ตอนที่44 ผ่านเงื่อนไขลับ
ร้านคาเฟ่Admiration
ติ๊กที่ออกจากเกมมาหลังจากที่ประชุมกับสมาชิกกิลเสร็จแล้วนั้นบัดนี้กำลังวิ่งวุ่นอยู่ในห้องนอนของตัวเอง สาเหตุมาจากวันนี้เป็นวันศุกร์ วันที่มิวกับจูบอกเอาไว้ว่าจะมาที่ร้านคาเฟ่และยังเป็นการพบกันอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมา 2 ปี
ติ๊กเปลี่ยนเสื้อลองชุดอยู่หน้ากระจกไปแล้วเกือบ10 ชุด จนตอนนี้รอบตัวมีแต่เสื้อผ้ากองอยู่เต็มไปหมด
‘ใส่ชุดไหนก็เหมือนๆ กันหมดเลย ทำไมเราไม่หาเวลาไปซื้อเสื้อผ้าที่มันดูดีกว่านี้มาบ้างนะ’ติ๊กกำลังคิดอย่างหัวเสีย
เพราะเสื้อผ้าที่มีในตู้มีแต่เสื้อยืดธรรมดาทั่วไปมีเสื้อเชิ้ตที่ไม่มีลายอยู่เพียงไม่กี่ตัวซึ่งทุกตัวดูธรรมดาทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าที่ดูเหมาะในการใส่ไปทำงานมากกว่า
‘เดี๋ยวก่อนนะ เราไม่ได้จะไปออกงานหรือไปเดทนี่นาทำไมต้องมานั่งคิดให้ปวดหัวด้วยนะ เอาชุดนี้ละกัน เฮ้อ....’สุดท้ายติ๊กก็เลือกเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวธรรมดาตัวหนึ่งใส่คู่กับกางเกงสแลคสีน้ำเงินเมื่อใส่แล้วเขาพับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยโดยเอาปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงให้ดูสบายๆ
‘โอ๊ะ เราก็ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย อิอิ’ติ๊กคิดหลังจากที่มองเงาของตัวเองในกระจก
แต่ในความเป็นจริงแล้วชุดที่ติ๊กกำลังใส่อยู่นี้ติ๊กได้ลองใส่ไปแล้วเป็นชุดแรกแต่ตอนนั้นเขากลับไม่พอใจจนต้องเปลี่ยนเป็นชุดอื่นอีกหลายชุดซึ่งพฤติกรรมแบบนี้สื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อคนเราเลิกคิดมากหรือเลิกวิตกกังวลในบางสิ่งอะไรๆ ก็ดูดีไปซะหมด
เมื่อติ๊กเดินลงมาก็พบกับหญิงสาวสองคนที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมิวกับจูนั่นเอง พวกเธอกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวที่อยู่มุมของร้านซึ่งเป็นโต๊ะที่ติ๊กมักจะไปนั่งเล่นบ่อยๆ เวลาลงมาข้างล่างติ๊กกำลังจะเดินเข้าไปกล่าวทักทายพวกเธอแต่ทว่าที่นั่งฝั่งตรงข้ามมีหญิงสาวอีกคนกำลังนั่งเอาขาไขว่ห้างพร้อมกับเอามือกอดอกอยู่
หวานกำลังนั่งจ้องไปที่มิวด้วยใบหน้าเรียบเฉยทั้งคู่ต่างมองกันและกันทำเอาบรรยกาศในร้านคล้ายกับจะอึดอัด
“เธอเป็นผู้จัดการงั้นเหรอ รู้จักกับติ๊กได้ยังไงน่ะ” จู ถามหวาน
“ใช่ฉันคือผู้จัดการร้านและยังเป็นผู้บริหารร้านที่จะทำให้ร้านนี้โด่งดังจนมีสาขาไปทั่วประเทศด้วย”หวานตอบ
“อ้อ...งั้นเธอคงเป็นคนสำคัญสำหรับติ๊กสินะ” จูแกล้งถามต่อ
“ช..ใช่ แน่นอน! ฉันเป็นคนสำคัญ...แล้วพวกเธอละเป็นอะไรกับเถ้าแก่”หวานถามกลับ
“หืม...พวกฉันงั้นเหรอ...” จูแกล้งทำท่าครุ่นคิดแต่แล้วเธอก็ยิ้มที่มุมปากพร้อมกับเอ่ยต่อว่า “ฉันชื่อจูเป็นเพื่อนเถ้าแก่ของเธอส่วนคนนี้ชื่อมิว เป็นคนที่สำคัญที่สุดของเถ้าแก่ของเธอ!”
