ตอนที่ 100 :ร้องเพลงกับเยว่เยว่
“หลายปีที่ผ่านมา ลูกศิษย์และเพื่อนของผมหลายคนถูกคุณใส่ร้ายป้ายสี ! ผมจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนพวกเขา แค่อยากถามคุณเป็นการส่วนตัวว่า ทุกอย่างที่คุณพูดเป็นความจริงหรือเปล่า ? ”
หวงปิ่งคุนไม่ได้ให้โอกาสจินฉือถังได้พูด เขาพูดต่อว่า
“พวกเราคนบันเทิงอยู่ท่ามกลางกระแสลมปากทุกรูปแบบอยู่แล้ว ความคิดเห็นแย่ ๆ ของสาธารณชน คุณรู้ดีกว่าใครว่ามันหมายถึงอะไรสำหรับพวกเรา ! แทนที่จะทำลายตัวคุณเองในอนาคต จะดีกว่าไหมที่จะยอมรับตัวเองซะตอนนี้ คุณคิดว่ายังไง ? ”
แม้ว่าคำพูดของหวงปิ่งคุนจะเป็นการถามความคิดเห็นของจินฉือถัง แต่ความจริงแล้วกลับทิ่มแทงจิตใจจินฉือถังทุกคำ !
“ไม่ได้ ผมยอมแพ้ไม่ได้ ความพยายามหลายปีของผม…”
ใบหน้าอวบอ้วนของจินฉือถังที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเจ็บปวด ดวงตาเล็กตี่เต็มไปด้วยความสับสนและลังเล เขาเริ่มนึกถึงสิ่งที่ทำลงไปในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และสุดท้ายก็ร้องไห้โฮออกมา…
แต่ไม่มีใครสนใจจินฉือถังอีกแล้ว ถ้าครั้งนี้เขาลบแอคเคาท์ทั้งหมดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ชาวเน็ตก็อาจจะค่อย ๆ ลืมมันไป แต่ถ้าจินฉือถังบิดพลิ้ว เกรงว่าจะทำให้ชาวเน็ตโกรธจนเกิดการระเบิดการด่าครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์อีกครั้ง !
ตอนนี้ความสนใจของชาวเน็ตทุกคนถูกดึงไปอยู่ที่ของขวัญและม่านกระสุนบนหน้าจอห้องไลฟ์
หลังหวงปิ่งคุนพูดจบ ผู้ชมในห้องไลฟ์ก็เริ่มเข้าสู่โหมดส่งของขวัญอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
หน้าจอเต็มไปด้วยของขวัญจนมองไม่เห็นคนที่อยู่ด้านหลังจอ มีตั้งแต่หอยเป๋าฮื้อไปจนถึงไผ่สีเขียว…
ขนาดข้อความด้านล่างหน้าจอก็ขึ้นกันพรึ่บพรั่บจากพวกผู้ชมที่กำลังตื่นเต้น ข้อความหนึ่งเพิ่งจะขึ้น ก็มีข้อความใหม่โผล่มาดันมันขึ้นไปทันที
แน่นอนว่าทุกคนพากันเหยียบจินฉือถัง และฉลองให้กับชัยชนะของหลิวจือเซียและเซียเยว่ เมื่อครู่ไม่ทันได้สนใจ แต่พอมาดูตอนนี้แล้ว จำนวนคอมเมนท์ทั้งหมดก็เกิน 10 ล้าน และจำนวนคนในห้องไลฟ์ตอนนี้ก็พุ่งทะยานไปถึง 10 ล้านคนแล้ว !
