เมื่อเจียงได้ยินคำเชิญชวนของผู้เฒ่าหวางแห่งตำหนักคุมกฏเขาก็ขบคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบกลับไปอย่างใจเย็น
''ข้ารู้สึกยินดียิ่งนักที่ผู้อาวุโสหวางได้กล่าวเชิญชวนข้า แต่ข้านั้นคงต้องขอปฏิเสธ''
คำพูดของเจียงเฉินนั้นนิ่งเรียบ แต่คำพูดของเขานั้นกลับมั่นคงยากที่จะสั่นคลอนผู้เฒ่าหวางและคนอื่น ๆ ที่อยู่ภายในห้องโถงเมื่อได้ยินคำตอบของเจียงเฉินพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเพิ่มขึ้นไปอีก ตำหนักคุมกฏคือที่ใด ? ตำหนักคุมกฏเรียกได้ว่าเป็นตำหนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายในสำนักเป็นรองเพียงตำหนักของท่านประมุขเท่านั้น เป็นตำหนักที่เหล่าศิษย์มากมายต่างใฝ่ฝันจะเข้าร่วมแต่เพราะตำหนักคุมกฏนั้นเข้มงวดเป็นอย่างมาก และกฏการรับศิษย์ก็ยากมากด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้แต่ศิษย์หลักก็ยังมีเพียงหยิบมือเท่านั้นที่คุณสมบัติ
และการที่ได้เข้าร่วมตัวหนักคุมกฏนั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีอนาคตไม่สิ้นสุดภายในสำนักแห่งนี้อย่างแน่นอน แต่เจียงเฉินกลับปฏิเสธคำเชิญชวนที่เหล่าศิษย์ทั่วทั้งสำนักต้องการสร้างความแปลกใจให้กับผู้เฒ่าหวางเป็นอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาเขาเพียงเอ่ยถามเท่านั้น
''ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดเจ้านั้นถึงได้ปฏิเสธคำเชิญของข้า''
เจียงเฉินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ
''ข้านั้นรักอิสระมิอยากที่จะต้องผูกมัดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไปมันอาจจะฉุดรั้งความก้าวหน้าของข้าได้''
แม้เจียงเฉินจะพูดไปแบบนั้นแต่ภายในใจลึก ๆ แล้วเขาก็อดที่จะเสียดายอยู่ไม่น้อยแม้เขาจะพึ่งเข้าร่วมสำนักสวรรค์เร้นลับได้เพียงแค่วันเดียวแต่เรื่องราวตำหนักคุมกฏนั้นเป็นที่รู้กันดีอย่างกว้างขวางแม้แต่ในเมืองของนภาไหลเรื่องราวของตำหนักคุมกฏก็ยังได้รับการพูดถึงอยู่เช่นกัน
เจียงเฉินนั้นรู้ดีหากเขานั้นได้เข้าร่วมกับตำหนักคุมกฏอนาคตของเขานั้นจะดีขึ้นอย่างมากทรัพยากรมหาศาลจะไหลมาเทมา แต่เพราะเขานั้นอาจถูกสังเกตุโดยผู้คนจากตำหนักคุมกฏ และตัวของเขานั้นมีความลับอยู่เยอะเกินไปอาจทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างกลายเป็นวุ่นวายขึ้นได้ และที่สำคัญเจียงเฉินเข้าร่วมสำนักก็เพราะมาหาประสบการณ์เท่านั้นมิต้องการที่จะกลายเป็นบุคคลยิ่งใหญ่ของสำนัก
ทางด้านของผู้เฒ่าหวางนั้นก็รับรู้ได้ว่าเหตุผลนี้เป็นเพียงข้ออ้างที่ตัวของเจียงเฉินนั้นกุขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกับตำหนักคุมกฏ แต่ถึงอย่างงั้นตัวเขาก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเจียงเฉินถึงต้องการที่จะไม่เข้าร่วมกับตำหนักคุมกฏ หรือเขานั้นมีแผนการณ์อื่นอยู่แล้ว ?
ผู้เฒ่าหลางขบคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่แววตาของเขาจะฉายแววหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้น
''หากเจ้ามิต้องการที่จะเข้าร่วมกับตำหนักคุมกฏนั้นก็ไม่เป็นไร ข้ามิต้องการที่จะบังคับเจ้า แต่ถึงอย่างงั้นเรื่องการลงโทษที่เจ้านั้นมิรักษาป้ายศิลาประจำตัวให้ดีก็ยังมีความผิด ข้าได้คิดไตร่ตรองเอาแล้วดังนั้นข้าจึงตัดสินใจว่า..."