!!
เมื่อจูพูดจบบรรยกาศในร้านคล้ายกับนิ่งสนิท
“โอ้ว...ศึกนี้น่าสนุกกว่ากิลโอเอซิสกลับกิลอดาเลียซะอีก!”เสียงของเจ้าอ้วนฮิวโก้ดังแทรกความเงียบขึ้นมาทำเอาหวานต้องหันไปถลึงตามองซึ่งในเวลานี้ติ๊กที่ยืนอยู่ตรงบันไดเห็นว่าสถานการณ์กำลังไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปทักทายทันที
“สวัสดีมิว สวัสดีจู ไม่เจอกันนานแล้วนะครับ” ติ๊กเอ่ยถาม
“โอ้...นี่นายไม่ได้ติดอ่างงั้นเหรอ”จูที่เห็นติ๊กเอ่ยถามอย่างคล่องแคล่วจึงอดไม่ได้ที่จะแกล้งแซวชายหนุ่ม
“ห๊ะ...ทำไมถึงหาว่าเถ้าแก่ของฉันติดอ่าง!” หวาน ขัดขึ้น
“หวาน! พอเลย เธอไปจัดการธุระของร้านก่อนเถอะ พี่ขอคุยกับเพื่อนๆ พี่ก่อน”ติ๊กเอ่ยห้าม
“ฮึ! เชิญตามสบาย! เถ้าแก่!”เมื่อพูดจบหวานลุกขึ้นยืนเดินไปที่เค้าเตอร์พลางทำท่าคล้ายกับกำลังช่วยฮิวโก้จัดของบนเค้าเตอร์แต่ความจริงเธอกำลังเงี่ยหูฟังการสนทนา
“เจ๊จะยอมแพ้แบบนี้เหรอ” ฮิวโก้แกล้งกระซิบข้างหู
“อย่างฉันนี่เหรอแพ้ คอยดูไปเถอะว่าแต่หมูอ้วนอย่างนายมายุ่งอะไรด้วยมิทราบ!” หวานหันไปหยิกพุงฮิวโก้จนร้องจ๊ากพร้อมกับหันหน้าวิ่งหนีไปหลังร้าน
ติ๊กนั่งลงแทนที่หวานพร้อมกับยิ้มให้มิวกับจู
“นายดูเปลี่ยนไปนะ ติ๊ก” มิว ที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น
“ผ...ผมก็เหมือนเดิมแหละครับ” ติ๊กที่เห็นมิวจ้องมาทำให้อาการคนติดอ่างคล้ายกับจะกำเริบอีกครั้ง
“ในคุก...คงลำบากมากใช่มั้ย ขอโทษนะที่ไม่เคยไปเยี่ยมนายเลยฉันกับจูคิดว่านายคงไม่อยากให้ฉันไปเห็นสภาพแบบนั้นของนายน่ะแต่พวกเราสองคนก็คอยตามข่าวนายจากต๋องอยู่เสมอนะ” มิว ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ติ๊กที่ได้ยินแบบนั้นจึงเหล่ไปทางต๋องซึ่งต๋องก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เรื่องที่แอบเอาข่าวไปบอก
“นี่ถามจริงๆ นายมีเรื่องอะไรกับโอมกันแน่ ถึงขนาดต้องติดคุก” จู ถามขึ้น
“นี่จู! เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ถามเรื่องนี้นี่นา” มิวหันไปดุใส่เพื่อน
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณมิว เพียงแต่ว่าเรื่องนี้ผมขอไม่พูดถึงนะครับ”ติ๊กห้ามมิวที่กำลังดุเพื่อน
“ฉันพอเข้าใจนายนะติ๊ก เพียงแต่ฉันไม่อยากให้นายไปมีเรื่องกับโอมเพราะโอมเป็นคนของตระกูลอัครพิมุขถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้พวกนายปรับความเข้าใจกัน” มิวพูดขึ้นพร้อมกับสังเกตท่าทางของติ๊ก ในขณะที่เธอเอ่ยคำว่า ‘คนของตระกูลอัครพิมุข’