พวกผู้ชมต่างตื่นเต้นจนแทบจะบินได้ แต่สภาพทีมงานเบื้องหลังช่องไลฟ์ของแพนด้ามิวสิคนั้นน่าเวทนาเหลือเกิน
เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเขาประเมินจำนวนคนที่จะเข้าดูไลฟ์ของหลิวจือเซียต่ำไปมาก จึงเตรียมเครื่องเซิร์ฟเวอร์เอาไว้แค่ 5 เครื่องเท่านั้น และถึงจะเพิ่มมาทีหลังอีก 3 เครื่อง ก็ยังรวมได้แค่ 8 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่องสามารถรองรับผู้ใช้งานได้ 1 ล้านคน
ถึงอย่างไร อุปกรณ์เบื้องหลังในประเทศก็ยังไม่ก้าวหน้านัก
อย่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์เบื้องหลังการไลฟ์ของต่างประเทศ แต่ละเครื่องรองรับผู้ใช้งานได้อย่างน้อยถึง 3 ล้านคน และยังสามารถขยายความจุสูงสุดได้มากกว่านั้น
ผลของการเตรียมเซิร์ฟเวอร์มาไม่พอทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลเซิร์ฟเวอร์ต้องคอยดูแลระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมการทำงานที่มีภาระงานสูงของเซิร์ฟเวอร์ที่เกิดจากการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้น ป้องกันไม่ให้เซิร์ฟเวอร์ระเบิด
เทียบกับความยุ่งและขมขื่นของเจ้าหน้าที่เบื้องหลังช่องไลฟ์แล้ว ทีมงานสถิติที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องสถิติผู้ใช้งาน ของขวัญ โพสต์ม่านกระสุน และข้อความคอมเมนท์ ต่างกำลังดีใจจนคลั่งไปแล้ว
ตามสถิติของทีมงานสถิตินั้น ในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่า จำนวนผู้เข้าใช้งานสูงสุดขึ้นถึง 10.63 ล้าน ข้อความม่านกระสุนเกิน 30 ล้าน และข้อความในช่องคอมเมนท์มากกว่า 10 ล้าน
สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือของขวัญที่ผู้ชมส่งให้ ทั้งหอยเป๋าฮื้อ กุ้งล็อบสเตอร์… และของขวัญอื่น ๆ รวมแล้วเกิน 7 ล้าน ตามข้อตกลงส่วนแบ่งที่หลินเยว่ตกลงเอาไว้กับหลิวจือเซีย แค่การไลฟ์นี้อย่างเดียว หลิวจือเซียจะได้รับเงินมากกว่า 5 ล้านหยวน เรียกว่าเป็นจ้าวแห่งการดูดเงินเลยก็ว่าได้ !
แน่ล่ะ เมื่อทีมสถิติมีความสุข บอสทั้งหลายก็มีความสุขเช่นกัน
เมื่อวานนี้ ตอนที่หลินเยว่ตกลงพนันกับหลิวจือเซีย เธอยังมีความมั่นใจว่าตัวเองจะชนะ เพราะเนื่องจากในบรรดาแพลตฟอร์มดนตรีทั้งหมดในปัจจุบันนี้ ปริมาณผู้ใช้งานในห้องไลฟ์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดอย่างมากก็แค่ 7 แสนคนเท่านั้น
2 ล้านคนเข้าระบบในเวลาเดียวกัน มันก็แค่ความฝัน !
แต่เนื่องจากเหตุการณ์ ‘หลิวจือเซียและเซียเยว่สู้กับจินฉือถัง’ กลายเป็นข่าวดังมากขึ้นเรื่อย ๆ หลินเยว่จึงเริ่มรู้สึกว่าไม่เข้าท่าแล้ว แต่แน่นอนว่าเธอก็ไม่ได้ไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างไร ถ้ามีคนมากกว่า 2 ล้านเข้ามาดูไลฟ์ มันก็จะเป็นการโปรโมทแพนด้ามิวสิคที่ทรงพลังอย่างมากด้วย !
ตอนนี้ จากที่คิดไว้ 2 ล้านก็เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า กลายเป็น 10 ล้านคน…
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ถ้าอยากจะส่งม่านกระสุน ข้อความ และของขวัญในไลฟ์ ก็ต้องเป็นสมาชิกของแพนด้ามิวสิค ดูจากสถิติที่น่ากลัวนั่นแล้ว แค่การไลฟ์ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ทำให้แพนด้ามิวสิคมีสมาชิกใหม่เกือบ 10 ล้านคน
แพนด้าไลฟ์ทะยานขึ้นมาแล้ว แพนด้ามิวสิคก็ย่อมทะยานขึ้นเช่นกัน !
ไม่รู้ว่าจางเหวินเทาผู้อำนวยการของเพนกวินมิวสิคที่ใหญ่ที่สุดประเทศจีนจะได้ดูไลฟ์วันนี้หรือเปล่า เพนกวินมิวสิคเองก็มีช่องไลฟ์เช่นกัน ถ้าเขาเห็นระดับความร้อนแรงนี้แล้ว เขาคงจะเสียใจไม่น้อยแน่นอน
ความจริง หลินเยว่เองก็คิดไม่ถึงว่าหลิวจือเซียจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้กับเธอ
พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว โชคดีที่ตอนเริ่มต้นเธอไม่ได้หลับหูหลับตาปฏิเสธข้อเสนอ 8:2 ของหลิวจือเซีย ไม่เช่นนั้นจะได้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจเช่นนี้ได้อย่างไร ?
