พลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง

    ตอนที่หกสิบเอ็ด วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด 2

    ตอนที่หกสิบเอ็ด วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด2

    หากจะกล่าวถึงที่สุดสถานการณ์ที่ผมเจอนี้คือศาสตร์มืดที่สุดของศาสตร์มืดหากมองจากสายตาของนักพรตหมอผีของยุคนี้

    การเอาวิญญาณคนอื่นมาอยู่ในร่างของคนอีกคนตามตำราคือ

    ยืมศพคืนวิญญาณ

    หากคนภายนอกมารู้ความจริงเกี่ยวกับตัวผมคงเข้าใจว่าผมใช้วิชานี้เป็นแน่แท้

    ทำให้ผมต้องปกปิดความจริงไม่ใช่เหตุผลทางศีลธรรมแต่เป็นเหตุผลด้านการเอาตัวรอดล้วนๆในยุคที่ผู้คนงมงายแม้แต่ฮองเฮาที่มีสถานะสูงส่งก็สามารถโดนปลดจากตำแหน่งได้แบบเฉินอาเจียวกับฮั่นหวู่ตี้

    มันมีเหตุผลอยู่ที่สายขงจื้อห้ามกล่าวถึงเรื่องลี้ลับ

    เพราะหากเราพิจารณาสังคมมนุษย์เราจะพยายามทำให้ทุกคนเชื่อว่ามีศีลธรรมแต่อยากให้ประชาชนใช้ชีวิตไปแบบเอทิสม์ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

    โชคดีที่ผมมีอุดมการณ์สมุดปกแดงของท่านเหมาไท่จู่เป็นเข็มทิศนำทางไม่อย่างนั้นผมคงซึมเศร้าหลงทางชีวิตแบบพวกชาวแดนไซฮกปัจจุบันเป็นแน่แท้ที่ไร้เป้าหมายในชีวิต

    หากมองจากภาพรวมสถานการณ์ที่ผมเจอนั้นคือ

    ยืมศพคืนวิญญาณ

    ดังนั้นหมายความวว่าผมมีตัวอย่างของศาสตร์มืดหรือศาสตร์ลี้ลับอยู่กับตนเองอยู่แล้ว

    ที่ทำก็คือการ

    Reverse Engineer

    วิศวกรรมย้อนกลับ

    รากฐานของเทคโนโลยีวิศวกรรมคือการสังเกตธรรมชาติ

    ประดุจท่านหลูปันสามารถคิดค้นเลื่อยออกมาได้เพราะสังเกตใบหญ้าที่มีคมออกมาสามารถบาดคนที่ไปเกี่ยวได้

    สิ่งที่แตกต่างระวห่างท่านหลุปันกับคนธรรมดาคือ

    คนธรรมดาโดนใบหญ้าปาดก็ไม่คิดอะไรไปสนใจเรื่องอื่นในชีวิตของตนเองต่อ

    ท่านหลุปันสังเกตใบหญ้าที่บาดตนเองและคิดเป็นสิ่งประดิษบ์ใบเลื่อยออกมาได้

    สิ่งประดิษฐ์ในใต้หล้าเกิดได้จากการสังเกตธรรมชาติเช่นนี้เอง

    กระดูกงูของเรือคิดค้นมาได้จากการสังเกตกระดูกงูของชีวิตจริง

    เตาฟิวชั่นได้แนวคิดมาจากการสังเกตดวงอาทิตย์ที่เป็นเตาฟิวชั่นที่ใหญ่ที่สุดเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

    ยืมศพคืนวิญญาณจากร่างกายของผมเองก็เช่นกัน

    ผมพยายามใช้วิชาลมปราณสำรวจร่างกายตนเองถึงกลไกต่างๆของร่างกายและมันก็เผยความลับของยืมศพคืนวิญญาณออกมา

    เรียกว่าทำให้ผมรู้สึกเหมือนตนเองเป็นมนุษย์ถ้ำที่ถือก้อนหินอยู่ในโรงงานนิวเคลียร์

    ผมแทบจะไม่เข้าใจว่ารูปแบบของร่างกายและวิญญาณที่ตนเองเห็นคืออะไรแต่รู้ว่าความแตกต่างและความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกระทบกันไปมาดั่งลูกโซ่

    ที่ผมยากที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิญญาณและร่างกาย

    มันเหมือนมนุษย์ถ้ำที่ต้องพยายามทำความเข้าใจว่าโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ทำงานอย่างไร

    แม้จะรู้ว่าก้อนหินที่ถืออยู่คือแหล่งหลังงานนิวเคลียร์ของโรงงานไฟฟ้าแต่ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

    ความลับของฟ้าดินยังห่างไกลจากที่ผมคิดเอาไว้นัก...แต่ไม่ได้หมายความว่าผม

    Copy and Paste

    ก็อปปี้และวาง

    ไม่ได้แม้จะไม่เข้าใจโครงสร้างรายละเอียดทั้งหมด

    แต่ก็พอเข้าใจคร่าวๆว่าแต่ละโปรแกรมทำงานอย่างไร

    การดัดแปลงนั่นต่างหากที่เป็นปัญหา

    แต่ผมหาทางเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโรงงานนิวเคลียร์หรือระบบป้องกันของร่างกายผมได้

    ซึ่งนั่นก็พอแล้วในตอนนี้

    ก่อนที่กาเซี่ยงจะเข้ามา

    ผมก็ได้วาดโมเดลเกี่ยวกับวิญญาณต่างๆออกมาได้พอสมควรก่อนที่จะทำการทดลองต่อไป

    “เข้ามาได้ท่านกา ข้ารอท่านอยู่พอดี”

    ผมกล่าวต่อกาเซี่ยงที่เดินเข้ามาในห้องหนังสือของผม