“จะบ้าหรือไง! อีกฝ่ายทำให้เถ้าแก่ติดคุกถึง 2 ปีทำไมเถ้าแก่จะต้องไปญาติดีกับไอ้ตระกูลเฮงซวยนั่นด้วย!”หวานที่แอบฟังอยู่โพล่งขึ้นเสียงดัง
ต๋องที่กำลังจะอ้าปากพูดแต่ชะงักไปก่อน เพราะหวานพูดได้ถูกใจเขาเหลือเกิน
“คุณมิว...ผมขอถามได้ไหมทำไมผมถึงต้องไปปรับความเข้าใจและก้มหัวให้อีกฝ่าย”ติ๊ก เปลี่ยนท่านั่งพร้อมกับพูดถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
มิวกับจูที่เห็นท่าทีของติ๊กเปลี่ยนไปได้แต่อึ้งในใจเพราะในเวลานี้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้วแววตาของชายหนุ่มและท่าทางของชายหนุ่มไม่คล้ายกับคนที่พูดติดอ่างเวลาเจอพวกเธอหรือคนที่มักชอบหาวิธีหลบหน้าพวกเธออีกแล้ว ขณะนี้แววตาของชายหนุ่มกำลังจ้องมองมาที่เธอทั้งสองคนอย่างมั่นคงและยังเป็นแววตาที่แฝงความเย็นชาด้วยอีกส่วนหนึ่ง
“ฉัน...” มิวกำลังจะตอบติ๊ก แต่ทว่าเพื่อนของเธอจูกลับพูดขัดขึ้นมาก่อนว่า
“เพราะเพื่อนฉันไม่อยากให้นายต้องเดือดร้อนนะสิมิวก็บอกแล้วนี่ว่าโอมเป็นทายาทของตระกูลอัครพิมุขนายคิดว่าจะไปงัดข้อกับตระกูลใหญ่แบบนั้นได้หรือไง! ขนาดฉันเองยังไม่กล้ายุ่งเลย!”
“ผมทราบว่าโอมคือใครและผมก็ทราบว่าตระกูลอัครพิมุขเป็นยังไง...แล้ว...ที่คุณจูบอกว่าไม่กล้ายุ่งหมายถึงอะไรเหรอครับ”ติ๊กที่จับคำพูดกับน้ำเสียงของจูได้เอ่ยถาม
“คือมิวน่ะ ตอนนี้เธอเป็น...” จูพูดยังไม่ทันจบก็ถูกมิวขัดขึ้นก่อน
“พอแล้ว! ไม่ต้องให้ติ๊กรู้เรื่องนี้หรอก”
“พูดไปเถอะน่า! หมอนี่จะได้รู้ไงว่าตระกูลอัครพิมุขเป็นยังไง เกิดหมอนี่ไปหาเรื่องตระกูลนั้นเข้าอีกคราวนี้อาจได้นอนคุกยาวๆ แน่”
“พวกคุณ! สรุปมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่!” ติ๊กเห็นทั้งสองคนเถียงกันไปมาจึงพูดขึ้นเสียงดัง
“คือมิวนะ กำลังจะหมั้นกับโอม!” จู หันมาพูดให้ติ๊กฟัง
“หมั้น!” ติ๊กและคนอื่นที่กำลังแอบฟังการสนทนาตกใจ
“ในช่วงที่นายติดคุก โอมได้กลับไปทำงานกับที่บ้านซึ่งโอมมาชวนฉันกับมิวไปทำงานด้วยแต่พวกฉันปฏิเสธไปหมอนั่นที่ต้องการอยู่ใกล้มิวเลยไม่พอใจจึงให้ประธานชลากรไปขอหมั้นกับที่บ้านของมิวโดยไม่บอกมิวซึ่งพ่อแม่ของมิวกำลังมีหนี้สินท่วมหัว สุดท้ายด้วยอำนาจของเงินพ่อแม่มิวจึงเผลอตกปากรับคำไปนะสิ”จูอธิบาย
“เป็นหนี้! พ่อแม่ของคุณเป็นหนี้เท่าไหร่ผมจะจ่ายให้เองคุณไปยกเลิกการหมั้นนี้ซะ” ติ๊กที่รู้ความจริงรีบถามมิว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันจะหาวิธีปลดหนี้เอง ขอบคุณมากเลยนะคะอีกอย่างฉันไม่อยากให้คุณมาเกี่ยวข้องกับตระกูลอัครพิมุขอีก”มิวพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้