แน่นอนว่าหลินเยว่ย่อมกังวล ด้วยอิทธิพลของหลิวจือเซียในตอนนี้ จางเหวินเทาอาจจะเพิ่มอัตราต่อรองและเก็บหลิวจือเซียไว้ที่เพนกวินมิวสิค เพราะความนิยมขนาดนี้เทียบกับนักร้องชั้นนำได้แล้ว จางเหวินเทาจะไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่
ถ้าหลินเยว่รู้ว่าคนแรกที่หลิวจือเซียโทรหาคือจางเหวินเทา และเขาถูกจางเหวินเทาปฏิเสธมา เธอคงไม่คิดเช่นนี้แล้ว !
ไม่สิ ข้อตกลงจะแล้วเสร็จพรุ่งนี้เช้า หากเซ็นสัญญาแล้วยังจะกลัวเขาหนีอีกหรือ ?
“ขอบคุณครับ ผม หลิวจือเซีย ไม่ได้มีดีอะไร ที่ทำได้เพราะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน ๆ มากมายขนาดนี้ ! ”
หลิวจือเซียที่ไม่รู้ตัวเอง เมื่อเจอการตบรางวัลของเหล่าผู้ชม เขาก็ยิ้มออกมา “วันนี้เป็นวันแห่งความทรงจำ จำว่าเป็นการเกิดใหม่ของผม จำว่าผมกลายเป็นมหาเศรษฐีในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง ! ”
“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไร ใครบอกให้รู้ว่าเราชอบคุณล่ะ ! ”
“จือเซียของฉัน ไม่ว่าในอนาคตคุณจะทำอะไร ฉันจะสนับสนุนคุณตลอดไป”
“พี่เซียของฉันน่ารักเกินไปแล้ว กลายเป็นมหาเศรษฐีในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง เร็วมาก ! ”
เหล่าผู้ชมพากันหัวเราะ ในความคิดของพวกเขา ดาราที่ใกล้ชิดประชาชนเช่นนี้ทำให้พวกเขาไม่รู้สึกถึงระยะห่างระหว่างกัน
“การแข่งกับจินฉือถังวันนี้ ขอบคุณเพื่อน ๆ มากครับที่เข้ามาเชียร์ ! ”
หลิวจือเซียดูเวลา ตอนนี้ก็เกือบจะ 5 ทุ่มแล้ว ถ้าดึกไปกว่านี้ พรุ่งนี้เช้าเยว่เยว่จะตื่นไม่ไหว “พวกเราต้องไปแล้ว เอาไว้…”
“คุณพ่อ แสดงจบแล้วหรือคะ ? ”
ตอนนั้นเอง เยว่เยว่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หลิวจือเซียก็ขยี้ตาและพูดว่า “พ่อสัญญากับเยว่เยว่ว่าจะร้องเพลงกับเยว่เยว่ไม่ใช่หรือ ? เยว่เยว่ง่วงแล้วนะ ! ”
“อ๊ะ”
หลิวจือเซียเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนที่ไลฟ์จะเริ่ม ดูเหมือนเขาจะสัญญากับหนูน้อยเอาไว้ว่าจะร้องเพลงกับเธอตอนจบการแข่ง เขาต้องทำตามที่สัญญาเอาไว้
หลิวจือเซียลูบหัวเล็ก ๆ ของเยว่เยว่แล้วถามว่า “หนูอยากร้องเพลงอะไร ? ”
“อื้ม ๆ ! ” เยว่เยว่พยักหน้า และกระพริบตากลมโตพร้อมกับพูดว่า “ร้องเพลงที่พ่อสอนหนูเมื่อ 2 วันก่อนไหมคะ ‘ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา’”
“ได้เลย ! ” หลิวจือเซียพยักหน้า และหันไปพูดกับทุกคนที่หน้าจอว่า “เพื่อน ๆ ทุกคนครับ ช่วยรออีก 4-5 นาทีได้ไหม เยว่เยว่ของผมบอกว่าอยากร้องเพลงให้เพื่อน ๆ ฟัง”
“อะไรนะ ? ลูกสะใภ้ฉันอยากร้องเพลงหรือ ? งั้นก็ต้องฟังให้จบก่อนสิถึงจะไปนอนได้ ! ”
“หล่อนน่ะไสหัวไปเลย ระวังภาพลักษณ์ด้วย ไม่รู้หรือไง เยว่เยว่น่ะลูกสะใภ้ฉันต่างหาก…”
“คุณพ่อตา ได้โปรดให้ลูกสะใภ้ของฉันออกมาร้องเพลงด้วย ! ”
เดิมทีคิดว่าการแข่งจะจบลงแบบนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมีไข่อีสเตอร์ในตอนจบแบบนี้ ผู้ชมทุกคนพากันตื่นเต้น ไม่เว้นแม้แต่หวงปิ่งคุนกับพวกหลินเยว่
“โอเค รอผม 1 นาที ผมจะเปิดดนตรี ! ”
ถ้าเป็นปกติ หากหลิวจือเซียรู้ว่ามีคนเรียกเยว่เยว่ว่าลูกสะใภ้ล่ะก็ คงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงทีเดียว แต่ตอนนี้เป็นการหยอกเล่นจากผู้ชมและแฟน ๆ หลิวจือเซียจึงไม่โกรธ แต่กลับมีความสุขมาก
เมื่อลูกสาวมีแต่คนรักคนหลง ใครบ้างที่จะไม่มีความสุขกัน ?
