ณ โรงแรมมาธาวิน
งานเลี้ยงวันเกิดมาวิน มาธาวิน ลูกชายคนโตของตระกูลมาธาวิน เศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของประเทศ ฉันที่เป็คนธรรมดาถ้าไม่ใช่ว่าเป็เพื่อนสนิทกับยัยหมวยและเป็คนรู้จักของพี่มาวินก็คงไม่มีสิทธิ์ได้เข้ามาในสถานที่หรูหราขนาดนี้
“ต้นอ้อ! ทางนี้! มาทางนี้เร็ว” เป็ยัยหมวยที่ยืนโบกไม้โบกมือ ะโเรียกฉันอยู่หน้างาน
“ดีจริงๆ ที่แกมารอฉันหน้างาน ไม่งั้นวันนี้ฉันคงไม่ได้เข้าไป”
“พี่ใหญ่กำชับกับฉันเอาไว้ ให้ฉันมายืนรอแกอยู่หน้างาน พี่ฉันกลัวแกจะหลงทาง”
“พี่ใหญ่ของแกนี้ใจดีจริงๆ อะนี้ เค้กที่พี่มาวินสั่ง”
“แกก็ถือไว้มอบให้พี่เขาสิ”
“แต่นี้เป็เค้กที่เขาสั่งซื้อมาใช้ในวันเกิดของเขาไม่ใช่เหรอ”
“เค้กที่ใช้ในงานจัดเลี้ยง แม่ฉันสั่งทำไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนอันนี้พี่ใหญ่บอกว่าให้แกเอาไว้มอบให้พี่ใหญ่ในงาน”
“เอางั้นเหรอ”
“อือ ปะเข้าไปในงานกัน วันนี้บอกตามตรงแกสวยมาก ฉันเห็นแกเดินมาแต่ไกลโดดเด่นที่สุดเลย”
“เวอร์เกินไปแล้ว”
“ฉันชมจริงจังนะยะ”
ฉันกับหมวยพากันคล้องแขนเดินเข้าไปในงาน ผู้คนอัดแน่นเต็มห้องจัดเลี้ยง ภายในงานมีทั้งเครื่องดื่มและอาหารเลิศรสมากมาย
ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ งาน ก็ไปสะดุดเข้ากลับชายร่างสูงโปรงในชุดสูทสีครีมที่ดูคุ้นตา วันนี้เขาช่างโดดเด่นและสง่างาม แถมยังเป็ที่จับตามองของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะสาวๆ ที่มางานเลี้ยงนี้ ดูเหมือนว่าเขาเองก็กำลังมองหาใครบางคนอยู่
# ความในใจของมาวิน
วันนี้เป็วันเกิดของผม จริงๆ มันก็แค่วันธรรมดาๆ วันนึง ทุกปีที่บ้านจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับผม แต่ปีนี้มันต่างออกไป เพราะเป็ปีที่เธอคนนั้น คนที่ผมเฝ้ามองมาตลอด เธอจะมางานวันเกิดของผม ผมตกหลุมรักเธอมานานมาก
เธอเป็เพื่อนสนิทของน้องสาวผม เมลินิลหรือหมวย หลายปีก่อนตอนที่เธอเรียนจบ ผมกำลังจะสาระภาพรักกับเธอ แต่เพราะคุณปู่ล้มป่วยกระทันหันทำให้ผมต้องบินไปต่างประเทศและเรียนต่อที่นั้นอยู่หลายปี พอกลับมาประเทศก็พบว่าเธอแต่งงานแล้ว
ตอนที่ผมรู้เื่ ผมเสียใจมาก เดิมทีผมคิดว่าจะลืมเธอได้ แต่พอวันนั้นที่ผมได้ยินหมวยคุยโทรศัพท์กับเธอ แล้วบังเอิญได้ยินว่าเธอกำลังจะหย่า ในใจผมก็กลับมาเต้นแรงด้วยความดีใจอีกครั้ง ผมรู้สึกว่าตัวผมเองยังคงคิดถึงเธออยู่เสมอ
ทั้งน้ำเสียง ดวงตา ใบหน้าที่มีเสน่ห์ชวนให้ใครต่อใครต่างก็หลงใหล เธอช่างดึงดูดและตราตรึงในใจของผมมาตลอด ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ งานก็ยังไม่เห็นเงาของเธอ ไม่รู้ว่าเธอจะหลงหรือเปล่า คนเยอะขนาดนี้ ต่อไปผมคงต้องยกเลิกงานเลี้ยงแบบนี้สะแล้ว ทำให้ผมเสียเวลาหาเธอ
“คุณชาย หาใครอยู่เหรอครับ” ลุงหวังเดินเข้ามาเอ่ยถามอย่างสงสัยแต่ยังคงความอ่อนน้อมเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายใหญ่
“ไม่มีอะไรครับลุงหวัง”
ผมบอกปัดลุงหวังไปอย่างไม่ใส่ใจ สายตายังคงกวาดไปรอบๆ งาน จนหันไปสบตาเข้ากับผู้หญิงคนนึง หญิงสาวในชุดราตรีก่ออกสีขาว ด้านหน้าชายกระโปรงผ่าลึกมาจนถึงหน้าขา เผยให้เห็นเรียวขาที่เรียวยาวของเธอ