แต่ทว่าติ๊กที่มองตาอีกฝ่ายอยู่นั้นย่อมรู้ว่าผู้หญิงที่กำลังยิ้มอยู่ตรงหน้านั้นยิ้มแค่ภายนอกแต่ภายในคงกำลังรู้สึกเสียใจอยู่มากแต่สำหรับมิวที่เป็นคนเอ่ยคำไหนคำนั้นย่อมไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากติ๊กแน่ติ๊กจึงไม่คิดเซ้าซี้ต่อ เพียงแต่คิดในใจว่าจะหาวิธีแอบช่วยเธอในภายหลัง
“พวกคุณจะมาที่นี่เพื่อมานั่งเล่นพูดคุยกันผมไม่ว่าแต่ถ้าพวกคุณมาเพื่อให้ผมเลิกยุ่งกับตระกูลอัครพิมุข ผมบอกได้คำเดียวว่าไม่มีทาง!”ติ๊กพูดจบก็ลุกขึ้นเดินกลับขึ้นไปชั้นบนทันที
ติ๊กไม่ต้องการคุยกับมิวแล้วก็จูที่มาเพื่อเกลี้ยกล่อมตัวเองรวมกับที่เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดคุยต่อไปจึงเลือกที่จะลุกขึ้นกลับไปชั้นบนเพราะในเวลานี้เขาจำเป็นต้องหาที่ระบายความอึดอัดในใจของตัวเอง
เมื่อติ๊กเดินขึ้นไปแล้วต๋องก็เดินมาหาหญิงสาวทั้งสองพร้อมกับเอ่ยว่า
“พวกคุณจะรับอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าครับ”
เมื่อมิวกับจูได้ยินที่ต๋องพูดพร้อมกับใบหน้าของต๋องที่เรียบเฉยพวกเธอก็รู้ทันทีว่าต๋องพูดเพื่อส่งแขกพวกเธอหันมามองหน้ากันครู่หนึ่งมิวส่ายหัวคล้ายกับบอกให้เพื่อนของเธอไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วพวกเธอลุกขึ้นยืนบอกลาต๋องแล้วก็เปิดประตูเดินออกจากร้านไป แต่ทันใดนั้นเอง
“เฮ้...หยุดก่อน” หวานเดินมาเปิดประตูพร้อมกับตะโกนเรียก
“มีอะไรเหรอคะ” มิวหันกลับมาถาม
หวานเดินออกจากร้านตรงมาหยุดยืนที่หน้าของพวกเธอแล้วเอ่ยถาม
“ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าเธอคิดยังไงกับเถ้าแก่ แต่ฉันอยากรู้ว่าเธอ...คิดจะทำยังไงกับการหมั้นที่พวกผู้ใหญ่ตกลงกันเองแบบนี้”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย เพื่อนฉันย่อมมีแผนอยู่แล้วละน่า” จูที่ดูเหมือนจะไม่ชอบหวานเอ่ยขัด
“อ้อ...ก็จริงที่ไม่ใช่เรื่องของฉัน...งั้นอย่าลืมละเรื่องที่เถ้าแก่จะทำยังไงกับตระกูลอัครพิมุขก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอเหมือนกัน!”หวาน เถียงกลับ
“คุณหวานสินะคะ ฉันฝากคุณดูแลติ๊กด้วยนะฉันไม่อยากให้เขาต้องเดือดร้อนจนติดคุกอีก” มิว พูดขึ้นพร้อมกับหันหลังเดินจากไปซึ่งจูที่เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตามไปทันที
หวานที่ได้ยินมิวกล่าวเธอยืนมองมิวกับจูที่กำลังเดินไปพร้อมกับคิดขึ้นในใจว่า