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ! ”
เมื่อดนตรีถูกเปิดแล้ว ตอนแรกเป็นเสียงอันร่าเริงของกู่ฉิน ตามมาด้วยเสียงตีมู่อวี๋ ในดนตรีประกอบนั้น มีเสียงร้องประสานด้วย ร้องว่า:
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีภูเขาลูกหนึ่ง บนภูเขามีวัดตั้งอยู่…”
“เยว่เยว่ เยว่เยว่ เยว่เยว่ ตื่นหรือยัง ? ” หลิวจือเซียเขย่าตัวเยว่เยว่
เยว่เยว่ลืมตาโตและพูดด้วยเสียงเด็กน้อยน่ารักว่า “เรียกข้าว่าไต้อ๋อง ! ”
หลิวจือเซียกระพริบตา และพูดอย่างไร้เดียงสาว่า “อะไรนะ ? ”
“ไต้อ๋อง ! ” เยว่เยว่หยิกแก้มของหลิวจือเซีย “เจ้าโง่หรือ ? ”
“ไต้อ๋อง ! ” หลิวจือเซียให้ความร่วมมืออย่างดีและแกล้งทำท่าน่าสงสาร !
“คิก ๆๆ ” เยว่เยว่หัวเราะอย่างมีความสุข และพูดเสียงดังว่า “เจ้าปีศาจน้อย ไม่เชื่อฟังเช่นนี้ จงไปภูเขาให้ไว ข้าหิวแล้ว ! ”
เหมือนกับเพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’ มีบทสนทนาเริ่มต้นเหมือนกัน และให้ความรู้สึกสนุกสนานเหมือนกัน แตกต่างจาก ‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’ ตรงที่เพลงนี้เริ่มด้วยดนตรี และทำนองตอนเริ่มก็สนุกสนานมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่ผู้ชมเห็นสองพ่อลูกหลิวจือเซียและเยว่เยว่เล่นด้วยกันนั้น ความสนุกสนานของสองพ่อลูกทำให้พวกเขาหัวเราะออกมา
“อะแฮ่ม ! ” หลิวจือเซียกระแอมในลำคอ และร้องเพลง
“ดวงตะวันกระพริบตาให้ข้า
นกน้อยร้องเพลงให้ข้าฟัง
ข้าพยายามทำงานอย่างหนึ่ง
ปีศาจน้อยยังไม่สนิทคน…”
เป็นครั้งแรกที่หลิวจือเซียจงใจใช้โทนเสียงนี้ร้องเพลง แทนที่เสียงทุ้มต่ำและแหบเล็กน้อยเหมือนเมื่อก่อน… ตรงกันข้าม กลับเป็นเสียงที่นุ่มละมุนราวกับกำลังกล่อมเด็ก
ไม่เพียงโทนเสียงเท่านั้น แต่ร่างกายของหลิวจือเซียก็น่าสนใจมากเช่นกัน
เขาเต้นไปตามเนื้อเพลง ยกมือขึ้นป้องตา แล้วทำท่ากระพริบตา เอามือป้องหู ทำท่าฟัง แล้วยกแขนขึ้นโชว์กล้าม…
เขาทั้งร้องทั้งเต้นได้อย่างน่ารัก เปลี่ยนภาพลักษณ์หนุ่มหล่อเจิดจ้า กลายเป็นซุกซนขี้เล่น
“แม่ร่วง แสบตาเหลือเกิน ทำลายมุมมองฉันหมดแล้ว จือเซียของฉัน ร่างกายนี้ ท่าทางนี้ จุ๊ ๆ ! ”
“ท่าทางน่ะแสบตา แต่ดนตรีกับเนื้อร้องเรียบง่ายมาก จนลูกสาวฉันฮัมเพลงตามไปด้วยแล้ว”
“ใครว่าไม่ล่ะ ? นี่ ลูกชายฉันกระโดดใหญ่แล้ว ! ”
หลิวจือเซียทั้งร้องทั้งเต้นโดยไม่สนภาพลักษณ์ ไม่เพียงไม่ได้ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์รู้สึกไม่ชอบหรือรังเกียจ แต่กลับได้รับคำชมมากมาย ผู้ชมหลายคนพูดว่าลูกของตนก็ชอบมากเช่นกัน