ดวงตาคมโต จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มถูกแต่งเติมด้วยสีของลิปสติกสีพีชผมหยักทรกสีน้ำตาลอ่อนถูกเกล้าขึ้นเผยในเห็นลำคอสวย ผมละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลย
วันนี้เธอสวยมาก สวยจนผมตลึงและดูเหมือนว่าเธอเองก็กำลังยืนจ้องมองมาที่ผมอยู่เช่นกัน เธอคนนั้นก็คือ ‘ต้นอ้อ ‘ผู้หญิงที่ผม ‘แอบชอบ’
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ค่ะ ยืนเหม่ออะไรอยู่ค่ะเนี่ย”
และไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่ยัยหมวยและต้นอ้อเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ผมรีบปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็ปกติ
“ขอโทษที พอดีรับแขกเยอะเลยมึน ๆ หน่ะ”
“ใช่หรา ฉันเห็นนะ พี่มองต้นอ้อไม่วางตา ทำมะ! ต้นอ้อของเราสวยมากเลยใช่มะ สวยมากเลยละสิ"
“สวยครับ” ผมเผลอหลุดปากพูดความรู้สึกภายในใจออกไป อย่างไม่ทันรู้ตัว ต้นอ้อมองผมด้วยความใเล็กน้อย เหมือนผมจะเห็นว่าเธอแอบหน้าแดงด้วย
“พี่ใหญ่จะจีบเพื่อนหมวยเหรอ ไม่ได้หมวยหวง”
“ยัยหมวยพูดเพ้อเจ่ออะไร” ต้นอ้อดุยัยหมวยเบาๆ ทำไมดูแล้วยิ่งน่ารักนะ
“ถ้าพี่จีบ อ้อจะอนุญาติไหมครับ” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วลองแหย่ดูสักหน่อยละกัน
“พี่มาวินก็เป็ไปกับยัยหมวยด้วยเหรอค่ะ พอเลย ไม่ล้อเล่นกันแบบนี้นะคะ อะนี้ค่ะ เค้กที่พี่สั่ง สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่มาวิน” ต้นอ้อยื่นเค้กวันเกิดมาตรงหน้าของผมด้วยรอยยิ้ม เป็รอยยิ้มที่สุดแสนจะสดใส
ตึก ๆ ตึก ๆ
เสียงหัวใจของผมเต้นเร็วและแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผมรู้สึกเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่
“พี่มาวินเป็อะไรค่ะ ทำไมพี่หน้าแดง ไม่สบายหรือเปล่า” พูดจบต้นอ้อก็เอาหลังมือมาวางที่หน้าผากของผม ความอบอุ่นจากมือของเธอช่วยทำให้ผมสงบลง
“เปล่าครับ พี่สบายดีครับ ขอบคุณนะครับน้องอ้อ”
“ค่ะ”
ต้นอ้อตอบรับผมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มที่สดใส เอาอีกแล้วผมจะบ้าตาย คนอะไรน่ารักเป็บ้า
“จู่ ๆ ทำไมหมวยก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันมีรูปหัวใจหลายๆ ดวงลอยไปรอบตัวพี่มาวินกับยัยอ้อละเนี่ย” ยัยหมวยเอ่ยแซว
“เพ้อเจ้อหน่าหมวย อีกเดี่ยวพี่ต้องขึ้นเวทีทั้งสองคนรอพี่นะ เดี่ยวพี่กลับมา”
# จบความในใจของมาวิน
พี่มาวินขอตัวไปขึ้นเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน ผู้คนต่างะโส่งเสียงอวยพรวันเกิดให้กับเขา ภายในงานครึกครื่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มันทำให้ฉันนึกถึง่เวลานึงในชีวิตของฉัน บรรยากาศแบบนี้ชวนให้นึกถึงวันแต่งงานของฉัน ทุกอย่างยังคงแจ่มชัดอยู่ในจิตใจ แต่หน้าเสียดายที่มันไม่ได้เป็แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว
“หมวยฉันขอออกไปสูตรอากาศที่สวนข้างนอกหน่อยนะ”