‘เธอไม่ต้องบอกฉันก็ต้องดูแลเถ้าแก่อยู่แล้ว...ส่วนตระกูลอัครพิมุข...ถ้าหากพวกมันเล่นนอกเกมอีกละก็...ถึงตอนนั้นอย่าหาว่าฉันโหดเหี้ยมก็แล้วกัน’
……
หมู่บ้านหยู่เปิง
ทีชกลับมาออนไลน์อีกครั้งแต่ทว่ายังไม่ทันเดินออกจากโรงเตี้ยมในหมู่บ้านหยู่เปิงเสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว
[กิลของท่านได้ผ่านเงื่อนไขลับจากระบบทำให้กิลของท่านสามารถครอบครองหมู่บ้านเริ่มต้นหยู่เปิงได้โปรดให้หัวกิลหรือรองหัวหน้ากิลยื่นเรื่องตรวจสอบกับระบบ]
[กิลของท่านได้ผ่านเงื่อนไขจากระบบทำให้กิลของท่านสามารถครอบครองหมู่บ้านเริ่มต้นฮูซาได้โปรดให้หัวกิลหรือรองหัวหน้ากิลยื่นเรื่องตรวจสอบกับระบบ]
เสียงจากระบบดังขึ้น2 ครั้งซึ่งเมื่ออ่านดูทีชก็พบว่ามีข้อแตกต่างอยู่หนึ่งจุดคือของหมู่บ้านหยู่เปิงบอกว่าผ่านเงื่อนไขลับส่วนหมู่บ้านฮูซานั้นไม่มี ทีชรีบยื่นเรื่องตรวจสอบทันทีใช้เวลาไม่นานระบบก็แจ้งกลับมาว่า
[ระบบทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กิล Admiration กลายเป็นผู้ครอบครองหมู่บ้านหยู่เปิง]
[ระบบทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กิล Admiration กลายเป็นผู้ครอบครองหมู่บ้านฮูซา]
ทีชอ่านเงื่อนไขที่ระบบตรวจสอบก็พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้กิลสามารถครอบครองหมู่บ้านหยู่เปิงได้นั้นเป็นเพราะผ่านเงื่อนไขลับคือ
1.ชาวบ้านของหมู่บ้านหยู่เปิงให้การยอมรับกิล Admiration 100%
2.หัวหน้าหมู่บ้านหยู่เปิงยอมสวามิภักดิ์
3.พื้นที่ที่กิลครอบครองมีอาณาเขตติดกับหมู่บ้านหยู่เปิงและกิลได้ผ่านเงื่อยไขจากการสร้างกำแพงเมืองให้เชื่อมติดกันโดยทำให้เหมือนกับเป็นกำแพงเดียวกันกิลจึงสามารถรวมหมู่บ้านหยู่เปิงเข้ากับพื้นที่ของกิลได้
ซึ่งเมื่อรวมทั้งสองข้อระบบจึงถือว่าผ่านเงื่อนไขลับทีชอดที่จะดีใจไม่ได้เพราะเงื่อนไขลับนี้ความจริงจะมองว่ายุ่งยากก็ยุ่งยากแต่จะมองว่าง่ายมันก็ง่ายสิ่งที่ยุ่งยากคือต้องทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเริ่มต้นเต็มใจยอมรับเองทุกคนซึ่งไม่สามารถใช้กำลังบังคับได้ส่วนอีกข้อถ้าเกิดไม่ได้ซื้อที่ดินที่ติดกันแต่เป็นการมายึดที่ดินเอาเองก็จะไม่ผ่านเงื่อนไขเช่นกัน
เมื่อคิดแบบนี้ทีชได้แต่สงสัยว่ากุยแกรู้ระบบนี้อยู่แล้วหรือเป็นความบังเอิญกันแน่
ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกุยแกไม่รู้เรื่องระบบเหล่านี้อย่างแน่นอนเพราะกุยแกเป็นเพียง NPCย่อมไม่เข้าใจเรื่องการยอมรับจากระบบและสิทธิพิเศษของสมาชิกกิลที่จะได้รับเมื่ออยู่ในอาณาเขตที่กิลตัวเองครอบครอง
