั้นล้วนถูกกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน
ดังนั้นวิธีการได้มายิ่งยาก เงินที่ได้ก็ดูมีค่ามากขึ้น ยามที่เผชิญหน้ากับอิ้นถังคนอื่นๆ ต่างจึงพยายามเอาอกเอาใจเขาสารพัดรูปแบบ
อิ้นถังเป็นบุรุษที่เต็มไปด้วยไหวพริบเฉียบแหลมทำให้ทุกคนไม่อาจจับได้เลยว่าเขาต้องการอะไรขุนนางหลายคนรู้สึกเหมือนพลาดท่าเสียทีแต่ไม่อาจบอกใครได้ทำได้เพียงเก็บความโกรธเคืองเอาไว้ในใจเท่านั้นฉากหน้าก็ยังคงต้องประจบสอพลอเขาอยู่เช่นเดิม
วันนี้เป็นวันที่มีงานเลี้ยงครบปีของลูกชายคนเดียวของอิ้นถังผู้ที่ต้องการประจบเอาใจเขายิ่งต้องมางานเลี้ยงให้ได้
เห็นอิ้นถังรุ่งโรจน์ก็ทำให้อิ้นซื่อรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยแต่ยิ่งไปกว่านั้นคือความเสียใจที่อิ้นถังไม่หนุนหลังเขาเหมือนในอดีตอีกแล้วหากอิ้นถังยังคงอยู่ เพียงแค่เรื่องเอ่ยปากยืมเงินอีกฝ่ายจะช่วยเหลือเขาอย่างถึงที่สุดแน่นอน
แน่นอนอิ้นถังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้หาไม่แล้วเขาต้องเหยียดหยามอีกฝ่ายเป็นแน่
ถึงแม้จะบอกว่าน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองแต่สุดท้ายก็สร้างเรื่องที่ทำให้ต้องต่อสู้กันไปจนตายอยู่ดีถึงแม้ว่าเขาจะพยายามถอนตัวออกมาไม่ยุ่งเกี่ยว แต่คนเหล่านั้นก็กลับมาพูดคุยดีด้วยนี่กำลังเล่นตลกหรืออย่างไรกัน!
ในจวนองค์ชายแปดอิ้นซื่อกำลังนั่งอยู่ในห้องหนังสือดวงตาทอดต่ำลงราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างแสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างตกกระทบตัวชายหนุ่มราวกับตัวเขามีรัศมีสีทองอ่อนจางเปล่งประกายทำให้กัวลั่วหลัวซื่อก้าวเข้ามาในห้องได้แต่จ้องมองด้วยความหลงใหล
ถึงแม้ว่าการแต่งงานของบรรดาองค์ชายจะมาจากการตัดสินพระทัยของฮ่องเต้แต่ตัวเลือกของคู่สมรสนั้นมีอยู่มากมายแต่อิ้นซื่อกลับขอพระราชทานสมรสกับกัวลั่วหลัวซื่อที่เป็นสตรีจากสกุลกัวลั่วหลัวเพราะเขาต้องการอำนาจของสกุลนี้มาส่งเสริมตนเองพอดีกับที่คังซีต้องการรวบอำนาจของอ๋องเยว่เล่อบิดาของกัวลั่วหลัวซื่อจึงตกลงพระราชทานสมรสให้คนทั้งคู่
ทว่าวิธีการของอิ้นซื่อกลับรุนแรงเกินไปและเขาเองก็ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของฮ่องเต้ สุดท้ายจึงถูกฮ่องเต้ใช้เป็นหินลับคมดาบเพื่อฝึกฝนรัชทายาทไปเสีย
“องค์ชาย...” น้ำเสียงของกัวลั่วหลัวซื่อเต็มไปด้วยความเสน่หา
อิ้นซื่อเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวเห็นใบหน้างดงามเอียงอายเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอ่อนโยน “พระชายามีอะไรหรือ”
