ตอนที่ 15 ชาวนากับงูเห่า (2)
“ชวีเอ๋อร์ เจ้าดูสิปีนั้นข้าช่วยชีวิตเจ้า ทั้งยังรับเจ้ามาอยู่ข้างกาย ให้เจ้าได้มีชีวิตสงบสุขแต่เจ้ากลับตอบแทนเป็นวัวเป็นม้าให้ข้าเช่นนี้นะหรือ ข้าหลงคิดว่าเจ้าเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความคิดมากเล่ห์ถึงเพียงนี้ บนโลกนี้มีการสังหารแบบหนึ่งที่เรียกว่า‘เยินยอสังหาร’ เจ้าน่าจะเข้าใจดีข้าช่วยชีวิตเจ้า ทว่าเจ้ากลับคิดเอาชีวิตข้า พวกเราก็คือชาวนาและงูเห่าตัวจริงทว่าข้าก็ไม่ขอเป็นชาวนาอีก ข้าไม่เคยติดค้างอะไรเจ้า ดังนั้นข้าจึงไม่อยากทำให้มือตัวเองสกปรกบัดนี้พวกเรานายบ่าวถือว่าตัดขาดสายสัมพันธ์ เจ้าเอาตัวให้รอดก็แล้วกัน”
เว่ยเยียนหรานพูดจบแล้วก็หันหลังจากไปดวงตาคู่นั้นของชวีเอ๋อร์เริ่มมองไปรอบทิศอย่างไม่สบายใจ ทว่ากลับไม่มีคนคอยปกป้องตนโดยไม่สนเหตุผลอย่างเว่ยเยียนหรานเหมือนในอดีตอีกแล้วทำให้นางรู้สึกหนาวยะเยือก และยิ่งร้อนรนกังวลใจขึ้นมาทันที
“เว่ยเยียนหราน จือหรานกับชวีเอ๋อร์ล้วนยืนกรานว่าเจ้าผลักท่านหญิงอิ๋นจูตกสระบัวจนทำให้นางจมน้ำตายเจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกไหม” เจียงอวิ่นจือมองเว่ยเยียนหรานที่กลับไปยืนอยู่ที่เดิมทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
เว่ยเยียนหรานแค่นหัวเราะ “ท่านอ๋องจือหลานกับชวีเอ๋อร์ให้การว่าหม่อมฉันผลักมารดาตกน้ำจนทำให้นางจมน้ำตายเพราะไม่อาจช่วยเหลือได้ทันการณ์หากยืนยันได้ว่ามารดาหม่อมฉันไม่ได้ตายเพราะจมน้ำ เช่นนั้นก็จะแสดงว่าหม่อมฉันไม่ใช่ฆาตกรใช่หรือไม่เพคะ”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้” เจียงอวิ่นจือครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“เช่นนั้น ขอท่านอ๋องโปรดอนุญาตให้หม่อมฉันชันสูตรศพมารดาด้วยเพคะ”
“ท่านอ๋อง!” เว่ยเส่าชิงก้าวขึ้นมาพร้อมเอ่ย“ยังมีเด็กในท้องฮูหยินของกระหม่อม ท่าน...”
“ข้าไต่สวนคดีก็มีวิธีการของข้า ใต้เท้าเว่ยยุ่งเกินขอบเขตแล้ว”
“...” เว่ยเส่าชิงเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของเจียงอวิ่นจือก็ยิ่งไม่สบายใจหรือว่าเรื่องเด็กไม่ใช่เรื่องใหญ่กัน ทว่าเขากลับไม่กล้าพูดคำนี้ออกไป
เจียงอวิ่นจือพูดขึ้นต่อ “เจ้าหน้าที่ชันสูตรหลินไปวินิจฉัย”
“พ่ะย่ะค่ะ”บุรุษอายุสี่สิบกว่าเดินเข้ามา ก้มหน้าแล้วเอ่ยขึ้น
เจ้าหน้าที่ชันสูตรหลินมาที่ศพของท่านหญิงอิ๋นจูเลิกเปลือกตา เปิดปากศพ ก่อนจะพูดกับเจียงอวิ่นจือว่า “ท่านอ๋องจากร่องรอยและสภาพศพ ฮูหยินเว่ยน่าจะจมน้ำตายพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยเยียนหรานเลิกคิ้วเจ้าหน้าที่ชันสูตรผู้นี้คงเป็นตัวปลอมกระมัง แค่เลิกเปลือกตา มองปากนิดเดียวก็ชันสูตรออกมาว่าจมน้ำตายแล้วหรือ
เจียงอวิ่นจือหรี่ตามองเจ้าหน้าที่ชันสูตรหลิน“น่าจะรึ”
ใบหน้าชราของเจ้าหน้าที่ชันสูตรหลินแดงเถือกพลางพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ! จมน้ำตายพ่ะย่ะค่ะ”
“เว่ยเยียนหราน เจ้ามีอะไรจะพูดไหม”เจียงอวิ่นจือเอ่ยถาม
“ท่านอ๋อง เจ้าหน้าที่ชันสูตรหลินชันสูตรผิดพลาดหม่อมฉันตรวจดูร่างกายมารดาหม่อมฉันแล้ว นางไม่ได้จมน้ำตาย แต่นางถูกคนบีบคอตายเพคะ”
นัยน์ตาดำขลับของเจียงอวิ่นจือมองเว่ยเยียนหรานนิ่งๆมือข้างหนึ่งเท้าคาง มืออีกข้างเคาะเป็นจังหวะ พออยู่ในห้องที่เงียบสะงัดจึงได้ยินเสียงชัดเจนเป็นพิเศษชันสูตรศพก็เป็นงานของเจ้าหน้าที่ชันสูตร เหตุใดเว่ยเยียนหรานที่เป็นสตรีในห้องหอนางหนึ่งถึงได้ชันสูตรศพเป็นนางยังมีอะไรที่เขาไม่รู้อีกบ้าง
“อ้อ เช่นนั้นเจ้าลองพูดสาเหตุของเจ้าดูสิ”หลังจากผ่านไปสักพัก เจียงอวิ่นจือจึงเอ่ยขึ้น
เว่ยเยียนเยียนหรานมองมองมารดาที่นอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นสตรีที่เคยทำให้บุรุษในเมืองหลวงมากมายยอมสยบแทบเท้า ทว่าบัดนี้กลับต้องมานอนตัวเย็นเฉียบอยู่ตรงนี้เว่ยเยียนหรานปิดตาลง ใจคนช่างเป็นสิ่งที่น่าชิงชังที่สุดในโลก
เว่ยเยียนหรานลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตานางกระจ่างใสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน “ใบหน้าผู้ตายตอนนี้มีสีเทาเงินซอกมือซอกเล็บสะอาดไม่มีคราบดินโคลนหรือเศษหญ้า ช่องปากกับช่องจมูกไม่มีฟองอากาศอีกทั้งดวงตาผู้ตายยังมีเลือดออก ริมฝีปากเขียวคล้ำ ลำคอมีรอยบีบรัดตรงปากมีรอยนิ้วมือ วิเคราะห์ขั้นแรก ผู้ตายก็ไม่ได้ตายด้วยการจมน้ำแต่ตายเพราะถูกคนบีบคอ ปิดปากกับจมูกจนขาดอากาศหายใจตาย หากจะดูว่าจมน้ำตายจริงๆ ก็สามารถดูจากการผ่าปอดและหัวใจผู้ตายได้สุดท้ายจึงจะได้ผลสรุปที่แม่นยำ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655