แต่แผนการและความตั้งใจของกุยแกนั้นต้องการครอบครองหมู่บ้านหยู่เปิงจริงๆซึ่งกุยแกทำสำเร็จไปนานหลายปีแล้วเพียงแต่ระบบที่มีไว้สำหรับผู้เล่นพึ่งจะยอมรับเมื่อสักครู่เพราะกิลพึ่งผ่านเงื่อนไขลับนั่นเอง
สำหรับหมู่บ้านฮูซากิลAdmiration ได้ผ่านเงื่อนไขดังนี้
1.ชาวบ้านของหมู่บ้านฮูซาให้การยอมรับกิล Admiration 80%
2.หัวหน้าหมู่บ้านฮูซายอมสวามิภักดิ์
3.พื้นที่ที่กิลครอบครองมีอาณาเขตติดกับหมู่บ้านฮูซาและกิลได้ผ่านเงื่อยไขจากการสร้างกำแพงเมืองให้เชื่อมติดกันโดยทำให้เหมือนกับเป็นกำแพงเดียวกันกิลจึงสามารถรวมหมู่บ้านฮูซาเข้ากับพื้นที่ของกิลได้
ทีชที่กำลังอ่านเงื่อนไขกลับได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง
[ยินดีด้วย! กิลของท่านได้ครอบครองหมู่บ้าน 3 แห่งซึ่งมีพื้นที่เชื่อมติดกันและกิลของท่านได้สร้างกำแพงให้เชื่อมติดเป็นกำแพงเดียวกันเรียบร้อยแล้วกิลของท่านสามารถก่อตั้งเมืองขนาดเล็ก โปรดยื่นเรื่องขอก่อตั้งเมืองที่ศูนย์เซอร์วิสเซนเตอร์หมายเหตุ :เมื่อท่านยื่นเรื่องขอรวมพื้นที่ชื่อของหมู่บ้านหรือเมืองที่ถูกรวมจะหายไปจากระบบ]
!!
‘หมู่บ้าน 3 แห่งคงหมายถึง หมู่บ้านหยู่เปิงหมู่บ้านฮูซาแล้วก็ที่ดินที่กิลซื้อไว้ซึ่งในขณะนี้มีชาวบ้านการสร้างที่พักและบ้านกิลระบบเลยนับเป็นหมู่บ้านอีกแห่งสินะ’
ทันใดนั้นเอง “เทพทีช! เจ้าได้ยินเสียงจากสวรรค์รึเปล่า”อลาโน่ที่เห็นทีชกำลังยืนเหม่ออยู่หน้าโรงเตี้ยมเอ่ยขึ้น
“ฮะ! สวรรค์?” ทีชถามกลับอย่างงงๆ
“หมอนี่หมายถึงเสียงของระบบ” ดาร์ค ตอบแทนเพื่อน
“อ้อ...สงสัยระบบคงประกาศให้คนในกิลทุกคนได้ยินเหมือนกันสินะ” ทีชที่ทำความเข้าใจเอ่ยขึ้น
“แล้วนายจะเอายังไงจะให้ฉันไปยืนเรื่องแทนมั้ยแถวนี้ไม่มีอาคารเซอวิสเซนเตอร์ ที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว”ดาร์ค ถาม
“อืม...ไม่เป็นไรพวกเรารีบช่วยกันสร้างเมืองไปก่อนถ้าเป็นไปตามแผนที่กุยแกวางเอาไว้ เว่ยเถียนจะเป็นคนเดินทางไปเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวนางเป็นรองหัวหน้ากิลเดี๋ยวค่อยให้นางยื่นเรื่องตอนนั้นก็ได้” ทีชตอบดาร์คหลังจากที่คิดถึงแผนที่กุยแกบอกเอาไว้
“หืม...เทพทีช ดูเปลี่ยนไปนิดนึงนะ ข้าว่าเหมือนท่านดูสงบขึ้นกว่าแต่ก่อนยังไงไม่รู้สิ”อลาโน่ที่สังเกตท่าทางของทีชเอ่ยขึ้น
“เฮ้อ...วันนี้มีคนทักข้าสองคนแล้วนะว่าข้าเปลี่ยนไปแต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่นี่สิ” ทีช ถอนหายใจพลางเอ่ยขึ้น