กัวลั่วหลัวซื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิดจนยืนอยู่ข้างเขา“วันนี้หม่อมฉันไปเข้าเฝ้าเสด็จป้ามาเพคะ”
ชายหนุ่มหลุบเปลือกตาลงปิดกั้นไม่ให้กัวลั่วหลัวซื่อที่ยังคงจดจ่ออยู่ที่เขามองเห็นแววตาแฝงเลศนัยขณะแสร้งเอ่ยอย่างงงงวย "แล้วอี้เฟยรับสั่งอย่างไรบ้าง"
“ไม่นี่เพคะเสด็จป้าตอนนี้คิดถึงแต่งานเลี้ยงวันเกิดครบขวบของท่านชายน้อยถึงจะไม่สามารถเสด็จออกไปนอกวังได้ แต่ก็กระตือรือร้นที่จะช่วยเตรียมของเสี่ยงทายได้ยินอีกว่าฮ่องเต้พระราชทานของขวัญมากมายเลยทีเดียวตอนนี้น่าจะส่งไปถึงจวนของน้องเก้าแล้วด้วย”เมื่อเอ่ยถึงเด็กน้อย ดวงตาของกัวลั่วหลัวซื่อก็หลุบต่ำลงมือเรียวบางวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบ สีหน้าโหยหา
อิ้นซื่อเห็นท่าทางของนางจึงลุกขึ้นโอบร่างบอบบางเอาไว้ในอ้อมแขนพลางเอ่ยปลอบโยนอย่างนุ่มนวล "ไม่ต้องห่วง! อีกหน่อยเราก็จะมีลูกอย่างแน่นอน"
ดวงตาของกัวลั่วหลัวซื่อพลันแดงก่ำ“แต่ยิ่งองค์ชายรับสั่งเช่นนี้หม่อมฉันก็ยิ่งอยากมอบบุตรชายให้ท่านมากขึ้นไปอีกนี่เพคะ”นางเป็นคนที่มุ่งมั่นและดื้อรั้น เมื่อต้องการสิ่งใดแล้วก็จะไม่มีทางยอมแพ้ แม้ว่าจะถึงทางตันแล้วก็ตาม
“เอาล่ะ เลิกคิดมากได้แล้วบางทีที่เจ้าไม่ตั้งครรภ์เสียทีอาจจะเป็นเพราะคิดมากเช่นนี้ก็เป็นได้ปล่อยวางเสียบ้าง ใครจะรู้บางทีพอปล่อยวางแล้วก็อาจจะท้องเลยก็ได้”อิ้นซื่อยิ้มพลางลูบไหล่นางอย่างอ่อนโยน ก่อนที่สีหน้าจะพลันเปลี่ยนเป็นลำบากใจขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจแผ่วเบา“ความเข้าใจผิดระหว่างข้ากับน้องเก้า เกรงว่าคงจะไม่อาจประสานได้แล้ว”
“หม่อมฉันจะพยายามช่วยองค์ชายแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดนี้เองเพคะความจริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อยที่เกิดเรื่องนั้นขึ้นเพราะสถานการณ์พาไปเท่านั้น แล้วเขาก็ไม่ได้บาดเจ็บด้วยเขาคงแค่โกรธมากจึงต้องการตัดสัมพันธ์กับองค์ชาย" นางเชื่อว่าตนเองที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของอิ้นถังจะพอเข้าใจนิสัยของเขาอยู่บ้าง
“เจ้าพูดถูก” อิ้นซื่อยังไม่มั่นใจนัก แต่ก็ทำได้เพียงหวังให้เป็นเช่นนั้น
เห็นสีหน้าวิตกกังวลของเขาเช่นนี้กัวลั่วหลัวซื่อบีบมือของเขาแน่นแล้วพูดว่า "องค์ชายไม่จำเป็นต้องกังวลเลยเพคะ อีกไม่นานลูกของน้องเก้าก็จะครบขวบปีพิธีหยิบของเสี่ยงทายนั่นเป็นโอกาสอันดีไม่ใช่หรือเพคะ"
"แต่..."อิ้นซื่อไม่เคยบอกกัวลั่วหลัวซื่อเรื่องที่เขาส่งคนไปลอบสังหารอิ้นเจินและอิ้นถังในตอนนั้นถึงแม้ว่าคนที่เขาต้องการฆ่าจริงๆ จะเป็นอิ้นเจินแต่สุดท้ายก็ทำให้อิ้นถังตกอยู่ในอันตรายด้วยเช่นเดียวกัน