ผู้เฒ่าหวางหยุดพูดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ
''เจ้าจะถูกโยกย้ายให้ไปดูแล สวนยี่โหร่ว เป็นเวลาครึ่งปี ! เจ้ามีปัญหาหรือไม่''
เมื่อได้ยินคำตัดสินเจียงเฉินและคนอื่น ๆ ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยและอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดถึงต้องส่งเขาไปดูแลสวนยี่โหร่ว หลังจากที่ได้ยินคำตัดสินเจียงเฉินก็คำนับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม
''ผู้อาวุโสหวางศิษย์นั้นมิมีปัญหาใด และยอมรับบทลงโทษ แต่ข้าขอถามได้ไหมว่าสวนยี่โหร่วคือสถานที่แบบใด''
ผู้เฒ่าหวางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเจียงเฉิน
''เจ้าก็รู้สินะว่าที่สำนักของเรานั้นนอกจากตำหนักยาที่สามารถปลูกสมุนไพรได้แล้ว ภูเขาส่วนตัวหรือพื้นที่อยู่อาศัยของเหล่าศิษย์นั้นก็ได้รับอนุญาตในการเพาะปลูกสมุนไพรของตนเองได้''
เจียงเฉินพยักหน้าเข้าใจ ผู้เฒ่าหวางเลยพูดต่อ
''แต่สวนยี่โหร่วนั้นคือ สวนสมุนไพรที่ผู้ก่อตั้งคนแรกได้สร้างเอาไว้และมีไว้สำหรับเพาะปลูกสมุนไพรต่าง ๆ ให้กับสำนักและเก็บเกี่ยวให้กับสำนักเมื่อยามที่สำนักนั้นขาดแคลนสมุนไพรบางชนิด จะเรียกได้ว่าเป็นกองเสบียงฉุกเฉินก็คงจะไม่ผิดนัก''
เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของเจียงเฉินก็เบิกกว้างขึ้นและจ้องมองไปยังผู้เฒ่าหวาง และเมื่อเจียงเฉินมองไปยังผู้เฒ่าหวางก็พบว่าเขานั้นกำลังยิ้มอยู่ ในที่สุดเจียงเฉินก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ยอมรับบทลงโทษนี้
เพราะความสำคัญของสวนยี่โหร่วที่ได้เก็บสะสมทรัพยากรสำรองส่วนหนึ่งของสำนักเอาไว้แน่นอนว่าต้องมีคนของตำหนักคุมกฏ และผู้พิทักษ์ของสำนักคอยปกป้องดูแลอยู่แน่นอน และการที่ส่งเจียงเฉินไปที่นั่นก็เพื่อง่ายต่อการสอดส่องเฝ้ามองนั่นเอง
เจียงเฉินรู้สึกเศร้าหมองเล็กน้อยที่สุดท้ายเขาก็ยังคงเต้นไปตามที่ผู้เฒ่าหวางต้องการ แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างเพราะการที่เจียงเฉินนั้นได้เข้าไปดูแลสวนยี่โหร่วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสวนสมุนไพรที่สำคัญของสำนัก นั่นก็แปลว่าเขานั้นจะได้เข้าถึงสมุนไพรต่าง ๆ ที่เขาต้องการได้และถ้าหากสบโอกาสเขาก็ยังที่จะสามารถขโมยพวกมันเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อไปเพาะปลูกในดินแดนพฤกษาได้อีกด้วย
เรียกได้ว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายเสียทีเดียว แต่หลังจากที่ได้คุยกับผู้เฒ่าหวางไม่นานเจียงเฉินก็ได้รู้อย่างหนึ่งว่า ผู้เฒ่าหวางนั้นมิใช่คนที่เจียงเฉินจะสามารถขับขืนได้มากนักเพราะเขานั้นเป็นตาแก่ที่แสนดื้อรั้นคนหนึ่งที่อยากได้อะไรก็ต้องหาทางคว้ามาให้ได้
--------------------------------------------------------------------------
- ช่วงนี้ติดสอบอาจจะมาช้าหน่อยต้องขอโทษด้วยนะครับ