“องค์หญิงผิงหยางฝึกกองกำลังอยู่เหรอ” ทีชเปลี่ยนเรื่อง
“ใช่ หมิงเองก็ร่วมฝึกด้วย เด็กนั่นขยันฝึกจริงๆส่วนสมิทหมอนั่นเดินทางกลับหมู่บ้านฮูซาเพื่อไปช่วยเจียงเฉียงตีอาวุธและชุดเกราะที่จะให้ทหารใส่หมอนั่นยังบอกอีกว่าถ้าเป็นไปได้ขอให้พวกเราขยายโรงตีเหล็กให้ใหญ่ขึ้นและให้ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของโรงงานผลิตในอนาคต”ดาร์ค ตอบ
“อืม...ในเมื่อระบบให้รวมเป็นเมืองเดียวได้ก็ไม่มีปัญหาที่โรงงานผลิตจะอยู่ตรงนั้นอีกหน่อยถ้าพวกเรามีช่างตัดเย็บหรือช่างประดิษฐ์ก็สร้างโรงงานผลิตตรงนั้นด้วยเลยให้เป็นพื้นที่โรงงานไปเลยว่าแต่สมิทเขามีแร่พอใช้สร้างอาวุธและชุดเกราะหรือเปล่า” ทีช ถาม
“อ้อไม่ต้องห่วงปรางจีใช้ทุนที่ได้จากการสำรวจภูเขาหลอกซื้อแร่กับผู้เล่นใหม่และผู้เล่นที่อาศัยอยู่ในเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวมาได้แถมซื้อมาได้ในราคาถูกสุดๆ เวลานี้แร่กำลังทยอยส่งไปที่หมู่บ้านฮูซาแต่ปรางจีบอกว่าเงินเหลืออีกไม่มาก ยังไงพวกเราก็ต้องหาวิธีหาเงินเพิ่มโดยเร็ว”ดาร์ค อธิบาย
“อืม...แต่ว่าแผนของกุยแกกำลังไปได้สวยเอาไว้ดำเนินการตามแผนเสร็จเมื่อไหร่ข้าคิดว่าพวกเราน่าจะเบาใจเรื่องรายได้ของกิลไปไม่มากก็น้อย” ทีช พูดขึ้น
“พวกเราก็มีความเห็นแบบนั้นเหมือนกัน เวลานี้ทำตามแผนของท่านกุนซือไปก่อนถ้าเกิดเงินในคลังหมดข้าจะหามาเติมให้ก่อนแล้วกัน แต่ทางกิลต้องใช้คืนข้านะ หึหึ”ดาร์ค พูดพร้อมกับทำหน้ายิ้มๆ
“เหอะ ตัวเองเป็นถึงตระกูลใหญ่ เงินแค่นี้ทำเป็นงก”อลาโน่ได้ยินดาร์คพูดจึงอดแขวะขึ้นไม่ได้
“หืม...เจ้าเองก็มีเงินเยอะไม่น้อยนี่ ไม่เอามาบริจาคให้กิลบ้างละ”ดาร์คแขวะกลับ
“เอาน่า อย่าเถียงกันเลย ถ้าพวกเราใช้เงินจากโลกภายนอกมาช่วยบ่อยๆต่อให้กิลประสบความสำเร็จแล้วมันจะมีความหมายอะไรละทำแบบนั้นไม่ใช่ว่าเมื่อตกที่นั่งลำบากพวกเราต้องพึ่งเงินจากโลกภายนอกไปตลอดงั้นเหรอข้าสร้างกิลเพื่อให้มีชื่อเสียงเกียรติยศชีวิตในโลกภายนอกของข้าจะได้สบายข้าไม่ได้จะสร้างกิลให้ชีวิตในโลกภายนอกลำบากมากกว่าเก่านะ” ทีชอธิบายให้อลาโน่ฟัง
“เทพทีช! สมแล้วที่เป็นเทพ ข้ามันไม่เอาไหนข้าขอโทษ...ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!ข้าจะช่วยท่านทำให้กิลของพวกเรามีชื่อเสียงให้ได้!” อลาโน่ที่เข้าใจเจตนาของทีชพูดขึ้นพร้อมกับให้คำมั่น
แต่ทว่าทีชกับดาร์คที่ได้ยินกลับรู้สึกใจเต้นแปลกๆทั้งคู่กลัวว่าความมุ่งมั่นของอลาโน่จะมีมากเกินไปจนทำให้งานใหญ่ที่กำลังจะมาถึงเสียหาย