"หากองค์ชายลำบากใจที่จะรับสั่ง เช่นนั้นให้หม่อมฉันเป็นคนพูดก่อนเถิดเพคะ”กัวลั่วหลัวซื่อพูดด้วยความเข้าใจ
นอกจากอิ้นซื่อแล้วกัวลั่วหลัวซื่อจะมีท่าทีหยิ่งยโสต่อคนอื่นเสมอ แม้แต่กับเหล่าองค์ชายและพระชายาคนอื่นๆผู้ที่นางให้เกียรตินั้นมีนับคนได้แต่เพราะพระบารมีของฮ่องเต้และอำนาจของบ้านเดิมที่คอยหนุนหลังนางอยู่ คนอื่นๆจึงได้แต่ต้องกล้ำกลืนความคับแค้นใจลงไปเท่านั้นเอง
กัวลั่วหลัวซื่อจึงไม่เคยรู้เลยว่าคนอื่นไม่ชอบและรังเกียจนางมากเพียงใด นางเพียงคิดว่าด้วยสถานะสูงส่งของตนเองจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องปฏิบัติต่อนางอย่างดีที่สุดเสมอ
ในวันพิธีหยิบของเสี่ยงทายแม้ว่าฮ่องเต้จะไม่ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เองและงานไม่ได้จัดยิ่งใหญ่เท่ากับงานเลี้ยงครบเดือนแต่เพราะอี้เฟยคือสนมที่ได้รับความโปรดปรานคนหนึ่งดังนั้นผู้ที่ต้องการจะส่งบุตรสาวเข้าร่วมการคัดเลือกสาวงามจึงไม่มีใครอยากเสี่ยงทำให้อี้เฟยซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สนมเอกต้องขุ่นเคืองยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้อิ้นถังก็ได้รับพระเมตตาเป็นอันมากดังนั้นงานเลี้ยงฉลองนี้จึงมีผู้คนมาพร้อมหน้า ไม่มีใครยอมตกหล่น
หว่านซีแทบไม่มีโอกาสเข้าร่วมงานเลี้ยงในชีวิตก่อนที่หากต่งเอ้อซื่อไม่ยินยอม นางก็ทำได้เพียงอยู่ในเรือนของตนเองเท่านั้นแต่ในตอนนี้นางเป็นชายารองดังนั้นไม่ว่าจะเป็นในงานเลี้ยงครบรอบขวบปีของบุตรชายนางเองหรือในโอกาสใดๆ ก็ตามนางก็มีสิทธิที่จะปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอย่างเปิดเผย
งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นอิ้นถังก็รับตัวหงหมินมาจากอ้อมแขนของหว่านซีก่อนจะเดินเคียงกันเข้าไปในงานทำให้ต่งเอ้อซื่อที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งดูราวกับเป็นเพียงส่วนเกินเท่านั้น
บรรดาเชื้อพระวงศ์และฮูหยินของขุนนางที่ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ต่างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชมคนทั้งคู่ท่านย่า มารดาและพี่ชายของหว่านซีตื่นเต้นที่ได้เห็นหญิงสาวผู้ซึ่งไม่ได้พบหน้ากันมานานแล้วเมื่อเห็นเงาร่างบอบบางที่เดินมาอย่างสง่างาม เปี่ยมกลิ่นอายสูงศักดิ์เช่นนั้น ต่างก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
บรรดาฮูหยินของขุนนางที่อยู่รายล้อมเมื่อเห็นหว่านซีได้รับความโปรดปรานมากเช่นนี้ทั้งคิดถึงการคัดเลือกสาวงามและอำนาจที่อยู่ในมืออิ้นถังพวกนางจึงพูดคุยกับครอบครัวของหว่านซีอย่างสุภาพ