“ทำไมละ แกไม่สบายเหรอ”
“ไม่มีอะไรก็แค่อยากออกไปพักสักหน่อยเดี่ยวฉันกลับมานะ”
ไม่รอให้ยัยหมวยได้ถามซักไซ้ ฉันเดินผ่าฝูงชนออกมายังสวนด้านนอกของโรงแรม เวลานี้ที่นี้ไม่มีผู้คนอยู่ภายในสวนเลย พอดีเลยฉันกำลังอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เวลาผ่านไปสักพักฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากทางด้านหลัง
“มาทำอะไรอยู่ที่นี้คนเดียวละครับน้องอ้อ” เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่อยู่ข้างหลังเป็เสียงที่คุ้นเคย ฉันหันหลังกลับไปส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็มิตร
"พี่มาวิน ออกมาทำไมค่ะ แล้วงานเลี้ยงวันเกิดพี่ละค่ะ”
“พอดีพี่ไม่เห็นอ้ออยู่ในงานเลยออกมาดูหน่อย"
"อ้อแค่ออกมาสูดอากาศข้างนอกค่ะ”
“งั้นพี่อยู่เป็เพื่อน”
“ไม่ดีมั่งค่ะ ป่านนี้เพื่อนๆ พี่พากันตามหาพี่กันแล้ว”
“งั้นอ้อก็กลับเข้าไปในงานพร้อมพี่สิครับ”
“ขออ้ออยู่ตรงนี้อีกสักพักนะคะ”
“มีเื่ไม่สบายใจหรือเปล่า เล่าให้พี่ฟังได้นะ พี่เก็บความลับเก่ง”
“ฮ่า ๆ ขอบคุณค่ะ แต่อ้อคิดว่าอ้อจัดการได้ค่ะ”
“พี่ไม่รู้ว่าอ้อกำลังกลุ้มใจเื่อะไรอยู่ แต่พี่อยู่ตรงนี้เสมอนะ พี่เป็ที่พึ่งให้อ้อได้”
คำพูดของพี่มาวินทำให้ฉันเผลอไปสบตาเข้ากับเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำไมประโยคที่เขาพูดกับฉันเมื่อกี้มันเหมือนว่าเขากำลังจะสื่ออะไรบางอย่างกับฉันหรือเปล่านะ
“ขอบคุณนะคะพี่มาวิน แต่อ้อไม่เป็ไรจริงๆ ค่ะ” ไม่อยากคิดอะไรเข้าข้างตัวเอง เพราะงั้นฉันจะทำเป็ไม่เข้าใจความหมายที่เขาพยายามจะสื่อหน้าจะดีกว่า
“ไออ้อ พี่ใหญ่ หลบมาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้”
ยัยหมวยเดินเข้ามาใกล้ ในมือถือของหวานเต็มไม้เต็มมือไปหมด ปากก็ยังคงเคี้ยวของหวานตุ้ยๆ หมดสภาพลุคคุณหนูตระกูลเศรษฐีหมดเลย
“ฉันกับพี่มาวินกำลังจะกลับเข้าไปในงานแล้วละ” ฉันเอ่ย
“โอเค พี่ใหญ่คุณแม่เรียกหาพี่ พี่รีบกลับเข้าไปในงานเถอะ” ยัยหมวยหันไปพูดกับพี่มาวิน พี่มาวินหันกลับมามองหน้าฉันสลับกับยัยหมวยก่อนจะพยักหน้ารับคำจากยัยหมวย และขอตัวกลับเข้าไปในงาน
“อ้อ เมื่อกี้ในงานเหมือนฉันจะเห็นสามีแก” ยัยหมวยเอ่ยทันทีหลังจากที่พี่มาวินเดินห่างออกไป
“จริงเหรอ” ทำไมกวินถึงมางานวันเกิดพี่มาวินได้นะ เพราะธุรกิจบ้านกวินกับพี่มาวินเป็คู่แข่งทางการค้ากัน
“ใช่ แต่ถ้าตาฉันไม่ฝาดเหมือนสามีแกจะไม่ได้มาคนเดียว ฉันเห็นเขาเดินควงแขนมากับยัยเอเซีย”
"เอเซีย? ยัยเอเซียจากตระกูลจอลเนอร์น่ะเหรอ”
“ใช่ ยัยนั้นเองก็พึ่งกลับมาจากปารีส ไม่รู้มากับสามีแกได้ยังไง ฉันว่าเรารีบกลับเข้าไปในงานกันดีกว่า ฉันอยากไปดูให้แน่ใจ”
“ได้ งั้นเราไปกัน” หวังว่ายัยหมวยจะตาฝาดนะ
‘เอเซีย’ ลูกสาวตระกูลจอลเนอร์ เ้าของธุรกิจส่งออกระหว่างประเทศ ฉัน เอเซีย และหมวย เราสามคนเคยเป็เพื่อนสนิทกันตอนเรียนอยู่มหาลัย แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ฉันกับเอเซียแตกหักกันก่อนที่เอเซียจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อหรือพบเจอกันอีกเลย