ฮูหยินผู้เฒ่าและฉีเจียซื่อตอบกลับคนอื่นๆอย่างสุภาพมีมารยาท ไม่ได้ทำตัวหยิ่งผยองเพียงเพราะหว่านซีได้รับความโปรดปรานเห็นพวกนางวางตัวดีถึงเพียงนั้นก็ทำให้เหล่าฮูหยินที่มาพูดคุยด้วยต่างพากันชื่นชมการรู้จักวางตัวของพวกนางด้วยใจจริง
ด้วยความสุภาพ มีมารยาทและวางตัวอย่างเหมาะสมเช่นนี้ไม่แปลกใจเลยที่ครอบครัวนี้จะสามารถเลี้ยงดูสตรีอย่างชายารองให้เป็นสตรีที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้
เทียบกับฉีเจียซื่อและคนอื่นในครอบครัวที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีแล้ว อีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลดูเหม่อลอยเล็กน้อย
แม้ว่าบุตรชายคนโตของอิ้นถังจะไม่ได้มาจากท้องบุตรีของนางแต่ตราบใดที่ต่งเอ้อซื่อยังเป็นพระชายา ต่อให้ชายารองจะมีลูกสักกี่คน เด็กพวกนั้นก็ต้องเรียกบุตรีของนางว่า ‘ท่านแม่’ อยู่ดีแต่สิ่งที่นางกังวลจริงๆ กลับไม่ใช่เรื่องนี้แต่คือท่าทางการแสดงออกของต่งเอ้อซื่อเองต่างหากที่ไม่รู้จักเก็บอาการใดๆแต่ตีสีหน้าบึ้งตึงต่อหน้าแขกเหรื่อไปทั่ว
ผู้เป็นภรรยาเอกจะต้องการสิ่งใดกัน
ชื่อเสียงดีงามตำแหน่งที่มั่นคง และบุตรหลานสุขภาพแข็งแรง
ต่งเอ้อซื่อในยามนี้ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกแล้วชื่อเสียงดีงามและสถานะที่มั่นคงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นางต้องยึดเอาไว้ให้มั่นน่าเสียดายที่ก่อนหน้านั้นอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อเอาแต่วุ่นวายกับการจัดการเรื่องราวในจวนและประมือกับบรรดาสตรีในเรือนหลังจนทำให้ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนต่งเอ้อซื่อเท่าที่ควร
ถึงแม้นางจะหาหมัวมัวเพื่อมาสอนมารยาทและการวางตัวรวมถึงเรื่องต่างๆ ในวังหลัง ถึงกระนั้นหนังสือมากมายและหมัวมัวที่ดีที่สุดก็ไม่อาจบ่มเพาะต่งเอ้อซื่อให้กลายมาเป็นสตรีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้
หมัวมัวอาจจะสอนมารยาทและเล่ห์เหลี่ยมกลวิธีต่างๆให้กับนาง แต่ไม่อาจชี้แนะได้ว่าสิ่งเหล่านี้ควรใช้เมื่อใดและอย่างไร
การสั่งสมกลอุบายไว้เต็มท้องทำให้ต่งเอ้อซื่อเรียนรู้ที่จะโหดเหี้ยมดุร้ายแต่กลับไม่ได้เรียนรู้ที่จะพลิกแพลงสิ่งเหล่านั้นให้เหมาะสม
ตอนที่อยู่ในสกุลต่งเอ้อ นางมีคนคอยปกป้องไม่ว่าจะทำอะไรทุกคนต่างถอยให้สามก้าว แต่ตอนนี้นางอยู่จวนองค์ชายเก้า แต่เมื่อเจอกับองค์ชายและเชื้อพระวงศ์คนอื่นก็ยังทำท่าหยิ่งยโสไม่รู้กาลเทศะอีกนี่ไม่ใช่กำลังแสดงความโง่เขลาและคับแคบของตนเองอยู่หรอกหรือ
[1] อุปมาถึงสตรีที่เข้าใจความคิดและอารมณ์ของผู้ชายเป็นอย่างดีหรือแปลว่าสตรีที่มีน้ำใจงดงามและฉลาดเฉลียวก็ได้